- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้
บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้
บทที่ 511: หลังถูกปฏิเสธ ทุกคนก็รู้เรื่องนี้
“เซียวเซียวเข้าใจเพคะ” หลัวเซียวเซียวพยายามระงับอารมณ์ในใจและยิ้มอ่อนโยนให้องค์หญิงหก “เซียวเซียวจะออกจากวังไปพร้อมกับองค์ชายรอง แต่องค์หญิงก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยเช่นกันนะเพคะ”
พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกโล่งใจมากขึ้น
หญิงสาวทั้ง 2 นั่งคุยกันอยู่สักพักแล้วก็มีคนมารายงานว่ามู่จวินฝานกับมู่จวินเซิ่งเสด็จมายังตำหนักอวี๋ชิง
มู่ไป๋ไป่รู้อยู่แล้วว่าพี่ชายคนรองจะมาหา แต่เธอไม่คาดคิดว่าพี่ชายคนโตจะมาด้วยเช่นกัน
“เชิญท่านพี่ทั้ง 2 เข้ามาเถอะ” หญิงสาวเดาว่ามู่จวินฝานอาจจะพบเบาะแสอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพวกถังเป่ยเฉิน ดังนั้นเขาจึงรีบมาหาเธอ ทำให้เธอที่รู้สึกห่อเหี่ยวเมื่อสักครู่มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น
“ท่านพี่รัชทายาท พี่รอง พวกท่านกินอะไรมาหรือยัง?” มู่ไป๋ไป่อดรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายทั้ง 2 เธอจึงหันไปสั่งนางกำนัลให้ไปบอกห้องครัวเตรียมอาหาร พร้อมกับบอกให้พวกเขานำของว่างที่เธอทำเองในตอนเช้าออกมาให้
ทางด้านมู่จวินฝานกับมู่จวินเซิ่งก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร มิหนำซ้ำพวกเขายังรู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นน้องสาววิ่งวุ่นเตรียมการต้อนรับพวกเขา
“เมื่อวานเจ้านอนหลับสบายดีหรือไม่?” มู่จวินเซิ่งอาศัยช่วงที่ไม่มีใครทันได้สนใจถามหลัวเซียวเซียวด้วยความเป็นกังวล
เมื่อคืนนี้เขาตั้งใจจะพาหญิงสาวออกจากวัง แต่เมื่อมีคำสั่งไม่ให้ใครเข้าออกวังหลวง แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เช่นกัน
“หม่อมฉันหลับสบายดีเพคะ” หลัวเซียวเซียวพยักหน้ารับอย่างสุภาพ “ขอบพระทัยองค์ชายรองที่เป็นห่วง”
พอแม่ทัพหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมามีท่าทีสุภาพกับตนอีกครั้ง เขาก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวแล้วพูดว่า “ดีแล้ว”
จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีก
เขารู้ว่าความรู้สึกที่ผู้ชายคนนั้นทิ้งเอาไว้ในใจของหลัวเซียวเซียวมันลึกซึ้งมากจนไม่อาจลืมเลือนไปได้ตลอดชีวิต
แต่เขาไม่สนใจ
ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน เขาก็ยินดีที่จะอยู่เคียงข้างนาง ให้นางค่อย ๆ ยอมรับเขาเข้าไปในใจช้า ๆ
“หลังจากที่ไม่ได้กินขนมที่ไป๋ไป่ทำมานาน ฝีมือการทำขนมของไป๋ไป่พัฒนาขึ้นอีกแล้ว” มู่จวินฝานกัดกินขนมแล้วเอ่ยปากชมน้องสาวขึ้นมาโดยไม่สนใจเรื่องระหว่างน้องรองของเขากับคุณหนูหลัว ดวงตาซึ่งเหมือนกับของมู่เทียนฉงทุกประการกำลังกวาดมองไปรอบ ๆ ลานกว้าง
“จริงหรือเพคะ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกดีใจที่ได้รับคำชมจากพี่ชายคนโต ดังนั้นเธอจึงดันกล่องขนมไปทางอีกฝ่าย “ถ้าหากท่านพี่ชอบ เอาไว้ข้าจะทำเพิ่มอีกแล้วให้คนส่งไปให้ท่านที่ตำหนัก”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มู่จวินฝานคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี และยังคอยสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ระหว่างที่เธอร่ำเรียนอยู่ที่หุบเขาหมอเทวดาอีกด้วย
เธอไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนเขาเลย เธอจึงทำได้เพียงทำของอร่อย ๆ ให้เขาเพียงเท่านั้น
“ตกลง” ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับ เขาไม่เหมือนองค์รัชทายาทที่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น เขาดูเหมือนพี่ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น “เป็นบุญปากของพี่อีกแล้ว”
“ว่าแต่ ท่านพี่รัชทายาทมาที่นี่พร้อมกับพี่รองเช่นนี้ การสืบสวนมีความคืบหน้าอย่างไรบ้างหรือเพคะ?” มู่ไป๋ไป่ไม่ได้ปิดบังหลัวเซียวเซียว
เธอรู้จักนิสัยของสหายคนนี้ดี มันคงไม่เหมาะที่จะหลบเลี่ยงไม่พูดถึงฉู่เสวียนต่อหน้านาง
แต่มู่จวินฝานที่ได้ยินคำถามของน้องสาวก็โบกมือยิ้ม ๆ “เปล่าหรอก พี่มาที่นี่แค่อยากจะแวะมาเยี่ยมเจ้าเท่านั้น”
“มาเยี่ยมข้าหรือ?” มู่ไป๋ไป่ทำหน้าสับสน และอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปแตะหน้าผากผู้เป็นพี่ชาย “ท่านก็ไม่ได้ป่วยนี่ ทำไมท่านถึงได้สับสนนักล่ะ?”
“...” มู่จวินฝานถึงกับพูดไม่ออก
“อุ๊บ คิก ๆ …” หญิงสาวกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวจึงยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่ ท่านมาทำอะไรที่นี่กันละเนี่ย ท่านอาจจะปิดบังคนอื่นได้ แต่ท่านปิดบังข้าไม่ได้หรอก”
เมื่อสักครู่ที่มู่จวินฝานมองไปรอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังมองหาใครอยู่ ซึ่งเธอก็เห็นการกระทำนั้นทุกอย่าง
พอคิดถึงเรื่องนี้ มู่ไป๋ไป่ก็เกิดความคิดบางอย่าง เธอจึงเอนตัวไปหาพี่ชายคนโตและกระซิบถามเบา ๆ ว่า “หรือว่าท่านพี่สนใจใครบางคนในตำหนักอวี๋ชิงของข้า คนผู้นั้นเป็นใครล่ะ? ท่านบอกข้ามาเถอะ ข้าจะช่วยท่านเอง…”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?” มู่จวินฝานมองน้องสาวอย่างขบขันก่อนจะยกมือขึ้นแตะศีรษะอีกฝ่าย “พี่แค่…”
พี่เป็นห่วงเจ้า
ชายหนุ่มอยากจะพูดประโยคนี้ออกไป แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มหยอกล้อของมู่ไป๋ไป่ เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ไป๋ไป่ พี่รู้ว่าเจ้าโตแล้ว เจ้าคงมีเรื่องให้กังวลมากมาย”
เขารู้สึกเอ็นดูไป๋ไป่มาตั้งแต่ยังเด็ก เขายินดีที่จะมอบสิ่งดี ๆ ทั้งหมดให้กับไป๋ไป่
แต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในยามที่น้องสาวของเขากำลังตกหลุมรักใครสักคน ซึ่งตัวตนของคนคนนั้นค่อนข้างจะน่าตกใจมากทีเดียว
เขาทนไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องเห็นไป๋ไป่เสียใจ ถ้ายังพอมีหนทาง เขาก็อยากจะให้นางเปลี่ยนใจ
“พี่แค่อยากบอกเจ้าว่า เรื่องการแต่งงานเจ้าจะต้องคิดให้มาก ๆ”
“...”
“การแต่งงาน?” พอมู่จวินเซิ่งได้ยินสิ่งที่พี่ใหญ่พูด ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็มืดมนลง “ไป๋ไป่มีคนที่ชอบอยู่หรือ?”
“...” หญิงสาวได้แต่นิ่งเงียบ
“อะแฮ่ม… ไม่ใช่” มู่จวินฝานกระแอมในลำคอ “จู่ ๆ ข้าก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ในไม่ช้าไป๋ไป่ก็จะต้องพบเจอเรื่องพวกนี้ ดังนั้นข้าควรจะกำชับนางเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”
ทว่ามู่ไป๋ไป่ไม่ได้โง่ ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดนี้จากท่านพี่รัชทายาท เธอก็รู้ว่าเขาน่าจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้าแล้ว
ทำไมฉันถึงได้ดวงซวยขนาดนี้!
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย แต่พอเธอถูกเซียวถังอี้ปฏิเสธ ทุกคนก็รับรู้เรื่องนี้กันหมด
แล้วแบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
บัดนี้ใบหน้าเล็ก ๆ ของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอถึงขั้นไม่กล้าสบตามู่จวินฝานเลยด้วยซ้ำ
เมื่อองค์รัชทายาทเห็นดวงตาของน้องสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาก็คิดว่าตนอาจจะพูดอะไรแรงเกินไป จึงส่งผลให้เขาตื่นตระหนก “ไป๋ไป่ อย่าร้องเลย พี่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ถ้าคนผู้นั้นเป็นคนที่เจ้าชอบจริง ๆ มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะเป็นใคร แม้ว่าโลกนี้จะไม่มีใครเข้าใจพวกเจ้า แต่พี่จะช่วยเจ้าเอง”
ในตอนแรกมู่ไป๋ไป่ไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดของมู่จวินฝาน น้ำสีใสก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาแล้วไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้
ตอนที่เซียวถังอี้ปฏิเสธเธอต่อหน้า เธอไม่ได้ร้องไห้ และเธอค่อนข้างจะเก็บอารมณ์ได้ดีด้วยซ้ำในยามที่พูดคุยกับเซียวถังถังแบบเปิดเผยเมื่อวานนี้
แต่ขณะนี้เธอเป็นเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ค้นพบวิธีการระบายความรู้สึกของตัวเองออกมา จึงทำให้น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด
ครั้งสุดท้ายที่มู่จวินฝานเห็นมู่ไป๋ไป่ร้องไห้ก็คือตอนที่นางอายุ 4 ขวบ
ตอนที่เขายังเป็นเด็ก เขายังสามารถอุ้มน้องสาวตัวน้อยมากอดปลอบได้
แต่ปัจจุบันน้องสาวของเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาทำแบบนั้นกับนางไม่ได้อีกแล้วจริง ๆ
มู่จวินฝานมองดูน้ำตาของมู่ไป๋ไป่ที่ร่วงหล่นลงมาเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ต้องรู้สึกเสียใจที่วันนี้เขาหุนหันพลันแล่นเกินไป
หลังจากที่ชายหนุ่มสังเกตเห็นบรรยากาศระหว่างมู่ไป๋ไป่กับเซียวถังอี้ในวันนั้น เขาก็ได้ส่งองครักษ์เงาไปคอยจับตาดูเสด็จอา
เมื่อเขาได้รับรายงานว่าเสด็จอามาที่ตำหนักอวี๋ชิงเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็ยังมาอีก เขาจึงเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาที่เพิ่งออกจากตำหนักตี้เฉินก็ตรงมาที่นี่พร้อมกับมู่จวินเซิ่งโดยไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ
“ไป๋ไป่ อย่าร้องเลย” มู่จวินเซิ่งไม่เข้าใจว่าเหตุใดมู่ไป๋ไป่ถึงร้องไห้ เขารู้เพียงว่าคำพูดของมู่จวินฝานทำให้นางต้องร้องไห้ออกมาแบบนี้ “ถ้าเจ้าโมโห ข้าจะช่วยเจ้าสั่งสอนพี่ใหญ่เอง ข้าจะตีเขาจนกว่าเจ้าจะใจเย็นขึ้น”
องค์รัชทายาทมองน้องรองของตนซึ่งเป็นแม่ทัพด้วยสายตาซับซ้อน และเตรียมจะเอ่ยปากถามอีกฝ่ายว่าเขาพูดจริงหรือ?
เมื่อมู่จวินเซิ่งสังเกตเห็นสายตาของพี่ชายคนโต เขาจึงกระแอมในลำคอเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าแค่พยายามหาเรื่องมาปลอบไป๋ไป่เฉย ๆ พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้คิดจริงจังเช่นนั้นเลย”
“แต่ถ้าไป๋ไป่อยากให้ข้าตีท่านจริง ๆ ท่านก็ต้องอดทนไว้หน่อย ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ใช้กำลังภายในของข้า”
“...” ประโยคหลังนั้นทำให้มู่จวินฝานถึงกับพูดไม่ออก
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เขารู้กันหมดแล้วจ้าาา เหลือแค่พี่รอง ท่านพ่อและท่านแม่นี่แหละ