เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?

บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?

บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?


มู่ไป๋ไป่กอดแขนพี่ชายทั้ง 2 อย่างมีความสุขพร้อมกับพูดว่า “ข้ารู้สึกดีใจที่พวกท่านพูดเช่นนี้นะ พี่รอง พี่สาม”

“ข้ามีวิธีจัดการเรื่องของทูตหนานซวนแล้ว หากข้าจัดการไม่ได้ ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากพวกท่านทั้ง 2 เอง”

มู่จวินเซิ่งพยักหน้ารับอย่างจริงจัง “พี่รองรู้ว่าเจ้าเป็นคนมีความคิดของตัวเองตั้งแต่เด็ก แต่เจ้าก็อย่าได้ดื้อรั้นจนทำให้เราเป็นกังวล”

เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมองค์รัชทายาทถึงขอให้เขาไปพบมู่ไป๋ไป่หลังจากเข้าเฝ้าไทเฮาเรียบร้อยแล้ว

เรื่องสำคัญที่สุดคงเป็นเพราะเหตุการณ์นี้

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าพี่ชายคนรองกำลังคิดมาก ดังนั้นเธอจึงตอบตกลงด้วยรอยยิ้มแล้วเธอกับเสิ่นจวินเฉาก็ไปส่งอีกฝ่ายที่ประตูวัง

ส่วนหลัวเซียวเซียวอยากจะอยู่ในวังเพื่อคอยช่วยเหลือองค์หญิงหก

ซึ่งมู่จวินเซิ่งก็ไม่ได้ห้ามนาง เขาเพียงแค่ส่งคนมาคอยปกป้องหญิงสาวทั้ง 2 แบบลับ ๆ เท่านั้น

หลังจากมู่ไป๋ไป่ใช้เวลาเกือบทั้งวันในตำหนักฉือซิ่ง เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก ในตอนที่เธอเดินกลับไปยังตำหนักอวี๋ชิง ความรู้สึกของเธอก็ผ่อนคลายมากขึ้น

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเธอจะพบเซียวถังอี้ทันทีที่เดินเข้าไปในเรือนของตัวเอง

ชายหนุ่มกำลังถือไหสุรา 2 ไหไว้ในมือ พอเขาเห็นเธอ เขาก็แกว่งไหสุราพลางถามว่า “เจ้าอยากดื่มสักหน่อยหรือไม่?”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แต่เธอก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจอะไรมากนัก เพราะเธอกลัวหลัวเซียวเซียวจะสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ “ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

ผู้ชายคนนี้หมายความว่าอย่างไร?

ทุกครั้งที่เขาปฏิเสธเธอและทำให้เธอเสียใจ เขาก็จะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอด

หรือในวันนั้นเธอยังพูดไม่ชัดเจนพอ?

“ข้ามาดื่มกับเจ้า ขอแสดงความยินดีที่ได้พบพี่สามของเจ้าด้วย” เซียวถังอี้ดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นท่าทางไม่พอใจของหญิงสาว เขาจึงวางไหสุราลงบนโต๊ะและพยักหน้าทักทายหลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้าง “คุณหนูหลัว เจ้าช่วยไปหยิบจอกสุรามาให้พวกเราได้หรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่ที่ปกติชอบยกดื่มโดยตรงจากไหถลึงตามองเขาทันที

ผู้ชายคนนี้ต้องการทำอะไรถึงได้พยายามกันให้สหายของเธอออกไปแบบนี้?

หลัวเซียวเซียวเหลือบมองไหสุราชั่วอึดใจหนึ่งก่อนจะหันไปมององค์หญิงหก พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร นางจึงพยักหน้าก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปโดยเว้นที่วางให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง

“สุรานี้เพิ่งถูกนำออกมาจากห้องเก็บสุรา ตอนนี้ยังเย็นอยู่เลย รีบดื่มกันเถอะ” เมื่อเซียวถังอี้เห็นหญิงสาวเดินมาอยู่ด้านข้างโดยที่ไม่ได้นั่งลง เขาก็ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ

“ท่านจะให้ข้าดื่มมันอย่างไร?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วถามอย่างเย็นชา “ท่านจำไม่ได้หรือว่าท่านเพิ่งบอกให้เซียวเซียวไปหยิบจอกสุรามา? ถ้าไม่มีจอกข้าจะดื่มอย่างไรล่ะ?”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรู้ตัวว่าตนนั้นได้ทำพลาดไป เขาจึงเกาจมูกแก้เก้อขณะพูดว่า “เช่นนั้นก็นั่งรอสักครู่เถอะ”

ปัจจุบันท้องฟ้าเพิ่งจะมืดลง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ยังคงเห็นเมฆสีแดงเข้มอยู่ที่ขอบฟ้า แสงสะท้อนนั้นปกคลุมทั่วตำหนักอวี๋ชิงจนทำให้เกิดบรรยากาศที่เคร่งขรึมและดูงดงามในเวลาเดียวกัน

มู่ไป๋ไป่มองดูพระอาทิตย์สีแดงเพลิงที่กำลังลาลับขอบฟ้าแล้วรู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองสงบลงมาก

ไม่เป็นไร คิดเสียว่าเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง

บนโลกนี้ผู้ชายก็ไม่ได้หายากนักไม่ใช่หรือ?

หลังจากที่เธอจัดการธุระในวังหลวงเสร็จแล้ว เธอจะออกเดินทางไปทั่วหล้า ถึงเวลานั้นใครจะไปรู้ว่าเธอจะได้พบผู้ชายที่น่าสนใจอีกกี่คน ไยเธอต้องมาเสียเวลารักเซียวถังอี้ข้างเดียวด้วยล่ะ?

แถมเขายังแก่กว่าเธอมากด้วย!

พอหญิงสาวคิดได้เช่นนี้ เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก

“ท่านรีบบอกข้ามาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น” มู่ไป๋ไป่นั่งชันเข่าลงตรงข้ามอีกฝ่ายโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองอีกต่อไป จากนั้นก็หยิบไหสุราขึ้นมาดื่ม

ขณะที่เซียวถังอี้กำลังจะพูด สุราที่เธอดื่มเข้าไปก็ส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ออกมา

มันเป็นเครื่องดื่มที่สดชื่นมากในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิที่ค่อนข้างร้อน

ชั่วขณะหนึ่ง หญิงสาวคิดว่าตัวเองได้กลับไปยังหุบเขาหมอเทวดาแล้ว

“อ่า~ สุราดี!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายสดใส เธอคว้าไหสุราที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มทันทีพร้อมกับพูดว่า “อันนี้ก็เป็นของข้าเช่นกัน”

เมื่อเซียวถังอี้เห็นท่าทางตะกละตะกลามของหญิงสาว ดวงตาของเขาก็เป็นประกายจาง ๆ “ถ้าเจ้าชอบ พรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนเอามาส่งให้”

มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาสงสัย “ท่านไม่ใช่คนที่จู่ ๆ จะมาใส่ใจคนอื่นโดยที่ไม่มีเหตุผล การที่ท่านทำเช่นนี้จะต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง ท่านต้องการอะไร อย่าพูดอ้อมค้อมอีกเลย บอกข้ามาตามตรงเถอะ ข้ากำลังยุ่งอยู่”

พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา ข้อเสนอการแต่งงานของหนานซวนครั้งที่แล้วล้มเหลว ดังนั้นเธอจะต้องใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้จัดการเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเธอยังต้องระวังลี่เฟยอีกด้วย

หญิงสาวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเมื่อนึกถึงความโกลาหลที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้

“พรุ่งนี้เจ้ามีแผนการอะไร?” เซียวถังอี้พูดขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง

มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วตอบว่า “ข้าไม่มีแผนอะไร เพียงแค่ทำตัวตามปกติ”

ปัญหาเรื่องอาคมได้มาถึงทางตัน และเวลาก็เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เธอยังไม่มีทางแก้ไขมันได้ในตอนนี้

สำหรับหนานซวน เธอไม่มีวันตกลงแต่งงานแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต!

เมื่อเซียวถังอี้เห็นว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่ นัยน์ตาที่เหมือนเหยี่ยวก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก “เมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้ว จดหมายลับจากหนานซวนถูกส่งไปที่ตำหนักตี้เฉิน”

มู่ไป๋ไป่ที่ยกไหสุราขึ้นดื่มชะงักไปชั่วครู่ ในขณะที่หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว “จดหมายลับจากหนานซวน? จดหมายจากฮ่องเต้หนานซวนที่ส่งตรงถึงท่านพ่อของข้า?”

“ใช่” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับนั่งตัวตรง “ไม่มีใครรู้เนื้อหาภายในจดหมายนั้นยกเว้นเสด็จพ่อของเจ้า แต่ข่าวการบาดเจ็บของทูตหนานซวนได้แพร่กระจายไปทั่ววังหลวงอยู่แล้ว”

“เพิ่งเกิดเรื่องขึ้นกับทูตหนานซวนเมื่อวานนี้เอง ถึงแม้ว่าข่าวการบาดเจ็บจะถูกพูดถึงไปทั่ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ข่าวจากเป่ยหลงจะถูกส่งตรงไปถึงหนานซวนภายในวันเดียวใช่หรือไม่?” หญิงสาววางไหสุราลงทันที ขณะอารมณ์ที่เพิ่งจะดีขึ้นได้หายวับไปกับตา

เซียวถังอี้ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่มองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาประเมินเท่านั้น

ยามนี้หน้ากากสีเงินบนใบหน้าเขาดูเหมือนจะกำลังลุกเป็นไฟอยู่ภายใต้เมฆสีแดงอันร้อนแรง ทำให้เขาดูแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย

มู่ไป๋ไป่รู้จักผู้ชายคนนี้มานานหลายปีแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับ แต่เรื่องความรู้ใจกันระหว่างพวกเธอทั้ง 2 นั้นเป็นเรื่องจริง

ตัวอย่างเช่นในขณะนี้ เธอเข้าใจบางสิ่งจากความเงียบของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน

“ฮ่องเต้หนานซวนก็อยู่ในเป่ยหลงด้วยหรือ?” หญิงสาวสูดอากาศเย็น ๆ เข้าปอดและรู้สึกว่าสุราที่เพิ่งดื่มเข้าไปทำให้ตนไม่สบายท้องสักเท่าไหร่

เซียวถังอี้ไม่ได้ตอบออกไปว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เขาเพียงพูดอ้อม ๆ ว่า “เราจะต้องเตรียมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ พรุ่งนี้หนานซวนจะหยิบยกเรื่องการสู่ขอมาพูดอีกแน่นอน”

มู่ไป๋ไป่กำไหสุราในมือเอาไว้แน่น

ไอ้ฮ่องเต้หนานซวนสารเลวนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่?

“มู่ไป๋ไป่” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมา ตามปกติเขาแทบจะไม่เคยเรียกชื่ออีกฝ่ายเต็ม ๆ ต่อหน้าเลย “ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง พรุ่งนี้เจ้ามีแผนการอะไรหรือไม่?”

หญิงสาวเม้มปากและสบตาเขาอย่างแน่วแน่ “ไม่มี! ถึงแม้ว่าฮ่องเต้หนานซวนจะมาสู่ขอข้าในวันพรุ่งนี้ต่อหน้าท่านพ่อ ข้าก็ไม่มีวันตอบตกลง”

เซียวถังอี้มองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วริมฝีปากหยักได้รูปก็ยกขึ้นอย่างกะทันหัน “ตกลง ข้าจะจำคำพูดของเจ้าเอาไว้”

มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย พอเธอรู้ตัวอีกที เขาก็หายตัวไปแล้ว

ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะหินว่างเปล่าประหนึ่งว่าไม่เคยมีใครนั่งอยู่ตรงนั้นเลย มันเป็นเพียงภาพลวงตาของเธอเท่านั้น

“เอ๋ ท่านอ๋องกลับไปแล้วหรือเพคะ?” หลัวเซียวเซียวคำนวณเวลาเอาไว้ว่าทั้งคู่น่าจะคุยกันจบแล้ว นางจึงเดินกลับมาพร้อมกับจอกสุรา แต่นางไม่คาดคิดว่าจะได้พบองค์หญิงหกนั่งอยู่เพียงลำพังในลานบ้าน “พวกพระองค์ไม่ได้จะดื่มด้วยกันหรอกหรือเพคะ?”

ขณะนั้นหญิงสาวเหมือนได้สติกลับมา เธอส่ายหัวพลางกระซิบว่า “ข้าไม่รู้”

แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวถังอี้ในตอนที่เขาจากไปเมื่อกี้นี้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจเธอ

เธอรู้สึกว่าพรุ่งนี้เซียวถังอี้อาจจะทำอะไรบางอย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง

จบบทที่ บทที่ 495: พรุ่งนี้เจ้ามีแผนอะไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว