- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 496: คอข้าจะต้องหักแน่
บทที่ 496: คอข้าจะต้องหักแน่
บทที่ 496: คอข้าจะต้องหักแน่
คืนนั้นมีคลื่นใต้น้ำลึกลับเกิดขึ้นในวังหลวง
วันรุ่งขึ้นก่อนรุ่งสาง ทั่วทั้งวังหลวงก็เริ่มคึกคัก
งานฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาในครั้งนี้ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นงานที่มีลำดับความสำคัญสูงสุดในแคว้นเป่ยหลง
ดังนั้นนอกจากแคว้นหนานซวนแล้ว แคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ ก็ได้ส่งทูตมาร่วมเฉลิมฉลองเพื่อแสดงถึงมิตรภาพกับเป่ยหลงด้วย
ในฐานะที่มู่ไป๋ไป่เป็นองค์หญิงลำดับที่ 6 ของเป่ยหลงที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด เธอจึงถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนกำหนด
“องค์หญิง พระองค์อย่าขยี้ตาสิเพคะ” หลัวเซียวเซียวมองหญิงสาวที่กำลังอ้าปากหาวอยู่ที่หน้าคันฉ่องแล้วส่ายหัวเบา ๆ
“เครื่องประทินผิวที่เพิ่งทาไปจะเลอะเอานะเพคะ”
มู่ไป๋ไป่ฝืนลืมตาขึ้นและดึงมือที่กำลังยกขึ้นขยี้ตากลับไปวางที่ตัก “เซียวเซียว เจ้าลองมาเป็นข้าดูหรือไม่ล่ะ?”
หญิงสาวเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ตามปกติแล้วนอกจากเธอจะไม่แต่งหน้า เธอยังสวมเพียงชุดลูกศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาที่เรียบง่าย สะดวกสบายและคล่องตัวอีกด้วย
“ไม่ได้เพคะ” หลัวเซียวเซียวถอนหายใจพร้อมกับนั่งลงหยิบเครื่องประดับผมออกมาจากกล่อง “วันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา มีแขกบ้านแขกเมืองมากมายมาเข้าร่วมงานเลี้ยง องค์หญิงต้องดูดีกว่าทุกคนนะเพคะ”
มู่ไป๋ไป่มองเครื่องประดับศีรษะหลายชิ้นแล้วรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะเลยทีเดียว “นี่ข้าต้องใส่ทั้งหมดนี้เลยหรือ?”
“คอข้าจะต้องหักตายก่อนแน่ ๆ!”
เครื่องประดับศีรษะพวกนี้งดงามมากก็จริง เธอเองก็รู้สึกชอบมัน แต่ถ้าต้องใส่เอง เธอขอผ่านดีกว่า!
แล้วทำไมเธอถึงมีเครื่องประดับศีรษะมากมายขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้อยู่ในวังหลวงมานานหลายปีแล้ว?
เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด!
หลัวเซียวเซียวดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย นางจึงยิ้มแล้วตอบว่า “ของพวกนี้หว่านเฟยและไทเฮาส่งมาให้พระองค์โดยเฉพาะเพคะ”
“ทั้ง 2 พระองค์ต่างทราบดีว่าองค์หญิงทรงทุ่มเทให้กับการเรียนมากจึงไม่ได้สนใจซื้อสิ่งของพวกนี้ ดังนั้นทั้ง 2 พระองค์จึงได้เตรียมเอาไว้ให้พระองค์ล่วงหน้า”
“นี่เป็นของขวัญจากไทเฮาและหว่านเฟยเพคะ องค์หญิง พระองค์อย่าทิ้งให้มันเสียเปล่าเลย”
เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินว่าไทเฮากับซูหว่านเป็นคนส่งของพวกนี้มา เธอจึงไม่มีทางเลือก
เธอรู้ดีว่าทั้งคู่กำลังคิดอะไรอยู่ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ทั้ง 2 คนได้อาศัยโอกาสนี้จับเธอแต่งตัว อีกทั้งพวกนางได้พยายามยัดเยียดบางอย่างมาให้เธอ
“ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ แต่ข้ามีแค่หัวเดียว” มู่ไป๋ไป่นวดขมับตัวเอง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ก็บังเอิญเห็นหลัวเซียวเซียวในกระจก ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวเธอ “ข้าคิดออกแล้ว!”
หลัวเซียวเซียวที่กำลังจัดเครื่องประดับศีรษะทั้งหลาย เมื่อได้ยินเสียงองค์หญิงหกปรบมืออย่างมีความสุข นางก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาฉงน
“นี่ เซียวเซียว” มู่ไป๋ไป่เอนตัวเข้าหาอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม “พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันไม่ใช่หรือ?”
หลัวเซียวเซียวพยักหน้ารับทันที “เพคะ”
หลังจากหญิงสาวตอบออกไป นางก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหลอกล่อทันทีที่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า
แล้วก็เป็นไปตามที่นางคาดไว้ ในอึดใจต่อมา มู่ไป๋ไป่ประกาศก้องอย่างอารมณ์ดีว่า “เอาล่ะ เซียวเซียว เช่นนั้นเราก็มาร่วมแบ่งปันสิ่งดี ๆ ของข้าในวันนี้ครึ่งหนึ่ง!”
สิ้นเสียงพูด หญิงสาวก็เริ่มแบ่งของให้หลัวเซียวเซียวโดยไม่สนใจจะฟังคำคัดค้านของอีกคน
“ปิ่นปักผมอันนี้เหมาะกับเจ้ามาก! พอดีเลย!”
“จี้ชิ้นนี้ก็สวย เข้ากับปิ่นปักผมพอดี ข้าให้เจ้าด้วย!”
“อ้อ มีเสื้อผ้าด้วยนะ เซียวเซียว เอาไว้เจ้าค่อยมาหยิบทีหลังก็ได้…”
เมื่อหลัวเซียวเซียวเห็นมู่ไป๋ไป่ยุ่งอยู่กับการแบ่งของ นางก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี “องค์หญิงเพคะ เรื่องนี้จะทำตามใจตัวเองได้อย่างไรกัน?”
“ของพวกนี้ไทเฮากับหว่านเฟยทรงเตรียมเอาไว้ให้พระองค์โดยเฉพาะ ข้า…”
“นี่เจ้ายังคิดแบ่งแยกกับข้าอยู่อีกหรือ?” หญิงสาวแสร้งจ้องนางด้วยสายตาโกรธเคือง และชี้ให้เห็นความหมายในคำพูดของอีกฝ่าย “ตอนที่อยู่ในหุบเขาหมอเทวดา เราก็ทำตัวกันสบาย ๆ ไม่ใช่หรือ ทำไมกลับมาถึงวังหลวง เจ้าถึงได้ยิ่งทำตัวห่างเหินกับข้าเช่นนี้?”
“ข้าต้องพูดกับเจ้าอีกกี่ครั้งว่าข้า มู่ไป๋ไป่คนนี้มองว่าเจ้า หลัวเซียวเซียวเป็นสหาย ไม่ใช่คนรับใช้!”
ฝ่ายที่ได้ยินหลุบตาลงต่ำและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเบาว่า “องค์หญิง หม่อมฉันซาบซึ้งในความเมตตาของพระองค์นะเพคะ”
“แต่ในวังหลวงนั้นไม่เหมือนกับในหุบเขาหมอเทวดา ในเมื่อเราอยู่ในวังหลวงแล้ว เซียวเซียวจึงควรปฏิบัติตามกฎภายในวัง”
เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่เข้าใจสิ่งที่ตนพูด เธอจึงกลอกตาแล้วกล่าวว่า “เจ้าอยากคุยกับข้าเรื่องกฎเกณฑ์ใช่หรือไม่? ตกลง ในเมื่อเจ้าเป็นคนของข้า เจ้าก็ควรเชื่อฟังข้าไม่ใช่หรือ?”
