เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด

บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด

บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด


ในเวลาเพียงครึ่งเดือน หลัวเซียวเซียวได้ค้นพบว่าฉู่เสวียนดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม และมู่จวินเซิ่งทำเพียงได้แค่หลบการโจมตีของเขาได้อย่างหวุดหวิดอยู่หลายครั้ง

ยิ่งหญิงสาวเฝ้าดูการต่อสู้ นางก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น สุดท้ายนางก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป นางจึงฝากฝังให้นางกำนัลและขันทีคอยรักษาความปลอดภัยของไทเฮา ก่อนที่นางจะชักมีดสั้นออกมาเข้าร่วมการต่อสู้

เดิมทีมู่จวินเซิ่งเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อมีหลัวเซียวเซียวเข้ามาช่วยเสริมอีกแรง สถานการณ์จึงเปลี่ยนไป

ฉู่เสวียนถูกบังคับให้ถอยไปทีละก้าว จนสุดท้ายเขาจำต้องลดกระบี่ลงและถอยกลับไป

“ฉู่เสวียน คนที่ลอบสังหารฝ่าบาทที่ห้องโถงในวันนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าหรือไม่?” มู่จวินเซิ่งกันหลัวเซียวเซียวเอาไว้ข้างหลังขณะจ้องเขม็งไปที่ศัตรู

แววตาว่างเปล่าของชายหนุ่มเคลื่อนไปช้า ๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หญิงสาว จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ เพ่งความสนใจไปที่นางโดยไม่สนใจที่จะตอบคำถามของอีกฝ่าย “หลัวเซียวเซียว…เจ้าทรยศข้า”

เขาดูเหมือนคนที่ไม่ได้พูดมาเป็นเวลานาน เสียงของเขาแหบแห้งประหนึ่งคนที่เดินทางมาอย่างยาวนานท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ

หลัวเซียวเซียวหลับตาลงพยายามไม่สนใจความเจ็บปวดในใจของตัวเอง ก่อนที่นางจะเอ่ยขึ้นว่า “ฉู่เสวียน เราไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน ท่านจะบอกว่าข้าทรยศท่านได้อย่างไร?”

“ท่านวางแผนกับถังเป่ยเฉินใส่ร้ายหุบเขาหมอเทวดาอย่างไม่ยุติธรรม ซึ่งเรื่องนั้นไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของคนในยุทธภพ แต่ตอนนี้ท่าน…”

“ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?!”

หญิงสาวผิดหวังในตัวฉู่เสวียนมาก แต่จนกระทั่งเขาปรากฏตัวต่อหน้านางครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดนางก็ตระหนักได้ว่าความรู้สึกของนางถูกเขาทำลายลงไปเรื่อย ๆ

ทั้งเรื่อง 2 แม่ลูกที่อยู่ริมหน้าผา ผู้คนในเมือง และมือสังหารในตำหนักฉือซิ่งวันนี้

นางไม่รู้ว่าฉู่เสวียนกำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่

การแก้แค้นของเขาคือการก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตใช่หรือไม่?

“ข้ารู้” แสงสีแดงในดวงตาของชายหนุ่มจางลงเล็กน้อย เขาจับจ้องไปที่หลัวเซียวเซียวคล้ายกับว่าเขาอยากจะจดจำภาพของผู้หญิงคนนี้ให้ขึ้นใจ

“หลัวเซียวเซียว เจ้าทรยศข้า ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่ ข้าจะฆ่าทุกคนที่อยู่รอบตัวเจ้า”

ฝ่ายที่ได้ยินรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นางมองไปที่ร่างสูงในชุดสีดำตรงหน้าด้วยสายตาเหลือเชื่อ “ท่านมาที่นี่ พาคนมาลอบสังหารองค์หญิง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแก้แค้นข้าหรือ?”

ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่า แม้ว่าฉู่เสวียนจะเคยโกหกนางไปบ้าง แต่เนื้อแท้ของเขานั้นไม่ใช่คนเลว นางได้เห็นด้านที่จริงใจของเขากับตาตัวเอง

ชายคนนั้นที่เคยพูดคุยกับนางภายใต้แสงจันทร์เป็นคนดีคนหนึ่ง

แต่แล้วตอนนี้นางก็รู้ว่าตัวเองคิดผิด…

ฉู่เสวียนขมวดคิ้วเตรียมจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง แต่จังหวะนั้นก็มีเสียงนกหวีดดังขึ้น ซึ่งเสียงนั้นฟังดูแปลกมาก

บัดนี้แสงสีแดงในดวงตาของชายหนุ่มกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง และแววตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า

“หลัวเซียวเซียว เจ้าทรยศข้า ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”

เขาพูดประโยคนี้ซ้ำ ๆ ราวกับเครื่องจักร จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศ ในการกระโดดครั้งนี้เขาหายลับไปนอกกำแพงสูงของวังหลวง

“เซียวเซียว เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไล่ตามเขาไปเอง” มู่จวินเซิ่งมองหญิงสาวด้วยสายตาสับสน ก่อนที่เขาจะยกกระบี่ขึ้นมาเตรียมจะวิ่งตามอีกฝ่ายไป

ทว่าหลัวเซียวเซียวกลับเอื้อมมือไปคว้ามือของแม่ทัพหนุ่มเอาไว้โดยไม่รู้ตัว พอนางรู้ตัวว่าการกระทำนี้ไม่เหมาะสม นางก็เห็นมู่ไป๋ไป่และคนอื่น ๆ วิ่งเข้ามาแล้ว

“ท่านย่า เซียวเซียว พี่รอง พวกท่านเป็นอะไรหรือไม่?” มู่ไป๋ไป่เดินเข้าไปหาคนทั้ง 3 แล้วมองสำรวจพวกเขา พอเห็นว่าทุกคนสบายดีไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ข้าเห็นว่าพวกท่านไม่กลับมานานแล้ว ข้าเป็นห่วงจึงได้มาดูพวกท่าน”

“ใช่แล้ว พวกเรากังวลมากจริง ๆ” เซียวถังถังดึงอวี้หวานหว่านเข้ามา ก่อนจะมองไปที่มือของหลัวเซียวเซียวที่จับมือมู่จวินเซิ่งด้วยสายตาสงสัย “แต่ดูเหมือนว่าพวกเราจะกังวลกันมากเกินไป เราไม่ควรมาที่นี่กันเลยด้วยซ้ำ”

หลัวเซียวเซียวที่เพิ่งรู้สึกตัวก็ดึงมือกลับมาแบบเก้ ๆ กัง ๆ “ท่านหญิง ท่านอย่าล้อข้าเล่นเลย”

ส่วนมู่จวินเซิ่งไอแห้ง ๆ ก่อนจะพูดว่า “พวกเราไม่เป็นไร เมื่อสักครู่เราแค่ปะทะกับฉู่เสวียนเพียงเท่านั้น”

“ฉู่เสวียน?” เซียวถังอี้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากมู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วถาม “เขามาทำอะไรที่นี่?”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกสับสนไม่น้อย เธอคิดว่าฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉินติดตามพวกเธอมาเพื่อจุดประสงค์อื่น แต่เธอไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะกล้าถึงขนาดที่ว่าเข้ามาลอบสังหารกันถึงในวัง

ถังเป่ยเฉินมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?

หรือจะเป็นเพราะว่ายุทธภพไม่อาจสนองความทะเยอทะยานของเขาได้อีกต่อไปแล้ว?

เขาอยากเป็นฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ?

แต่นั่นไม่ถูกต้อง… ถังเป่ยเฉินอาจจะมีนิสัยเจ้าเล่ห์ไปบ้าง แต่หลังจากที่เธอได้เผชิญหน้ากับเขาอยู่หลายครั้ง เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนประเภทที่คิดอะไรแบบนั้น

“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” มู่จวินเซิ่งเล่าถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างพวกเขากับฉู่เสวียน “เขาสวมชุดสีดำแบบเดียวกับมือสังหารพวกนั้น แต่เขาไม่ได้สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า กระหม่อมไม่รู้ว่าเขามาที่วังหลวงเพื่อจุดประสงค์ใดกัน แต่กระหม่อมมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน”

มู่จวินฝานที่มาพร้อมกับคนอื่น ๆ ได้ยินสิ่งที่น้องชายคนรองพูด เขาจึงได้สั่งให้ลูกน้องของตนเองไปค้นหาฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉินทั่วเมืองหลวงทันที

นอกจากนี้ เสิ่นจวินเฉายังได้ส่งจดหมายไปยังโรงเตี๊ยมและกิจการร้านค้าของเขาเพื่อสั่งให้ทุกคนช่วยกันคอยติดตามข่าวสาร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้ไทเฮาตกพระทัยกลัวมาก มู่ไป๋ไป่ตรวจชีพจรของพระนางด้วยตัวเองและได้จ่ายยาคลายความกังวลให้ ก่อนที่จะสั่งให้นางกำนัลกับขันทีในตำหนักส่งพระนางกลับเข้าห้องบรรทม

เมื่อเหตุการณ์ได้มาถึงจุดนี้ งานเลี้ยงก็ได้สิ้นสุดลง

“วันนี้วังหลวงอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก เราไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกวัง” หญิงสาวชำเลืองมองเซียวถังอี้ ก่อนจะเสนอขึ้นมาด้วยท่าทางไม่สบายใจนัก “ส่วนถังถังกับหวานหว่าน พวกนางควรตามเซียวเซียวกับข้ากลับไปที่ตำหนักอวี๋ชิง”

“พรุ่งนี้หลังจากที่ข้าไปถวายบังคมท่านพ่อเสร็จแล้ว ข้าจะไปส่งพวกนางกลับตำหนักอ๋องเซียวเอง”

ชายหนุ่มหลุบตาลงมองมู่ไป๋ไป่ ในขณะที่ดวงตาของเขาเป็นประกาย “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ขอรบกวนองค์หญิงหกช่วยดูแลน้องสาวของข้าด้วย”

เซียวถังถังมองพี่ชายสลับกับศิษย์พี่ใหญ่ไปมาพลางเกาหัว “ไป๋ไป่ ท่านพี่ ทำไมพวกท่านถึงได้พูดกันสุภาพนัก พวกเราทุกคนก็รู้จักกันมาตั้งนาน การพูดแบบนี้มันฟังดูแปลก ๆ ทำให้ข้ารู้สึกอึดอัดอย่างไรไม่รู้”

“อะไรแปลก แปลกตรงไหน?” มู่ไป๋ไป่มองศิษย์น้องจอมวุ่นวายด้วยสายตาขุ่นเคือง แล้วจับมืออวี้หวานหว่านกับหลัวเซียวเซียวหันหลังเดินออกไป

“ถ้าคิดว่าแปลก เจ้าก็ไปนอนในอุทยานหลวงเถอะ หวานหว่าน เซียวเซียว เรากลับตำหนักไปหาข้าวกินกันดีกว่า ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว”

“อ้าว ไป๋ไป่ อย่าทิ้งข้านะ!” เซียวถังถังรีบวิ่งตามคนทั้ง 3 ไป “ก็มันแปลกจริง ๆ นี่ ท่านไม่เคยพูดกับพี่ชายข้าแบบนี้— โอ๊ย! ท่านตีหัวข้าทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน?”

ขณะเดียวกัน เมื่อเซียวถังอี้มองมู่ไป๋ไป่ที่กำลังเดินหนีไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลั้นยิ้ม

ในตอนนี้มีคนจ้องมองมาที่ชายหนุ่มด้วยสายตาสงสัย 2 คู่

ทางด้านมู่จวินฝานกับเสิ่นจวินเฉาต่างก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมกัน

ถัดมา เซียวถังอี้สะบัดแขนเสื้อเบา ๆ พร้อมกับหันไปมองพวกเขาอย่างใจเย็น ก่อนจะพยักหน้าบอกลาให้กับคนทั้ง 2 “ข้าจะไปที่คุกหลวงเพื่อสอบสวนมือสังหารพวกนั้น องค์รัชทายาทกับองค์ชายสามอยากจะไปกับข้าหรือไม่?”

มู่จวินฝานขมวดคิ้วและพยายามระงับความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ก่อนจะโค้งคำนับให้กับอีกฝ่าย “ลำบากเสด็จอาแล้ว จวินฝานยังต้องไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ ดังนั้นจวินฝานคงไปกับพระองค์ไม่ได้”

เซียวถังอี้พยักหน้าตอบรับ “ตกลง”

“กระหม่อมจะไปกับ… เสด็จอาเอง” เสิ่นจวินเฉากล่าวพลางสะบัดพัดในมือ “ตอนนี้กระหม่อมไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว กระหม่อมไปกับเสด็จอาจจะดีกว่า บางทีอาจมีอะไรที่กระหม่อมช่วยพระองค์ได้”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พวกพี่ชายเริ่มเอะใจกันหน่อย ๆ แล้ว

จบบทที่ บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว