เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?

บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?

บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?


พ่อครัวหลวงที่ถามคำถามนี้ได้เฝ้าดูมู่ไป๋ไป่เติบโตมาตั้งแต่เด็ก พวกเขาจึงสนิทกันในระดับหนึ่ง หลังจากที่เขาได้รับคำชี้แนะจากองค์หญิงหก ฝีมือการทำอาหารของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าพ่อครัวจากมู่เทียนฉง

“หรือว่านี่เป็นอาหารจานใหม่ที่พระองค์คิดค้นขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ?” พ่อครัวหลวงมองไปที่จานอาหารซึ่งดูเผ็ดร้อน เพียงแค่มองเขาก็สามารถจินตนาการถึงรสชาติของมันจนอดไม่ได้ที่จะจามออกมา

หรือว่าองค์หญิงหกกับเขาจะไม่ได้พบหน้ากันนานเกินไป และวิธีการทำอาหารของพระองค์ก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว?

“เปล่า” ทันทีที่มู่ไป๋ไป่มองอาหารจานนี้ เธอก็คิดถึงใบหน้าเหยเกของเซียวถังอี้ยามที่ได้ลิ้มรสมัน เธอจึงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “นี่เป็นอาหารจานพิเศษที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้คนผู้หนึ่ง ท่านอย่าได้กังวลไปเลย”

“อาหารจานพิเศษ?” หัวหน้าพ่อครัวพูดขึ้นด้วยความสงสัย แต่เขาก็กลัวว่าตนจะไปขัดใจองค์หญิงหก เขาเลยไม่กล้าถามอะไรมากนัก

“ใช่” หญิงสาวสั่งให้พ่อครัวหลวงช่วยกันจัดจานอาหารอีก 2-3 จาน ขณะนั้นจู่ ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ช่วงนี้พวกท่านเป็นคนรับผิดชอบอาหารของทูตหนานซวนหรือไม่?”

“ทูลองค์หญิงหก” หัวหน้าพ่อครัวส่ายหัวตอบ “ทูตหนานซวนบอกเองว่าเขาไม่คุ้นเคยกับอาหารเป่ยหลงของเรา ดังนั้นอาหารทั้ง 3 มื้อจึงถูกเตรียมขึ้นโดยคนของพวกเขาเอง แต่พวกเขาจะมาใช้ครัวหลวงของเราในการปรุงอาหาร”

“กระหม่อมได้ลองสังเกตดูแล้ว วิธีการทำอาหารของชาวหนานซวนกับชาวเป่ยหลงนั้นอาจจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก”

ด้วยเหตุผลที่ทูตหนานซวนไม่กล้ากินอาหารที่ครัวหลวงเตรียมเอาไว้ นั่นจึงทำให้พ่อครัวหลวงไม่พอใจกับเรื่องนี้ ทุกครั้งที่คนของหนานซวนมาที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารให้ทูตหนานซวน พวกเขาก็จะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

“ไม่คุ้นเคยหรือ?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้ว

จากความคิดของเธอ วัฒนธรรมการกินของหนานซวนกับเป่ยหลงนั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

นอกจากนี้ ทูตหนานซวนยังมาเพื่อร่วมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาด้วย หากเขาบอกว่าไม่คุ้นเคยกับอาหาร มันจะถือว่าเป็นการกระทำที่หยาบคายไม่น้อย แต่อีกฝ่ายก็ยังทำเช่นนั้น

“พ่ะย่ะค่ะ” พ่อครัวหลวงสนิทสนมกับมู่ไป๋ไป่เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะพูดออกมาเลย พอเริ่มต้นหัวข้อสนทนากันแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องอื่น ๆ ที่คนของหนานซวนทำ “ว่าก็ว่าเถอะ คนของหนานซวนทำตัวป่าเถื่อนมาก”

“ในการปรุงเนื้อสัตว์ พวกเขาปรุงแบบสุกๆดิบๆเท่านั้น ตอนแรกกระหม่อมก็ใจดีเตือนพวกเขาแล้ว สุดท้ายพวกเขากลับมาหาว่ากระหม่อมยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

“ฮึ ในที่สุดกระหม่อมก็เข้าใจแล้ว เป็นเพราะคนพวกนี้ป่าเถื่อนถึงได้ชอบกินเนื้อดิบและดื่มเลือดเป็นอาหาร คนพวกนี้ไม่ได้มีอารยธรรมเท่ากับเป่ยหลงของเรา”

หัวใจของมู่ไป๋ไป่พลันเต้นรัว ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจอะไรบางอย่างเข้าแล้ว “คนพวกนั้นปรุงเนื้อแบบสุก ๆ ดิบ ๆ อย่างนั้นหรือ?”

“พ่ะย่ะค่ะ!” พ่อครัวหลวงพยักหน้ายืนยันหลายครั้ง “องค์หญิงหก กระหม่อมไม่ได้โกหกเลย พวกเราหลายคนต่างก็เห็นแบบเดียวกัน”

บรรดาพ่อครัวต่างก็พยักหน้าสำทับและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับนิสัยการกินที่แปลกประหลาดของชาวหนานซวน

มู่ไป๋ไป่ใช้เวลาทำอาหารไม่นานสักเท่าไหร่ แต่เธอกลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดคุยกับเหล่าพ่อครัว

เมื่อเธอกลับมาจากห้องครัวหลวง อาหารที่เคยร้อนก็เริ่มอุ่นแล้ว

“เอ้านี่ ท่านกินสิ” หญิงสาววางปิ่นโตลงบนโต๊ะหิน “นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการ ข้าเป็นคนทำเองทั้งหมด!”

“เจ้าทำเองจริง ๆ หรือ?” คิ้วทรงกระบี่ของเซียวถังอี้ยกขึ้นเล็กน้อย “เจ้าไม่ได้สั่งให้พ่อครัวหลวงทำให้ข้าหรอกหรือ?”

“ท่านเห็นข้าเป็นคนแบบใดกัน?” มู่ไป๋ไป่โต้กลับไปทันควัน “ท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ของข้า แล้วข้าจะทำแบบขอไปทีกับญาติผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน!”

เมื่อเธอกล่าวจบ เธอก็พาเต่าเฒ่าที่อยู่ด้านข้างไปถามถึงความคืบหน้าของงานที่เธอสั่งไป

แต่สายตาของเธอก็ยังไม่ละไปจากเซียวถังอี้อยู่ดี

ยามที่หญิงสาวมองดูชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดปิ่นโตทีละชั้นและหยิบตะเกียบขึ้นมา จู่ ๆ เธอก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

เขาจะโกรธหรือไม่?

เธอใส่ทั้งเกลือและพริกเพิ่มเข้าไปในอาหารหลายจาน

แม้แต่เธอที่ได้ชิมมันเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่กล้าแตะต้องมันอีกครั้ง

ขณะที่เธอกำลังคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็หันไปหาเซียวถังอี้ที่คีบอาหารจานแรกเข้าปาก

ทว่า… สถานการณ์ที่มู่ไป๋ไป่จินตนาการเอาไว้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย

ชายหนุ่มยังคงคีบอาหารเข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาไม่ได้รีบร้อนหรือเชื่องช้าจนเกินไป แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน อาหารส่วนใหญ่ที่พูนขึ้นมาก็เริ่มร่อยหรอ

ดูเหมือนว่าเขาจะหิวจริง ๆ

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าเขากินเข้าไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เธอก็รู้สึกอึดอัดจนอดที่จะถามออกไปไม่ได้ว่า “อร่อยหรือไม่?”

เพราะเธอเคยชิมมันแล้วรู้สึกว่ารสชาติแย่มากจนกินไม่ลง

“อร่อยมาก” เซียวถังอี้พยักหน้าพร้อมกับยิ้มจาง ๆ “อร่อยมากจริง ๆ”

“...”

“ติดอยู่นิดเดียว ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำน้อยเกินไป” ชายหนุ่มกล่าวพลางเหลือบมองอาหารทั้ง 4 จานที่พร่องไปมาก “ไม่อย่างนั้นข้าคงจะได้แบ่งให้เจ้ากินสักจาน”

มู่ไป๋ไป่เม้มปากแน่น ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปหาเขาแล้วคว้าชามข้าวและตะเกียบจากมือของอีกฝ่าย “เลิกกินได้แล้ว!”

“ไป๋ไป่…” เซียวถังอี้มองหญิงสาวด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ “มันอร่อยจริง ๆ”

“ข้าไม่สนว่ามันจะอร่อยหรือไม่” มู่ไป๋ไป่กัดฟันแน่น ในขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องไปที่คนตรงหน้า “เซียวถังอี้ ถ้าท่านอยากเป็นเพียงแค่ญาติผู้ใหญ่ของข้า ท่านอย่าทำแบบนี้”

ทำไมเขาถึงตามใจเธอมากขนาดนี้?

เขาทำให้เธอเข้าใจผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้เธอต้องจมอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ต่อไป แล้วก็ใช้คำพูดโหดร้ายบอกว่าระหว่างพวกเธอนั้นไม่มีทางเป็นไปได้

ถ้อยคำของหญิงสาวทำให้สีหน้าของเซียวถังอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ข้าขอโทษ ข้าแค่…”

เขาอยากบอกว่าเขาเพียงแค่เคยชิน

หญิงสาวตรงหน้าคือคนที่เขาเฝ้าดูนางเติบโตมาตั้งแต่เด็ก

แต่แล้ววันหนึ่งจู่ ๆ เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตำแหน่งของมู่ไป๋ไป่ในใจของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

การตามใจและการเอาใจใส่ที่เขาทำกับนางนั้นเหมือนถูกฝังอยู่ในกระดูกไม่มีวันจางหายไป

“ข้าไม่อยากได้ยิน!” มู่ไป๋ไป่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกระแทกชามข้าวกับตะเกียบลงบนโต๊ะตามแรงอารมณ์ “ข้าจะไปสั่งให้คนเตรียมอาหารให้ท่านอีกครั้ง หลังจากท่านกินเสร็จแล้วก็รีบกลับไปเถอะเสด็จอา”

“ขอขอบคุณเสด็จอาสำหรับเรื่องของทูตหนานซวน แต่ข้าจัดการเองได้”

หลังจากกล่าวจบเธอก็ไม่ได้มองหน้าชายหนุ่มแล้วเดินตรงกลับไปที่ห้องทันที

เซียวถังอี้มองแผ่นหลังของหญิงสาวจนหายลับตาไปในห้อง ก่อนที่เขาจะหยิบถ้วยข้าวกับตะเกียบขึ้นมากินอาหารที่เริ่มเย็นต่อไปช้า ๆ

อาหารเหล่านี้ทั้งเค็มและเผ็ด แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกจริง ๆ

ในค่ำคืนนี้ตำหนักหมอหลวงสว่างไสวตลอดทั้งคืน

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นจึงมีข่าวจากตำหนักหมอหลวงว่าทูตหนานซวนปลอดภัยแล้ว

ปัจจุบันคนในวังหลวงก็ยังคงสืบสวนหามือสังหารที่ลอบสังหารทูตหนานซวนไม่หยุด

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ได้ขอความช่วยเหลือจากสัตว์ต่าง ๆ เพื่อค้นทั่ววังหลวงแล้ว แต่เธอก็ไม่พบงูที่เต่าชรากล่าวถึง ในทางตรงกันข้าม เธอกลับพบว่าในวังหลวงนั้นมีแมงป่องอยู่มากมาย

อีกทั้งยังมีเหตุการณ์แมงป่องต่อยคนเกิดขึ้นหลายครั้ง

หญิงสาวจึงได้เตรียมยาถอนพิษเอาไว้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครต้องเสียชีวิต

“พรุ่งนี้จะเป็นงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา” ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้มู่จวินฝานมัวแต่ยุ่งอยู่กับทูตหนานซวน จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้มีเวลาพักผ่อนจึงได้มาหามู่ไป๋ไป่

“ไป๋ไป่ จำเอาไว้ว่าพรุ่งนี้อย่าอยู่ลำพัง และพยายามอยู่ใกล้ ๆ พี่เอาไว้”

“เพคะ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าเข้าใจแล้ว”

ผู้เป็นพี่ชายมองดูน้องสาวอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “ไป๋ไป่กำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่หรือ?”

เพียงแค่มองปราดเดียวชายหนุ่มก็อ่านความคิดของน้องสาวออก เพราะว่าความรู้สึกของนางนั้นเขียนเอาไว้บนใบหน้าหมดแล้ว

“หืม?” มู่ไป๋ไป่ที่ยังไม่ตอบสนองกำลังจะส่ายหัวปฏิเสธ แต่เมื่อคิดถึงปัญหาที่รบกวนจิตใจตนในช่วงนี้ เธอจึงอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ “ท่านพี่รัชทายาท ท่านคิดว่าอายุเป็นอุปสรรคระหว่างความรักของคน 2 คนหรือไม่?”

ดวงตาของมู่จวินฝานฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย “คน 2 คนที่เจ้ากำลังพูดถึงคือคนรักกันหรือ?”

--------------------------------------------------

นักอ่านที่รักจ๋า แอดเอา E-Book ไป๋ไป่ เล่ม 9 มาเสิร์ฟแล้วจ้า นักอ่านสามารถเข้าไปซื้อกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยน้า~

MEB: https://shorturl.asia/obmwv

จบบทที่ บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว