เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้

บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้

บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้


“เซียวเซียวเข้าใจเพคะ” หลัวเซียวเซียวพยายามระงับอารมณ์ในใจและยิ้มอ่อนโยนให้องค์หญิงหก “เซียวเซียวจะออกจากวังไปพร้อมกับองค์ชายรอง แต่องค์หญิงก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยเช่นกันนะเพคะ”

พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกโล่งใจมากขึ้น

หญิงสาวทั้ง 2 นั่งคุยกันอยู่สักพักแล้วก็มีคนมารายงานว่ามู่จวินฝานกับมู่จวินเซิ่งเสด็จมายังตำหนักอวี๋ชิง

มู่ไป๋ไป่รู้อยู่แล้วว่าพี่ชายคนรองจะมาหา แต่เธอไม่คาดคิดว่าพี่ชายคนโตจะมาด้วยเช่นกัน

“เชิญท่านพี่ทั้ง 2 เข้ามาเถอะ” หญิงสาวเดาว่ามู่จวินฝานอาจจะพบเบาะแสอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพวกถังเป่ยเฉิน ดังนั้นเขาจึงรีบมาหาเธอ ทำให้เธอที่รู้สึกห่อเหี่ยวเมื่อสักครู่มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น

“ท่านพี่รัชทายาท พี่รอง พวกท่านกินอะไรมาหรือยัง?” มู่ไป๋ไป่อดรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายทั้ง 2 เธอจึงหันไปสั่งนางกำนัลให้ไปบอกห้องครัวเตรียมอาหาร พร้อมกับบอกให้พวกเขานำของว่างที่เธอทำเองในตอนเช้าออกมาให้

ทางด้านมู่จวินฝานกับมู่จวินเซิ่งก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร มิหนำซ้ำพวกเขายังรู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นน้องสาววิ่งวุ่นเตรียมการต้อนรับพวกเขา

“เมื่อวานเจ้านอนหลับสบายดีหรือไม่?” มู่จวินเซิ่งอาศัยช่วงที่ไม่มีใครทันได้สนใจถามหลัวเซียวเซียวด้วยความเป็นกังวล

เมื่อคืนนี้เขาตั้งใจจะพาหญิงสาวออกจากวัง แต่เมื่อมีคำสั่งไม่ให้ใครเข้าออกวังหลวง แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เช่นกัน

“หม่อมฉันหลับสบายดีเพคะ” หลัวเซียวเซียวพยักหน้ารับอย่างสุภาพ “ขอบพระทัยองค์ชายรองที่เป็นห่วง”

พอแม่ทัพหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมามีท่าทีสุภาพกับตนอีกครั้ง เขาก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวแล้วพูดว่า “ดีแล้ว”

จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีก

เขารู้ว่าความรู้สึกที่ผู้ชายคนนั้นทิ้งเอาไว้ในใจของหลัวเซียวเซียวมันลึกซึ้งมากจนไม่อาจลืมเลือนไปได้ตลอดชีวิต

แต่เขาไม่สนใจ

ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน เขาก็ยินดีที่จะอยู่เคียงข้างนาง ให้นางค่อย ๆ ยอมรับเขาเข้าไปในใจช้า ๆ

“หลังจากที่ไม่ได้กินขนมที่ไป๋ไป่ทำมานาน ฝีมือการทำขนมของไป๋ไป่พัฒนาขึ้นอีกแล้ว” มู่จวินฝานกัดกินขนมแล้วเอ่ยปากชมน้องสาวขึ้นมาโดยไม่สนใจเรื่องระหว่างน้องรองของเขากับคุณหนูหลัว ดวงตาซึ่งเหมือนกับของมู่เทียนฉงทุกประการกำลังกวาดมองไปรอบ ๆ ลานกว้าง

“จริงหรือเพคะ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกดีใจที่ได้รับคำชมจากพี่ชายคนโต ดังนั้นเธอจึงดันกล่องขนมไปทางอีกฝ่าย “ถ้าหากท่านพี่ชอบ เอาไว้ข้าจะทำเพิ่มอีกแล้วให้คนส่งไปให้ท่านที่ตำหนัก”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มู่จวินฝานคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี และยังคอยสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ระหว่างที่เธอร่ำเรียนอยู่ที่หุบเขาหมอเทวดาอีกด้วย

เธอไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนเขาเลย เธอจึงทำได้เพียงทำของอร่อย ๆ ให้เขาเพียงเท่านั้น

“ตกลง” ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับ เขาไม่เหมือนองค์รัชทายาทที่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น เขาดูเหมือนพี่ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น “เป็นบุญปากของพี่อีกแล้ว”

“ว่าแต่ ท่านพี่รัชทายาทมาที่นี่พร้อมกับพี่รองเช่นนี้ การสืบสวนมีความคืบหน้าอย่างไรบ้างหรือเพคะ?” มู่ไป๋ไป่ไม่ได้ปิดบังหลัวเซียวเซียว

เธอรู้จักนิสัยของสหายคนนี้ดี มันคงไม่เหมาะที่จะหลบเลี่ยงไม่พูดถึงฉู่เสวียนต่อหน้านาง

แต่มู่จวินฝานที่ได้ยินคำถามของน้องสาวก็โบกมือยิ้ม ๆ “เปล่าหรอก พี่มาที่นี่แค่อยากจะแวะมาเยี่ยมเจ้าเท่านั้น”

“มาเยี่ยมข้าหรือ?” มู่ไป๋ไป่ทำหน้าสับสน และอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปแตะหน้าผากผู้เป็นพี่ชาย “ท่านก็ไม่ได้ป่วยนี่ ทำไมท่านถึงได้สับสนนักล่ะ?”

“...” มู่จวินฝานถึงกับพูดไม่ออก

“อุ๊บ คิก ๆ …” หญิงสาวกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวจึงยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่ ท่านมาทำอะไรที่นี่กันละเนี่ย ท่านอาจจะปิดบังคนอื่นได้ แต่ท่านปิดบังข้าไม่ได้หรอก”

เมื่อสักครู่ที่มู่จวินฝานมองไปรอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังมองหาใครอยู่ ซึ่งเธอก็เห็นการกระทำนั้นทุกอย่าง

พอคิดถึงเรื่องนี้ มู่ไป๋ไป่ก็เกิดความคิดบางอย่าง เธอจึงเอนตัวไปหาพี่ชายคนโตและกระซิบถามเบา ๆ ว่า “หรือว่าท่านพี่สนใจใครบางคนในตำหนักอวี๋ชิงของข้า คนผู้นั้นเป็นใครล่ะ? ท่านบอกข้ามาเถอะ ข้าจะช่วยท่านเอง…”

“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?” มู่จวินฝานมองน้องสาวอย่างขบขันก่อนจะยกมือขึ้นแตะศีรษะอีกฝ่าย “พี่แค่…”

พี่เป็นห่วงเจ้า

ชายหนุ่มอยากจะพูดประโยคนี้ออกไป แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มหยอกล้อของมู่ไป๋ไป่ เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ไป๋ไป่ พี่รู้ว่าเจ้าโตแล้ว เจ้าคงมีเรื่องให้กังวลมากมาย”

เขารู้สึกเอ็นดูไป๋ไป่มาตั้งแต่ยังเด็ก เขายินดีที่จะมอบสิ่งดี ๆ ทั้งหมดให้กับไป๋ไป่

แต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในยามที่น้องสาวของเขากำลังตกหลุมรักใครสักคน ซึ่งตัวตนของคนคนนั้นค่อนข้างจะน่าตกใจมากทีเดียว

เขาทนไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องเห็นไป๋ไป่เสียใจ ถ้ายังพอมีหนทาง เขาก็อยากจะให้นางเปลี่ยนใจ

“พี่แค่อยากบอกเจ้าว่า เรื่องการแต่งงานเจ้าจะต้องคิดให้มาก ๆ”

“...”

“การแต่งงาน?” พอมู่จวินเซิ่งได้ยินสิ่งที่พี่ใหญ่พูด ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็มืดมนลง “ไป๋ไป่มีคนที่ชอบอยู่หรือ?”

“...” หญิงสาวได้แต่นิ่งเงียบ

“อะแฮ่ม… ไม่ใช่” มู่จวินฝานกระแอมในลำคอ “จู่ ๆ ข้าก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ในไม่ช้าไป๋ไป่ก็จะต้องพบเจอเรื่องพวกนี้ ดังนั้นข้าควรจะกำชับนางเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”

ทว่ามู่ไป๋ไป่ไม่ได้โง่ ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดนี้จากท่านพี่รัชทายาท เธอก็รู้ว่าเขาน่าจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้าแล้ว

ทำไมฉันถึงได้ดวงซวยขนาดนี้!

ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย แต่พอเธอถูกเซียวถังอี้ปฏิเสธ ทุกคนก็รับรู้เรื่องนี้กันหมด

แล้วแบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

บัดนี้ใบหน้าเล็ก ๆ ของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอถึงขั้นไม่กล้าสบตามู่จวินฝานเลยด้วยซ้ำ

เมื่อองค์รัชทายาทเห็นดวงตาของน้องสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาก็คิดว่าตนอาจจะพูดอะไรแรงเกินไป จึงส่งผลให้เขาตื่นตระหนก “ไป๋ไป่ อย่าร้องเลย พี่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ถ้าคนผู้นั้นเป็นคนที่เจ้าชอบจริง ๆ มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะเป็นใคร แม้ว่าโลกนี้จะไม่มีใครเข้าใจพวกเจ้า แต่พี่จะช่วยเจ้าเอง”

ในตอนแรกมู่ไป๋ไป่ไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดของมู่จวินฝาน น้ำสีใสก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาแล้วไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้

ตอนที่เซียวถังอี้ปฏิเสธเธอต่อหน้า เธอไม่ได้ร้องไห้ และเธอค่อนข้างจะเก็บอารมณ์ได้ดีด้วยซ้ำในยามที่พูดคุยกับเซียวถังถังแบบเปิดเผยเมื่อวานนี้

แต่ขณะนี้เธอเป็นเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ค้นพบวิธีการระบายความรู้สึกของตัวเองออกมา จึงทำให้น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด

ครั้งสุดท้ายที่มู่จวินฝานเห็นมู่ไป๋ไป่ร้องไห้ก็คือตอนที่นางอายุ 4 ขวบ

ตอนที่เขายังเป็นเด็ก เขายังสามารถอุ้มน้องสาวตัวน้อยมากอดปลอบได้

แต่ปัจจุบันน้องสาวของเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาทำแบบนั้นกับนางไม่ได้อีกแล้วจริง ๆ

มู่จวินฝานมองดูน้ำตาของมู่ไป๋ไป่ที่ร่วงหล่นลงมาเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ต้องรู้สึกเสียใจที่วันนี้เขาหุนหันพลันแล่นเกินไป

หลังจากที่ชายหนุ่มสังเกตเห็นบรรยากาศระหว่างมู่ไป๋ไป่กับเซียวถังอี้ในวันนั้น เขาก็ได้ส่งองครักษ์เงาไปคอยจับตาดูเสด็จอา

เมื่อเขาได้รับรายงานว่าเสด็จอามาที่ตำหนักอวี๋ชิงเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็ยังมาอีก เขาจึงเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาที่เพิ่งออกจากตำหนักตี้เฉินก็ตรงมาที่นี่พร้อมกับมู่จวินเซิ่งโดยไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ

“ไป๋ไป่ อย่าร้องเลย” มู่จวินเซิ่งไม่เข้าใจว่าเหตุใดมู่ไป๋ไป่ถึงร้องไห้ เขารู้เพียงว่าคำพูดของมู่จวินฝานทำให้นางต้องร้องไห้ออกมาแบบนี้ “ถ้าเจ้าโมโห ข้าจะช่วยเจ้าสั่งสอนพี่ใหญ่เอง ข้าจะตีเขาจนกว่าเจ้าจะใจเย็นขึ้น”

องค์รัชทายาทมองน้องรองของตนซึ่งเป็นแม่ทัพด้วยสายตาซับซ้อน และเตรียมจะเอ่ยปากถามอีกฝ่ายว่าเขาพูดจริงหรือ?

เมื่อมู่จวินเซิ่งสังเกตเห็นสายตาของพี่ชายคนโต เขาจึงกระแอมในลำคอเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าแค่พยายามหาเรื่องมาปลอบไป๋ไป่เฉย ๆ พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้คิดจริงจังเช่นนั้นเลย”

“แต่ถ้าไป๋ไป่อยากให้ข้าตีท่านจริง ๆ ท่านก็ต้องอดทนไว้หน่อย ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ใช้กำลังภายในของข้า”

“...” ประโยคหลังนั้นทำให้มู่จวินฝานถึงกับพูดไม่ออก

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เขารู้กันหมดแล้วจ้าาา เหลือแค่พี่รอง ท่านพ่อและท่านแม่นี่แหละ

จบบทที่ บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว