เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 485: ท่านคิดจะทำอะไร?

บทที่ 485: ท่านคิดจะทำอะไร?

บทที่ 485: ท่านคิดจะทำอะไร?


ดวงตาภายใต้หน้ากากของเซียวถังอี้หลุบต่ำลงเล็กน้อย “ไป๋ไป่ ข้าไม่ได้กำลังล้อเจ้าเล่น”

“ท่านไม่ได้ล้อเล่นกับข้า ท่านเลยทำเหมือนว่าข้าเป็นคนโง่ใช่หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่ยิ้มเยาะก่อนจะพูดต่อไปว่า “ไม่อย่างนั้น ท่านคิดว่าข้าจะเชื่อเรื่องโกหกโง่ ๆ ของท่านอย่างนั้นหรือ?”

“เป็นท่านสินะที่ล่อพวกทหารออกไปตอนนั้น”

เธอไม่สามารถนึกถึงใครได้อีกเลยนอกจากเซียวถังอี้ คนที่มีวรยุทธสูงส่งมากจนเธอไม่สามารถสังเกตเห็นเขาได้ และเป็นคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเธอเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด

คราวนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเงียบไม่ตอบซึ่งถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย

นั่นทำให้ท่าทีของมู่ไป๋ไป่อ่อนลงเล็กน้อยในขณะที่เธอเอ่ยถามว่า “บอกข้ามาเถอะว่าท่านคิดจะทำอะไร?”

เมื่อคืนทั้งคู่จากกันด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก เธอคิดว่าพวกเธอคงจะไม่ได้พบกันอีกในช่วงเวลาสั้น ๆ

แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เพียงคืนเดียวพวกเธอก็ต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และเซียวถังอี้ก็แอบช่วยเธออีกด้วย

“คนที่อยู่กับเจ้าก่อนหน้านี้ นั่นน่ะหรือคนที่ชื่อเสิ่นจวินเฉา?” ชายหนุ่มถามอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับเหลือบตามองสีหน้าของหญิงสาว “เขาเข้ามาในวังหลวงได้อย่างไร?”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน” มู่ไป๋ไป่เคยคิดว่าเซียวถังอี้ใส่ใจเธอ แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเกลียดความใส่ใจของอีกฝ่ายมาก

ในเมื่อเขาไม่ได้สนใจเธอ ทำไมเขาถึงไม่พยายามรักษาระยะห่างจากเธอเอาไว้ล่ะ?

“ท่านอ๋องเซียว ท่านว่างมากหรืออย่างไร?” หญิงสาวหันกลับไปมองคนตัวสูงด้วยสายตาเย็นชา “หากท่านว่างมากก็ไปหาอะไรทำเถอะ อย่ามายุ่งเรื่องของข้าอีกเลย”

หลังจากพูดจบเธอก็หันหลังวิ่งไปยังที่พักของทูตหนานซวนโดยไม่สนใจชายตรงหน้าอีก

ทางด้านเซียวถังอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังคงติดตามหญิงสาวไปไม่ให้คลาดสายตา

ทูตหนานซวนถูกจัดให้พักอยู่ที่ตำหนักด้านข้างซึ่งอยู่ห่างจากตำหนักตี้เฉินเล็กน้อย ตำหนักแห่งนี้มีการตกแต่งที่ดูหรูหราโอ่อ่ามากทีเดียว

เมื่อมู่ไป๋ไป่ไปถึงที่หมาย เธอก็เห็นว่าที่ห้องโถงด้านข้างเต็มไปด้วยราชองครักษ์ที่คุ้มกันอยู่ทั้งภายนอกและภายใน

ถ้าหากใครไม่ทราบสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน พวกเขาคงคิดว่ามีนักโทษคนสำคัญของราชสำนักบางคนถูกคุมขังอยู่ที่นี่

เดิมทีมู่ไป๋ไป่อยากจะเข้าไปสืบสวนเรื่องราว แต่เธอก็รีบมาที่นี่จนไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะแก่การซ่อนเร้นเสียก่อน แถมเธอก็ไม่ได้ชำนาญด้านการย่องเบาอีกด้วย

ในเมื่อที่นี่มีทหารองครักษ์อยู่มากมาย เธอจึงแอบเข้าไปเงียบ ๆ ไม่ได้อยู่ดี

หลังจากที่หญิงสาวคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็คว้าเต่าชราที่นอนหลับอยู่ในกระเป๋าย่ามออกมา

ดูเหมือนว่าเจ้าเต่าตัวนี้จะขี้เกียจมากทีเดียว เพราะนอกจากมันจะกลับไปแช่น้ำที่สระน้ำเป็นประจำทุกวันแล้ว มันก็ใช้เงินในกระเป๋าของเธอเกือบหมดด้วย

“ท่านปู่เต่า ตื่นได้แล้ว” เธอไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดไปหรือไม่ แต่เธอรู้สึกว่าเส้นสีฟ้าบนหลังเต่านั้นดูเหมือนว่าจะลึกกว่าเดิมเมื่อต้องแสงแดด “ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย”

“หืม?” เต่าเฒ่าเหยียดหัวออกมามองไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาขนาดเท่าเมล็ดถั่ว จากนั้นมันก็หดหัวกลับไปทันที “ข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้ ข้าเป็นเพียงแค่เต่าตัวน้อย ๆ ที่อ่อนแอ ข้าช่วยเหลือเจ้าได้ไม่มากนักหรอก”

“จ้าวอสูร เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเถอะ เจ้าแมวอ้วนตัวนั้นก็ได้ มันทั้งอ้วนและมีกรงเล็บที่แหลมคม แม้ว่ามันจะถูกจับได้ มันก็คงจะเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี”

“ไม่เหมือนกับข้า… ถ้าข้าถูกมนุษย์จับตัวไป มนุษย์พวกนั้นคงเอาข้าไปตุ๋นน้ำแกงแน่”

ขณะที่มันพร่ำบ่นยาวเหยียด มันก็กำลังคลานกลับไปในกระเป๋าย่ามของมู่ไป๋ไป่

“ถ้าเจ้าส้มอยู่ที่นี่ ข้าคงไม่มาขอความช่วยเหลือจากท่าน!” หญิงสาวรีบคว้าหางของเต่าอาวุโสเอาไว้ “งานนี้เหมาะกับท่านมาก ท่านแค่แอบเข้าไปแล้วช่วยข้าดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือไม่ท่านก็เข้าไปดูข้างในก็ได้ว่ามีสัตว์อะไรอยู่ในนั้นบ้าง แล้วให้พวกเขามาบอกข้าว่าในตอนที่ทูตหนานซวนเกิดเรื่องนั้นพวกเขาพบเห็นอะไรบ้าง”

“ไม่ ไม่เด็ดขาด!” เต่าสูงวัยเตะขาสั้น ๆ ของมันเพื่อดิ้นหนีจากมืออีกฝ่าย “เจ้าเด็กน้อย เจ้ามาดึงหางข้าแบบนี้ได้อย่างไร? เจ้าไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือ?”

มู่ไป๋ไป่รีบคว้าเต่าชราขึ้นมาแล้วมองมันด้วยสายตาไม่พอใจ “แล้วอย่างไร ท่านเป็นแค่เต่า ทำไมข้าต้องอายด้วย”

“ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้นะว่าท่านจะทำหรือไม่ ถ้าไม่อยากทำ ข้าก็จะไม่ให้ท่านติดตามข้าอีกต่อไปแล้ว”

คราวนี้เป็นฝ่ายเต่าเฒ่าที่นิ่งเงียบไป

มันมีเหตุผลที่ว่าทำไมช่วงเวลานี้มันถึงได้ยึดติดกับมู่ไป๋ไป่นัก

เพราะทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีอายุขัยของตัวเอง

การได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังฟ้าดินนั้นจะทำให้มันมีอายุที่ยืนยาวกว่าเต่าทั่วไป

แต่ตอนนี้มันใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว

เดิมทีมันวางแผนเอาไว้ว่าจะรอความตายอยู่ที่ก้นสระนั้น แต่สวรรค์กลับประทานความหวังใหม่มาให้มันโดยไม่คาดคิด ทำให้มันได้พบกับมู่ไป๋ไป่

ท่านจ้าวอสูรนั้นมีพลังวิญญาณ เจ้าแมวอ้วนจึงยังมีชีวิตยืนยาวจนถึงปัจจุบันเพราะมันอยู่ข้างกายท่านจ้าวอสูรมานานหลายปีและได้รับพลังจากนาง

นี่เป็นหนทางเดียวที่มันจะเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้ไปได้

“เจ้าจะให้ข้าเข้าไปดูเฉย ๆ ใช่หรือไม่?” เต่าเฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ถ้าข้าถูกจับไปตุ๋นน้ำแกง เจ้าต้องรีบไปช่วยข้าทันที ตอนนี้เต่าชราตัวนี้ก็เป็นเหมือนลูกน้องของเจ้าอย่างน้อยครึ่งตัวแล้ว”

“ตกลง” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าให้คำมั่นแก่อีกฝ่าย “ถ้าท่านถูกจับก็ให้ตะโกนเสียงดัง ๆ เลย ข้าจะรีบไปช่วยท่านทันที”

แล้วเต่าอาวุโสก็ยอมตกลงโดยไม่เต็มใจนัก ก่อนที่มันจะค่อย ๆ คลานไปยังห้องโถงด้านหน้า

แม้ว่าการเคลื่อนไหวของมันจะดูเชื่องช้า แต่เพียงไม่นานมันก็หายไปจากสายตาของหญิงสาว

มู่ไป๋ไป่เคยสังเกตเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แม้ว่าเต่าเฒ่าตัวนี้จะเป็นเต่าแก่ ๆ ตัวหนึ่ง แต่ความคล่องแคล่วของมันก็พอ ๆ กับเจ้าส้มเลยทีเดียว

อีกทั้งตัวมันมีขนาดเล็กกว่าเจ้าส้มจึงซ่อนตัวได้ง่ายกว่า

ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ขอความช่วยเหลือจากเต่าชราตัวนี้

ต่อมา มู่ไป๋ไป่แอบอยู่ที่ด้านหลังก้อนหินแล้วหลับตารอเต่าเฒ่ากลับมาพร้อมกับนึกถึงเซียวถังอี้ที่เธอพบก่อนหน้านี้ ในตอนนั้นเอง เธอได้เอื้อมปลายนิ้วเรียวไปแตะเอวโดยไม่รู้ตัว แต่กลับไม่พบอะไรเลย

หญิงสาวตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นเธอก็จำได้ว่าตนได้คืนจี้หยกที่ชายหนุ่มให้ไปแล้ว

ส่วนชิ้นที่เซียวถังอี้มอบให้เธอในภายหลังนั้นเธอยังไม่คุ้นชินกับการสวมใส่มัน เธอจึงเก็บเอาไว้ที่ห้อง

มู่ไป๋ไป่เม้มปากตัวเองแน่นและคิดด้วยความโมโหว่าหลังจากจัดการปัญหาทั้งหมดนี้เสร็จแล้ว เธอจะกลับไปกักตัวบำเพ็ญเพียรที่หุบเขาหมอเทวดาสัก 8-10 ปีเพื่อให้ลืมผู้ชายคนนี้ไปเสียให้หมด

ขณะที่เธอกำลังคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่คุ้นเคย

มู่ไป๋ไป่เรียกสติตัวเองกลับมา ในตอนที่เธอกำลังจะลุกขึ้น เธอก็เห็นร่างสีครามลอยลงมาจากท้องฟ้า จากนั้นมือใหญ่ก็โอบเอวเธอแน่นพร้อมกับดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่น

“ท่านกำลังทำอะ—”

“อย่าขยับ!”

เสียงทุ้มลึกที่มีเสน่ห์ดึงดูดแทรกซึมเข้าไปในหูของหญิงสาวประกอบกับอาการสั่นไหวในอกได้ขัดจังหวะคำพูดที่ยังเอ่ยไม่จบประโยค

มู่ไป๋ไป่สัมผัสได้ว่าหัวใจของเธอนั้นเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เธอกำลังเสียสมาธิ จู่ ๆ ก็มีเสียงของมีคมดังแหวกอากาศ

เธอรีบหันกลับไปมองแล้วเห็นแมงป่องกำลังคลานขึ้นไปบนก้อนหินที่เธอเคยพิงอยู่

หางแมงป่องตัวนั้นเปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อน ๆ เพียงแค่มองปราดเดียวก็บอกได้ทันทีว่ามันมีพิษร้ายแรง

แมงป่องตัวนี้ถูกเข็มเงินของเซียวถังอี้ตอกยึดเอาไว้กับหิน ตัวแมงป่องนั้นยังไม่ตาย แต่หางของมันที่ชูอยู่ในอากาศก็ทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกหวาดหวั่น

“ทำไมถึงมีแมงป่องอยู่ที่นี่?” มู่ไป๋ไป่เหงื่อผุดออกมาบนหน้าผากเม็ดโต เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้ท่าทางระหว่างเธอกับชายหนุ่มกำลังใกล้ชิดกันมากขนาดไหน

เพราะตอนนี้ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยเรื่องแมงป่องตัวนั้น

ถ้าเซียวถังอี้มาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว เธอคงจะถูกแมงป่องต่อยไปแล้ว จากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?

“ข้าไม่รู้” เซียวถังอี้ลูบหลังปลอบร่างที่สั่นเทิ้มของหญิงสาวเบา ๆ ก่อนจะชะงักไปแล้วตอบว่า “ที่หนานซวนเต็มไปด้วยแมงป่องพิษ”

จบบทที่ บทที่ 485: ท่านคิดจะทำอะไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว