เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!

บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!

บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!


องครักษ์เงาหญิงเหล่านั้นได้รับคำสั่งจากมู่จวินฝานให้เชื่อฟังคำสั่งของมู่ไป๋ไป่

แน่นอนว่าพวกนางไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้และรีบเปลี่ยนเป็นสวมชุดนางกำนัลไปยืนอยู่ข้างหลังซูหว่าน ซึ่งนั่นทำให้พวกนางดูไม่ต่างจากนางกำนัลคนอื่น ๆ ในตำหนักอวี๋ชิงเลย

แต่หากสังเกตให้ดี ๆ ก็จะพบว่ารอบกายของสตรีกลุ่มนี้มีบรรยากาศที่แตกต่างจากนางกำนัลคนอื่นในวัง

นอกจากนี้มู่ไป๋ไป่ยังได้จัดให้จื่อเฟิงกับอาเค่อปลอมตัวเป็นขันที จากนั้นจึงพาหลัวเซียวเซียวเดินติดตามซูหว่านมุ่งหน้าไปยังตำหนักฉือซิ่ง

งานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาในวันนี้จัดขึ้นที่ตำหนักฉือซิ่ง ซึ่งพระนางได้ทรงเสนอเรื่องนี้กับมู่เทียนฉงด้วยพระองค์เอง

เดิมทีตามรับสั่งของฝ่าบาท เขาต้องการจัดงานเลี้ยงสำหรับเหล่าขุนนางในอุทยานหลวง แต่ไทเฮาก็ทรงยืนกรานว่าจะจัดที่ตำหนักของพระองค์ ดังนั้นฝ่าบาทจึงได้อนุญาตตามข้อเสนอของพระนาง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่างานเลี้ยงจะถูกจัดขึ้นที่ตำหนักฉือซิ่ง แต่ก็มีแขกมาเข้าร่วมงานมากมาย

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่เดินทางมาถึง เธอก็เห็นเหล่าผู้คนที่สวมเสื้อผ้าแตกต่างจากชาวเป่ยหลงเดินเข้าออกตำหนักฉือซิ่งกันไม่ขาดสาย

นอกเหนือจากชาวเป่ยหลงแล้ว คนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดก็คือชาวหนานซวน ดังนั้นเธอจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองพวกเขาอยู่หลายครั้ง

ทันใดนั้นเสียงอ่อนหวานของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเธอ

“ทำไมข้าจะเข้าไปไม่ได้ ข้าแต่งตัวไม่ดีตรงไหน มีสิ่งใดผิดปกติ? นี่เป็นธรรมเนียมของแคว้นเรา เจ้าจะบอกว่ามันขัดต่อกฎเกณฑ์ได้อย่างไรกัน?”

มู่ไป๋ไป่หันไปมองทางต้นเสียงและเห็นหญิงสาวผมสีอ่อนกำลังยืนเท้าเอวเผชิญหน้ากับนางกำนัลและขันทีหลายคนที่เฝ้าอยู่ที่ประตู

ผู้หญิงคนนี้ดูงดงามเหมือนตุ๊กตามาก เสื้อผ้าหน้าผมของนางคล้ายกับชาวเปอร์เซียหรือทางตะวันออกกลางที่เธอเคยเห็นในยุคปัจจุบัน

ขันทีและนางกำนัลไม่ยินยอมเปิดทางให้หญิงสาวคนนั้นเข้าไป นางจึงโกรธจนหน้าแดงและปากเล็ก ๆ ของนางก็ยังคงโวยวายไม่หยุด

ตอนแรกมู่ไป๋ไป่เพียงแค่หันไปมองด้วยความสนใจเท่านั้น แต่เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เธอก็ตกตะลึง

จากนั้นเธอก็รีบลงจากเกี้ยวก่อนจะเดินไปยังที่เกิดเหตุ

“องค์หญิงหก!” ขันทีและนางกำนัลรีบคุกเข่าทันทีเมื่อเห็นมู่ไป๋ไป่ลงมาจากเกี้ยว “ถวายบังคมองค์หญิงหก”

หญิงสาวจากแคว้นซีฉือหันมามองตามเสียงตะโกนของเหล่าขันทีและนางกำนัล พร้อมกับความประหลาดใจที่ฉายผ่านดวงตายามที่เห็นผู้มาใหม่ “ท่านคือองค์หญิงหกของเป่ยหลงใช่หรือไม่?”

“คงใช่สินะ ท่านมาช่วยข้าตัดสินเรื่องนี้ด้วยเถอะ คนของท่านบอกว่าเสื้อผ้าของข้าเปิดเผยจนเกินไป มันผิดกฎของแคว้นเป่ยหลงของพวกท่าน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ยอมให้ข้าเข้าไปด้านใน”

นางกำนัลและขันทีทุกคนรู้จักนิสัยของมู่ไป๋ไป่เป็นอย่างดีและรู้ว่านางเป็นคนโปรดของไทเฮา

พวกเขาไม่รอให้หญิงสาวได้พูดอะไรแล้วรีบร้องขอความเมตตาจากคนตรงหน้า “องค์หญิงหก โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย ข้าน้อยเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น”

“อันกงกงได้กำชับเอาไว้ว่างานเลี้ยงในวันนี้จะต้องไม่มีข้อผิดพลาด”

“แต่ชุดขององค์หญิงซีฉือผู้นี้ต่างจากเป่ยหลงของเรามาก… ข้าน้อยไม่กล้าปล่อยให้พระองค์เข้าไปร่วมงานเลี้ยงทั้งแบบนี้พ่ะย่ะค่ะ!”

มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้น

ที่แท้หญิงสาวคนนี้ก็เป็นองค์หญิงนี่เอง

“เป็นเพราะว่าข้าไม่ได้แต่งตัวเหมือนกับพวกเจ้า ข้าจึงเข้าร่วมงานเลี้ยงไม่ได้หรือไง? สิทธิเสรีภาพน่ะเข้าใจหรือไม่!” องค์หญิงซีฉือยิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้นหลังจากได้ยินดังนี้ “ข้ามาที่นี่ในนามของแคว้นซีฉือของเรา ในฐานะคนของเผ่าซีฉือ ข้าย่อมต้องสวมชุดประจำเผ่าอยู่แล้ว หรือว่าชาวเป่ยหลงผู้ยิ่งใหญ่ไม่อาจยอมรับความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้?”

“อ๋อ ที่จริงแล้วคนที่จะสามารถเข้าไปในตำหนักฉือซิ่งในวันนี้ได้จะต้องสวมเสื้อผ้าของชาวเป่ยหลงเพียงอย่างเดียวเช่นนั้นหรือ?”

องค์หญิงซีฉือได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ทำให้ขันทีและนางกำนัลตระหนักได้ว่าตนเองได้สร้างปัญหาใหญ่เข้าแล้ว พวกเขาจึงตื่นตระหนกและไม่กล้าพูดอะไรออกไป

“พอแล้ว” มู่ไป๋ไป่ที่รู้สึกว่าเรื่องมันเริ่มจะบานปลายก็โบกมือไล่ขันทีและนางกำนัลที่มีท่าทีหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติออกไป

“พวกเจ้า 2 คนก็เหมือนกัน อันกงกงแค่บอกว่างานเลี้ยงในวันนี้จะต้องไม่มีข้อผิดพลาด แต่พวกเจ้าดันกลับเปลี่ยนคำสั่งของเขาโดยพลการ และหยิบยกเพียงการแต่งกายภายนอกมาห้ามไม่ให้องค์หญิงซีฉือเข้าร่วมงานเลี้ยง”

“หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของฝ่าบาทและไทเฮา พวกเจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือไม่?”

นางกำนัลและขันทีต่างพากันก้มหัวให้มู่ไป๋ไป่ซ้ำ ๆ “องค์หญิงหกตรัสถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”

“ไม่เป็นไร ขอแค่พวกเจ้ารู้ตัวเองว่าผิดก็พอ” หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมกับกล่าวว่า “พวกเจ้าหลีกทางไป อย่าทำให้องค์หญิงซีฉือต้องล่าช้า”

“องค์หญิง ท่านจะรังเกียจหรือไม่หากเดินทางไปพร้อมกับเรา?”

องค์หญิงซีฉือรู้สึกประทับใจในตัวมู่ไป๋ไป่จึงตอบตกลงทันทีที่ได้ยินคำเชิญของอีกฝ่าย

จากนั้นหญิงสาวก็พาแขกเข้าไปด้านใน เมื่อองค์หญิงต่างแคว้นมารวมกับขบวนของเธอ นางก็ทำการทักทายซูหว่าน ก่อนที่นางจะตามพวกเธอเข้าไปด้านใน

มู่ไป๋ไป่คุ้นเคยกับตำหนักฉือซิ่งเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าเธอจะหลับตาเดิน เธอก็ไม่มีวันหลงทาง หลังจากที่เข้าไปด้านใน เธอก็จงใจบอกให้ทุกคนเดินเข้าไปในบริเวณส่วนที่จัดงานก่อน แล้วเธอจะตามไปทีหลัง

องค์หญิงซีฉือไม่ใช่คนโง่ พอเห็นเช่นนี้นางก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการคุยกับนางเพียงลำพัง ดังนั้นนางจึงสั่งให้องครักษ์ถอยออกไปก่อนจนกระทั่งเหลือกันเพียง 2 คน

“องค์หญิงหก นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันใช่หรือไม่?” องค์หญิงซีฉือมองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาครุ่นคิด แม้ว่านางจะไม่คุ้นหน้าคนผู้นี้ แต่นางกลับรู้สึกคุ้นเคยกับลักษณะนิสัยและท่าทางของคนตรงหน้ามาก

“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบท่าน” หญิงสาวระงับความตื่นเต้นของตัวเองและหันไปมององครักษ์ที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะลดเสียงพูดลงว่า “แต่เราอาจจะมาจากที่เดียวกัน”

“หา? จะเป็นไปได้อย่างไร ข้ามาจากซีฉือ ส่วนท่านคือชาวเป่ย—” องค์หญิงซีฉือชะงักไปชั่วครู่ในขณะที่ดวงตาของนางเบิกกว้างราวกับนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ แล้วนางก็จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเหลือเชื่อ “เธอก็เหมือนกันเหรอ…”

มู่ไป๋ไป่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการจะสื่ออะไรโดยไม่ต้องฟังจนจบ เธอรีบคว้ามือขององค์หญิงซีฉือพร้อมพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ใช่แล้วซิส!”

เพียงแค่เธอพูดว่า ‘ซิส’ ทั้งคู่ก็เข้าใจได้ทันทีและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับช่วงเวลาที่พวกเธอมายังโลกนี้

“ที่แท้ ฉันทะลุมิติมาที่โลกนี้หลังเธอ 2 ปี” องค์หญิงซีฉือกล่าวพลางนับนิ้ว “แต่หลังจากที่ฉันมาถึงโลกนี้ ฉันกลับได้อยู่ในไทม์ไลน์เดียวกับเธอ”

“สุดยอดไปเลย!” มู่ไป๋ไป่รู้สึกเหมือนได้พบคนบ้านเดียวกันในต่างแดน เธอจึงมีความสุขมาก “ฉันคิดมาตลอดว่าฉันเป็นคนเดียวที่มาที่นี่ ใครจะไปคาดคิดว่าจะมีคนที่ทะลุมิติมาแบบฉันด้วย!”

“ฉันเองก็เหมือนกัน!” องค์หญิงซีฉือพยักหน้าด้วยความตื่นเต้นและปีติยินดีไม่ต่างจากอีกฝ่าย “นี่เป็นโชคชะตา! หากเธอไม่สังเกตเห็นฉันเมื่อกี้ เราคงคลาดกันไปแล้ว!”

“ไม่สิ เอาไว้ฉันจะตกรางวัลให้นางกำนัลกับขันทีพวกนั้นทีหลัง!”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าองค์หญิงซีฉือที่มาจากยุคเดียวกับเธอนั้นค่อนข้างจะเข้ากันได้ดีทีเดียว หากปัจจุบันไม่ใช่ช่วงเวลาคับขัน ทั้ง 2 คนคงจะมีเวลาพูดคุยกันมากกว่านี้

ในครั้งนี้องค์หญิงซีฉือเสด็จมายังแคว้นเป่ยหลงพร้อมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

ที่แท้ ‘ซีฉือ’ เป็นแคว้นเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับเป่ยหลง ในทุก ๆ ด้านยังไม่มีการพัฒนาได้เท่ากับเป่ยหลง

ครั้งนี้ฮ่องเต้ซีฉือจึงส่งองค์หญิงซีฉือมาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาโดยเฉพาะ โดยพวกเขาหวังว่าองค์หญิงจะหารือเรื่องความร่วมมือกับเป่ยหลงได้สำเร็จ

“เธอเองก็ทำการค้าด้วยเหรอ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนี้

“ฮ่า ๆๆ ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเลยจ้า” องค์หญิงซีฉือตอบแบบถ่อมตัว “นั่นเป็นเพียงธุรกิจเล็ก ๆ ขั้นต่อไปฉันวางแผนเอาไว้ว่าจะขยายธุรกิจมายังเป่ยหลงของเธอน่ะ”

“แต่ว่าการจะเข้าสู่ตลาดเป่ยหลงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนนี้ธุรกิจของตระกูลเสิ่นแทบจะควบคุมตลาดของเป่ยหลงเอาไว้ทั้งหมดแล้ว”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: โอ้ววว มีคนทะลุมิติมาเหมือนไป๋ไป่ด้วย มีเพื่อนแล้ววว!

จบบทที่ บทที่ 497: ใช่แล้วซิส!

คัดลอกลิงก์แล้ว