- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!
บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!
บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!
องครักษ์เงาหญิงเหล่านั้นได้รับคำสั่งจากมู่จวินฝานให้เชื่อฟังคำสั่งของมู่ไป๋ไป่
แน่นอนว่าพวกนางไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้และรีบเปลี่ยนเป็นสวมชุดนางกำนัลไปยืนอยู่ข้างหลังซูหว่าน ซึ่งนั่นทำให้พวกนางดูไม่ต่างจากนางกำนัลคนอื่น ๆ ในตำหนักอวี๋ชิงเลย
แต่หากสังเกตให้ดี ๆ ก็จะพบว่ารอบกายของสตรีกลุ่มนี้มีบรรยากาศที่แตกต่างจากนางกำนัลคนอื่นในวัง
นอกจากนี้มู่ไป๋ไป่ยังได้จัดให้จื่อเฟิงกับอาเค่อปลอมตัวเป็นขันที จากนั้นจึงพาหลัวเซียวเซียวเดินติดตามซูหว่านมุ่งหน้าไปยังตำหนักฉือซิ่ง
งานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาในวันนี้จัดขึ้นที่ตำหนักฉือซิ่ง ซึ่งพระนางได้ทรงเสนอเรื่องนี้กับมู่เทียนฉงด้วยพระองค์เอง
เดิมทีตามรับสั่งของฝ่าบาท เขาต้องการจัดงานเลี้ยงสำหรับเหล่าขุนนางในอุทยานหลวง แต่ไทเฮาก็ทรงยืนกรานว่าจะจัดที่ตำหนักของพระองค์ ดังนั้นฝ่าบาทจึงได้อนุญาตตามข้อเสนอของพระนาง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่างานเลี้ยงจะถูกจัดขึ้นที่ตำหนักฉือซิ่ง แต่ก็มีแขกมาเข้าร่วมงานมากมาย
ในตอนที่มู่ไป๋ไป่เดินทางมาถึง เธอก็เห็นเหล่าผู้คนที่สวมเสื้อผ้าแตกต่างจากชาวเป่ยหลงเดินเข้าออกตำหนักฉือซิ่งกันไม่ขาดสาย
นอกเหนือจากชาวเป่ยหลงแล้ว คนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดก็คือชาวหนานซวน ดังนั้นเธอจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองพวกเขาอยู่หลายครั้ง
ทันใดนั้นเสียงอ่อนหวานของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเธอ
“ทำไมข้าจะเข้าไปไม่ได้ ข้าแต่งตัวไม่ดีตรงไหน มีสิ่งใดผิดปกติ? นี่เป็นธรรมเนียมของแคว้นเรา เจ้าจะบอกว่ามันขัดต่อกฎเกณฑ์ได้อย่างไรกัน?”
มู่ไป๋ไป่หันไปมองทางต้นเสียงและเห็นหญิงสาวผมสีอ่อนกำลังยืนเท้าเอวเผชิญหน้ากับนางกำนัลและขันทีหลายคนที่เฝ้าอยู่ที่ประตู
ผู้หญิงคนนี้ดูงดงามเหมือนตุ๊กตามาก เสื้อผ้าหน้าผมของนางคล้ายกับชาวเปอร์เซียหรือทางตะวันออกกลางที่เธอเคยเห็นในยุคปัจจุบัน
ขันทีและนางกำนัลไม่ยินยอมเปิดทางให้หญิงสาวคนนั้นเข้าไป นางจึงโกรธจนหน้าแดงและปากเล็ก ๆ ของนางก็ยังคงโวยวายไม่หยุด
ตอนแรกมู่ไป๋ไป่เพียงแค่หันไปมองด้วยความสนใจเท่านั้น แต่เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เธอก็ตกตะลึง
จากนั้นเธอก็รีบลงจากเกี้ยวก่อนจะเดินไปยังที่เกิดเหตุ
“องค์หญิงหก!” ขันทีและนางกำนัลรีบคุกเข่าทันทีเมื่อเห็นมู่ไป๋ไป่ลงมาจากเกี้ยว “ถวายบังคมองค์หญิงหก”
หญิงสาวจากแคว้นซีฉือหันมามองตามเสียงตะโกนของเหล่าขันทีและนางกำนัล พร้อมกับความประหลาดใจที่ฉายผ่านดวงตายามที่เห็นผู้มาใหม่ “ท่านคือองค์หญิงหกของเป่ยหลงใช่หรือไม่?”
“คงใช่สินะ ท่านมาช่วยข้าตัดสินเรื่องนี้ด้วยเถอะ คนของท่านบอกว่าเสื้อผ้าของข้าเปิดเผยจนเกินไป มันผิดกฎของแคว้นเป่ยหลงของพวกท่าน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ยอมให้ข้าเข้าไปด้านใน”
นางกำนัลและขันทีทุกคนรู้จักนิสัยของมู่ไป๋ไป่เป็นอย่างดีและรู้ว่านางเป็นคนโปรดของไทเฮา
พวกเขาไม่รอให้หญิงสาวได้พูดอะไรแล้วรีบร้องขอความเมตตาจากคนตรงหน้า “องค์หญิงหก โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย ข้าน้อยเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น”
“อันกงกงได้กำชับเอาไว้ว่างานเลี้ยงในวันนี้จะต้องไม่มีข้อผิดพลาด”
“แต่ชุดขององค์หญิงซีฉือผู้นี้ต่างจากเป่ยหลงของเรามาก… ข้าน้อยไม่กล้าปล่อยให้พระองค์เข้าไปร่วมงานเลี้ยงทั้งแบบนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้น
ที่แท้หญิงสาวคนนี้ก็เป็นองค์หญิงนี่เอง
“เป็นเพราะว่าข้าไม่ได้แต่งตัวเหมือนกับพวกเจ้า ข้าจึงเข้าร่วมงานเลี้ยงไม่ได้หรือไง? สิทธิเสรีภาพน่ะเข้าใจหรือไม่!” องค์หญิงซีฉือยิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้นหลังจากได้ยินดังนี้ “ข้ามาที่นี่ในนามของแคว้นซีฉือของเรา ในฐานะคนของเผ่าซีฉือ ข้าย่อมต้องสวมชุดประจำเผ่าอยู่แล้ว หรือว่าชาวเป่ยหลงผู้ยิ่งใหญ่ไม่อาจยอมรับความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้?”
“อ๋อ ที่จริงแล้วคนที่จะสามารถเข้าไปในตำหนักฉือซิ่งในวันนี้ได้จะต้องสวมเสื้อผ้าของชาวเป่ยหลงเพียงอย่างเดียวเช่นนั้นหรือ?”
องค์หญิงซีฉือได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ทำให้ขันทีและนางกำนัลตระหนักได้ว่าตนเองได้สร้างปัญหาใหญ่เข้าแล้ว พวกเขาจึงตื่นตระหนกและไม่กล้าพูดอะไรออกไป
“พอแล้ว” มู่ไป๋ไป่ที่รู้สึกว่าเรื่องมันเริ่มจะบานปลายก็โบกมือไล่ขันทีและนางกำนัลที่มีท่าทีหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติออกไป
“พวกเจ้า 2 คนก็เหมือนกัน อันกงกงแค่บอกว่างานเลี้ยงในวันนี้จะต้องไม่มีข้อผิดพลาด แต่พวกเจ้าดันกลับเปลี่ยนคำสั่งของเขาโดยพลการ และหยิบยกเพียงการแต่งกายภายนอกมาห้ามไม่ให้องค์หญิงซีฉือเข้าร่วมงานเลี้ยง”
“หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของฝ่าบาทและไทเฮา พวกเจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือไม่?”
นางกำนัลและขันทีต่างพากันก้มหัวให้มู่ไป๋ไป่ซ้ำ ๆ “องค์หญิงหกตรัสถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”
“ไม่เป็นไร ขอแค่พวกเจ้ารู้ตัวเองว่าผิดก็พอ” หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมกับกล่าวว่า “พวกเจ้าหลีกทางไป อย่าทำให้องค์หญิงซีฉือต้องล่าช้า”
“องค์หญิง ท่านจะรังเกียจหรือไม่หากเดินทางไปพร้อมกับเรา?”
