เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 501: อย่าขยับ ให้ข้าตรวจดูก่อน

บทที่ 501: อย่าขยับ ให้ข้าตรวจดูก่อน

บทที่ 501: อย่าขยับ ให้ข้าตรวจดูก่อน


เสิ่นจวินเฉากางพัดในมือและยิ้มด้วยท่าทางสง่างาม “เรื่องเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่รองเสียสมาธิ น้องชายคนนี้คงไม่มีโอกาสได้ช่วยท่าน”

“พวกเจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่?” มู่จวินฝานจัดการให้มือสังหารล่าถอยออกไปก่อนจะพุ่งเข้ามาหาน้องชายทั้ง 2 คน แล้วเขาก็บังเอิญได้ยินสิ่งที่น้องสามพูด เขาจึงเข้าใจได้ทันที “น้องรอง หากเจ้าเป็นห่วงคุณหนูหลัวก็ตามไปเถอะ เสด็จอากับข้าจะจัดการที่นี่เอง”

“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร…” มู่จวินเซิ่งส่ายหัวโดยไม่คิดแม้แต่น้อย “ข้าเป็นแม่ทัพของเป่ยหลง ข้าจะไม่อยู่คอยปกป้องเสด็จพ่อได้อย่างไรกัน?”

ทว่าในใจเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอยากตามหลัวเซียวเซียวไปเช่นกัน

แต่ด้วยสถานะของตัวเอง เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นในที่สาธารณะหรือที่ส่วนตัว

“ฝ่าบาทย่อมต้องการการคุ้มครองจากแม่ทัพใหญ่อย่างท่าน” เสิ่นจวินเฉากล่าวพร้อมกับยิ้มจาง ๆ “แต่ไทเฮาก็ต้องการการปกป้องเช่นกัน”

มู่จวินเซิ่งตกตะลึงกับคำพูดของน้องสาม ก่อนที่เขาจะทันเข้าใจความหมายในถ้อยคำของอีกฝ่าย มู่จวินฝานก็ผลักเขาออกมาแล้ว

“ไปเร็วเข้า ข้าเห็นว่าไทเฮาไม่ได้นำองครักษ์ติดตัวมาด้วยมากนัก หากมือสังหารติดตามพระนางไป มันคงจะเลวร้ายมาก ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอรบกวนให้เจ้า องค์ชายรองปกป้องไทเฮาด้วย”

องค์รัชทายาทสะบัดกระบี่ในมือทำให้เลือดกระเซ็นลงพื้น เมื่อกระบี่ไม่เปื้อนเลือดมันก็สะท้อนกับแสง พร้อมกับที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นคมดุทันที

อวี้หวานหว่านซึ่งอยู่ไม่ไกลพอเห็นภาพนั้นนางก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ

นางนึกสงสัยในใจว่าบนโลกนี้มีคนหน้าตาดีขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ?

แถมพอถือกระบี่แล้วยังหล่อได้ถึงเพียงนี้ด้วย!

“หวานหว่าน เจ้ากำลังมองอะไรอยู่น่ะ?” เซียวถังถังดึงเด็กหญิงมาอยู่ข้างตัวและส่งสัญญาณให้นางไปหาที่ซ่อน “ท่านพี่บอกว่าตอนนี้พวกมันกำลังพุ่งเป้าไปที่ฝ่าบาท ถ้าเราซ่อนตัวอยู่ที่นี่คงไม่เป็นไร เจ้าอย่าให้พวกนั้นมันเห็นก็พอ”

“เจ้าค่ะ” อวี้หวานหว่านตอบ เมื่อนางมองไปยังมู่จวินฝานที่แยกตัวจากมู่จวินเซิ่งกลับมาต่อสู้กับมือสังหารอีกครั้ง นางก็อดที่จะกระซิบไม่ได้ว่า “ศิษย์พี่รอง ท่านคิดว่าตอนนี้ถ้าข้าอยากเรียนวรยุทธมันจะสายเกินไปหรือไม่?”

“หา? มันก็ยังทันอยู่แหละ…” เซียวถังถังรู้สึกว่าความคิดของศิษย์น้องฟังดูแปลกประหลาด “แต่ว่าหวานหว่าน ทำไมจู่ ๆ เจ้าถึงคิดอยากเรียนวรยุทธขึ้นมาล่ะ ก่อนหน้านี้ พ่อเจ้าบอกว่าเจ้าสุขภาพไม่ค่อยดี การฝึกวรยุทธจะทำให้ร่างกายของเจ้าแข็งแรงขึ้น พ่อเจ้าบอกให้เจ้าฝึกอยู่ทุกวัน แต่เจ้าก็อิดออดอยู่ตลอด แล้วเจ้ายังบอกเองว่าคนใช้วรยุทธไม่เก่งเท่ากับคนที่มีฝีมือการรักษา…”

ใบหน้าสวย ๆ ของอวี้หวานหว่านเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันที “เวลาเปลี่ยนความคิดคนก็เปลี่ยน ครั้งนี้มีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นกับหุบเขาหมอเทวดา ข้าคิดว่าคงเป็นการดีที่เราจะเรียนวรยุทธเอาไว้ป้องกันตัวเอง เหมือนท่านกับศิษย์พี่ใหญ่”

ถ้านางเรียนวรยุทธ นางอาจจะได้ใกล้ชิดกับคนผู้นั้นมากขึ้นใช่หรือไม่?

