เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 457: ข้าคิดว่าข้าเองก็ไม่คู่ควรกับนาง

บทที่ 457: ข้าคิดว่าข้าเองก็ไม่คู่ควรกับนาง

บทที่ 457: ข้าคิดว่าข้าเองก็ไม่คู่ควรกับนาง


มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วจิตใต้สำนึกก็บอกให้เธอชักมือกลับ ในขณะที่ใบหน้าสวยแดงขึ้นอีกครั้ง แต่เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้คว้าซี่โครงหมูชิ้นหนึ่งมายัดใส่ปากเป็นการประท้วง “ข้าอยากจะกินข้าก็จะกิน ท่านมีปัญหาอะไรหรือ?”

เซียวถังอี้มองแก้มป่อง ๆ ของสตรีตรงหน้าโดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง

เจ้าตัวเล็กคนนี้ดูเหมือนจะโตขึ้นแล้ว แต่นิสัยนางไม่เปลี่ยนเลยสักนิด

แล้วทั้งคู่ก็นั่งอยู่ที่ริมสระน้ำจนถึงเที่ยงคืน มู่ไป๋ไป่ถึงจะกลับไปที่ห้องนอนพร้อมกับท้องที่กลมนูน

ภายใต้แสงจันทร์ เซียวถังอี้เฝ้าดูร่างระหงเดินเข้าไปในห้องตัวเอง เมื่อแสงเทียนภายในดับลง เขาก็ค่อย ๆ หันกลับไปมองเต่าเฒ่าที่ปีนขึ้นมาจากสระน้ำ แล้วยื่นคอออกมาหมายจะขโมยเนื้อกิน

เต่าชราตัวนี้กินเนื้อในจานอย่างเอร็ดอร่อย พอถึงตอนที่มันรู้ว่ามีอันตรายพุ่งมาที่ตน มันก็ถูกยกลอยขึ้นไปในอากาศเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้หนู! เจ้าทำอะไรน่ะ!” เต่าอาวุโสพยายามขยับขาของมัน ในขณะที่หัวสั่นคลอนด้วยความตื่นตระหนก “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!”

“โอ๊ย สูงชะมัด! ข้าต้องตกลงไปตายแน่!”

เต่าเฒ่าตะโกนโวยวายเสียงดัง แต่ไม่นานมันก็ต้องเผชิญหน้ากับหน้ากากสีเงิน

ชายหนุ่มที่เคยกลั่นแกล้งมันก่อนหน้านี้กำลังกะพริบตาคมดุมองมันอยู่

ฝ่ายที่ถูกจ้องมองสำลักอาหารในปากอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และพูดด้วยความเหลือเชื่อ “ที่เจ้ามองข้าแบบนั้น หรือเป็นเพราะว่า…?”

“เจ้าได้ยินที่เต่าตัวนี้พูดด้วยหรือ?”

องค์หญิงหกคือจ้าวอสูร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่นางจะเข้าใจในสิ่งที่มันพูด

แต่ชายหนุ่มที่สวมหน้ากากตรงหน้าคนนี้ล่ะ?

มันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้ใดในโลกนี้ที่สามารถเข้าใจภาษาสัตว์ได้นอกจากจ้าวอสูร มันจึงไม่อยากปักใจเชื่อสักเท่าไหร่

“ใช่ ข้าได้ยินที่ท่านพูด” เซียวถังอี้เม้มปากแล้วตอบกลับ “ผู้เฒ่าเต่า”

ดวงตาของเต่าชราเบิกกว้างทันทีที่ได้รู้ความจริงมันน่าเหลือเชื่อ “เจ้าได้ยินข้าจริง ๆ หรือ นี่เจ้ากำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ ฮึ! ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอก มันก็แค่เรื่องบังเอิญ…”

“ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินท่านผู้เฒ่าเต่าพูดกับไป๋ไป่ว่ารู้ความลับมากมายในวังหลวง” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยิ้มจาง ๆ “ข้าอยากจะรู้ว่าท่านผู้เฒ่าจะช่วยข้าไขข้อสงสัยนี้ได้หรือไม่?”

“เจ้าได้ยินจริง ๆ หรือ?” เต่าอาวุโสยังคงตกตะลึงไม่หาย “แล้ว… แล้วที่ข้าบอกว่าจะช่วยอ่านดวงชะตาให้…”

เซียวถังอี้ยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่นั่นก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

เต่าชราตัวสั่นเมื่อคิดว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มีความคิดล้ำลึก ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเสแสร้งได้เก่งมากจนทำให้เต่าที่มีอายุยืนยาวอย่างมันยังโดนหลอก!

“ในเมื่อเจ้าเข้าใจภาษาสัตว์ แล้วไยเจ้าถึงต้องแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ?” เต่าอาวุโสจ้องชายสวมหน้ากากสีเงินด้วยดวงตาที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว แต่พอมันหรี่ตาลง มันก็ดูดุดันขึ้นไม่น้อย “ทำไมเจ้าต้องปิดบังท่านจ้าวอสูร? เจ้าคิดร้ายกับท่านจ้าวอสูรหรือ?”

เซียวถังอี้พยายามกลั้นยิ้มในขณะที่ตอบออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าเพียงแค่เข้าใจภาษาสัตว์ได้โดยบังเอิญเท่านั้น ข้าไม่รู้ว่าความสามารถนี้จะยั่งยืนนานเพียงใด ข้าจึงยังไม่ได้บอกไป๋ไป่ แล้วก็รบกวนให้ท่านช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย”

เขารู้ว่าสัตว์เหล่านี้มีความเคารพนับถือต่อมู่ไป๋ไป่ และสัตว์ก็มีความอ่อนไหวมากกว่ามนุษย์ ดังนั้นเขาไม่มีทางโกหกต่อหน้าสัตว์พวกนี้ได้แน่นอน

“ฮึ ทำไมข้าต้องช่วยเจ้าเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยล่ะ?” เต่าเฒ่าทำท่าทางดูถูกอีกฝ่าย “เจ้ามันเป็นมนุษย์จิตใจสกปรกที่คิดไม่ซื่อ”

“บิดาได้เห็นผู้คนและกลอุบายสารพัดในวังหลวงแห่งนี้ บิดามองเห็นอย่างชัดเจนว่าเจ้าคิดอย่างไรกับท่านจ้าวอสูร แต่บิดาก็ต้องบอกเจ้าตามตรงว่า เจ้าไม่คู่ควรกับท่านจ้าวอสูรของเรา”

ดวงตาของเซียวถังอี้มืดลงเล็กน้อยพร้อมกับมีแสงเย็นวาบไปทั่วหน้ากากสีเงิน แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ข้าคิดว่าข้าเองก็ไม่คู่ควรกับนางเช่นกัน”

“หืม?” เต่าชราไม่คิดว่าชายหนุ่มจะตอบกลับเช่นนี้ มันจึงเอียงคอมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย “ช่างเป็นมนุษย์ที่หาได้ยากยิ่ง”

“เอาเถอะ บอกข้ามาสิว่าเจ้าอยากจะถามอะไร วันนี้ข้าอารมณ์ดี ข้าจะฝืนใจตอบคำถามของเจ้าก็แล้วกัน แต่มีเงื่อนไขว่าเจ้าจะต้องวางเต่าตัวนี้ลงก่อน”

คืนนั้นมู่ไป๋ไป่นอนหลับสบายมากกว่าที่ผ่าน ๆ มา

ดูเหมือนว่าความฝันของเธอจะตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของสุราและแสงจันทร์ ถึงขนาดที่ว่าพอเธอลืมตาในเช้าวันรุ่งขึ้นแล้วเผชิญหน้ากับเต่าเฒ่าตัวนั้น เธอก็ยังคิดอะไรไม่ออก

“จ้าวอสูร อย่าหาว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะ เจ้าเป็นถึงองค์หญิงของแว่นแคว้น แม้กระทั่งการนอนก็ช่วยสำรวมกิริยามารยาทหน่อยได้หรือไม่?” เต่าชราที่นอนอยู่ข้างหมอนเอ่ยปากสั่งสอนหญิงสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้าใครมาเห็นเจ้าในสภาพเช่นนี้ เจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน พวกเขาคงจะหัวเราะเยาะเจ้าแน่”

มู่ไป๋ไป่ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความมึนงง เธอต้องใช้เวลานานกว่าที่สมองจะประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เธอจะกอดผ้าห่มเอาไว้พร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ใครจะมาอยากดูข้าตอนนอนกัน ว่าแต่… ท่านปู่เต่า ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

ตัวเธออาจจะไม่ได้ใส่ใจว่าสระน้ำนั้นอยู่ห่างจากที่นี่เท่าใด

สระน้ำนั้นอาจจะอยู่ไม่ไกลจากห้องของเธอสักเท่าไหร่ แต่นั่นมันสำหรับมนุษย์

เต่าชราตัวนี้ตัวเล็กมาก และด้วยสายพันธุ์ของมันทำให้มันคลานได้ช้ามากจนเธอไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะคลานมาถึงที่นี่

“ท่านปู่เต่า ท่านมีอะไรจะพูดกับข้าหรือ?” มู่ไป๋ไป่ขยี้ตาที่ยังตื่นไม่เต็มที่พร้อมกับพยายามลุกจากเตียงเพื่อไปล้างหน้าล้างตา “ถ้าท่านปู่อยากกินเนื้อ เอาไว้ข้าจะสั่งให้คนนำเนื้อไปวางไว้ให้ท่านปู่ที่ข้างสระน้ำก็แล้วกัน”

เต่าเฒ่าหันกลับมามองหญิงสาวช้า ๆ แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “แน่นอน ข้าอยากกินไก่ย่างที่เจ้ากินเมื่อคืน”

“เอาทั้งตัวเลย”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกขบขันกับคำขอของมัน เธอจึงหันมาพูดพร้อมรอยยิ้ม “ถ้าเป็นไก่ย่างทั้งตัว ท่านกินไหวหรือ?”

เต่าชราตัวนี้มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของตัวไก่เท่านั้น มันจะกินไก่ทั้งตัวเพียงลำพังได้อย่างไร?

“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น” เต่าเฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงฟึดฟัด “ข้ามาหาเจ้าแต่เช้าเพราะว่าตอนที่ข้าเฝ้าดูดวงดาวบนท้องฟ้าเมื่อคืนนี้ ข้าเห็นอะไรบางอย่าง”

“ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าดูดวงเป็น”

“ดูดวงหรือ?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วทำหน้าฉงน “ท่านปู่เต่า ท่านดูดวงเป็นจริง ๆ หรือ?”

“นี่ ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไม?” พอเต่าอาวุโสเห็นว่าหญิงสาวไม่เชื่อตน มันก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “เอาเถอะ เจ้าควรตั้งใจฟังให้ดี”

“ตามคำทำนายที่ข้าสังเกตดวงดาวเมื่อคืนนี้ เจ้าจะประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่ในตอนที่กลับมาเมืองหลวง”

“หากเจ้าสามารถผ่านพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้ เจ้าก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระไร้กังวลตลอดไป”

ฝ่ายที่ได้ยินกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ “อิสระและไร้กังวล…” นั่นเป็นสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด หรือว่าเจ้าเต่าตัวนี้จะวิเศษขนาดนั้นจริง ๆ?

“แล้วถ้าข้าผ่านพ้นมันไปไม่ได้ล่ะ?” มู่ไป๋ไป่อดถามขึ้นมาไม่ได้

เต่าชราเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวเงียบ ๆ หลังจากนั้นไม่นานมันก็ตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “เช่นนั้นเจ้าก็จะตาย”

“...”

“แต่เจ้าไม่ต้องกังวลมากเกินไป” เต่าเฒ่าค่อย ๆ คลานกลับไปบนหมอนพร้อมกับความรู้สึกว่าที่นี่สบายกว่าในสระน้ำเย็น ๆ หลายเท่า

“เนื่องจากโชคชะตาของเจ้านั้นดีเยี่ยมมาตลอด และมีบุคคลผู้มีอำนาจที่ถูกกำหนดให้มาช่วยเหลือเจ้า ขอเพียงแค่บุคคลนั้นยังอยู่ที่นี่ เจ้าจะหลีกหนีจากภยันตรายไปได้แน่นอน”

“ใครกัน?” มู่ไป๋ไป่หวาดกลัวคำว่าตายตั้งแต่ยังเด็ก ภัยพิบัตินั้นหมายถึงความตาย หากไม่สามารถก้าวผ่านมันได้ นั่นมันไม่ใช่ภัยพิบัติร้ายแรงหรอกหรือ?

เธอเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ในที่สุดเธอก็ได้เกิดใหม่จนเติบโตมาถึงตอนนี้ ดังนั้นเธอไม่อยากล้างไพ่แล้วต้องไปเริ่มใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง และเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนจะยังได้รับโอกาสเช่นนี้อีกหรือไม่

“ท่านปู่เต่า ท่านรู้หรือไม่ว่าใครคือผู้มีพระคุณของข้า?” มู่ไป๋ไป่นอนอยู่บนเตียงด้วยความกังวล ไม่ว่าสิ่งที่เต่าตัวนี้พูดนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ อย่างน้อยเธอก็ควรรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร!

จบบทที่ บทที่ 457: ข้าคิดว่าข้าเองก็ไม่คู่ควรกับนาง

คัดลอกลิงก์แล้ว