องค์หญิงซีฉือรู้สึกประทับใจในตัวมู่ไป๋ไป่จึงตอบตกลงทันทีที่ได้ยินคำเชิญของอีกฝ่าย
จากนั้นหญิงสาวก็พาแขกเข้าไปด้านใน เมื่อองค์หญิงต่างแคว้นมารวมกับขบวนของเธอ นางก็ทำการทักทายซูหว่าน ก่อนที่นางจะตามพวกเธอเข้าไปด้านใน
มู่ไป๋ไป่คุ้นเคยกับตำหนักฉือซิ่งเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าเธอจะหลับตาเดิน เธอก็ไม่มีวันหลงทาง หลังจากที่เข้าไปด้านใน เธอก็จงใจบอกให้ทุกคนเดินเข้าไปในบริเวณส่วนที่จัดงานก่อน แล้วเธอจะตามไปทีหลัง
องค์หญิงซีฉือไม่ใช่คนโง่ พอเห็นเช่นนี้นางก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการคุยกับนางเพียงลำพัง ดังนั้นนางจึงสั่งให้องครักษ์ถอยออกไปก่อนจนกระทั่งเหลือกันเพียง 2 คน
“องค์หญิงหก นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันใช่หรือไม่?” องค์หญิงซีฉือมองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาครุ่นคิด แม้ว่านางจะไม่คุ้นหน้าคนผู้นี้ แต่นางกลับรู้สึกคุ้นเคยกับลักษณะนิสัยและท่าทางของคนตรงหน้ามาก
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบท่าน” หญิงสาวระงับความตื่นเต้นของตัวเองและหันไปมององครักษ์ที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะลดเสียงพูดลงว่า “แต่เราอาจจะมาจากที่เดียวกัน”
“หา? จะเป็นไปได้อย่างไร ข้ามาจากซีฉือ ส่วนท่านคือชาวเป่ย—” องค์หญิงซีฉือชะงักไปชั่วครู่ในขณะที่ดวงตาของนางเบิกกว้างราวกับนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ แล้วนางก็จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเหลือเชื่อ “เธอก็เหมือนกันเหรอ…”
มู่ไป๋ไป่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการจะสื่ออะไรโดยไม่ต้องฟังจนจบ เธอรีบคว้ามือขององค์หญิงซีฉือพร้อมพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ใช่แล้วซิส!”
เพียงแค่เธอพูดว่า ‘ซิส’ ทั้งคู่ก็เข้าใจได้ทันทีและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับช่วงเวลาที่พวกเธอมายังโลกนี้
“ที่แท้ ฉันทะลุมิติมาที่โลกนี้หลังเธอ 2 ปี” องค์หญิงซีฉือกล่าวพลางนับนิ้ว “แต่หลังจากที่ฉันมาถึงโลกนี้ ฉันกลับได้อยู่ในไทม์ไลน์เดียวกับเธอ”
“สุดยอดไปเลย!” มู่ไป๋ไป่รู้สึกเหมือนได้พบคนบ้านเดียวกันในต่างแดน เธอจึงมีความสุขมาก “ฉันคิดมาตลอดว่าฉันเป็นคนเดียวที่มาที่นี่ ใครจะไปคาดคิดว่าจะมีคนที่ทะลุมิติมาแบบฉันด้วย!”
“ฉันเองก็เหมือนกัน!” องค์หญิงซีฉือพยักหน้าด้วยความตื่นเต้นและปีติยินดีไม่ต่างจากอีกฝ่าย “นี่เป็นโชคชะตา! หากเธอไม่สังเกตเห็นฉันเมื่อกี้ เราคงคลาดกันไปแล้ว!”
“ไม่สิ เอาไว้ฉันจะตกรางวัลให้นางกำนัลกับขันทีพวกนั้นทีหลัง!”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าองค์หญิงซีฉือที่มาจากยุคเดียวกับเธอนั้นค่อนข้างจะเข้ากันได้ดีทีเดียว หากปัจจุบันไม่ใช่ช่วงเวลาคับขัน ทั้ง 2 คนคงจะมีเวลาพูดคุยกันมากกว่านี้
ในครั้งนี้องค์หญิงซีฉือเสด็จมายังแคว้นเป่ยหลงพร้อมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
ที่แท้ ‘ซีฉือ’ เป็นแคว้นเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับเป่ยหลง ในทุก ๆ ด้านยังไม่มีการพัฒนาได้เท่ากับเป่ยหลง
ครั้งนี้ฮ่องเต้ซีฉือจึงส่งองค์หญิงซีฉือมาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาโดยเฉพาะ โดยพวกเขาหวังว่าองค์หญิงจะหารือเรื่องความร่วมมือกับเป่ยหลงได้สำเร็จ
“เธอเองก็ทำการค้าด้วยเหรอ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ฮ่า ๆๆ ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเลยจ้า” องค์หญิงซีฉือตอบแบบถ่อมตัว “นั่นเป็นเพียงธุรกิจเล็ก ๆ ขั้นต่อไปฉันวางแผนเอาไว้ว่าจะขยายธุรกิจมายังเป่ยหลงของเธอน่ะ”
“แต่ว่าการจะเข้าสู่ตลาดเป่ยหลงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนนี้ธุรกิจของตระกูลเสิ่นแทบจะควบคุมตลาดของเป่ยหลงเอาไว้ทั้งหมดแล้ว”
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: โอ้ววว มีคนทะลุมิติมาเหมือนไป๋ไป่ด้วย มีเพื่อนแล้ววว!