- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?
บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?
บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?
มู่ไป๋ไป่กอดแขนพี่ชายทั้ง 2 อย่างมีความสุขพร้อมกับพูดว่า “ข้ารู้สึกดีใจที่พวกท่านพูดเช่นนี้นะ พี่รอง พี่สาม”
“ข้ามีวิธีจัดการเรื่องของทูตหนานซวนแล้ว หากข้าจัดการไม่ได้ ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากพวกท่านทั้ง 2 เอง”
มู่จวินเซิ่งพยักหน้ารับอย่างจริงจัง “พี่รองรู้ว่าเจ้าเป็นคนมีความคิดของตัวเองตั้งแต่เด็ก แต่เจ้าก็อย่าได้ดื้อรั้นจนทำให้เราเป็นกังวล”
เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมองค์รัชทายาทถึงขอให้เขาไปพบมู่ไป๋ไป่หลังจากเข้าเฝ้าไทเฮาเรียบร้อยแล้ว
เรื่องสำคัญที่สุดคงเป็นเพราะเหตุการณ์นี้
ทางด้านมู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าพี่ชายคนรองกำลังคิดมาก ดังนั้นเธอจึงตอบตกลงด้วยรอยยิ้มแล้วเธอกับเสิ่นจวินเฉาก็ไปส่งอีกฝ่ายที่ประตูวัง
ส่วนหลัวเซียวเซียวอยากจะอยู่ในวังเพื่อคอยช่วยเหลือองค์หญิงหก
ซึ่งมู่จวินเซิ่งก็ไม่ได้ห้ามนาง เขาเพียงแค่ส่งคนมาคอยปกป้องหญิงสาวทั้ง 2 แบบลับ ๆ เท่านั้น
หลังจากมู่ไป๋ไป่ใช้เวลาเกือบทั้งวันในตำหนักฉือซิ่ง เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก ในตอนที่เธอเดินกลับไปยังตำหนักอวี๋ชิง ความรู้สึกของเธอก็ผ่อนคลายมากขึ้น
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเธอจะพบเซียวถังอี้ทันทีที่เดินเข้าไปในเรือนของตัวเอง
ชายหนุ่มกำลังถือไหสุรา 2 ไหไว้ในมือ พอเขาเห็นเธอ เขาก็แกว่งไหสุราพลางถามว่า “เจ้าอยากดื่มสักหน่อยหรือไม่?”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แต่เธอก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจอะไรมากนัก เพราะเธอกลัวหลัวเซียวเซียวจะสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ “ท่านมาทำอะไรที่นี่?”
ผู้ชายคนนี้หมายความว่าอย่างไร?
ทุกครั้งที่เขาปฏิเสธเธอและทำให้เธอเสียใจ เขาก็จะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอด
หรือในวันนั้นเธอยังพูดไม่ชัดเจนพอ?
“ข้ามาดื่มกับเจ้า ขอแสดงความยินดีที่ได้พบพี่สามของเจ้าด้วย” เซียวถังอี้ดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นท่าทางไม่พอใจของหญิงสาว เขาจึงวางไหสุราลงบนโต๊ะและพยักหน้าทักทายหลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้าง “คุณหนูหลัว เจ้าช่วยไปหยิบจอกสุรามาให้พวกเราได้หรือไม่?”
มู่ไป๋ไป่ที่ปกติชอบยกดื่มโดยตรงจากไหถลึงตามองเขาทันที
ผู้ชายคนนี้ต้องการทำอะไรถึงได้พยายามกันให้สหายของเธอออกไปแบบนี้?
หลัวเซียวเซียวเหลือบมองไหสุราชั่วอึดใจหนึ่งก่อนจะหันไปมององค์หญิงหก พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร นางจึงพยักหน้าก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปโดยเว้นที่วางให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง
“สุรานี้เพิ่งถูกนำออกมาจากห้องเก็บสุรา ตอนนี้ยังเย็นอยู่เลย รีบดื่มกันเถอะ” เมื่อเซียวถังอี้เห็นหญิงสาวเดินมาอยู่ด้านข้างโดยที่ไม่ได้นั่งลง เขาก็ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
“ท่านจะให้ข้าดื่มมันอย่างไร?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วถามอย่างเย็นชา “ท่านจำไม่ได้หรือว่าท่านเพิ่งบอกให้เซียวเซียวไปหยิบจอกสุรามา? ถ้าไม่มีจอกข้าจะดื่มอย่างไรล่ะ?”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรู้ตัวว่าตนนั้นได้ทำพลาดไป เขาจึงเกาจมูกแก้เก้อขณะพูดว่า “เช่นนั้นก็นั่งรอสักครู่เถอะ”
ปัจจุบันท้องฟ้าเพิ่งจะมืดลง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ยังคงเห็นเมฆสีแดงเข้มอยู่ที่ขอบฟ้า แสงสะท้อนนั้นปกคลุมทั่วตำหนักอวี๋ชิงจนทำให้เกิดบรรยากาศที่เคร่งขรึมและดูงดงามในเวลาเดียวกัน
มู่ไป๋ไป่มองดูพระอาทิตย์สีแดงเพลิงที่กำลังลาลับขอบฟ้าแล้วรู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองสงบลงมาก
ไม่เป็นไร คิดเสียว่าเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง
บนโลกนี้ผู้ชายก็ไม่ได้หายากนักไม่ใช่หรือ?
หลังจากที่เธอจัดการธุระในวังหลวงเสร็จแล้ว เธอจะออกเดินทางไปทั่วหล้า ถึงเวลานั้นใครจะไปรู้ว่าเธอจะได้พบผู้ชายที่น่าสนใจอีกกี่คน ไยเธอต้องมาเสียเวลารักเซียวถังอี้ข้างเดียวด้วยล่ะ?
แถมเขายังแก่กว่าเธอมากด้วย!
พอหญิงสาวคิดได้เช่นนี้ เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“ท่านรีบบอกข้ามาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น” มู่ไป๋ไป่นั่งชันเข่าลงตรงข้ามอีกฝ่ายโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองอีกต่อไป จากนั้นก็หยิบไหสุราขึ้นมาดื่ม
ขณะที่เซียวถังอี้กำลังจะพูด สุราที่เธอดื่มเข้าไปก็ส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ออกมา
มันเป็นเครื่องดื่มที่สดชื่นมากในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิที่ค่อนข้างร้อน
ชั่วขณะหนึ่ง หญิงสาวคิดว่าตัวเองได้กลับไปยังหุบเขาหมอเทวดาแล้ว
“อ่า~ สุราดี!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายสดใส เธอคว้าไหสุราที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มทันทีพร้อมกับพูดว่า “อันนี้ก็เป็นของข้าเช่นกัน”
เมื่อเซียวถังอี้เห็นท่าทางตะกละตะกลามของหญิงสาว ดวงตาของเขาก็เป็นประกายจาง ๆ “ถ้าเจ้าชอบ พรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนเอามาส่งให้”
มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาสงสัย “ท่านไม่ใช่คนที่จู่ ๆ จะมาใส่ใจคนอื่นโดยที่ไม่มีเหตุผล การที่ท่านทำเช่นนี้จะต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง ท่านต้องการอะไร อย่าพูดอ้อมค้อมอีกเลย บอกข้ามาตามตรงเถอะ ข้ากำลังยุ่งอยู่”
พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา ข้อเสนอการแต่งงานของหนานซวนครั้งที่แล้วล้มเหลว ดังนั้นเธอจะต้องใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้จัดการเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเธอยังต้องระวังลี่เฟยอีกด้วย
หญิงสาวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเมื่อนึกถึงความโกลาหลที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
“พรุ่งนี้เจ้ามีแผนการอะไร?” เซียวถังอี้พูดขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วตอบว่า “ข้าไม่มีแผนอะไร เพียงแค่ทำตัวตามปกติ”
ปัญหาเรื่องอาคมได้มาถึงทางตัน และเวลาก็เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เธอยังไม่มีทางแก้ไขมันได้ในตอนนี้
สำหรับหนานซวน เธอไม่มีวันตกลงแต่งงานแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต!
เมื่อเซียวถังอี้เห็นว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่ นัยน์ตาที่เหมือนเหยี่ยวก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก “เมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้ว จดหมายลับจากหนานซวนถูกส่งไปที่ตำหนักตี้เฉิน”
มู่ไป๋ไป่ที่ยกไหสุราขึ้นดื่มชะงักไปชั่วครู่ ในขณะที่หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว “จดหมายลับจากหนานซวน? จดหมายจากฮ่องเต้หนานซวนที่ส่งตรงถึงท่านพ่อของข้า?”
“ใช่” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับนั่งตัวตรง “ไม่มีใครรู้เนื้อหาภายในจดหมายนั้นยกเว้นเสด็จพ่อของเจ้า แต่ข่าวการบาดเจ็บของทูตหนานซวนได้แพร่กระจายไปทั่ววังหลวงอยู่แล้ว”
“เพิ่งเกิดเรื่องขึ้นกับทูตหนานซวนเมื่อวานนี้เอง ถึงแม้ว่าข่าวการบาดเจ็บจะถูกพูดถึงไปทั่ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ข่าวจากเป่ยหลงจะถูกส่งตรงไปถึงหนานซวนภายในวันเดียวใช่หรือไม่?” หญิงสาววางไหสุราลงทันที ขณะอารมณ์ที่เพิ่งจะดีขึ้นได้หายวับไปกับตา
เซียวถังอี้ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่มองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาประเมินเท่านั้น
ยามนี้หน้ากากสีเงินบนใบหน้าเขาดูเหมือนจะกำลังลุกเป็นไฟอยู่ภายใต้เมฆสีแดงอันร้อนแรง ทำให้เขาดูแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย
มู่ไป๋ไป่รู้จักผู้ชายคนนี้มานานหลายปีแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับ แต่เรื่องความรู้ใจกันระหว่างพวกเธอทั้ง 2 นั้นเป็นเรื่องจริง
ตัวอย่างเช่นในขณะนี้ เธอเข้าใจบางสิ่งจากความเงียบของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน
“ฮ่องเต้หนานซวนก็อยู่ในเป่ยหลงด้วยหรือ?” หญิงสาวสูดอากาศเย็น ๆ เข้าปอดและรู้สึกว่าสุราที่เพิ่งดื่มเข้าไปทำให้ตนไม่สบายท้องสักเท่าไหร่
เซียวถังอี้ไม่ได้ตอบออกไปว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เขาเพียงพูดอ้อม ๆ ว่า “เราจะต้องเตรียมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ พรุ่งนี้หนานซวนจะหยิบยกเรื่องการสู่ขอมาพูดอีกแน่นอน”
มู่ไป๋ไป่กำไหสุราในมือเอาไว้แน่น
ไอ้ฮ่องเต้หนานซวนสารเลวนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่?
“มู่ไป๋ไป่” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมา ตามปกติเขาแทบจะไม่เคยเรียกชื่ออีกฝ่ายเต็ม ๆ ต่อหน้าเลย “ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง พรุ่งนี้เจ้ามีแผนการอะไรหรือไม่?”
หญิงสาวเม้มปากและสบตาเขาอย่างแน่วแน่ “ไม่มี! ถึงแม้ว่าฮ่องเต้หนานซวนจะมาสู่ขอข้าในวันพรุ่งนี้ต่อหน้าท่านพ่อ ข้าก็ไม่มีวันตอบตกลง”
เซียวถังอี้มองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วริมฝีปากหยักได้รูปก็ยกขึ้นอย่างกะทันหัน “ตกลง ข้าจะจำคำพูดของเจ้าเอาไว้”
มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย พอเธอรู้ตัวอีกที เขาก็หายตัวไปแล้ว
ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะหินว่างเปล่าประหนึ่งว่าไม่เคยมีใครนั่งอยู่ตรงนั้นเลย มันเป็นเพียงภาพลวงตาของเธอเท่านั้น
“เอ๋ ท่านอ๋องกลับไปแล้วหรือเพคะ?” หลัวเซียวเซียวคำนวณเวลาเอาไว้ว่าทั้งคู่น่าจะคุยกันจบแล้ว นางจึงเดินกลับมาพร้อมกับจอกสุรา แต่นางไม่คาดคิดว่าจะได้พบองค์หญิงหกนั่งอยู่เพียงลำพังในลานบ้าน “พวกพระองค์ไม่ได้จะดื่มด้วยกันหรอกหรือเพคะ?”
ขณะนั้นหญิงสาวเหมือนได้สติกลับมา เธอส่ายหัวพลางกระซิบว่า “ข้าไม่รู้”
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวถังอี้ในตอนที่เขาจากไปเมื่อกี้นี้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจเธอ
เธอรู้สึกว่าพรุ่งนี้เซียวถังอี้อาจจะทำอะไรบางอย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง