- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 487: ในอนาคตพวกเจ้าจะแต่งงานมีลูกกัน
บทที่ 487: ในอนาคตพวกเจ้าจะแต่งงานมีลูกกัน
บทที่ 487: ในอนาคตพวกเจ้าจะแต่งงานมีลูกกัน
มู่ไป๋ไป่มองลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวถังอี้ ในไม่ช้าความคิดสับสนก็ค่อย ๆ สงบลง
เขาพูดถูก ไม่ว่าทูตหนานซวนจะบอกความจริงหรือไม่ก็ตาม มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ
มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอทั้งสิ้น เธอแค่ตื่นเต้นมากเกินไป สุดท้ายแล้วเธอก็ตกหลุมพรางของใครบางคนเข้า
“ขอบคุณ” หญิงสาวหลบตาอีกฝ่ายพลางเอ่ยปากพูดเก้ ๆ กัง ๆ
เซียวถังอี้มองดูคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่สักพัก ในขณะที่แววตาของเขาอ่อนโยนลงกว่าที่ผ่านมา “ไม่เป็นไร”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกหดหู่เมื่อได้ยินเสียงของเขาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปแหวเสียงสูงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ “ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณท่าน เพราะท่านเป็นผู้อาวุโสในครอบครัว”
หญิงสาวจงใจพูดเน้นคำว่า ‘ผู้อาวุโส’
เหอะ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เซียวถังอี้ต้องการหรอกหรือ?
เนื่องจากความต่างระหว่างอายุของทั้ง 2 กลายเป็นอุปสรรคจนเธอไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้เธอทำอย่างไรได้
ทางด้านเซียวถังอี้กำถ้วยชาในมือแน่นขึ้นขณะพูดว่า “ถ้าเจ้าอยากขอบคุณข้าจริง ๆ เจ้าก็เลี้ยงอาหารข้าสักมื้อก็แล้วกัน ข้ายุ่งมาทั้งวันแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”
“ตกลง” มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับโดยไม่หยุดคิด “ท่านอยากกินอะไร ข้าจะสั่งให้คนไปแจ้งครัวหลวงทำให้”
แม้เธอจะโกรธผู้ชายคนนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว
หญิงสาวแบ่งแยกบุญคุณและความแค้นออกจากกันอย่างชัดเจน เธอเป็นแบบนี้มาตลอด
“อะไรก็ได้” เซียวถังอี้ตอบพลางวางถ้วยชาลง “ขอเพียงแค่เจ้าทำมันด้วยตัวเอง”
ฝ่ายที่ได้ยินตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
ผู้ชายคนนี้อยากให้เธอทำอาหารให้กิน
“อ่า… ข้าเกรงว่าจะต้องปฏิเสธท่าน” จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกโมโหขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ “ข้าไม่ทำอาหารให้ใครกินง่าย ๆ เว้นแต่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนสนิทของข้า”
“ต้องขออภัยท่านด้วย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเสด็จอาไม่ได้ถึงจุดนั้นใช่หรือไม่?”
เธอจงใจพูดแบบนี้กับเซียวถังอี้
ตรงกันข้าม ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้าไม่ได้โกรธเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงยกยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า “แต่ข้าเป็นอาของไป๋ไป่”
“ในฐานะผู้อาวุโสในครอบครัว ไป๋ไป่ไม่สามารถตอบรับคำขอนี้ได้อีกหรือ?”
มู่ไป๋ไป่รู้สึกสับสนกับคำตอบแบบหน้าด้าน ๆ ของเขา หลังจากเวลาผ่านไปนานพอสมควร เธอก็กัดฟันพูดว่า “ช่างไร้ยางอายเสียจริง”
นี่เขากำลังหยิบยกเรื่องคุณธรรมมาบีบบังคับเธอ!
“ก็ได้ ข้าจะทำอาหารให้ท่านกินเอง!” มู่ไป๋ไป่พูดเสียงลอดไรฟันจนได้ยินเสียงกรอด ๆ
เขาอยากกินอาหารที่เธอทำมากนักใช่หรือไม่?!
คอยดูเถอะ เธอจะทำให้เขาเข็ดหลาบจนถึงขั้นไม่กล้าร้องขออะไรเช่นนี้อีก
“ท่านปู่เต่า ท่านช่วยข้าไปทำธุระอย่างหนึ่งสิ” ก่อนที่มู่ไป๋ไป่จะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัวหลวง เธอก็ไม่ลืมที่จะหันไปสั่งงานเต่าเฒ่าว่า “ท่านไประดมสัตว์ทั้งหมดในวังหลวงให้ช่วยกันออกค้นหางูที่ลอบสังหารทูตหนานซวน”
“ข้าอีกแล้วหรือ?” เต่าชราหดคอกลับเข้ากระดองอย่างไม่เต็มใจ “ข้าแก่มากแล้ว จ้าวอสูร โปรดละเว้นข้าเถอะ”
“ท่านจะเอาแบบนี้ใช่หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่พูดพร้อมกับจิ้มกระดองเต่า “ท่านรีบไปเถอะ ถ้าท่านทำงานได้ดี ข้าจะมอบรางวัลให้ท่าน”
หลังจากพูดจบหญิงสาวก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกจากตำหนักอวี๋ชิงไปโดยทิ้งให้เซียวถังอี้กับเต่าสูงวัยนั่งจ้องหน้ากันอยู่ที่เดิม
“ทำไมเจ้าไม่ไปทำแทนข้าล่ะ?” ดวงตาสีเขียวขนาดเท่าเมล็ดถั่วของเต่าอาวุโสฉายแววเจ้าเล่ห์ “เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าคงเข้าใจสิ่งที่เราเพิ่งพูดกันแล้ว”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “นี่เป็นงานที่ท่านได้รับมอบหมาย ถ้าข้าไปทำแทนท่าน ข้าจะได้รับประโยชน์อะไร?”
พอเต่าเฒ่าเห็นว่ามีโอกาส มันก็เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ถ้าเจ้าช่วยข้าเรื่องนี้ ข้าจะช่วยเจ้ากับท่านจ้าวอสูรคำนวณดวงชะตาดูว่าในอนาคตพวกเจ้าจะมีลูกด้วยกันกี่คน”
“แค่ก ๆๆ!” เซียวถังอี้ที่ได้ยินดังนั้นถึงกับสำลักชาที่เพิ่งดื่มเข้าไป
“นี่ อย่ามาดูถูกข้านะ” เมื่อเต่าชราเห็นชายหนุ่มจ้องมาที่ตนด้วยสายตาคมดุ มันก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ มันจึงโบกขาสั้น ๆ ของตัวเองไหว ๆ “เต่าตัวนี้คำนวณดวงชะตาเรื่องลูกหลานได้แม่นยำมาก แถมข้ายังบอกได้ว่าเจ้าจะมีลูกสาวหรือลูกชายกี่คน”
ภายใต้หน้ากากสีเงินที่ดูเย็นชานั้น ใบหน้าของเซียวถังอี้ปรากฏรอยสีแดงจาง ๆ อย่างรวดเร็ว และภาพที่มู่ไป๋ไป่อุ้มเด็กก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
นี่เขาคิดบ้าอะไร!
เขารู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขากับมู่ไป๋ไป่นั้นจะได้อยู่ด้วยกัน?
เซียวถังอี้พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไป ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “บางทีในอดีตการคำนวณดวงชะตาของท่านอาจจะแม่นยำมาก แต่สำหรับข้ากับไป๋ไป่ ท่านคงมองผิดแล้ว”
เขาจะปกป้องมู่ไป๋ไป่ไปตลอดชีวิต
เพียงเท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว
“ฮ่า ๆๆ อย่างนี้นี่เอง” เต่าสูงวัยไม่ได้สนใจคำพูดของชายหนุ่มมากนัก “เช่นนั้นเจ้าอยากลองดูหรือไม่ล่ะ? ถ้าข้าพูดถูก ตอนที่เจ้ากับท่านจ้าวอสูรแต่งงานกัน เจ้าจะต้องเรียกข้าว่าพ่อสื่อ และเต่าตัวนี้ก็จะต้องได้นั่งที่โต๊ะหลักด้วย”
“...” ในขณะนี้ปลายนิ้วของเซียวถังอี้สั่นเบา ๆ และเขาก็ไม่ได้ตอบออกไปทันที
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าระหว่างเขากับมู่ไป๋ไป่ไม่มีความเป็นไปได้ แต่เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่เต่าชราตัวนี้พูดนั้นฟังดูน่าสนใจอย่างยิ่ง
บางทีการลองดูก็ไม่มีอะไรเสียหาย
แล้วความคิดนั้นก็เหมือนเป็นการปลอบประโลมตัวเขาเอง
“ตกลง” เซียวถังอี้แสร้งทำเป็นไม่สนใจและกระแอมในลำคอเบา ๆ “แต่ท่านห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกกับไป๋ไป่”
“ตกลง” เต่าอาวุโสแอบเหลือบตามองชายหนุ่มเพียงเสี้ยวอึดใจจนอีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็น
จากนั้นมันก็ค่อย ๆ หดขาเข้าไปในกระดองแล้วพลิกตัวกลางอากาศนอนหงายโดยให้ตัวกระดองคว่ำลงบนโต๊ะหิน ก่อนจะเริ่มหมุนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
ครั้งสุดท้ายที่เต่าเฒ่าทำนายดวงชะตา มันเพียงแค่คำนวณตามลักษณะของดวงดาวเท่านั้น
เซียวถังอี้ไม่เคยเห็นมันทำพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน แล้วรู้สึกว่ามันทั้งแปลกและน่าสงสัยในคราวเดียวกัน
แต่เขาก็ไม่ได้ขัดจังหวะการกระทำของเต่าตรงหน้า เขาเพียงแค่หยิบนกหวีดขึ้นมาเรียกชางหลานและสั่งให้มันไปแจ้งสัตว์ตัวอื่นในวังเพื่อออกค้นหางูตัวนั้น
นอกจากนี้ชายหนุ่มยังกำชับชางหลานให้หลบเลี่ยงมู่ไป๋ไป่ อย่าให้นางรู้ว่ามันเป็นคนไปประสานงานกับเหล่าสัตว์ในวัง มิฉะนั้นตัวเขากับเจ้าเต่าจะถูกจับได้ว่าพวกเขาตกลงกันลับหลังนาง
เหยี่ยวตัวโตตอบรับคำสั่งแล้วกระพือปีกบินออกไป แต่ก่อนที่มันจะจากไป มันก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองเต่าตัวเล็ก ๆ ที่ยังคงหมุนอยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“โอ๊ย บิดาแก่มากแล้วจริง ๆ” เต่าชราที่หมุนอยู่นานจู่ ๆ ก็หยุดลงและยืดแขนขาสั้น ๆ ออกมาจากกระดอง ก่อนจะเดินช้า ๆ ไปหาเซียวถังอี้ “อ๋องเซียว ขอให้เจ้ามอบเลือดของเจ้าให้ข้า 1 หยด”
ฝ่ายที่ได้ยินเลิกคิ้วขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปและใช้เข็มเงินเจาะปลายนิ้วบีบเลือดออกมาให้มันหนึ่งหยด
เต่าสูงวัยยืดหัวออกมารับเลือดหยดนั้นแล้วกลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก หลังจากนั้นไม่นานมันก็พูดขึ้นว่า “อ๋องเซียวกับท่านจ้าวอสูรของเราเป็นคู่ที่สวรรค์ลิขิตเอาไว้แล้ว ในช่วงแรกพวกเจ้าอาจจะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ราบรื่นและลงเอยกันในที่สุด”
“ในอนาคตพวกเจ้าจะมีทั้งลูกชายและลูกสาว”
“เป็นเรื่องที่น่ายินดี น่ายินดียิ่งนัก”
“จริงหรือ?” รอยยิ้มปรากฏในดวงตาของเซียวถังอี้ จากคำพูดของเต่าชรา ดูเหมือนว่าเขาจะมองเห็นอนาคตระหว่างตัวเขากับมู่ไป๋ไป่แตกต่างออกไปจากเดิม
แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาจดจำไปได้ตลอดชีวิต
“ชิ นี่เจ้ายังไม่เชื่ออีกหรือ?” เต่าอาวุโสเหมือนจะอ่านความคิดของชายหนุ่มออก มันจึงส่ายหัวเบา ๆ อย่างจนใจ “จุ๊ ๆๆ เจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ดื้อรั้นเสียจริง ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าพวกเจ้ามีใจให้กัน แต่กลับทำตัวอ้อมไปอ้อมมาให้ดูน่าอึดอัดใจเสียอย่างนั้น เมื่อถึงเวลาแล้วพวกเจ้าก็จะรู้กันเอง”
เซียวถังอี้ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเพียงแค่หลุบตาลงแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบเงียบ ๆ
อีกด้านหนึ่ง มู่ไป๋ไป่ได้แสดงฝีมือการทำอาหารของตัวเอง และทำอาหารบางจานที่ดูแปลกประหลาดซึ่งทำให้บรรดาพ่อครัวหลวงต่างพากันพูดไม่ออก
“องค์หญิงหก… พระองค์จะทำอาหารให้ใครหรือพ่ะย่ะค่ะ?” พ่อครัวคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
--------------------------------------------------
พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ผู้เฒ่าเต่าชงคู่นี้สุดมาก 5555 แต่ถ้ามู่เทียนฉงรู้เรื่องนี้จะเป็นยังไงกันนะ