“เป็นความคิดที่ดี… อะไรน่ะ!” เสียงของเซียวถังถังดังขึ้นอย่างกะทันหัน “เป้าหมายของมือสังหารไม่ใช่ฝ่าบาทหรือ? ทำไมพวกมันถึงไล่ล่าไป๋ไป่กันหมด!”

กลางห้องโถงที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มู่ไป๋ไป่กำลังถูกมือสังหาร 6-7 คนล้อมเอาไว้

ฝีมือการต่อสู้ของหญิงสาวอยู่ในขั้นดีระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ล้ำเลิศจนถึงขั้นรับมือกับคนจำนวนมากได้ เธอพอจะรับมือกับมือสังหารได้อย่างมากที่สุด 3-4 คนเท่านั้น

แต่การถูกมือสังหารล้อม 6-7 คนพร้อมกัน มันรับมือได้ยากมาก ๆ เลยทีเดียว

นอกจากนี้เธอยังเสียสมาธิเพราะซูหว่านอยู่เป็นครั้งคราว หลังจากต่อสู้กันไม่กี่กระบวนท่า เธอก็ได้รับบาดเจ็บ

“ไป๋ไป่ได้รับบาดเจ็บ!” ลมหายใจของเซียวถังถังสะดุด แล้วนางก็ชักกระบี่ออกมาเตรียมจะพุ่งออกไปข้างหน้า แต่เมื่อนางคิดถึงศิษย์น้องที่อยู่ด้านข้าง นางก็ต้องหยุดชะงักไป

อวี้หวานหว่านเป็นเด็กที่มีเหตุผลมาก นางเข้าใจความลำบากใจของศิษย์พี่รองได้ในทันที “ศิษย์พี่รอง ท่านไปช่วยศิษย์พี่ใหญ่เถอะ ข้าจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไม่ออกไปไหน มือสังหารไม่สนใจข้าหรอก”

“ไม่ได้ ข้ารับปากท่านอาจารย์กับไป๋ไป่เอาไว้แล้วว่าจะคอยดูแลปกป้องเจ้าให้ดี” เซียวถังถังลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัวปฏิเสธแรง ๆ “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ข้าคงไม่สามารถอธิบายให้พวกนางฟังได้”

“ศิษย์พี่รอง ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา มือสังหารพวกนั้นคงไม่สนใจข้าหรอก การที่ท่านคอยปกป้องข้าอยู่ที่นี่มันจะไปมีประโยชน์อะไร ท่านควรไปช่วยศิษย์พี่ใหญ่จะดีกว่า!”

เด็กหญิงรู้สึกเป็นกังวลมาก ทันใดนั้นเอง เซียวถังถังที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็เห็นเงาสีม่วงพุ่งผ่านหน้าไปท่ามกลางความโกลาหล

“ท่านพี่!” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง

เซียวถังอี้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขาทำอะไร แล้วคน 2 คนที่พยายามเข้าไปจับตัวมู่ไป๋ไป่จู่ ๆ ก็เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างและล้มลงเสียชีวิตบนพื้น

เมื่อมือสังหารคนอื่น ๆ เห็นชายหนุ่ม พวกเขาก็รีบพากันแยกย้ายหลบหนี

เพียงชั่วพริบตา ปัญหาที่เกิดรอบตัวมู่ไป๋ไป่ก็ถูกขจัดไปในทันที

“ขอบคุณ” หญิงสาวกุมแขนที่ได้รับบาดเจ็บของตัวเอง เธอกัดริมฝีปากแน่นขณะมองคนที่เข้ามาช่วยตน

บัดนี้มีเลือดหยดลงมาจากหน้ากากสีเงินของเซียวถังอี้ เลือดสีแดงสดนั้นตัดกับหน้ากากสีเงินอย่างเห็นได้ชัด แต่มันก็ยังไม่อาจบดบังความน่าหลงใหลของอีกฝ่ายไปได้อยู่ดี

ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่คว้ามือของหญิงสาวดึงไปอีกทาง

“นี่ท่านกำลังทำอะไรน่ะ!” มือข้างที่ไม่มีบาดแผลของมู่ไป๋ไป่ยังคงกำแส้ไว้แน่น แต่พอเขาดึงมันออกไป แส้ที่อยู่ในมือของเธอก็หลุดอย่างง่ายดาย

เซียวถังอี้ไม่ได้เลื่อนสายตาไปมองเลย เขายกมือกำแส้ว่านกู่เอาไว้พร้อมกับเอ่ยว่า “อย่าขยับ ให้ข้าดูบาดแผลของเจ้าก่อน อาวุธของพวกมันอาจจะมีพิษ”

มู่ไป๋ไป่ตกใจกับน้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่าย ในช่วงเวลาสั้น ๆ ร่างสูงก็ดึงเธอเข้าไปใกล้ก่อนจะเปิดเสื้อผ้าบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บออก และมองดูบาดแผลของเธออย่างระมัดระวัง

“ไม่มีพิษ” หญิงสาวเม้มปาก ในไม่ช้าสติที่หลุดลอยไปก็หวนคืนกลับมา “หากอาวุธของพวกมันมีพิษ ข้าจะไม่สังเกตเห็นได้อย่างไรกัน”

นางเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่ของหุบเขาหมอเทวดา

เธอจะไม่สังเกตเห็นเลยหรือว่าตัวเองถูกพิษหรือไม่ ผู้ชายคนนี้กำลังดูถูกความสามารถของเธออยู่หรืออย่างไร?

“ไม่” เซียวถังอี้หยิบกล่องเล็ก ๆ ที่มีลวดลายงดงามออกมาจากแขนเสื้อแล้วยัดมันใส่มืออีกฝ่าย “ข้าไม่ได้สงสัยในฝีมือการรักษาของเจ้า แต่เราไม่รู้ที่มาของคนพวกนั้น เราควรระวังตัวเอาไว้”

“นี่เป็นยาที่ถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะของตำหนักอ๋องเซียว สำหรับอาการบาดเจ็บภายนอกนับได้ว่าเป็นยาดีทีเดียว มันไม่ได้ด้อยไปกว่ายาในหุบเขาหมอเทวดาของเจ้า”

มู่ไป๋ไป่เปิดปากเหมือนกำลังจะพูดบางอย่าง แต่แล้วเธอก็ค้นพบว่าชายตรงหน้าได้พูดดักเธอไว้หมดทุกทางแล้ว สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงแค่หุบปากและตอบรับในลำคอเบา ๆ “อืม”

ปัจจุบันสถานการณ์ในห้องโถงได้ถูกควบคุมเป็นที่เรียบร้อย มีเพียงมือสังหารในชุดดำไม่กี่คนที่ยังคงพยายามต่อต้านและมุ่งจะโจมตีมู่เทียนฉง แต่พวกเขาก็ถูกมู่จวินฝานขวางไว้ได้สำเร็จ

ในที่สุดมือสังหารกลุ่มสุดท้ายก็ล้มลงบนพื้น ทำให้ความเงียบกลับคืนสู่ห้องโถงอีกครั้ง

“ใครส่งพวกเจ้ามาที่นี่?” มู่จวินฝานชี้กระบี่ไปยังชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าและจ้องมองเขาอย่างเย็นชา “ทำไมพวกเจ้าถึงซ่อนตัวอยู่ในของขวัญจากแคว้นโม๋ตัว?”

พวกมู่ไป๋ไป่ได้เห็นสีหน้าประหลาดใจของเยียหนาเมื่อสักครู่ มันไม่ได้เกิดจากการเสแสร้งเลย พวกเขาจึงคิดว่ามือสังหารพวกนี้ได้แอบอ้างแคว้นโม๋ตัวในการลอบสังหารเท่านั้น

“ฮ่า ๆๆ ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว พระองค์ยังจะถามอีกหรือ?” น้ำเสียงของมือสังหารแหบพร่ามากเพราะอาการบาดเจ็บของเขา “ในเมื่อเรามาที่นี่พร้อมกับคนของแคว้นโม๋ตัว ก็ต้องเป็นฮ่องเต้โม๋ตัวที่ส่งเรามาที่นี่สิ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย!” เยียหนายังคงตกใจอยู่มาก เขาแทบจะเป็นลมหลังจากได้ยินคำพูดของมือสังหาร “โม๋ตัวของเรากับเป่ยหลงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตลอด เราจะส่งมือสังหารมาปลงพระชนม์ฮ่องเต้เป่ยหลงทำไมกัน แม้ว่าเราต้องการจะลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้เป่ยหลง แต่เราก็คงไม่โง่ถึงขั้นซ่อนคนเข้ามาในของขวัญที่มามอบอย่างเปิดเผยเช่นนี้!”

หลังจากเยียหนากล่าวเช่นนั้น เขาก็หันกลับมาโค้งคำนับให้กับมู่เทียนฉง

“ฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงไตร่ตรองเรื่องนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

จบบทที่ บทที่ 501: อย่าขยับ ให้ข้าตรวจดูก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว