เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 498: หอไป่เฉ่าขยายออกสู่แคว้นซีฉือ

บทที่ 498: หอไป่เฉ่าขยายออกสู่แคว้นซีฉือ

บทที่ 498: หอไป่เฉ่าขยายออกสู่แคว้นซีฉือ


“ธุรกิจของตระกูลเสิ่นเหรอ?” เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินชื่อที่คุ้นเคย เธอก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง

ทางด้านองค์หญิงซีฉือคิดว่าหญิงสาวที่อาศัยอยู่แต่ในวังคงจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เธอจึงรีบอธิบายว่า “เธอรู้จักหอไป่เฉ่าไหม? มันเป็นร้านขายยาชื่อดังในเป่ยหลงที่มีสาขามากมายไม่ต่างจากร้านขายยาที่มีสาขากระจายไปทั่วประเทศในยุคปัจจุบันของเรา แต่พวกเขาได้ประยุกต์อย่างอื่นเข้ามาด้วย”

“พูดก็พูดเถอะ หอไป่เฉ่าแห่งนี้สุดยอดมากจริง ๆ พวกเขายังมาเปิดร้านในซีฉือของพวกเราด้วย”

“เจ้าของหอไป่เฉ่าแซ่เสิ่น เขาเป็นอัจฉริยะทางธุรกิจ เขาถึงได้สร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทุกด้านของการใช้ชีวิต สมแล้วที่เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเป่ยหลง”

“ครั้งนี้ฉันมาที่เป่ยหลงอย่างกะทันหันและมีเวลากระชั้นชิด ถ้าไม่อย่างนั้นฉันคงจะไปพบคุณชายแห่งตระกูลเสิ่นเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเขาสักครั้ง และคงจะดีไม่น้อยถ้าฉันสามารถพูดโน้มน้าวให้เขายอมให้ฉันร่วมทุนได้ด้วย”

“...” มู่ไป๋ไป่ได้แต่เงียบฟังที่อีกฝ่ายพูด

หลังจากที่เธอฟังมานานขนาดนี้ ที่แท้องค์หญิงซีฉือเป็นแฟนคลับของพี่สามของเธอนี่เอง

ขณะที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เธอก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง “ไป๋ไป่ ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้าแล้ว”

มู่ไป๋ไป่หันกลับไปมองคนที่เดินเข้ามา แล้วเธอก็คิดว่าผู้ชายคนนี้ตายยากเสียจริง พวกเธอเพิ่งเอ่ยถึงเขาหยก ๆ ก็โผล่มาเลย

วันนี้เสิ่นจวินเฉาสวมชุดผ้าไหมตามปกติทำให้เขาดูสง่างาม องค์หญิงซีฉือที่เห็นก็ถึงขั้นดวงตาเป็นประกายในขณะที่เธอดึงเสื้อเพื่อนสาวเต็มแรงพลางกระซิบถามว่า “นี่ใครเหรอ หล่อมากเลย แฟนของเธอหรือเปล่า?”

“ว้ายยย ตายแล้ว! ซิสอย่าได้พูดมั่วซั่วนะคะ!” มู่ไป๋ไป่ขนลุกซู่ไปทั่วร่างเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย “นี่คือพี่สามของฉันเอง”

“พี่สาม?” องค์หญิงซีฉือมองเสิ่นจวินเฉาด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้โดยไม่ปิดบัง “ทำไมเธอถึงมีพี่สามด้วย? ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้ในเป่ยหลงมีองค์ชายเพียง 2 พระองค์เท่านั้น…”

“สถานการณ์ของพี่สามค่อนข้างซับซ้อนน่ะ” เดิมทีมู่ไป๋ไป่อยากแนะนำอีกตัวตนหนึ่งของพี่ชายคนที่ 3 ให้เพื่อนใหม่คนนี้ทราบ

แต่เธอคิดว่ามันคงจะน่าสนใจไม่น้อยถ้าปล่อยให้องค์หญิงซีฉือได้ค้นพบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเธอจึงยิ้มลึกลับให้อีกคน

ตอนนี้สายตาขององค์หญิงซีฉือสนใจเพียงเสิ่นจวินเฉาเพียงอย่างเดียว เธอจึงไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ ขององค์หญิงหก

เนื่องจากเธอกับมู่ไป๋ไป่ต่างก็มาจากโลกยุคปัจจุบัน พวกเธอไม่ได้สงวนท่าทีเหมือนกับผู้หญิงในยุคสมัยนี้ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มตรงหน้าก็ถูกใจเธอมาก

หลังจากลังเลอยู่ไม่กี่อึดใจ องค์หญิงซีฉือก็ตัดสินใจ “ไป๋ไป่ พี่สามของเธอชอบคนแบบฉันไหม?”

“หา?” ฝ่ายที่ได้ยินคำถามถึงกับเบิกตากว้าง

นี่เธอจะรุกเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

องค์หญิงซีฉือควรจะรู้สึกว่านี่เป็นพรหมลิขิตที่เธอได้มาพบกับพี่สามหลังจากได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาก่อนไม่ใช่หรือ?

“เธอหมายความว่ายังไง งั้นฉันขอถามใหม่ เธออยากได้ฉันเป็นพี่สะใภ้หรือเปล่า?” องค์หญิงซีฉือจ้องเสิ่นจวินเฉาพร้อมกับกระซิบพูดกับเพื่อนสาว “ไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ”

“นอกจากนี้พวกเราต่างก็มาจากโลกเดียวกัน เราก็ควรเป็นครอบครัวเดียวกันสิ”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกตลกขบขันกับท่าทางของอีกฝ่ายและไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี “ช่วยสงวนท่าทีหน่อยเถอะซิส!”

“ทำไมต้องสงวนท่าทีด้วย ถ้าชอบก็ต้องลุย ไม่งั้นจะรอให้คนอื่นฉกไปก่อนหรือไง?” องค์หญิงซีฉือมองอีกคนด้วยหางตา จากนั้นเธอก็ก้าวออกไปทักทายเสิ่นจวินเฉาอย่างเปิดเผย “คารวะองค์ชายสาม ข้าคือองค์หญิงของแคว้นซีฉือ นามว่าซีเยว่”

แม้ว่าเสิ่นจวินเฉาจะอยู่ในแวดวงการค้ามานานและพบเจอสาวงามมาทุกประเภท แต่เขาก็ยังคงตกตะลึงกับผมสีอ่อนและดวงตาสีฟ้าของสตรีผู้นี้

หลังจากชายหนุ่มลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาก็ทำความเคารพในแบบของแคว้นซีฉือ “คารวะองค์หญิง”

“ท่านเคยไปที่ซีฉือมาก่อนหรือ?” ดวงตาของ ‘ซีเยว่’ เป็นประกายและเธอก็รีบใช้โอกาสนี้พูดคุยกับเขา “มีคนของเป่ยหลงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ขนบธรรมเนียมของซีฉือ”

“ข้าได้มีโอกาสเดินทางไปที่นั่นเมื่อปีที่แล้วเพราะ… อะแฮ่ม” เสิ่นจวินเฉากระแอมในลำคอ ก่อนจะหันไปหามู่ไป๋ไป่พร้อมกับกวักมือเรียกนาง “ไทเฮารอเจ้าอยู่นานแล้ว พระนางจึงได้มีรับสั่งให้ข้ามาตามเจ้า เจ้ารีบตามพี่มาเถอะ”

“อ๋อ ไทเฮากำลังตามหาข้าอยู่หรือ?” หญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าตนมีเรื่องสำคัญบางอย่างต้องไปทำเมื่อพี่ชายเอ่ยถึงท่านย่า เธอจึงรีบหันไปพูดกับซีเยว่ที่อยู่ด้านข้างว่า “ต้องขออภัยองค์หญิง ข้าต้องขอตัวไปหาไทเฮาก่อน”

“หลังจากจบงานเลี้ยงในวันนี้ ท่านสามารถมาเป็นแขกที่ตำหนักอวี๋ชิงของข้าได้ เอาไว้ตอนนั้นเราค่อยพูดคุยกันดี ๆ สักครั้ง”

องค์หญิงซีฉือเป็นคนที่รู้ว่าเมื่อใดควรรุกและเมื่อใดควรถอย แม้ว่าเธอจะสนใจชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็รู้ว่าการเซ้าซี้เขาในเวลานี้เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดสักเท่าไหร่

หญิงสาวจึงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย แต่ก่อนที่มู่ไป๋ไป่จะเดินออกไป เธอได้กระซิบกำชับอีกฝ่ายว่าจะต้องพาพี่ชายของตนมาด้วยในครั้งหน้า

แน่นอนว่าพี่ชายที่เธอเอ่ยถึงก็คือเสิ่นจวินเฉา

“...” มู่ไป๋ไป่นิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไป

“ไป๋ไป่ เจ้ารู้จักกับองค์หญิงซีฉือด้วยหรือ?” เสิ่นจวินเฉามองซีเยว่ที่กำลังยิ้มสดใสให้เขาและอดสงสัยไม่ได้ “เจ้าร่ำเรียนวิชาแพทย์อยู่ในหุบเขาหมอเทวดามาตลอดไม่ใช่หรือ เจ้าไปรู้จักกับองค์หญิงซีฉือได้อย่างไร?”

“เอ่อ…” มู่ไป๋ไป่เกาหัวเบา ๆ หากเธอบอกเขาว่าพวกเธอเพิ่งเคยพบหน้ากันวันนี้เอง เขาจะต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอน ดังนั้นเธอจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “มันเป็นเรื่องบังเอิญเพคะ”

“เรื่องบังเอิญ?”

“ใช่เพคะ” หญิงสาวพยักหน้าพลางกล่าวว่า “เป็นเรื่องบังเอิญที่ทำให้ข้าได้พบกับนาง”

เสิ่นจวินเฉามองน้องสาวอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลา 2 อึดใจ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเจ้าไม่อยากตอบ เจ้าก็ไม่ต้องตอบ แต่เจ้าอย่าทำเหมือนว่าพี่สามของเจ้าเป็นคนโง่เลย”

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากพูด” มู่ไป๋ไป่หัวเราะแห้ง ๆ และเกาปลายจมูกแก้เก้อ “แต่ข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไรต่างหาก”

“เอาเถอะพี่สาม เอาเป็นว่านางเป็นสหายเก่าของข้าก็พอ แล้วนางก็เป็นแฟนคลับของท่านด้วย!”

“แฟนคลับคืออะไร?” เสิ่นจวินเฉาคุ้นเคยกับการได้ยินคำพูดแปลก ๆ ที่น้องสาวชอบพูดออกมาเป็นครั้งคราว แต่เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมันมากนัก

2 พี่น้องพูดคุยกันในขณะที่เดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักฉือซิ่ง ไม่นานพวกเขาก็มาถึงที่หมาย

ในช่วงเวลาที่มู่ไป๋ไป่พูดคุยกับองค์หญิงซีฉือ แขกเหรื่อในงานส่วนใหญ่ก็ได้มาถึงที่นี่แล้ว

หญิงสาวไปถวายบังคมไทเฮาเป็นอย่างแรก จากนั้นเธอก็มอบของขวัญให้พระนางก่อนจะไปนั่งลงข้าง ๆ พระนาง

ทางด้านมู่จวินฝาน มู่จวินเซิ่งและเสิ่นจวินเฉาก็นั่งขนาบอยู่ด้านล่าง

ไทเฮาทรงตรัสว่างานเลี้ยงในวันนี้จะไม่มีการพูดคุยเรื่องของราชสำนัก ดังนั้นมู่ไป๋ไป่และคนอื่น ๆ จึงได้รับการจัดที่นั่งสูงกว่ามู่เทียนฉง

แม้ว่ามู่จวินฝานจะได้รับรู้เรื่องของเสิ่นจวินเฉาจากมู่จวินเซิ่งแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับอีกฝ่ายเลย

ในตอนนี้เขาได้พบน้องสามในระหว่างงานเลี้ยง เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองน้องชายคนใหม่ของตัวเองอยู่หลายครั้ง

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าวเช้า เมื่อเธอมองเห็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร เธอก็ไม่ลังเลที่จะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปาก

ไทเฮาที่เห็นดังนั้นก็ทรงพอพระทัยมากนักเมื่อเห็นว่าหลานสาวกินอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย พระนางจึงมีรับสั่งให้คนนำอาหารมาเพิ่มให้นางอีก

ในระหว่างที่บรรยากาศของงานเลี้ยงกำลังสนุกสนาน มู่เทียนฉงก็เดินทางมาถึงโดยมีสตรีผู้หนึ่งที่ทุกคนคุ้นเคยเดินตามมา

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเด็กน้อยอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายด้วย

พอมู่ไป๋ไป่เห็นลี่เฟย ดวงตาของเธอก็มืดมนลงทันที

“ฝ่าบาท พระองค์ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?” แน่นอนว่าไทเฮามีท่าทีไม่ดีต่อลี่เฟย พระนางเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้วว่ามู่เทียนฉงได้ปล่อยตัวผู้หญิงคนนี้ออกจากตำหนักเย็น

แต่ฝ่าบาทก็ไม่ได้จัดการเรื่องดังกล่าวอย่างเปิดเผยตามกฎเกณฑ์ภายในวังหลวง ดังนั้นพระนางจึงได้เมินเฉยมันไป

แต่ข้อกำหนดเบื้องต้นก็คือ ลี่เฟยจะต้องอยู่อย่างเงียบ ๆ ไม่เปิดเผยตัวออกมา

จบบทที่ บทที่ 498: หอไป่เฉ่าขยายออกสู่แคว้นซีฉือ

คัดลอกลิงก์แล้ว