- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด
บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด
บทที่ 504: ความรู้สึกแปลกประหลาด
ในเวลาเพียงครึ่งเดือน หลัวเซียวเซียวได้ค้นพบว่าฉู่เสวียนดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม และมู่จวินเซิ่งทำเพียงได้แค่หลบการโจมตีของเขาได้อย่างหวุดหวิดอยู่หลายครั้ง
ยิ่งหญิงสาวเฝ้าดูการต่อสู้ นางก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น สุดท้ายนางก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป นางจึงฝากฝังให้นางกำนัลและขันทีคอยรักษาความปลอดภัยของไทเฮา ก่อนที่นางจะชักมีดสั้นออกมาเข้าร่วมการต่อสู้
เดิมทีมู่จวินเซิ่งเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อมีหลัวเซียวเซียวเข้ามาช่วยเสริมอีกแรง สถานการณ์จึงเปลี่ยนไป
ฉู่เสวียนถูกบังคับให้ถอยไปทีละก้าว จนสุดท้ายเขาจำต้องลดกระบี่ลงและถอยกลับไป
“ฉู่เสวียน คนที่ลอบสังหารฝ่าบาทที่ห้องโถงในวันนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าหรือไม่?” มู่จวินเซิ่งกันหลัวเซียวเซียวเอาไว้ข้างหลังขณะจ้องเขม็งไปที่ศัตรู
แววตาว่างเปล่าของชายหนุ่มเคลื่อนไปช้า ๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หญิงสาว จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ เพ่งความสนใจไปที่นางโดยไม่สนใจที่จะตอบคำถามของอีกฝ่าย “หลัวเซียวเซียว…เจ้าทรยศข้า”
เขาดูเหมือนคนที่ไม่ได้พูดมาเป็นเวลานาน เสียงของเขาแหบแห้งประหนึ่งคนที่เดินทางมาอย่างยาวนานท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ
หลัวเซียวเซียวหลับตาลงพยายามไม่สนใจความเจ็บปวดในใจของตัวเอง ก่อนที่นางจะเอ่ยขึ้นว่า “ฉู่เสวียน เราไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน ท่านจะบอกว่าข้าทรยศท่านได้อย่างไร?”
“ท่านวางแผนกับถังเป่ยเฉินใส่ร้ายหุบเขาหมอเทวดาอย่างไม่ยุติธรรม ซึ่งเรื่องนั้นไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของคนในยุทธภพ แต่ตอนนี้ท่าน…”
“ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?!”
หญิงสาวผิดหวังในตัวฉู่เสวียนมาก แต่จนกระทั่งเขาปรากฏตัวต่อหน้านางครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดนางก็ตระหนักได้ว่าความรู้สึกของนางถูกเขาทำลายลงไปเรื่อย ๆ
ทั้งเรื่อง 2 แม่ลูกที่อยู่ริมหน้าผา ผู้คนในเมือง และมือสังหารในตำหนักฉือซิ่งวันนี้
นางไม่รู้ว่าฉู่เสวียนกำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่
การแก้แค้นของเขาคือการก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตใช่หรือไม่?
“ข้ารู้” แสงสีแดงในดวงตาของชายหนุ่มจางลงเล็กน้อย เขาจับจ้องไปที่หลัวเซียวเซียวคล้ายกับว่าเขาอยากจะจดจำภาพของผู้หญิงคนนี้ให้ขึ้นใจ
“หลัวเซียวเซียว เจ้าทรยศข้า ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่ ข้าจะฆ่าทุกคนที่อยู่รอบตัวเจ้า”
ฝ่ายที่ได้ยินรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นางมองไปที่ร่างสูงในชุดสีดำตรงหน้าด้วยสายตาเหลือเชื่อ “ท่านมาที่นี่ พาคนมาลอบสังหารองค์หญิง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแก้แค้นข้าหรือ?”
ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่า แม้ว่าฉู่เสวียนจะเคยโกหกนางไปบ้าง แต่เนื้อแท้ของเขานั้นไม่ใช่คนเลว นางได้เห็นด้านที่จริงใจของเขากับตาตัวเอง
ชายคนนั้นที่เคยพูดคุยกับนางภายใต้แสงจันทร์เป็นคนดีคนหนึ่ง
แต่แล้วตอนนี้นางก็รู้ว่าตัวเองคิดผิด…
ฉู่เสวียนขมวดคิ้วเตรียมจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง แต่จังหวะนั้นก็มีเสียงนกหวีดดังขึ้น ซึ่งเสียงนั้นฟังดูแปลกมาก
บัดนี้แสงสีแดงในดวงตาของชายหนุ่มกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง และแววตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า
“หลัวเซียวเซียว เจ้าทรยศข้า ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”
เขาพูดประโยคนี้ซ้ำ ๆ ราวกับเครื่องจักร จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศ ในการกระโดดครั้งนี้เขาหายลับไปนอกกำแพงสูงของวังหลวง
“เซียวเซียว เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไล่ตามเขาไปเอง” มู่จวินเซิ่งมองหญิงสาวด้วยสายตาสับสน ก่อนที่เขาจะยกกระบี่ขึ้นมาเตรียมจะวิ่งตามอีกฝ่ายไป
ทว่าหลัวเซียวเซียวกลับเอื้อมมือไปคว้ามือของแม่ทัพหนุ่มเอาไว้โดยไม่รู้ตัว พอนางรู้ตัวว่าการกระทำนี้ไม่เหมาะสม นางก็เห็นมู่ไป๋ไป่และคนอื่น ๆ วิ่งเข้ามาแล้ว
“ท่านย่า เซียวเซียว พี่รอง พวกท่านเป็นอะไรหรือไม่?” มู่ไป๋ไป่เดินเข้าไปหาคนทั้ง 3 แล้วมองสำรวจพวกเขา พอเห็นว่าทุกคนสบายดีไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ข้าเห็นว่าพวกท่านไม่กลับมานานแล้ว ข้าเป็นห่วงจึงได้มาดูพวกท่าน”
“ใช่แล้ว พวกเรากังวลมากจริง ๆ” เซียวถังถังดึงอวี้หวานหว่านเข้ามา ก่อนจะมองไปที่มือของหลัวเซียวเซียวที่จับมือมู่จวินเซิ่งด้วยสายตาสงสัย “แต่ดูเหมือนว่าพวกเราจะกังวลกันมากเกินไป เราไม่ควรมาที่นี่กันเลยด้วยซ้ำ”
หลัวเซียวเซียวที่เพิ่งรู้สึกตัวก็ดึงมือกลับมาแบบเก้ ๆ กัง ๆ “ท่านหญิง ท่านอย่าล้อข้าเล่นเลย”
ส่วนมู่จวินเซิ่งไอแห้ง ๆ ก่อนจะพูดว่า “พวกเราไม่เป็นไร เมื่อสักครู่เราแค่ปะทะกับฉู่เสวียนเพียงเท่านั้น”
“ฉู่เสวียน?” เซียวถังอี้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากมู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วถาม “เขามาทำอะไรที่นี่?”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกสับสนไม่น้อย เธอคิดว่าฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉินติดตามพวกเธอมาเพื่อจุดประสงค์อื่น แต่เธอไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะกล้าถึงขนาดที่ว่าเข้ามาลอบสังหารกันถึงในวัง
ถังเป่ยเฉินมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?
หรือจะเป็นเพราะว่ายุทธภพไม่อาจสนองความทะเยอทะยานของเขาได้อีกต่อไปแล้ว?
เขาอยากเป็นฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ?
แต่นั่นไม่ถูกต้อง… ถังเป่ยเฉินอาจจะมีนิสัยเจ้าเล่ห์ไปบ้าง แต่หลังจากที่เธอได้เผชิญหน้ากับเขาอยู่หลายครั้ง เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนประเภทที่คิดอะไรแบบนั้น
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” มู่จวินเซิ่งเล่าถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างพวกเขากับฉู่เสวียน “เขาสวมชุดสีดำแบบเดียวกับมือสังหารพวกนั้น แต่เขาไม่ได้สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า กระหม่อมไม่รู้ว่าเขามาที่วังหลวงเพื่อจุดประสงค์ใดกัน แต่กระหม่อมมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน”
มู่จวินฝานที่มาพร้อมกับคนอื่น ๆ ได้ยินสิ่งที่น้องชายคนรองพูด เขาจึงได้สั่งให้ลูกน้องของตนเองไปค้นหาฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉินทั่วเมืองหลวงทันที
นอกจากนี้ เสิ่นจวินเฉายังได้ส่งจดหมายไปยังโรงเตี๊ยมและกิจการร้านค้าของเขาเพื่อสั่งให้ทุกคนช่วยกันคอยติดตามข่าวสาร
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้ไทเฮาตกพระทัยกลัวมาก มู่ไป๋ไป่ตรวจชีพจรของพระนางด้วยตัวเองและได้จ่ายยาคลายความกังวลให้ ก่อนที่จะสั่งให้นางกำนัลกับขันทีในตำหนักส่งพระนางกลับเข้าห้องบรรทม
เมื่อเหตุการณ์ได้มาถึงจุดนี้ งานเลี้ยงก็ได้สิ้นสุดลง
“วันนี้วังหลวงอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก เราไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกวัง” หญิงสาวชำเลืองมองเซียวถังอี้ ก่อนจะเสนอขึ้นมาด้วยท่าทางไม่สบายใจนัก “ส่วนถังถังกับหวานหว่าน พวกนางควรตามเซียวเซียวกับข้ากลับไปที่ตำหนักอวี๋ชิง”
“พรุ่งนี้หลังจากที่ข้าไปถวายบังคมท่านพ่อเสร็จแล้ว ข้าจะไปส่งพวกนางกลับตำหนักอ๋องเซียวเอง”
ชายหนุ่มหลุบตาลงมองมู่ไป๋ไป่ ในขณะที่ดวงตาของเขาเป็นประกาย “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ขอรบกวนองค์หญิงหกช่วยดูแลน้องสาวของข้าด้วย”
เซียวถังถังมองพี่ชายสลับกับศิษย์พี่ใหญ่ไปมาพลางเกาหัว “ไป๋ไป่ ท่านพี่ ทำไมพวกท่านถึงได้พูดกันสุภาพนัก พวกเราทุกคนก็รู้จักกันมาตั้งนาน การพูดแบบนี้มันฟังดูแปลก ๆ ทำให้ข้ารู้สึกอึดอัดอย่างไรไม่รู้”
“อะไรแปลก แปลกตรงไหน?” มู่ไป๋ไป่มองศิษย์น้องจอมวุ่นวายด้วยสายตาขุ่นเคือง แล้วจับมืออวี้หวานหว่านกับหลัวเซียวเซียวหันหลังเดินออกไป
“ถ้าคิดว่าแปลก เจ้าก็ไปนอนในอุทยานหลวงเถอะ หวานหว่าน เซียวเซียว เรากลับตำหนักไปหาข้าวกินกันดีกว่า ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว”
“อ้าว ไป๋ไป่ อย่าทิ้งข้านะ!” เซียวถังถังรีบวิ่งตามคนทั้ง 3 ไป “ก็มันแปลกจริง ๆ นี่ ท่านไม่เคยพูดกับพี่ชายข้าแบบนี้— โอ๊ย! ท่านตีหัวข้าทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน?”
ขณะเดียวกัน เมื่อเซียวถังอี้มองมู่ไป๋ไป่ที่กำลังเดินหนีไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลั้นยิ้ม
ในตอนนี้มีคนจ้องมองมาที่ชายหนุ่มด้วยสายตาสงสัย 2 คู่
ทางด้านมู่จวินฝานกับเสิ่นจวินเฉาต่างก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมกัน
ถัดมา เซียวถังอี้สะบัดแขนเสื้อเบา ๆ พร้อมกับหันไปมองพวกเขาอย่างใจเย็น ก่อนจะพยักหน้าบอกลาให้กับคนทั้ง 2 “ข้าจะไปที่คุกหลวงเพื่อสอบสวนมือสังหารพวกนั้น องค์รัชทายาทกับองค์ชายสามอยากจะไปกับข้าหรือไม่?”
มู่จวินฝานขมวดคิ้วและพยายามระงับความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ก่อนจะโค้งคำนับให้กับอีกฝ่าย “ลำบากเสด็จอาแล้ว จวินฝานยังต้องไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ ดังนั้นจวินฝานคงไปกับพระองค์ไม่ได้”
เซียวถังอี้พยักหน้าตอบรับ “ตกลง”
“กระหม่อมจะไปกับ… เสด็จอาเอง” เสิ่นจวินเฉากล่าวพลางสะบัดพัดในมือ “ตอนนี้กระหม่อมไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว กระหม่อมไปกับเสด็จอาจจะดีกว่า บางทีอาจมีอะไรที่กระหม่อมช่วยพระองค์ได้”
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พวกพี่ชายเริ่มเอะใจกันหน่อย ๆ แล้ว