- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?
บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?
บทที่ 488: ท่านพี่รัชทายาท อายุเป็นอุปสรรคหรือไม่?
พ่อครัวหลวงที่ถามคำถามนี้ได้เฝ้าดูมู่ไป๋ไป่เติบโตมาตั้งแต่เด็ก พวกเขาจึงสนิทกันในระดับหนึ่ง หลังจากที่เขาได้รับคำชี้แนะจากองค์หญิงหก ฝีมือการทำอาหารของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าพ่อครัวจากมู่เทียนฉง
“หรือว่านี่เป็นอาหารจานใหม่ที่พระองค์คิดค้นขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ?” พ่อครัวหลวงมองไปที่จานอาหารซึ่งดูเผ็ดร้อน เพียงแค่มองเขาก็สามารถจินตนาการถึงรสชาติของมันจนอดไม่ได้ที่จะจามออกมา
หรือว่าองค์หญิงหกกับเขาจะไม่ได้พบหน้ากันนานเกินไป และวิธีการทำอาหารของพระองค์ก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว?
“เปล่า” ทันทีที่มู่ไป๋ไป่มองอาหารจานนี้ เธอก็คิดถึงใบหน้าเหยเกของเซียวถังอี้ยามที่ได้ลิ้มรสมัน เธอจึงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “นี่เป็นอาหารจานพิเศษที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้คนผู้หนึ่ง ท่านอย่าได้กังวลไปเลย”
“อาหารจานพิเศษ?” หัวหน้าพ่อครัวพูดขึ้นด้วยความสงสัย แต่เขาก็กลัวว่าตนจะไปขัดใจองค์หญิงหก เขาเลยไม่กล้าถามอะไรมากนัก
“ใช่” หญิงสาวสั่งให้พ่อครัวหลวงช่วยกันจัดจานอาหารอีก 2-3 จาน ขณะนั้นจู่ ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ช่วงนี้พวกท่านเป็นคนรับผิดชอบอาหารของทูตหนานซวนหรือไม่?”
“ทูลองค์หญิงหก” หัวหน้าพ่อครัวส่ายหัวตอบ “ทูตหนานซวนบอกเองว่าเขาไม่คุ้นเคยกับอาหารเป่ยหลงของเรา ดังนั้นอาหารทั้ง 3 มื้อจึงถูกเตรียมขึ้นโดยคนของพวกเขาเอง แต่พวกเขาจะมาใช้ครัวหลวงของเราในการปรุงอาหาร”
“กระหม่อมได้ลองสังเกตดูแล้ว วิธีการทำอาหารของชาวหนานซวนกับชาวเป่ยหลงนั้นอาจจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก”
ด้วยเหตุผลที่ทูตหนานซวนไม่กล้ากินอาหารที่ครัวหลวงเตรียมเอาไว้ นั่นจึงทำให้พ่อครัวหลวงไม่พอใจกับเรื่องนี้ ทุกครั้งที่คนของหนานซวนมาที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารให้ทูตหนานซวน พวกเขาก็จะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
“ไม่คุ้นเคยหรือ?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้ว
จากความคิดของเธอ วัฒนธรรมการกินของหนานซวนกับเป่ยหลงนั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
นอกจากนี้ ทูตหนานซวนยังมาเพื่อร่วมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาด้วย หากเขาบอกว่าไม่คุ้นเคยกับอาหาร มันจะถือว่าเป็นการกระทำที่หยาบคายไม่น้อย แต่อีกฝ่ายก็ยังทำเช่นนั้น
“พ่ะย่ะค่ะ” พ่อครัวหลวงสนิทสนมกับมู่ไป๋ไป่เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะพูดออกมาเลย พอเริ่มต้นหัวข้อสนทนากันแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องอื่น ๆ ที่คนของหนานซวนทำ “ว่าก็ว่าเถอะ คนของหนานซวนทำตัวป่าเถื่อนมาก”
“ในการปรุงเนื้อสัตว์ พวกเขาปรุงแบบสุกๆดิบๆเท่านั้น ตอนแรกกระหม่อมก็ใจดีเตือนพวกเขาแล้ว สุดท้ายพวกเขากลับมาหาว่ากระหม่อมยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
“ฮึ ในที่สุดกระหม่อมก็เข้าใจแล้ว เป็นเพราะคนพวกนี้ป่าเถื่อนถึงได้ชอบกินเนื้อดิบและดื่มเลือดเป็นอาหาร คนพวกนี้ไม่ได้มีอารยธรรมเท่ากับเป่ยหลงของเรา”
หัวใจของมู่ไป๋ไป่พลันเต้นรัว ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจอะไรบางอย่างเข้าแล้ว “คนพวกนั้นปรุงเนื้อแบบสุก ๆ ดิบ ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ!” พ่อครัวหลวงพยักหน้ายืนยันหลายครั้ง “องค์หญิงหก กระหม่อมไม่ได้โกหกเลย พวกเราหลายคนต่างก็เห็นแบบเดียวกัน”
บรรดาพ่อครัวต่างก็พยักหน้าสำทับและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับนิสัยการกินที่แปลกประหลาดของชาวหนานซวน
มู่ไป๋ไป่ใช้เวลาทำอาหารไม่นานสักเท่าไหร่ แต่เธอกลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดคุยกับเหล่าพ่อครัว
เมื่อเธอกลับมาจากห้องครัวหลวง อาหารที่เคยร้อนก็เริ่มอุ่นแล้ว
“เอ้านี่ ท่านกินสิ” หญิงสาววางปิ่นโตลงบนโต๊ะหิน “นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการ ข้าเป็นคนทำเองทั้งหมด!”
“เจ้าทำเองจริง ๆ หรือ?” คิ้วทรงกระบี่ของเซียวถังอี้ยกขึ้นเล็กน้อย “เจ้าไม่ได้สั่งให้พ่อครัวหลวงทำให้ข้าหรอกหรือ?”
“ท่านเห็นข้าเป็นคนแบบใดกัน?” มู่ไป๋ไป่โต้กลับไปทันควัน “ท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ของข้า แล้วข้าจะทำแบบขอไปทีกับญาติผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน!”
เมื่อเธอกล่าวจบ เธอก็พาเต่าเฒ่าที่อยู่ด้านข้างไปถามถึงความคืบหน้าของงานที่เธอสั่งไป
แต่สายตาของเธอก็ยังไม่ละไปจากเซียวถังอี้อยู่ดี
ยามที่หญิงสาวมองดูชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดปิ่นโตทีละชั้นและหยิบตะเกียบขึ้นมา จู่ ๆ เธอก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขาจะโกรธหรือไม่?
เธอใส่ทั้งเกลือและพริกเพิ่มเข้าไปในอาหารหลายจาน
แม้แต่เธอที่ได้ชิมมันเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่กล้าแตะต้องมันอีกครั้ง
ขณะที่เธอกำลังคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็หันไปหาเซียวถังอี้ที่คีบอาหารจานแรกเข้าปาก
ทว่า… สถานการณ์ที่มู่ไป๋ไป่จินตนาการเอาไว้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย
ชายหนุ่มยังคงคีบอาหารเข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาไม่ได้รีบร้อนหรือเชื่องช้าจนเกินไป แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน อาหารส่วนใหญ่ที่พูนขึ้นมาก็เริ่มร่อยหรอ
ดูเหมือนว่าเขาจะหิวจริง ๆ
เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าเขากินเข้าไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เธอก็รู้สึกอึดอัดจนอดที่จะถามออกไปไม่ได้ว่า “อร่อยหรือไม่?”
เพราะเธอเคยชิมมันแล้วรู้สึกว่ารสชาติแย่มากจนกินไม่ลง
“อร่อยมาก” เซียวถังอี้พยักหน้าพร้อมกับยิ้มจาง ๆ “อร่อยมากจริง ๆ”
“...”
“ติดอยู่นิดเดียว ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำน้อยเกินไป” ชายหนุ่มกล่าวพลางเหลือบมองอาหารทั้ง 4 จานที่พร่องไปมาก “ไม่อย่างนั้นข้าคงจะได้แบ่งให้เจ้ากินสักจาน”
มู่ไป๋ไป่เม้มปากแน่น ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปหาเขาแล้วคว้าชามข้าวและตะเกียบจากมือของอีกฝ่าย “เลิกกินได้แล้ว!”
“ไป๋ไป่…” เซียวถังอี้มองหญิงสาวด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ “มันอร่อยจริง ๆ”
“ข้าไม่สนว่ามันจะอร่อยหรือไม่” มู่ไป๋ไป่กัดฟันแน่น ในขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องไปที่คนตรงหน้า “เซียวถังอี้ ถ้าท่านอยากเป็นเพียงแค่ญาติผู้ใหญ่ของข้า ท่านอย่าทำแบบนี้”
ทำไมเขาถึงตามใจเธอมากขนาดนี้?
เขาทำให้เธอเข้าใจผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้เธอต้องจมอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ต่อไป แล้วก็ใช้คำพูดโหดร้ายบอกว่าระหว่างพวกเธอนั้นไม่มีทางเป็นไปได้
ถ้อยคำของหญิงสาวทำให้สีหน้าของเซียวถังอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ข้าขอโทษ ข้าแค่…”
เขาอยากบอกว่าเขาเพียงแค่เคยชิน
หญิงสาวตรงหน้าคือคนที่เขาเฝ้าดูนางเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
แต่แล้ววันหนึ่งจู่ ๆ เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตำแหน่งของมู่ไป๋ไป่ในใจของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว
การตามใจและการเอาใจใส่ที่เขาทำกับนางนั้นเหมือนถูกฝังอยู่ในกระดูกไม่มีวันจางหายไป
“ข้าไม่อยากได้ยิน!” มู่ไป๋ไป่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกระแทกชามข้าวกับตะเกียบลงบนโต๊ะตามแรงอารมณ์ “ข้าจะไปสั่งให้คนเตรียมอาหารให้ท่านอีกครั้ง หลังจากท่านกินเสร็จแล้วก็รีบกลับไปเถอะเสด็จอา”
“ขอขอบคุณเสด็จอาสำหรับเรื่องของทูตหนานซวน แต่ข้าจัดการเองได้”
หลังจากกล่าวจบเธอก็ไม่ได้มองหน้าชายหนุ่มแล้วเดินตรงกลับไปที่ห้องทันที
เซียวถังอี้มองแผ่นหลังของหญิงสาวจนหายลับตาไปในห้อง ก่อนที่เขาจะหยิบถ้วยข้าวกับตะเกียบขึ้นมากินอาหารที่เริ่มเย็นต่อไปช้า ๆ
อาหารเหล่านี้ทั้งเค็มและเผ็ด แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกจริง ๆ
ในค่ำคืนนี้ตำหนักหมอหลวงสว่างไสวตลอดทั้งคืน
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นจึงมีข่าวจากตำหนักหมอหลวงว่าทูตหนานซวนปลอดภัยแล้ว
ปัจจุบันคนในวังหลวงก็ยังคงสืบสวนหามือสังหารที่ลอบสังหารทูตหนานซวนไม่หยุด
ทางด้านมู่ไป๋ไป่ได้ขอความช่วยเหลือจากสัตว์ต่าง ๆ เพื่อค้นทั่ววังหลวงแล้ว แต่เธอก็ไม่พบงูที่เต่าชรากล่าวถึง ในทางตรงกันข้าม เธอกลับพบว่าในวังหลวงนั้นมีแมงป่องอยู่มากมาย
อีกทั้งยังมีเหตุการณ์แมงป่องต่อยคนเกิดขึ้นหลายครั้ง
หญิงสาวจึงได้เตรียมยาถอนพิษเอาไว้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครต้องเสียชีวิต
“พรุ่งนี้จะเป็นงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา” ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้มู่จวินฝานมัวแต่ยุ่งอยู่กับทูตหนานซวน จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้มีเวลาพักผ่อนจึงได้มาหามู่ไป๋ไป่
“ไป๋ไป่ จำเอาไว้ว่าพรุ่งนี้อย่าอยู่ลำพัง และพยายามอยู่ใกล้ ๆ พี่เอาไว้”
“เพคะ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าเข้าใจแล้ว”
ผู้เป็นพี่ชายมองดูน้องสาวอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “ไป๋ไป่กำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่หรือ?”
เพียงแค่มองปราดเดียวชายหนุ่มก็อ่านความคิดของน้องสาวออก เพราะว่าความรู้สึกของนางนั้นเขียนเอาไว้บนใบหน้าหมดแล้ว
“หืม?” มู่ไป๋ไป่ที่ยังไม่ตอบสนองกำลังจะส่ายหัวปฏิเสธ แต่เมื่อคิดถึงปัญหาที่รบกวนจิตใจตนในช่วงนี้ เธอจึงอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ “ท่านพี่รัชทายาท ท่านคิดว่าอายุเป็นอุปสรรคระหว่างความรักของคน 2 คนหรือไม่?”
ดวงตาของมู่จวินฝานฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย “คน 2 คนที่เจ้ากำลังพูดถึงคือคนรักกันหรือ?”
--------------------------------------------------
นักอ่านที่รักจ๋า แอดเอา E-Book ไป๋ไป่ เล่ม 9 มาเสิร์ฟแล้วจ้า นักอ่านสามารถเข้าไปซื้อกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยน้า~