- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 503: เผชิญหน้ากับฉู่เสวียนอีกครั้ง
บทที่ 503: เผชิญหน้ากับฉู่เสวียนอีกครั้ง
บทที่ 503: เผชิญหน้ากับฉู่เสวียนอีกครั้ง
มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินและโมโหตัวเอง แต่เซียวถังอี้กลับพึงพอใจกับท่าทางนี้มาก จนกระทั่งรอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเขา
“ท่านหัวเราะอะไร!” หญิงสาวมองอีกฝ่ายที่กำลังยิ้ม ทำให้ใบหูของเธอยิ่งร้อนผ่าวมากขึ้น ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปแย่งกล่องยาในมือของเขามา “เอาล่ะ ที่เหลือข้าจัดการเองได้”
ราวกับว่าชายหนุ่มคาดเดาการกระทำของอีกคนได้ล่วงหน้า เขาเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเธอโดยยกมือขึ้นหลบเล็กน้อย ส่งผลให้มือเรียวพลาดจากกล่องยาไป
ในเวลาเดียวกัน ร่างสูงก็จับข้อมือเล็กเอาไว้โดยไม่เปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้ดิ้นรนขัดขืน จากนั้นกล่องยาก็ถูกวางลงบนฝ่ามือของมู่ไป๋ไป่
“อดทนไว้” เซียวถังอี้หยิบผ้าสะอาดออกมาจากอกเสื้อด้วยมือข้างหนึ่ง “เราจะต้องพันแผลไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นแผลจะหายช้า ถึงจะใช้ยาก็ช่วยไม่ได้”
“เจ้าเอายานี้ไป คืนนี้ก็อย่าลืมให้คนมาเปลี่ยนยาให้เจ้าล่ะ”
ในขณะที่ชายหนุ่มกล่าว เขาก็ปล่อยข้อมือของมู่ไป๋ไป่ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าพันรอบบาดแผลของเธออย่างระมัดระวัง
หญิงสาวเหม่อมองคนตรงหน้าและรู้สึกร้อนตรงข้อมือที่ถูกจับไว้เมื่อครู่
ผู้ชายคนนี้… นิสัยแย่มาก
เขาไม่เคยเข้าใจประโยคที่ว่าจะมาทำดีด้วยทำไมถ้าไม่คิดจะแต่งงานกันบ้างหรือ?
ในเวลาเดียวกัน ไม่ไกลนัก เซียวถังถังที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตาแทบจะถลนออกจากเบ้า
แม่เจ้าโว้ย! นี่ข้าตาฝาดไปหรืออย่างไร ผู้ชายที่ยิ้มอ่อนโยนคนนั้นยังเป็นพี่ชายของข้าอยู่หรือไม่?
หรือจะเป็นภูตผีปีศาจตนใดที่มาเข้าสิ่งท่านพี่?
เอ๊ะ หรือว่าท่านพี่ถูกอาคมจนทำให้เปลี่ยนไปกัน?
“หวานหว่าน เจ้าหยิกข้าหน่อยสิ” เซียวถังถังพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปทางศิษย์น้อง “ข้าคิดว่าข้ากำลังฝันไป…”
อวี้หวานหว่านหัวเราะพลางส่ายหัวเบา ๆ แต่นางก็ยังคงเอื้อมมือไปหยิกหลังมือของอีกฝ่ายอยู่ดี “ศิษย์พี่รอง ท่านเลิกวุ่นวายได้แล้ว”
“ไม่เห็นเจ็บเลยสักนิด” เซียวถังถังกะพริบตาปริบ ๆ “ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความฝัน มันเป็นแค่ภาพลวงตา”
เด็กหญิงพยายามกลั้นหัวเราะในขณะที่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สายตาที่หันไปมองรอบข้างก็สะดุดอยู่ที่มู่จวินฝาน
ตอนนี้เขากำลังพูดคุยอยู่กับคนของตนโดยมือที่จับกระบี่ไพล่ไว้ข้างหลัง
อวี้หวานหว่านกะพริบตามองด้วยความสับสน จากนั้นก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง “ศิษย์พี่รอง เดี๋ยวข้ากลับมา ท่านอย่าไปกวนศิษย์พี่ใหญ่กับท่านอ๋องเชียว”
“หา?” เซียวถังถังอยากรู้ว่าศิษย์น้องกำลังจะไปที่ใด แต่ก่อนที่นางจะทันได้เปิดปากพูด นางก็เห็นอีกฝ่ายถือกระเป๋ายาเล็ก ๆ เดินไปทางองค์รัชทายาทเสียแล้ว
“...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งค้นพบอะไรบางอย่าง
ที่นั่น มู่จวินฝานเพิ่งสั่งให้องครักษ์เงาของเขาออกไปจัดการตามที่สั่ง แล้วเขาก็เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่สูงไม่ถึงหน้าอกเขาเดินเข้ามาอย่างลังเล
เมื่อสักครู่มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ชายหนุ่มตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้าคือใคร เขาจึงพยายามเก็บซ่อนความเย็นชาบนสีหน้าเอาไว้แล้วพูดว่า “คุณหนูอวี้ มีอะไรหรือ?”
อวี้หวานหว่านกระชับกล่องยาในมือของตัวเองและรวบรวมความกล้าที่จะเอื้อมมือออกไปตรงหน้าเขา “ให้ท่านเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ?” มู่จวินฝานก้มหน้ามองเด็กหญิงด้วยความสับสนก่อนจะเห็นกล่องยาขนาดเล็กในฝ่ามือของนาง
รูปร่างของกล่องยานั้นเรียบง่ายมาก แต่มันมีสัญลักษณ์ของหุบเขาหมอเทวดาแกะสลักอยู่บนฝากล่องซึ่งบ่งบอกว่านั่นเป็นยาจากหุบเขาหมอเทวดา
“มือขวาของท่านดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ” อวี้หวานหว่านเม้มปากในขณะที่ใบหน้าแดงก่ำ “ข้าได้พัฒนายานี้ขึ้นมาเอง มันใช้ได้ผลดีมากเจ้าค่ะ”
พอเด็กหญิงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับไปสักที นางก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา ก่อนที่นางจะกระซิบว่า “ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่บอกใครเจ้าค่ะ”
อวี้หวานหว่านคิดว่าองค์รัชทายาทไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ เขาจึงไม่ยอมรับยาของนางไปสักที
“คุณหนูอวี้ ขอบคุณในความมีน้ำใจของเจ้า” มู่จวินฝานยิ้มตามมารยาทให้อีกคน “ข้าซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเจ้าจริง ๆ แต่อาการบาดเจ็บของข้าไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น”
“ยาของหุบเขาหมอเทวดาย่อมดีมากอยู่แล้ว คุณหนูอวี้ควรนำยาพวกนี้ไปให้คนที่ต้องการเถอะ”
อวี้หวานหว่านไม่ได้ใช้คำราชาศัพท์กับมู่จวินฝาน ดังนั้นเขาจึงใช้คำพูดในระดับคนธรรมดากับนางเท่านั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ภาษาของคนทั่วไปในการพูดคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่มู่ไป๋ไป่ ซึ่งมันให้ความรู้สึกแปลกใหม่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่แต่อย่างใด
“จะ-จะไม่ร้ายแรงได้อย่างไรกันเจ้าคะ?” เด็กหญิงเป็นกังวลมากจนพูดติดขัด “หุบเขาหมอเทวดามีกฎของตัวเอง คนไข้ทุกคนจะได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน ถ้าท่านบาดเจ็บก็ต้องทายา หรือว่าท่านไม่ชอบยาของหุบเขาหมอเทวดา?”
แม้ว่าอวี้หวานหว่านจะเป็นเด็กที่มีนิสัยอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วนางก็เป็นคนที่หัวแข็งมากทีเดียว และนางมักจะได้รับการตามใจจากทุกคนในหุบเขาหมอเทวดามาตลอด
แม้ว่านางจะสัมผัสได้ถึงการเว้นระยะห่างขององค์รัชทายาท แต่นางก็ยังอยากสู้ต่อไป
เด็กหญิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้ นางเพียงต้องการมอบยาให้คนตรงหน้าเท่านั้น
“ไม่ใช่” มู่จวินฝานลอบถอนหายใจ เมื่อเห็นสายตาดื้อรั้นของอวี้หวานหว่าน สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจยื่นมือออกไปรับกล่องยา “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ ขอบคุณคุณหนูอวี้”
เมื่อเด็กหญิงเห็นว่าสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็ยินดีที่จะรับยาไป นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏบนใบหน้า “ยานี้ดีมาก ท่านมั่นใจได้เลยเจ้าค่ะ หากมีอะไรอยากจะถามก็มาถามข้าได้ทุกเมื่อ ถึงแม้ว่าฝีมือการรักษาของข้าจะเทียบไม่ได้กับศิษย์พี่ใหญ่ แต่ข้าก็นับว่ามีฝีมือดีกว่าหลาย ๆ คนในหุบเขา”
พอมู่จวินฝานเห็นดวงตาที่สดใสของอวี้หวานหว่าน เขาก็รู้ว่าคำพูดของนางนั้นเอ่ยมาจากใจ “ขอบคุณคุณหนูอวี้”
หลังจากเด็กหญิงส่งมอบยาเสร็จแล้ว นางก็กลับมายืนอยู่ข้างเซียวถังถังอย่างพึงพอใจ โดยที่นางวางแผนเอาไว้ว่าจะเตรียมยาสำหรับรักษาบาดแผลภายนอกเอาไว้ให้เยอะกว่านี้หลังจากที่กลับไปถึงตำหนักอ๋องเซียว
ปัจจุบันคนรับใช้ต่างพากันเดินเข้าออกตำหนักเพื่อเก็บกวาดทุกอย่าง และในไม่ช้าห้องโถงที่ยุ่งเหยิงก็กลับคืนสภาพสะอาดหมดจดอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ทุกคนได้ใช้พลังงานในการจัดการกับมือสังหารไปมาก ดังนั้นพวกเขาจึงนั่งลงพักผ่อนแล้ววิเคราะห์ที่มาของมือสังหารเหล่านั้น
“ทำไมพี่รองยังไม่กลับมาอีก?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ท่านพี่รัชทายาท ท่านคิดว่าพี่รองหายไปนานเกินไปหรือไม่?”
ถ้าพูดตามหลักเหตุผล เป้าหมายของมือสังหารไม่ใช่ไทเฮา
หลัวเซียวเซียวกับมู่จวินเซิ่งก็ไม่น่าจะพบปัญหาอะไร
ตอนนี้หลังจากจัดการกับมือสังหารที่ห้องโถงด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้ง 3 คนควรจะกลับมาที่นี่
แต่เวลาก็ล่วงเลยไปนาน จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครกลับมาเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งมันเริ่มผิดปกติ
มู่จวินฝานขมวดคิ้วมุ่น เขาเองก็คิดเช่นเดียวกับน้องสาว เขารู้สึกว่าเป้าหมายของมือสังหารเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ไทเฮา ดังนั้นเขาจึงยุ่งจนลืมเรื่องของไทเฮาไปเลย
“ข้าจะพาคนไปดูพวกเขาเอง” ชายหนุ่มอาสาที่จะไปดูพวกมู่จวินเซิ่ง
เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าพี่ชายคนโตกำลังจะแยกตัวออกไป เธอก็ไม่สามารถทนนิ่งเฉยได้เช่นกัน เธอจึงผุดลุกขึ้นพร้อมกับเรียกเขาไว้ “ท่านพี่รัชทายาท ข้าขอไปด้วย”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปตรวจสอบสถานการณ์ คนอื่น ๆ ที่อยู่ตรงนั้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียงกัน
เสิ่นจวินเฉาเหลือบมองอ๋องเซียวแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “ถ้าเช่นนั้น เราก็ไปพร้อมกันหมดนี่แหละ มีคนมากขึ้นก็จะได้ช่วยเหลือกันได้มากขึ้น”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางฝ่ายของหลัวเซียวเซียว เธอจึงไม่มีเวลาสนใจเซียวถังอี้ เธอรีบคว้าแส้ของตัวเองแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องโถงด้านหลัง
…
ปัจจุบันที่ห้องโถงด้านหลังกำลังเกิดการต่อสู้อยู่
ก่อนหน้านี้หลัวเซียวเซียวคอยคุ้มกันไทเฮาในขณะที่พากันล่าถอย ระหว่างนั้นไม่มีมือสังหารติดตามพวกนางมา แต่แล้วนางก็ได้เผชิญหน้ากับฉู่เสวียนในห้องโถงด้านหลัง
หญิงสาวไม่ทราบว่าเหตุใดชายผู้นี้ถึงมาปรากฏตัวในวังหลวง
ในตอนที่นางอยากจะถามว่าฉู่เสวียนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารในวันนี้หรือไม่ มู่จวินเซิ่งก็วิ่งเข้ามาพอดี
หลังจากนั้นชายหนุ่มทั้ง 2 ก็เริ่มต่อสู้กัน