เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 486: อดไม่ได้จริง ๆ

บทที่ 486: อดไม่ได้จริง ๆ

บทที่ 486: อดไม่ได้จริง ๆ


มู่ไป๋ไป่เข้าใจกระจ่างแจ้งทันทีที่ได้ยินคำพูดของเซียวถังอี้ “คนของหนานซวนนำสิ่งนี้มาที่เป่ยหลงของเรา แต่ว่ามันไม่ถูกต้อง ทำไมข้าถึงไม่สังเกตเห็นมันเลยล่ะ?”

ถ้าเป็นคนอื่น ๆ ก็ยังพอเข้าใจได้ แต่เธอเป็นถึงจ้าวอสูร ไม่มีสัตว์ตัวใดกล้าทำร้ายเธอเช่นนี้มาก่อน

แต่แมงป่องตัวนี้นอกจากมันจะพุ่งเป้ามาที่เธอแล้ว มันยังแอบเข้ามาเงียบ ๆ ด้วย

ขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังคิดถึงภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ เธอก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ

ดังนั้นมือเรียวของหญิงสาวจึงคว้าจับชายเสื้อของเซียวถังอี้เอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว

“ข้าไม่รู้” ชายหนุ่มเหลือบมองชายเสื้อของตัวเองพร้อมกับแสงในดวงตาที่อ่อนลง “ข้าได้ยินมาว่าในหนานซวนมีแมงป่องชนิดหนึ่งที่ถูกเรียกว่าแมงป่องหางน้ำเงิน มันมีพิษร้ายแรงมาก”

“แมงป่องตัวนี้น่าจะเป็นแมงป่องชนิดนั้น”

“ข้ากลับมาแล้ว…” เต่าเฒ่าส่งเสียงขณะที่มันกำลังคลานออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมอง มันก็เห็นมู่ไป๋ไป่กับเซียวถังอี้กำลังกอดกันกลม

เต่าอาวุโสนิ่งคิดสักครู่แล้วรีบหันหลังกลับโดยไม่ลังเล “เชิญพวกเจ้า 2 คนต่อเถอะ ทำเหมือนว่าข้าไม่อยู่ที่นี่ก็แล้วกัน เอาไว้รอพวกเจ้าจัดงานแต่งกันเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมมอบซองแดงให้ข้าในฐานะพ่อสื่อด้วยล่ะ”

มู่ไป๋ไป่มีสติกลับมาทันที ก่อนที่ใบหน้าขาวนวลจะร้อนไปจนถึงหูและรีบผลักเซียวถังอี้ออกไป “กลับมาเดี๋ยวนี้นะ! ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดสักหน่อย!”

“เห~ เจ้าไม่ต้องอธิบายให้ข้าฟังหรอก” เต่าชราแสดงออกถึงความใจกว้าง “ข้ามีชีวิตยืนยาวมาถึงปูนนี้ ไม่ว่าเรื่องไหนก็เคยเห็นผ่านตาข้ามาหมดแล้ว ข้าเข้าใจ”

“แต่ก็นั่นแหละนะ มันอดไม่ได้จริง ๆ ข้าอยากจะเตือนเจ้าเอาไว้สักหน่อยว่าในตำหนักแห่งนี้มีคนอยู่มากมาย คราวหน้าถ้าพวกเจ้าอยากจะกอดกันก็ควรไปหาสถานที่ที่เป็นส่วนตัวมากกว่านี้ แล้วข้าจะคอยดูต้นทางให้เอง”

คำพูดพวกนั้นทำให้หน้าของมู่ไป๋ไป่ยิ่งร้อนผ่าวมากกว่าเดิม เธอรีบก้าวออกไปคว้าเจ้าเต่าแก่ที่กำลังคลานหนีเอาไว้แล้วพูดข่มขู่อีกฝ่าย “ถ้าท่านยังพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะเอาท่านไปตุ๋นน้ำแกง!”

เต่าเฒ่าพยายามเตะขาประท้วง “ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นถึงจ้าวอสูร แต่เจ้าจะทำตัวไร้เหตุผลไม่ได้เด็ดขาด ที่ข้าพูดล้วนแต่เป็นความจริงทั้งนั้น!”

ขณะเดียวกัน เมื่อเซียวถังอี้เห็นว่าหญิงสาวกับเต่าตัวนั้นกำลังโต้เถียงกันไม่หยุด เขาจึงถอนหายใจอย่างเอือมระอา

“ถ้าพวกเจ้ายังคงเอาแต่ต่อล้อต่อเถียงกันแบบนี้ พวกองครักษ์คงจะได้ยินกันหมดแล้ว”

มู่ไป๋ไป่กับเต่าเฒ่าตัวแข็งทื่อไปพร้อมกัน ในขณะที่ทั้งคู่มองหน้ากันและเงียบไป

“ออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ” เซียวถังอี้พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้เต็มที่พลางกล่าวว่า “คนของศาลต้าหลี่กำลังจะมาถึงที่นี่ ถ้าพวกเขารู้ว่าเราอยู่ที่นี่คงไม่ดีแน่”

พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินคำว่า ‘คนของศาลต้าหลี่’ เธอก็นึกถึงช่วงเวลาที่ตนเกือบจะถูกฆ่าตอนที่ยังเป็นเด็ก

เธอจึงพยักหน้าและพาเซียวถังอี้กลับไปที่ตำหนักอวี๋ชิงโดยที่ไม่ทันได้คิดอะไร

เมื่อคืนเธอเพิ่งจะพูดจารุนแรงกับชายหนุ่ม อีกทั้งยังห้ามไม่ให้เขามาที่ตำหนักอวี๋ชิงอีก แต่ยังไม่ถึง 12 ชั่วยามดี เธอกลับพาเขามาที่นี่เองเสียอย่างนั้น

นั่นทำให้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว…

มู่ไป๋ไป่กัดฟันส่งเสียงร้องด้วยความหงุดหงิด แล้วก็อยากตีอกชกตัวเองสักที

ดูเหมือนว่าเซียวถังอี้จะลืมเรื่องไม่สบายใจที่เกิดขึ้นระหว่างทั้ง 2 เมื่อคืนไปเสียแล้ว เขาเดินไปนั่งลงที่โต๊ะหินในลานบ้านอย่างคุ้นเคยและรินชาใส่ถ้วยให้ตัวเอง

“ขณะนี้ทูตหนานซวนพักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักหมอหลวง เขาถูกแทงด้วยดาบ แม้ว่าจะยังไม่ถึงตาย แต่เขาก็เสียเลือดมาก ดังนั้นเขาจึงยังคงต้องรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักหมอหลวง”

มู่ไป๋ไป่ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ยังคงเดินไปนั่งลงตรงข้ามเขาอยู่ดี

ในเมื่อเซียวถังอี้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วทำไมเธอจะต้องเหนียมอายทั้ง ๆ ที่นี่เป็นบ้านของเธอเอง?

คนที่ควรคิดมากต้องเป็นเขาต่างหาก!

ยิ่งหญิงสาวคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เธอยังทำตัวเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม “ในเมื่อเจ้าอ้วนนั่นไม่ได้อยู่ภายในตำหนัก ทำไมถึงได้มีราชองครักษ์คอยเฝ้าอยู่ที่นั่นมากขนาดนี้?”

“มือสังหารยังอยู่ที่นั่นอย่างนั้นหรือ?”

นอกเหนือจากความเป็นไปได้นี้ มู่ไป๋ไป่ก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเพราะเหตุใดมู่เทียนฉงถึงได้ส่งคนมากมายไปล้อมตำหนักทั้งหมดที่เป็นที่พักของทูตหนานซวนเอาไว้

เซียวถังอี้เองก็มองหญิงสาวโดยที่ไม่พูดอะไร

นั่นทำให้มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ยปากว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูกต้องแล้วสินะ… แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?”

มีมือสังหารที่ไหนที่โง่ได้ขนาดนี้? หลังจากที่ลอบสังหารคนแล้วก็ยังไม่ยอมหนีไป แต่กลับซ่อนตัวอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อรอให้ตัวเองถูกจับ

นอกจากนี้ตำหนักแห่งนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตนัก ดังนั้นหากค้นดูอย่างละเอียดแล้วก็จะสามารถพบตัวมือสังหารได้ไม่ยาก

“ไม่ใช่สิ…” มู่ไป๋ไป่นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกับเสิ่นจวินเฉาเจอราชองครักษ์มาขวางทางที่ประตูด้านข้างของวังหลวง “ถ้ามือสังหารยังอยู่ที่นั่น แล้วราชองครักษ์ที่กำลังตามหาตัวมือสังหารที่ประตูวังก่อนหน้านี้ล่ะ?”

บัดนี้หญิงสาวรู้สึกสับสนไม่น้อย

“นั่นเป็นเพราะว่าทูตหนานซวนกล่าวว่าคนที่ลอบสังหารเขาไม่ใช่มนุษย์” เซียวถังอี้พูดพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะหินเป็นจังหวะ จากนั้นเขาก็พูดต่อภายใต้สายตาสับสนของมู่ไป๋ไป่ “ตามคำให้การของเขา เขาถูกงูแทง”

หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ ขณะที่ข้อมูลจำนวนมากแล่นเข้ามาในความคิดของเธอไม่หยุด “เขากำลังบอกเป็นนัย ๆ ว่าข้าน่าจะเป็นคนสั่งให้สัตว์ไปสังหารเขาอย่างนั้นหรือ?”

ส่วนราชองครักษ์ที่ออกค้นหาไปทั่ววังหลวงนั้นก็อาจจะเป็นท่านพ่อหรือท่านพี่รัชทายาทของเธอเป็นคนส่งไปก็ได้

จุดประสงค์ก็คือการไม่ให้คนของหนานซวนก่อเรื่องวุ่นวาย

“เหอะ นี่เป็นวิธีการสาดน้ำสกปรกใส่คนอื่นที่ล้ำลึกมาก!” มู่ไป๋ไป่ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห “ถ้าข้าอยากจะฆ่าเขา ข้าจะสั่งให้งูทำอย่างนั้นทำไม? ข้าเพียงแค่ใช้ผงยาพิษเพียงกำมือเดียวก็ฆ่าเขาได้แล้ว!”

มันชัดเจนมากว่าเจ้าทูตหนานซวนตัวอ้วนนั่นกำลังพยายามใส่ร้ายเธอ!

“ไป๋ไป่” เมื่อเซียวถังอี้เห็นว่าหญิงสาวโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เขาจึงส่ายหัวเบา ๆ เดิมทีเขาติดตามนางมาตลอดทางเพื่อหาโอกาสบอกนางเกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่แล้วชายหนุ่มก็คิดถึงนิสัยของมู่ไป๋ไป่ เขาเลยไม่ได้พูดออกมาตั้งแต่แรก

“ท่านหมายความว่าอย่างไร!” หญิงสาวถลึงตามองอีกฝ่ายด้วยความโมโหราวกับว่าเธอหาทางออกให้กับความคับข้องใจและความโกรธทั้งหมดของตัวเองได้แล้ว “ท่านไม่คิดว่าข้าเป็นคนทำใช่หรือไม่ ท่านเองก็เชื่อคำโกหกของเจ้าอ้วนนั่นด้วยหรือ!”

“ข้าไม่เชื่อ” เซียวถังอี้ส่ายหัวตอบโดยไม่ลังเล “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนแบบนั้น”

บนโลกนี้เขารู้จักมู่ไป๋ไป่ดีกว่าใคร ๆ

เมื่อหลายปีก่อนนางไม่ลังเลที่จะทำลายศาลาหมื่นอสูรเพื่อช่วยชีวิตสัตว์พวกนั้น ซึ่งหมายความว่านางไม่มีทางสั่งให้สัตว์มาฆ่ามนุษย์แน่นอน

เขารู้ว่ามู่ไป๋ไป่ปฏิบัติต่อสัตว์พวกนั้นเป็นเหมือนสหายของตนเองมาโดยตลอด

“ฮึ! ท่านคิดว่าข้าจะดีใจเพราะท่านพูดแบบนั้นหรือ?” หญิงสาวเม้มปากแน่น ในขณะที่ความโกรธในใจดูเหมือนจะเบาลง “ท่านเชื่อแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร”

“ไอ้อ้วนนั่นแต่งเรื่องเก่งเสียจริง และยังมีหน้ามาพูดเรื่องน่าเหลือเชื่ออย่างการถูกงูแทงได้อีก!”

มู่ไป๋ไป่อยากจะรีบพุ่งไปที่ตำหนักหมอหลวงเพื่อสั่งสอนทูตหนานซวนคนนั้นให้เข็ด

“เอ่อ…” เต่าเฒ่าคลานออกมาจากกระเป๋าย่ามของมู่ไป๋ไป่แล้วพูดขัดขึ้นมาว่า “จ้าวอสูร ข้าขอคุยกับเจ้าเพียงลำพังได้หรือไม่”

“ว่าแต่ข้าส่งท่านให้เข้าไปสืบข้างในไม่ใช่หรือ?” หญิงสาวนั่งยืดตัวตรงทันที “บอกมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะได้เปิดโปงคำโกหกของเจ้าอ้วนนั่นในภายหลัง”

“เจ้าอ้วนนั่นไม่ได้โกหก” เต่าชรากล่าวอย่างใจเย็น “ข้าไปดูมาแล้ว มีกลิ่นงูอยู่ในห้องของคนผู้นั้นจริง ๆ”

ดวงตาของมู่ไป๋ไป่พลันเบิกกว้างหลังจากได้รู้ความจริง “เป็นไปไม่ได้… ข้าไม่เคยเห็นงูแทงใครมาก่อนเลย”

“ไป๋ไป่” เซียวถังอี้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อเตือนสติหญิงสาว “ไม่ว่าทูตหนานซวนจะบอกว่าเขาโกหกหรือไม่ได้โกหกก็ตาม มันก็ไม่ได้เกี่ยวว่าเจ้าเป็นคนทำหรือไม่”

จบบทที่ บทที่ 486: อดไม่ได้จริง ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว