เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 512: เพราะคำขอขององค์หญิง

บทที่ 512: เพราะคำขอขององค์หญิง

บทที่ 512: เพราะคำขอขององค์หญิง


ขณะที่มู่จวินฝานกับมู่จวินเซิ่งกำลังจ้องหน้ากัน มู่ไป๋ไป่ก็หัวเราะออกมา

เธอเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มให้พี่ชายทั้ง 2 ทว่าเพียงแค่เธอยิ้มออกมามันก็ทำให้องค์รัชทายาทกับแม่ทัพหนุ่มรู้สึกโล่งใจมากขึ้น

ขอเพียงไป๋ไป่ยังหัวเราะได้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

“ขอบคุณพี่ใหญ่กับพี่รอง” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางปาดน้ำตาตัวเองเบา ๆ “ข้าจะจดจำทุกอย่างที่พวกท่านพูดวันนี้เอาไว้”

พี่ชาย 2 คนนี้ต่างก็ใส่ใจเธอมาก

เธอจดจำเรื่องนี้เอาไว้ในใจแล้ว

เดิมทีมู่จวินฝานตั้งใจจะมาพูดเรื่องความรู้สึกที่แท้จริงกับมู่ไป๋ไป่ แต่องครักษ์เงาได้มาแจ้งว่าเขามีเรื่องต้องไปจัดการ เขาจึงต้องขอตัวกลับไปที่ตำหนักตงกงก่อน

ในเวลาเดียวกัน มู่จวินเซิ่งก็ต้องรีบพาหลัวเซียวเซียวออกจากวังไปก่อนที่ประตูจะปิดเช่นกัน

หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว ตำหนักอวี๋ชิงก็เงียบเหงาขึ้นมาทันที

มู่ไป๋ไป่นั่งอยู่บนม้านั่งหินมองไปยังก้อนเมฆที่ลอยเอื่อยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า

ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนเลย

หญิงสาวคิดว่าหลังจากแก้ไขปัญหาทั้งหมดเสร็จแล้ว เธอคงจะได้ออกเดินทางไปทั่วหล้าและได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

ในทางกลับกัน นับตั้งแต่ที่หลัวเซียวเซียวเดินตามมู่จวินเซิ่งออกจากวัง นางก็รู้สึกหดหู่

แม่ทัพหนุ่มรู้ว่านางกำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องบางอย่าง เขาจึงอยากจะพูดปลอบใจนางอยู่หลายครั้ง แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตนเป็นคนพูดไม่เก่ง สุดท้ายแล้วคำพูดเหล่านั้นก็ถูกกลืนกลับไปที่เดิม

ดังนั้นชายหญิงทั้ง 2 จึงทำเพียงแค่เดินทางกลับไปยังจวนแม่ทัพเงียบ ๆ

“ท่านแม่ทัพ คุณหนูหลัว ในที่สุดพวกท่านก็กลับมาแล้ว”

ทันทีที่ทั้งคู่ลงจากรถม้า พ่อบ้านสูงวัยของจวนแม่ทัพก็ออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยท่าทางร้อนใจ

“เกิดอะไรขึ้น?” มู่จวินเซิ่งสนิทกับคนรับใช้เก่าแก่ของตนเองเป็นอย่างดี ถ้าไม่ได้มีเรื่องเกิดขึ้น อีกฝ่ายคงไม่มารออยู่ข้างนอกเช่นนี้ “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ?”

“แม่ของแม่นางหลัว…” พ่อบ้านชราเหลือบมองหลัวเซียวเซียวและรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนทั้ง 2 ฟัง “เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาที่จวนและอ้างว่าเป็นเพื่อนบ้านของแม่คุณหนูหลัว เขาบอกว่าแม่ของคุณหนูล้มป่วยจึงขอให้คุณหนูหลัวไปดูนางหน่อย”

หลัวเซียวเซียวหายใจติดขัดทันที แล้วนางก็หันหลังกลับรีบวิ่งตรงไปที่จวนตระกูลหลัว

จวนตระกูลหลัวไม่ไกลจากจวนแม่ทัพ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมนางจึงตอบตกลงที่จะอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพ เพราะการทำแบบนี้นางจะได้ไปดูแลแม่ของตนได้สะดวกยิ่งขึ้น

“อ้าว คุณหนูหลัว ท่านอย่าเพิ่งใจร้อนนักสิ!” พ่อบ้านชรารีบพูดขัดขึ้นมา “ฟังสิ่งที่ข้าน้อยพูดให้จบก่อน!”

มู่จวินเซิ่งตอบสนองได้อย่างรวดเร็วโดยการคว้าจับหลัวเซียวเซียวเอาไว้

เมื่อคนเป็นพ่อบ้านเห็นเช่นนี้ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะกล่าวต่อไปว่า

“เดิมที ข้าน้อยก็คิดว่าจะส่งคนไปแจ้งข่าวให้ท่านในวังตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่เพราะว่าประตูวังถูกปิด คนของเราจึงไม่สามารถเข้าไปได้”

“เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน ข้าน้อยจึงได้พานางหลัวมาที่จวนแม่ทัพแล้วบอกให้หมอมารักษานางที่นี่ นางหลัวทานยาและมีอาการดีขึ้นมากแล้วขอรับ”

เมื่อหลัวเซียวเซียวได้ยินคำอธิบายของพ่อบ้าน ร่างกายที่เคยตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงช้า ๆ พร้อมกับม่านหมอกในดวงตาของนางค่อย ๆ จางลง จากนั้นไม่นานนางก็เอ่ยปากพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณท่านมาก”

“คุณหนูหลัว ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว” พ่อบ้านพูดเสียงกลั้วหัวเราะ “คุณหนูหลัวเป็นแขกคนสำคัญของท่านแม่ทัพ และท่านแม่ทัพก็ได้กำชับกับพวกเราเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าต้องดูแลคุณหนูให้ดี”

พ่อบ้านชราอยู่ข้างกายมู่จวินเซิ่งมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเขาจึงสังเกตเห็นความรู้สึกของชายหนุ่มที่มีต่อหลัวเซียวเซียว ดังนั้นเขาจึงอยากจะใช้โอกาสนี้เพื่อพูดเรื่องดี ๆ ของเขาท่านแม่ทัพ

“อะแฮ่ม… ข้าไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น” มู่จวินเซิ่งปล่อยมือของหญิงสาวก่อนจะกระแอมในลำคออย่างไม่สบายใจ “เซียวเซียว รีบเข้าไปข้างในเถอะ ถ้าแม่เจ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกคนรับใช้ได้เลย อย่าได้คิดเกรงใจ”

หลัวเซียวเซียวมององค์ชายรองด้วยสายตาซับซ้อน พร้อมกับความรู้สึกผิดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นางกลับมาคิดทบทวนกับตัวเองหลายครั้งว่าทำไมนางถึงไม่สามารถตกหลุมรักคนที่อยู่ตรงหน้าได้

ปัจจุบันนางหลัวถูกจัดให้พักอยู่ในเรือนที่หลัวเซียวเซียวอาศัยอยู่

ในตอนที่หญิงสาวเข้ามาก็เห็นคนรับใช้ 2 คนกำลังทำความสะอาดห้อง ซึ่งท่าทางของพวกคนรับใช้นั้นให้ความสำคัญกับแม่ของนางมากจริง ๆ

“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ” หลัวเซียวเซียวปรับสีหน้าตัวเองแล้วเดินไปข้างเตียง “ข้าผิดเอง ตอนที่ท่านป่วยข้าไม่สามารถอยู่เคียงข้างเพื่อดูแลท่านได้”

ขณะที่หญิงสาวพูดเช่นนี้ นางก็เตรียมจะคุกเข่าสำนึกผิด

“เจ้าเด็กโง่ เจ้าคิดจะทำอะไร?” ผู้เป็นแม่รีบดึงตัวลูกสาวขึ้น “ขึ้นมานั่งดี ๆ เถอะ ให้แม่ดูเจ้าหน่อย”

“เจ้าผอมลงอีกแล้ว…”

“ท่านแม่” หลัวเซียวเซียวรู้สึกสะท้อนใจ “ท่านแม่รู้สึกดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ หมอบอกว่าอย่างไรบ้าง?”

“แม่ไม่เป็นไร” หญิงวัยกลางคนยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว “แม่แค่เป็นหวัดเท่านั้น ต้องขอบคุณพ่อบ้านที่ไปเชิญหมอหลวงมารักษาแม่”

“หมอหลวง?” คนเป็นลูกสาวรู้สึกประหลาดใจ นางไม่คาดคิดว่าพ่อบ้านจะถึงขั้นไปเชิญหมอหลวงมารักษาแม่ของตน

“ใช่” นางหลัวตอบรับในขณะที่ดวงตาของนางเป็นประกาย แต่มันก็แฝงไปด้วยความกังวลไม่น้อย “เซียวเซียว บอกความจริงแม่มาเดี๋ยวนี้นะว่าเจ้ากับท่านแม่ทัพ…”

หญิงวัยกลางคนอยู่รับใช้ตระกูลหลัวมาหลายปี นางย่อมรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในตระกูลขุนนางเป็นอย่างดี

พ่อบ้านของจวนแม่ทัพถึงขั้นออกหน้าไปเชิญหมอหลวงมารักษานาง นั่นคงเป็นเพราะท่านแม่ทัพให้ความสำคัญกับหลัวเซียวเซียว

เนื่องจากประสบการณ์ของนางเอง ผู้เป็นแม่จึงไม่อยากให้ลูกสาวแต่งงานเข้าตระกูลขุนนางโดยเฉพาะตระกูลที่มีอำนาจอย่างจวนแม่ทัพ

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่นางพักอยู่ที่จวนแม่ทัพมา 2 วัน นางพบว่าทุกคนในจวนนั้นดีมาก แต่ละคนไม่ได้มีนิสัยถือตัวแบบที่พบเจอในตระกูลร่ำรวยในเมืองหลวงเลย

สิ่งนี้ทำให้ความคิดของนางเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว

“ท่านแม่ ท่านคิดมากเกินไปเจ้าค่ะ” หลัวเซียวเซียวรู้ว่าแม่ของตนกำลังพูดถึงเรื่องอะไร นางจึงลดสายตาลง “ที่ท่านแม่ทัพดูแลข้าเป็นอย่างดีก็เพราะองค์หญิงหกขอร้องท่านแม่ทัพ”

“ท่านแม่ ท่านอย่าได้จินตนาการไปไกลนักเลย หลังจากที่องค์หญิงเข้าร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาเรียบร้อยแล้ว ข้าก็จะกลับไปยังหุบเขาหมอเทวดาพร้อมกับองค์หญิง”

“เซียวเซียว…” นางหลัวถอนหายใจ “เจ้าจะอยู่กับองค์หญิงตลอดไปไม่ได้หรอก ตอนนี้เจ้าควรคิดถึงตัวเองบ้าง”

หลัวเซียวเซียวส่ายหัวยิ้ม ๆ “ท่านแม่ องค์หญิงเป็นคนช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าอยากตอบแทนนางด้วยการอยู่ข้างกายนางไปตลอดชีวิต เรื่องนี้ข้าได้สาบานกับตัวเองตั้งแต่แรกแล้ว”

เมื่อผู้เป็นแม่ได้ยินลูกสาวกล่าวเช่นนี้ นางก็รู้ว่าอีกฝ่ายได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว

นั่นทำให้นางรู้สึกเสียดายและเสียใจในเวลาเดียวกัน

ในฐานะแม่ นางย่อมหวังให้ลูกสาวของตนเองได้แต่งงานมีครอบครัวที่ดี

“เอาเถอะ ตอนนี้แม่จะยังไม่พูดเรื่องนี้” นางหลัวพูดพลางฝืนยิ้ม “การที่แม่ป่วยในครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องไม่ดีเสียทีเดียว อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้อยู่ด้วยกันนานขึ้น เอาล่ะ คราวนี้ท่านแม่ทัพได้ช่วยชีวิตแม่เอาไว้ แม่เองก็อยากจะขอบคุณท่านแม่ทัพเป็นการส่วนตัว แม่อยากรู้ว่าท่านแม่ทัพจะว่างเมื่อไหร่?”

หลัวเซียวเซียวครุ่นคิดสักครู่แล้วตอบว่า “เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องเกิดขึ้นในวังหลวง ช่วงนี้ท่านแม่ทัพคงจะยุ่งมาก…”

ก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบ นางก็ได้ยินคนรับใช้ข้างนอกรายงานว่ามู่จวินเซิ่งกำลังมา

ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสวมเสื้อผ้าที่ดูงดงามแบบที่เขามักจะสวมยามที่เข้าเฝ้าฝ่าบาท ชุดสีครามนั้นทำให้เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

“ท่านแม่ทัพ” หลัวเซียวเซียวรีบยืนขึ้นทำความเคารพอีกฝ่าย

มู่จวินเซิ่งเข้าไปพยุงนางลุกขึ้นด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติและยังสั่งห้ามไม่ให้นางทำความเคารพตนด้วย “ข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เจ้าทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านของเจ้าก็พอ ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก”

“ข้าเห็นว่าท่านป้าป่วย ข้าก็เลยจะมาเยี่ยมนางสักหน่อย”

หลังจากแม่ทัพหนุ่มกล่าวจบ เขาก็หันไปโค้งคำนับให้นางหลัวและกล่าวว่า “ข้ามีนามว่ามู่จวินเซิ่ง ยินดีที่ได้พบท่านป้า”

จบบทที่ บทที่ 512: เพราะคำขอขององค์หญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว