เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 489: ผู้ชายคนไหนที่ไร้ยางอายเช่นนี้?

บทที่ 489: ผู้ชายคนไหนที่ไร้ยางอายเช่นนี้?

บทที่ 489: ผู้ชายคนไหนที่ไร้ยางอายเช่นนี้?


มู่ไป๋ไป่ไอแห้ง ๆ และเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ “จะพูดแบบนั้นก็ได้…”

ในตอนนั้นเอง มีบางอย่างร้องเตือนในใจของมู่จวินฝานแบบกะทันหัน เพราะเขาเองก็เคยคิดเอาไว้ว่าน้องสาวของเขาถึงวัยที่จะมีความรักครั้งแรกแล้วเช่นกัน

แต่ตามปกติมู่ไป๋ไป่มักจะมุ่งความสนใจอยู่กับการเรียนรู้วิชาแพทย์ของนาง เขาไม่เคยได้ยินองครักษ์เงามารายงานว่านางไปสนิทกับผู้ชายคนไหนในหุบเขาหมอเทวดาเลย

ตอนนี้เขาจึงรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินน้องสาวถามเช่นนี้ขึ้นมา

“ท่านพี่รัชทายาท ท่านอย่าได้เข้าใจข้าผิด!” เมื่อหญิงสาวเห็นสีหน้าประหลาดใจของผู้เป็นพี่ชาย เธอก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่จึงรีบโบกมือปฏิเสธ “ข้าแค่ถามเล่น ๆ น่ะ!”

“...” มู่จวินฝานยังคงนิ่งเงียบ

“จริง ๆ นะ!” บัดนี้ใบหน้าของมู่ไป๋ไป่แดงระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ

การที่เธอถูกเซียวถังอี้ปฏิเสธนั้นก็น่าอายมากพอแล้ว หากท่านพี่รัชทายาทรู้เรื่องนี้อีก เธอคงจะเก็บกระเป๋าหนีออกจากวังตั้งแต่คืนนี้เลย!

มู่จวินฝานสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความรู้สึกปั่นป่วนในใจ และสิ่งที่เขาเรียนรู้มาจากการอยู่ในราชสำนักตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ทำให้เขาสงบใจลงได้เร็วกว่าคนทั่วไป จากนั้นเขาก็พยักหน้ารับอย่างใจเย็น “พี่เข้าใจแล้ว”

พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันเธอก็หงุดหงิดตัวเองว่าทำไมเธอถึงถามคำถามนี้ออกไป

“อายุ… ข้าไม่คิดว่ามันเป็นอุปสรรค” ชายหนุ่มคิดสักครู่แล้วตอบออกไปอย่างระมัดระวัง “แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะเจาะจงด้วย อย่างเช่น คน 2 คนที่รักกันนั้นมีอายุต่างกันมากแค่ไหน?”

เดิมทีหญิงสาวคิดจะเลิกพูดเรื่องนี้ต่อไป แต่ 2 วันที่ผ่านมาเธอรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องของเซียวถังอี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบแบบกว้าง ๆ ว่า “ก็ไม่มากนัก น่าจะประมาณ 10 ปีกระมัง…”

มู่จวินฝานชะงักนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะยกชาขึ้นจิบ

บัดนี้ชายหนุ่มพยายามสงวนท่าทีของตัวเอง สุดท้ายก็กล้ำกลืนความรู้สึกลงท้องไปได้

“ห่างกัน 10 ปีเลยหรือ?” มู่จวินฝานพูดพลางฝืนยิ้ม “สาว ๆ สมัยนี้ชอบผู้ชายอายุมากกว่าตัวเองมากเลยหรือ?”

ทำไมไป๋ไป่ของเขาถึงได้มีรสนิยมที่แปลกประหลาดเช่นนี้?

ถ้าเขารู้ว่าชายที่อายุมากกว่านาง 10 ปีเป็นใคร เขาคงจะจับตัวชายคนนั้นมาสืบสวนให้กระจ่าง

ไร้ยางอาย!

“ก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้กันทุกคนหรอก” มู่ไป๋ไป่ตอบกลับไปอย่างนุ่มนวล “เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับโชคชะตา…”

“ข้าเข้าใจแล้ว” มู่จวินฝานสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดว่า “เรื่องนี้ข้าอาจจะไม่ค่อยสันทัดสักเท่าไหร่”

เขาไม่ควรยุ่งกับเรื่องในราชสำนักจนไม่มีเวลามาสนใจน้องสาว เขาควรใส่ใจนางให้มากกว่านี้

และไป๋ไป่ก็เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย หากนางโดนหลอกขึ้นมาจะเป็นอย่างไร?

ยิ่งชายหนุ่มคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น

เขาพยายามไล่รายชื่อคนที่อาจจะเป็นคนที่ไป๋ไป่ตกหลุมรักและมีอายุมากกว่านาง 10 ปีในหัวตัวเอง แต่คิดอยู่นานก็พบว่าไม่มีคนเช่นนั้นเลย

หรือว่าไป๋ไป่ได้พบกับคนผู้นั้นในยุทธภพ?

“อันที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องของสหายข้า” มู่ไป๋ไป่กระแอมในลำคอและเริ่มแต่งเรื่องขึ้นมา “นางกับคนที่นางแอบชอบนั้นช่วงนี้ความสัมพันธ์ไม่สู้ดีนัก มันทำให้นางรู้สึกทุกข์ใจมาก แต่ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แค่ผู้ชายที่นางชอบอายุใกล้เคียงกับท่านพี่รัชทายาท ข้าเลยคิดว่าควรจะลองถามท่านดู”

มู่ไป๋ไป่โกหกตาใส แม้แต่ตัวเธอเองก็เกือบจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองพูดด้วยซ้ำ

“เขาอายุใกล้เคียงกับข้าหรือ?” มู่จวินฝานเลิกคิ้วขึ้นจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็นและนึกถึงคนที่เข้าเค้าในใจ 2 คน แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นองครักษ์เงาของเขา

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมู่ไป๋ไป่นอกจากเรื่องระหว่างเจ้านายกับคนรับใช้

แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน!

“อืมมม…” มู่ไป๋ไป่เขี่ยนิ้วตัวเองเบา ๆ “แล้วท่านพี่ล่ะ ท่านอายุขนาดนี้ท่านจะปฏิเสธผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าท่านหรือไม่?”

“เอ่อ…” เดิมทีมู่จวินฝานตั้งใจจะพูดโน้มน้าวให้น้องสาวอยู่ห่างจากตาเฒ่าหัวงูนั่น

แต่หลังจากได้สบเข้ากับดวงตาใสซื่อของมู่ไป๋ไป่ เขาก็ไม่สามารถเอ่ยคำพูดเหล่านั้นออกมาได้

เขาคอยดูแลน้องสาวคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโต เขาบอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกเช่นไร

ตามนิสัยของมู่ไป๋ไป่ นางจะต้องใช้ความกล้ามากทีเดียวที่จะพูดมันออกมา แล้วเขาจะทนทำให้นางต้องเสียใจได้อย่างนั้นหรือ?

ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ สุดท้ายเขาก็ลดเสียงพูดลง “สำหรับตัวข้า ข้าไม่รู้ว่าผู้ชายคนอื่นคิดอย่างไร แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนที่ข้ารัก ข้าจะไม่ปฏิเสธนาง ถึงนางจะอายุน้อยมากจนยังไม่ถึงวัยแต่งงาน ข้าก็ยินดีที่จะรอนาง”

มู่ไป๋ไป่กะพริบตาปริบ ๆ และถอนหายใจเบา ๆ “สมแล้วที่พวกเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เรามีความคิดเหมือนกัน…”

แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเซียวถังอี้ถึงได้ปฏิเสธเธออยู่เรื่อย

หรือจะเป็นเพราะว่าเขารู้สึกต่อเธอเพียงแค่พี่น้องจริง ๆ?

เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยสักนิด

จากนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วจนเป็นปม

ทางด้านมู่จวินฝานเมื่อเห็นว่าน้องสาวยังคงอารมณ์ไม่ดี เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าตนนั้นพูดผิดไป เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่เขาก็ได้รับรายงานจากคนของตำหนักตี้เฉินว่าเสด็จพ่อเรียกให้เขาไปเข้าเฝ้า

ชายหนุ่มจึงจำเป็นต้องขอตัวออกไปก่อน ถึงกระนั้นเขาก็ยังเป็นห่วงมู่ไป๋ไป่มากจึงได้ส่งองครักษ์เงาไปแจ้งให้มู่จวินเซิ่งมาอยู่กับนาง

ในวันนี้แม่ทัพหนุ่มควรจะมาเข้าเฝ้าไทเฮา แต่พอเขาเข้ามาในวัง เขาก็ได้รับรายงานจากองครักษ์เงาของรัชทายาท มันจึงทำให้เขารู้สึกสับสนขึ้นมาไม่น้อย

“องค์รัชทายาททรงมีรับสั่งให้ท่านแม่ทัพไปอยู่เป็นเพื่อนองค์หญิงหก… มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับองค์หญิงหกหรือไม่เจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวคิดถึงมู่ไป๋ไป่จึงได้ขอติดตามมู่จวินเซิ่งมาที่วังหลวงด้วย

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปแทนข้าเถอะ” ชายหนุ่มคิดสักครู่แล้วพูดว่า “เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อไปหาไป๋ไป่ และเจ้าเองก็เป็นผู้หญิง ไป๋ไป่คงจะกล้าพูดกับเจ้ามากกว่า”

หญิงสาวคิดถึงเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่มู่จวินเซิ่งพูดฟังดูสมเหตุสมผล ดังนั้นนางจึงเดินตามองครักษ์เงาไปทันที

ขณะนี้มู่ไป๋ไป่กำลังนั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะหินพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังมาจากด้านนอก

“หืม?” หญิงสาวหันกลับไปมองบุคคลนั้นก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจ “เซียวเซียว เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

“องค์ชายรองเสด็จมาเข้าเฝ้าไทเฮาเพคะ” หลัวเซียวเซียวมององค์หญิงหกด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าคนตรงหน้าดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน นางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “หม่อมฉันคิดถึงองค์หญิง หม่อมฉันจึงได้ขอร้องให้องค์ชายรองพาหม่อมฉันเข้ามาในวังหลวงด้วย”

“ถ้าเจ้าอยากพบข้า ทำไมเจ้าไม่ให้คนส่งจดหมายมาให้ ข้าจะได้ไปหาเจ้าเอง!” มู่ไป๋ไป่ดึงอีกฝ่ายมานั่งลงข้างกันและหยิบยื่นขนมให้นางด้วยความคุ้นเคย “ขนมพวกนี้เพิ่งส่งมาจากห้องครัวหลวงไม่นาน ยังอุ่น ๆ อยู่เลย เจ้ารีบกินสิ เจ้ารู้หรือไม่ การที่เจ้าเข้ามาในวังตอนนี้มันอันตรายมากแค่ไหน!”

เมื่อหลัวเซียวเซียวเห็นว่าองค์หญิงหกเริ่มเทศนาตนพร้อมกับยัดขนมใส่มือ นางก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี “หม่อมฉันมาที่นี่กับองค์ชายรอง จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับหม่อมฉันได้อีกเพคะ?”

“นอกจากนี้ องค์ชายรองก็อยู่ในวังหลวงได้ไม่นานนัก”

ตั้งแต่เด็กหลัวเซียวเซียวมักจะติดตามมู่ไป๋ไป่ไปทุกที่ นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่พวกนางแยกจากกันนานขนาดนี้

ในความเป็นจริง นอกจากหลัวเซียวเซียวจะไม่คุ้นเคยกับการต้องแยกจากองค์หญิงหกแล้ว มู่ไป๋ไป่เองก็รู้สึกไม่คุ้นชินเช่นกัน

หญิงสาวขยี้จมูกที่แสบร้อนของตัวเองแล้วพูดว่า “เซียวเซียว ข้าเองก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน ข้ามีเรื่องมากมายที่อยากจะพูด แต่ก็ไม่มีใครให้พูดด้วยเลย… เอ่อ…”

“แล้วเจ้าส้มล่ะ?”

จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่คิดถึงเจ้าแมวอ้วนที่เธอส่งไปที่จวนแม่ทัพ “มันไม่ได้มากับเจ้าหรือ? หรือว่ามันจะย้ายไปอยู่จวนแม่ทัพถาวรแล้ว?”

“เจ้าส้มยังไม่กลับมาอีกหรือเพคะ?” หลัวเซียวเซียวตกตะลึงกับคำถามนี้เช่นกัน “วันนั้นหลังจากที่มันส่งจดหมายให้หม่อมฉัน จู่ ๆ มันก็รีบวิ่งออกไปจากจวน หม่อมฉันคิดว่าองค์หญิงกำชับมันให้รีบกลับ หม่อมฉันก็เลยไม่ได้เอะใจอะไรเพคะ”

จบบทที่ บทที่ 489: ผู้ชายคนไหนที่ไร้ยางอายเช่นนี้?

คัดลอกลิงก์แล้ว