เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 456: ข้าไม่ชอบเต่าเท่าไหร่

บทที่ 456: ข้าไม่ชอบเต่าเท่าไหร่

บทที่ 456: ข้าไม่ชอบเต่าเท่าไหร่


“สุรานี้รสแรงยิ่งนัก เจ้าอย่าได้รีบดื่ม” เซียวถังอี้สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของมู่ไป๋ไป่ เขาจึงกระแอมก่อนจะพูดว่า “กินกับแกล้มด้วยสิ”

หญิงสาวส่งเสียงตอบรับในลำคอเบา ๆ แต่เธอก็ไม่ได้ขยับทำอะไร

กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด

“พ่อหนุ่ม?” เต่าอาวุโสยังคงพยายามยืดหัวชนเซียวถังอี้เพื่อขออาหารจากเขา มันทำให้มู่ไป๋ไป่รู้สึกหงุดหงิดและกำลังจะหันไปต่อว่าเจ้าเต่าตัวนั้นให้เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว แต่เธอกลับได้ยินเสียงร้องโอ๊ยดังขึ้นมาก่อน

เต่าชราซึ่งแต่เดิมปีนขึ้นมาอยู่บนก้อนหินจู่ ๆ ก็ลื่นลงไปในสระน้ำ

“หืม?” มู่ไป๋ไป่อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน

“ข้าไม่ค่อยชอบเต่าเท่าไหร่” เซียวถังอี้พูดขึ้นพลางเล่นก้อนกรวดที่ถืออยู่ในมือ “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บ ข้าแค่ให้มันถอยออกไปอยู่ห่าง ๆ จากเราเท่านั้น”

หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ ทันใดนั้นความรู้สึกอึดอัดในใจก็จางหายไป

“ท่านทำได้ดีมาก ข้าเองก็ไม่ชอบเต่าเหมือนกัน” มู่ไป๋ไป่พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้า “ท่านนี่รู้ใจข้าจริง ๆ เลยนะ~”

ทางด้านเต่าเฒ่าที่จมลงไปยังก้นสระบ่นพึมพำขึ้นมาว่า “...เจ้าเด็กนั่นหมายความว่าอย่างไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเราออกจะคุยกันถูกคอ”

เมื่อเซียวถังอี้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของมู่ไป๋ไป่ ดวงตาดุจเหยี่ยวก็เป็นประกายสดใสมากยิ่งขึ้น

ยามนี้ชายหญิงทั้ง 2 นั่งเงียบ ๆ อยู่ที่ริมสระน้ำ ในขณะที่พวกเขาร่ำสุราชมจันทร์อย่างสบายใจ

“ท่านมาหาข้าตอนนี้ก็เพื่อดื่มกับข้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่หลับตาพลางซึมซับบรรยากาศโดยรอบ เนื่องจากตอนนี้เธอดื่มไปหลายจอกแล้วจึงทำให้เธอมีความกล้าเพิ่มมากขึ้น

เธออยากจะลองหาคำตอบว่าในใจของผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างนั้นคิดอะไรอยู่

“หืม?” เซียวถังอี้ที่กำลังเงยหน้าดื่มสุราก็หยุดดื่ม ก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ เพราะบรรยากาศที่สงบสุขได้ถูกทำลายลงไปอย่างน่าเสียดาย “เปล่า ข้ามาขอยืมคนจากเจ้า”

“ยืมคน?” มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้น เธอไม่คิดว่าเขาจะมาหาตนด้วยจุดประสงค์นี้ “น่าแปลก ท่านมีคนเก่งกาจอยู่ในมือตั้งมากมาย ทำไมท่านถึงต้องมาขอยืมคนจากข้า?”

ชายหนุ่มวางจอกสุราในมือลงก่อนจะยืดตัวตรงขึ้น นั่นเป็นท่าทางที่คุ้นเคยในยามที่เขาจะเริ่มพูดคุยเรื่องสำคัญ

“เจ้าน่าจะสังเกตเห็นว่าเสด็จพ่อของเจ้าแปลกไปจากเดิม”

คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของมู่ไป๋ไป่ดูเคร่งขรึมขึ้น หากเธอสามารถสังเกตเห็นมัน แล้วคนที่เฉลียวฉลาดอย่างเซียวถังอี้จะมองไม่เห็นได้อย่างไร

“ใช่” หญิงสาวเม้มปากตอบ ถึงแม้ในใจเธอจะยอมรับความสามารถของอีกฝ่ายแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ “ในเมื่อท่านสังเกตเห็นเรื่องนี้ ข้าจะไม่เห็นมันได้อย่างไรกัน”

เธอคิดว่าเซียวถังอี้จะแกล้งเธอเหมือนเคย แต่เขาก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง “เจ้าฉลาดมาก ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องสังเกตเห็นเช่นกัน”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกตกใจกับคำชมจากปากของผู้ชายคนนี้ ทำให้แก้มขาวนวลแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง

แต่เธอก็แสร้งทำเป็นถลึงตาใส่เซียวถังอี้เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ “ฮึ ท่านคิดว่าเพียงแค่ท่านพูดดี ๆ กับข้าไม่กี่คำจะทำให้ข้ายอมตกลงโดยง่ายอย่างนั้นหรือ ท่านต้องบอกข้าให้ชัดเจนว่าท่านจะขอยืมคนไปทำอะไร อย่างน้อยข้าจะได้อธิบายให้พวกเขาเข้าใจ”

เธอนับว่าทุกคนรอบตัวนั้นเป็นเหมือนคนในครอบครัว ความรับผิดชอบของเธอก็คือการปกป้องพวกเขาให้ดี เธอขอยอมเสี่ยงเองดีกว่าปล่อยให้พวกเขาไปทำงานอะไรก็ตามที่เสี่ยงอันตราย

“ข้าสงสัยว่าเสด็จพ่อของเจ้าถูกวางยาพิษ ข้าอยากให้คนของเจ้าช่วยไปตรวจสอบเรื่องนี้” เซียวถังอี้ไม่คิดปิดบังโดยบอกจุดประสงค์และสิ่งที่เขาต้องการออกไปตามตรง

“ข้าจำได้ว่ามีคนที่ชื่ออาเค่อ เขาเป็นชนเผ่าจากทางตะวันตกของเป่ยหลง ชนเผ่านี้มีความเกี่ยวข้องกับแมลงกู่อย่างใกล้ชิด”

มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจ เธอไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดผู้ชายคนนี้ถึงได้คิดเหมือนเธอมากขนาดนี้

“อาเค่อ…” หญิงสาวเม้มปากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็ตอบไปตามตรงว่า “ตอนนี้ข้าให้ท่านยืมตัวเขาไปไม่ได้”

“เสี่ยวหยินของอาเค่อสามารถรับรู้ถึงแมลงกู่ที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ แต่มันไม่สามารถรับรู้ได้ทั้งหมด ท่านลืมสิ่งที่อาเค่อพูดตอนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมไปแล้วหรือ?”

การพาคนนอกเข้ามาในวังหลวงซึ่งคนผู้นั้นเกี่ยวข้องกับชนเผ่าที่เลี้ยงแมลงกู่มีความเสี่ยงสูงมาก ไม่ว่าสุดท้ายแล้วพวกเธอจะค้นพบหรือไม่ว่ามู่เทียนฉงถูกวางยาพิษ แต่ผลสุดท้ายก็ยังไม่ต่างกัน

“ข้าไม่ได้ลืม” เซียวถังอี้มองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวขณะกล่าวว่า “แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องลองเสี่ยงดู”

“แคว้นหนานซวนจะมาเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

วันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาถึงแม้จะมีความสำคัญมาก แต่เนื่องจากไทเฮาได้มีพระประสงค์ว่าไม่ต้องทำอะไรมากพิธี เหล่าแคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่ใต้อาณัติจึงทำเพียงแค่ส่งของขวัญมาให้ โดยที่ไม่ได้ส่งทูตมาที่เป่ยหลงเพื่อร่วมงานฉลองแต่อย่างใด

“นี่เป็นจดหมายที่หนานซวนส่งมาเมื่อ 3 วันก่อน” เซียวถังอี้ลดเปลือกตาลง ทำให้หน้ากากสีเงินที่ปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาเอาไว้จนหมด จึงทำให้มองไม่เห็นท่าทีของเขาได้อย่างชัดเจน

“ในตอนที่คนของข้าได้รับข่าว พวกเขาก็กำลังเดินทางมาเป่ยหลงแล้ว”

“3 วันก่อน…” มู่ไป๋ไป่กะพริบตาด้วยความสับสน พร้อมกับคิดว่าด้วยความสามารถของชายหนุ่ม เขาควรได้รับข่าวตั้งแต่วันที่หนานซวนส่งจดหมายมาแล้ว

ทำไมมันถึงล่าช้ามาจนถึงวันนี้?

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่คำถามข้างต้นมาจ่ออยู่ริมฝีปาก เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จดหมายดังกล่าวถูกส่งมาที่วังหลวง หากเซียวถังอี้ไม่ได้รับข่าว แสดงว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับสายลับที่แฝงตัวอยู่ในวัง

หลังจากที่มู่ไป๋ไป่คิดถึงเรื่องนี้ เธอก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในวังจะซับซ้อนมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก

“ท่านรู้จุดประสงค์ของพวกเขาหรือไม่?” หญิงสาวระงับอารมณ์ที่ตื่นตระหนกและนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเธอในเมืองเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้ แล้วเธอก็สัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงอะไรบางอย่าง

“ข้าเองก็ไม่รู้” เซียวถังอี้ส่ายหัวตอบ “แต่ข้าเดาว่ามันคงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเสด็จพ่อของเจ้า เจ้าจะต้องให้สหายคนนั้นของเจ้ามาลองตรวจสอบดู”

มู่ไป๋ไป่กัดฟันพูดว่า “ได้ แต่ข้ามีเงื่อนไข ท่านจะต้องพาข้าไปด้วย”

คราวนี้ชายหนุ่มเงียบไป

“พาข้าไปด้วย ข้าจะช่วยท่านได้แน่” หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าเขาจะต้องปฏิเสธเธอแน่ เธอจึงรีบกล่าวเสริมออกไปว่า “การพาอาเค่อเข้ามาในวังเป็นเรื่องอันตรายมาก ถ้าเกิดมีใครรู้เข้า อย่างน้อยข้าก็จะปกป้องเขาเอาไว้ได้”

“เจ้าทำได้หรือ?” เซียวถังอี้เอ่ยถาม

“อ๋องเซียว!” มู่ไป๋ไป่สวนขึ้นทันควัน

“...” ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบไป

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับเขาในแคว้นเป่ยหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ และข่าวลือนั้นก็แปลกประหลาดยิ่งขึ้นเช่นกัน

เขาได้พยายามหยุดยั้งมันเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นผลเสียกับตัวเองมากกว่า

เพราะเหตุนี้ ชายหนุ่มจึงทำตัวห่างเหินจากเขามากขึ้น

และหากมีใครที่จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องของแมลงกู่ เมื่อพิจารณาจากสภาพของมู่เทียนฉงในตอนนี้แล้ว เขาคงไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ แน่

คิ้วรูปกระบี่ขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่อยากดึงมู่ไป๋ไป่เข้ามายุ่งเกี่ยว

“ข้าตัดสินใจแล้ว” หญิงสาวพูดพลางเทสุราลงจอก “พรุ่งนี้เวลานี้ ข้าจะพาอาเค่อไปสืบข่าวที่ตำหนักตี้เฉิน”

เซียวถังอี้มองจอกสุราที่มู่ไป๋ไป่ยกขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่เขาจะยกจอกสุราของตัวเองชนกับนาง “เราขยับเวลาไปสักหน่อยเถอะ ในช่วงนี้เสด็จพ่อของเจ้าเข้าบรรทมดึกมาก”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินข้อตกลงของอีกฝ่าย เธอก็อดที่จะเม้มปากแน่นไม่ได้

“ก็ได้ ท่านนัดเวลามาได้เลย เดี๋ยวข้าจะพาเขาไปหาท่านเอง”

หลังจากพูดคุยเรื่องจริงจังกันจบแล้ว มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกดีมากขึ้น พอเธออารมณ์ดี เธอก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา

หญิงสาวจึงหยิบจานอาหารมาเลือกกินทีละอย่าง ไม่นานแก้มขาวเนียนก็เปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเหมือนเจ้าแมวจอมตะกละ

“นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้ากินให้น้อยลงหน่อยเถอะ” เซียวถังอี้เห็นว่ามู่ไป๋ไป่กินไก่ย่างหมดไปครึ่งชิ้นและกำลังจะหยิบซี่โครงหมูพริกไทยมากินต่อ เขาจึงใช้นิ้วดีดหน้าผากมนเบา ๆ

จบบทที่ บทที่ 456: ข้าไม่ชอบเต่าเท่าไหร่

คัดลอกลิงก์แล้ว