“เพคะ” หลัวเซียวเซียวตอบรับตามความเคยชิน
ไม่สำคัญว่านางจะเชื่อฟังองค์หญิงหกหรือไม่ แต่นางก็ยินดีที่จะตายแทนอีกฝ่าย
“เอาล่ะ” หญิงสาวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะชี้นิ้วเรียวไปที่โต๊ะ “เช่นนั้น ข้าขอสั่งให้เจ้าใส่ของพวกนี้ให้หมด”
หลัวเซียวเซียวตกตะลึงก่อนจะรีบส่ายหัวปฏิเสธ
“อ้าว ทำไมล่ะ เจ้าคิดจะขัดขืนคำสั่งของข้าอย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับจี้เอวของสหาย ทำให้นางต้องหลบไปข้างหลัง “เมื่อวานตอนที่เราออกจากตำหนักฉือซิ่ง เจ้าบอกว่าเจ้าจะไปร่วมงานเลี้ยงพร้อมกัน”
“ข้าคิดว่าชุดที่เจ้าสวมในวันนี้ดูเก่ามากเกินไป ข้าจึงขอสั่งให้เจ้าเปลี่ยนมาสวมชุดพวกนี้ ถ้าเจ้าไม่เปลี่ยน ข้าก็จะไม่พาเจ้าไปด้วย”
“องค์หญิง…” หลัวเซียวเซียวรู้ว่าองค์หญิงหกจงใจพูดเช่นนี้ แต่นางก็รู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายสามารถทำตามที่พูดได้จริง ๆ
งานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาในวันนี้มีคลื่นใต้น้ำซ่อนอยู่เบื้องหลังมากมาย นางจะต้องตามมู่ไป๋ไป่ไป
หลังจากหญิงสาวไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนแล้ว นางจึงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เซียวเซียวจะปฏิบัติตามคำสั่งองค์หญิงเพคะ”
“ดีมาก!” มู่ไป๋ไป่อารมณ์เปลี่ยนไปในพริบตา ก่อนจะดึงสหายไปเลือกเครื่องประดับศีรษะและเสื้อผ้าอย่างมีความสุข
ครึ่งชั่วยามต่อมา หญิงสาว 2 คนซึ่งคนหนึ่งสวมชุดสีเหลืองอ่อน อีกคนสวมชุดสีครามก็ปรากฏตัวที่ห้องโถงด้านหน้าตำหนักอวี๋ชิง
คนที่สวมชุดสีครามคือมู่ไป๋ไป่ ผิวของเธอที่ขาวอยู่แล้ว พอสวมเสื้อผ้าสีครามมันก็ยิ่งขับให้ตัวเธอดูขาวสว่างมากยิ่งขึ้น
ส่วนหลัวเซียวเซียวสวมชุดกระโปรงสีเหลืองซึ่งทำให้นางดูทั้งงดงามและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน แม้ว่านางจะไม่โดดเด่นเท่ากับองค์หญิงหก แต่ก็นับว่าไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
เมื่อทั้งคู่เดินออกมาพร้อมกัน ซูหว่านก็ยิ้มสดใสออกมาจากใจเป็นครั้งแรก “ดี ดีมาก…”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินไม่น้อย ในตอนที่เธออยากจะเกาแก้มแก้เขิน แต่หลัวเซียวเซียวที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รีบร้องเตือนเบา ๆ ว่าตอนนี้เธอแต่งหน้าอยู่ เธอจึงรีบเอามือลงแบบเก้ ๆ กัง ๆ พลางพูดว่า “ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้าง ข้ากับเซียวเซียวดูดีหรือไม่?”
“ดูดีมาก” ซูหว่านมองสตรีทั้ง 2 คนด้วยสายตาเอ็นดู “พวกเจ้า 2 คนยังเด็กมาก ถึงแม้ว่าจะไม่แต่งหน้าก็ยังดูดี แต่พอแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วก็ยิ่งดูดีขึ้นไปอีก”
“วันนี้เจ้าจะต้องโดดเด่นที่สุดในงานเลี้ยงแน่นอน หากไทเฮาเห็นเช่นนี้ พระองค์จะต้องพอพระทัยมากแน่”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินกับคำชมของผู้เป็นแม่จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ท่านแม่ วันนี้ในวังหลวงมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ข้ากังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในงานเลี้ยง ข้าจึงยืมองครักษ์เงาจากองค์รัชทายาทมาโดยเฉพาะ ท่านต้องจำเอาไว้ให้ดีว่าท่านจะต้องพาพวกเขาติดตามไปด้วยตลอดเวลา เข้าใจหรือไม่เพคะ?”
หญิงสาวเป็นห่วงซูหว่าน ดังนั้นเมื่อคืนเธอจึงไปหามู่จวินฝานเพื่อขอยืมคนจากเขา
เช้านี้จึงได้มีผู้หญิงหน้าตาดุดันจำนวนหนึ่งปรากฏตัวอยู่ที่เรือนของเธอ
จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็ส่งสัญญาณเบา ๆ แล้วองครักษ์เงาหญิงก็ปรากฏตัวขึ้นเงียบ ๆ ในขณะที่พวกนางทำความเคารพหว่านเฟยพร้อมกัน
ซูหว่านรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวังหลวงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางเข้าใจความกังวลของลูกสาวเป็นอย่างดี ดังนั้นนางจึงรีบสั่งให้สาวใช้ส่วนตัวของนางไปหาชุดคนรับใช้ให้เหล่าองครักษ์เงาเปลี่ยน