เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 455: เลิกจ้องคนรักเจ้าได้แล้ว

บทที่ 455: เลิกจ้องคนรักเจ้าได้แล้ว

บทที่ 455: เลิกจ้องคนรักเจ้าได้แล้ว


“ปู่?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกขบขันกับคำพูดของอีกฝ่าย เธอจึงยื่นมือออกไปจิ้มเปลือกของมัน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ถึงคิดจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าปู่?”

เต่าเฒ่าไม่ได้โมโหเลย มันปีนขึ้นไปบนก้อนหิน ทำให้กระดองของมันค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากน้ำ ในเวลานั้นหญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นว่ากระดองของมันเรืองแสงสีฟ้าอ่อนและมีลวดลายประหลาดอยู่รอบ ๆ ซึ่งดูงดงามมาก

“ฮึ เจ้าเป็นลูกสาวคนที่ 6 ลูกสาวคนโปรดของฮ่องเต้ใช่หรือไม่?” เต่าชรายืดหัวออกมาแล้วตอบเสียงเอื่อยเฉื่อย “ในตอนที่เจ้าเกิด ข้าได้ไปเยี่ยมเจ้าด้วย เนื้อตัวของเจ้ายับย่นดูน่าเกลียดมาก ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าพอโตมาหน้าตาของเจ้าจะเป็นแบบนี้”

ขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังจะอ้าปากพูดบางอย่าง เต่าเฒ่าก็เงยหัวขึ้นมามองดูอีกฝ่าย

แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่าเต่าตัวนี้จะเป็น ