- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 506: มันเป็นเพียงความรักที่ไม่สมหวัง
บทที่ 506: มันเป็นเพียงความรักที่ไม่สมหวัง
บทที่ 506: มันเป็นเพียงความรักที่ไม่สมหวัง
เพี้ยะ!
มู่ไป๋ไป่ปัดตะเกียบในมือของศิษย์น้องออกไปและกล่าวเสียงเย็น “ก่อนที่เจ้าจะได้ใช้กฎของตระกูลเซียว เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะใช้กฎของหุบเขาหมอเทวดาจัดการกับเจ้าก่อน!”
เซียวถังถังกุมมือของตัวเองแล้วรู้สึกว่าตนทำอะไรล้ำเส้นไปชั่วขณะ จากนั้นนางก็รีบกระโจนเข้าไปกอดศิษย์พี่ใหญ่และเริ่มตะโกนสุดเสียง “ข้าไม่สน! ข้าไม่สนใจ! ไป๋ไป่ ท่านจะปิดบังเรื่องระหว่างท่านกับพี่ชายของข้าไปอีกนานแค่ไหน!”
“ข้าเป็นศิษย์น้องของท่านนะ เป็นศิษย์น้องที่รักของท่าน!”
“ถ้าในอนาคตมีใครมาถามข้าว่าพวกท่านคบกันได้อย่างไร ถ้าข้าตอบไม่ได้มันคงจะเป็นเรื่องที่น่าอายมาก!”
มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้ “เจ้าเลิกเขย่าได้แล้ว ข้าเวียนหัว ข้ายอมบอกแล้ว เซียวถังถัง ชาติที่แล้วเจ้าเกิดปีจอหรืออย่างไร!”
พอเซียวถังถังได้ยินคำพูดของผู้เป็นศิษย์พี่ นางก็รีบปล่อยมือพร้อมกับฉีกยิ้ม “ไป๋ไป่ ท่านพูดแบบนั้นกับศิษย์น้องสุดที่รักและว่าที่น้องสามีของท่านได้อย่างไร?”
“ข้าเป็นหมาหรือไม่ ไม่ใช่ว่าท่านรู้ดีที่สุดหรอกหรือ?”
มู่ไป๋ไป่กลอกตาใส่อีกฝ่ายแล้วตอบว่า “นั่นสินะ ข้ารู้ดีกว่าใครว่าเจ้าเป็นหมาหรือไม่”
“เอาล่ะ ๆ หยุดพูดเรื่องนี้แล้วมาเข้าเรื่องกันเถอะ” เซียวถังถังรีบไปนำของว่างมาวางแล้วยืดตัวนั่งตรงในท่าทางที่พร้อมจะใส่ใจเรื่องชาวบ้านทันที
ขณะเดียวกัน แม้ว่าหลัวเซียวเซียวกับอวี้หวานหว่านจะไม่ได้พูดอะไร แต่พวกนางก็ยังมององค์หญิงหกด้วยความสงสัยใคร่รู้เช่นกัน
ยามที่มู่ไป๋ไป่สบตากับผู้หญิงทั้ง 3 คน เธอก็รู้ว่าวันนี้เธอบ่ายเบี่ยงไม่ได้แล้ว
เธอเป็นฝ่ายถูกเซียวถังอี้ปฏิเสธไม่ใช่หรือ?
มันไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย มีใครบ้างที่ไม่เคยถูกปฏิเสธ?
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าวันนี้เธอไม่ยอมบอกความจริงไป ด้วยนิสัยชอบก่อเรื่องของเซียวถังถัง ใครจะไปรู้ว่านางจะทำอะไรได้บ้าง
หลังจากหญิงสาวทำใจอยู่สักพัก เธอก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “ข้ายอมรับว่าข้าสนใจในตัวเซียวถังอี้นิดหน่อย”
ดวงตาของเซียวถังถังพลันสว่างขึ้นทันตาเห็น พร้อมทั้งมุมปากที่ยกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และบนใบหน้าของนางก็เขียนคำว่า ‘ข้ารู้’ ตัวโต ๆ เอาไว้
“แต่นั่นเป็นเพียงความคิดฝ่ายเดียวของข้าเท่านั้น” มู่ไป๋ไป่ยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ “ข้าได้บอกความรู้สึกของข้าที่มีต่อเซียวถังอี้ไปแล้ว แต่เขาปฏิเสธ”
พอเซียวถังถังฟังมาถึงจุดนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ชะงักค้างไป
หลัวเซียวเซียวเองก็ลดสายตาลงอย่างครุ่นคิด นางไม่แปลกใจเลยที่เมื่อวานนี้นางรู้สึกว่าองค์หญิงหกอารมณ์ไม่ค่อยดี
ที่แท้มันเกิดจากเหตุการณ์นี้นี่เอง
“ถูกปฏิเสธหรือ?!” เซียวถังถังพ่นขนมทั้งหมดที่เพิ่งใส่ปากออกมาเต็มหน้าศิษย์พี่ใหญ่ “พี่ชายของข้าปฏิเสธท่านหรือ ทำไมล่ะ?”
“...” มู่ไป๋ไป่รับผ้าเช็ดหน้าที่หลัวเซียวเซียวส่งมาให้เช็ดหน้าเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถังถัง เจ้าอย่าได้ตีโพยตีพาย ข้าแค่ถูกพี่ชายเจ้าปฏิเสธ…”
“เขากล้าปฏิเสธท่าน ท่านจะให้ข้าใจเย็นอยู่ได้อย่างไร!” เซียวถังถังชักกระบี่ออกมาอย่างฉุนเฉียวและหันหลังเดินออกไปจากลานบ้านทันที
ภาพนั้นทำให้หัวใจของมู่ไป๋ไป่เต้นรัว แล้วเธอก็รีบผุดลุกขึ้นไปขวางอีกฝ่ายที่เดินไปจนเกือบถึงประตู “เจ้าจะไปไหน?”
“ข้าจะไปสู้กับเขา!” เซียวถังถังตอบด้วยน้ำเสียงโกรธจัด “ท่านพี่คงสมองกระทบกระเทือนแล้วถึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ เช่นนี้ ข้าจะไปสู้กับเขา จะได้เรียกสติเขากลับมา!”
มู่ไป๋ไป่เดาคำตอบของศิษย์น้องได้อยู่แล้ว แต่หลังจากได้ยินนางพูดแบบนั้น เธอก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร เธอควรจะดีใจหรือเสียใจดี “มาเถอะ เจ้าแม่ประคุณรุนช่องของข้า เจ้าเอาชนะพี่ชายเจ้าได้หรือ พอเขาตีเจ้า เจ้าคงจะวิ่งกลับมาร้องไห้กับข้าอีก”
“...” เซียวถังถังชะงักค้างไปครู่หนึ่ง
“ข้าบอกไปแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เหตุผลนี้ทำให้ข้าไม่อยากบอกเจ้าตั้งแต่แรก” หญิงสาวฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายสงบลงแล้วดึงนางกลับมานั่งที่โต๊ะหินดังเดิม
“ที่ข้าบอกเจ้าตอนนี้ก็เพราะว่าข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าใจผิดไปมากกว่านี้”
“ข้ากับพี่ชายของเจ้าไม่มีวาสนาต่อกัน แต่ว่าเรายังคงเป็นสหายกันอยู่เหมือนเคย เจ้าแค่ทำเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็พอ”
เซียวถังถังกัดฟันด้วยความโมโห จะให้นางแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? นางเคยจินตนาการว่าในอนาคตมู่ไป๋ไป่จะมาเป็นพี่สะใภ้ของนาง
ก่อนหน้านี้นางยังคิดแผนการจะล่อลวงศิษย์พี่ใหญ่ให้ไปอยู่ที่ตำหนักอ๋องเซียวได้อย่างไรด้วยซ้ำ
ที่แท้มู่ไป๋ไป่สนใจในตัวของเซียวถังอี้ แต่เป็นพี่ชายของนางเองที่ทำทุกอย่างพัง มันน่าโมโหนัก!
เซียวถังถังอยากจะบินไปหาคนเป็นพี่ชายและกระทืบเขาให้จมดินดูสักครั้ง แต่พอนางคิดถึงสิ่งที่คนตรงหน้าพูด นางก็ก้มหน้าลงด้วยความหดหู่
แต่เพียงไม่นานก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวนาง
หรือว่านางจะวางยาพิษเขาดี?
แค่วางยาพิษท่านพี่ทำให้เขาเป็นอัมพาตครึ่งตัว จะได้เป็นการสั่งสอนเขาให้รู้สำนึก
เซียวถังถังกำลังคิดว่ามียาพิษชนิดใดที่ตนปรุงเอาไว้สามารถให้ผลลัพธ์ตามที่นางต้องการ ในขณะที่นางกำลังคิดอย่างจริงจัง นางก็ถูกตีเข้าที่หัวเต็มแรง
พอนางเงยหน้าขึ้น นางก็พบกับแววตาอ่อนโยนของมู่ไป๋ไป่
“ไป๋ไป่ ท่านกำลังทำอะไรน่ะ…”
“เจ้าเลิกคิดวางยาพี่ชายของเจ้าไปได้เลย”
ดวงตาของคนเป็นศิษย์น้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่ ข้าแค่อยากจะช่วยท่านระบายความโกรธเท่านั้น”
“และอีกอย่าง ท่านก็รู้ว่ายาที่ข้าปรุงเป็นนั้นไม่มีทางทำให้เขาเป็นอัมพาตครึ่งท่อนได้หรอก อย่างมากก็แค่ทำให้เขาท้องเสียไป 2-3 วันได้เท่านั้น”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกปวดหัวกับแผนการของเจ้าศิษย์น้องตัวแสบ “เจ้ายังกล้าพูดออกมาอีกนะ เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ความคิดของเจ้า ถึงอย่างไรเรื่องนี้มันก็ผ่านไปแล้ว ข้าไม่ได้โกรธเกลียดพี่ชายเจ้า เจ้าไม่ต้องไประบายความโกรธกับเขาหรอก เข้าใจหรือไม่?”
“เอาล่ะ วันนี้ข้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เรากลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ เลิกเล่นได้แล้ว”
หลังจากกล่าวจบหญิงสาวก็พาศิษย์น้องทั้ง 2 กลับไปส่งที่ห้องของตัวเอง
เซียวถังถังหันกลับไปมองด้านหลังในทุก ๆ 2-3 ก้าวและถูกผู้เป็นศิษย์พี่ดุอยู่หลายครั้ง จากนั้นนางจึงปิดประตูและเลิกทำตัววุ่นวาย
ขณะนี้เหลือเพียงแค่มู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวที่นั่งอยู่ในลานบ้าน พวกนางมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ช่วงนี้เจ้าจะต้องช่วยข้าดูแลถังถังด้วย ข้าเป็นห่วงนางมาก” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางเทสุราให้สหาย ในขณะที่อารมณ์ของเธอผ่อนคลายลงมากกว่าที่ตนคาดเอาไว้
หญิงสาวคิดว่าการบอกความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก แต่มันไม่ใช่เลย
ตรงกันข้าม ปฏิกิริยาของเซียวถังถังกลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น
“องค์หญิง พระองค์อย่าได้กังวลไปเลยเพคะ ถึงแม้ว่าท่านหญิงจะมีนิสัยที่หุนหันพลันแล่น แต่นางก็รู้ขีดจำกัดของตัวเองดี หม่อมฉันเชื่อว่านางคงจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงอันตราย” หลัวเซียวเซียวหัวเราะเบา ๆ ในขณะที่หยิบจอกสุราขึ้นมาชนกับคนตรงหน้า
“ถ้านางคิดอะไรรอบคอบได้สักครึ่งหนึ่งของเจ้า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาข้าคงไม่ต้องกังวลมากขนาดนี้” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวน้อย ๆ ขณะที่พูดเธอก็จ้องหลัวเซียวเซียวนิ่ง
“แต่บางครั้งข้าก็หวังว่าเจ้าจะเป็นเหมือนถังถังได้เหมือนกัน”
“องค์หญิง…”
“ถังถังเป็นคนเปิดเผยมากเกินไป ส่วนเจ้าเป็นคนเอาใจใส่คนอื่นมากเกินไป” หญิงสาวยกสุราขึ้นจิบแล้วพูดช้า ๆ “เจ้าชอบเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจไม่ยอมบอกมาตามตรง”
“ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เจ้าดูอารมณ์ไม่ดี แต่เจ้าก็ยังต้องมานั่งดื่มกับข้าอยู่ที่นี่ พูดคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง”
หลัวเซียวเซียวลดสายตาลงก่อนจะพูดขอโทษเสียงเบา “หม่อมฉันขออภัยเพคะ”
“ไม่ ๆๆ ข้าไม่ได้อยากได้ยินคำขอโทษ” มู่ไป๋ไป่มองตรงไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง “ข้าบอกเจ้าเรื่องนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ถ้าเจ้าอยากคุยกับใครสักคน ข้าอยู่ตรงนี้เสมอ”
ตอนที่หญิงสาวกำลังวิ่งไปที่ห้องโถงด้านหลัง เธอเห็นฉู่เสวียนก่อนที่เขาจะหนีไป เรื่องนี้ทำให้คลื่นลมในใจของหลัวเซียวเซียวที่เคยสงบกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง
และครั้งนี้เธอก็สามารถเข้าใจความรู้สึกของสหายได้
“องค์หญิง… ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันไม่อยากพูดอะไรนะเพคะ” หลัวเซียวเซียวยิ้มขมขื่น “แค่หม่อมฉันไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรออกไปมากกว่า…”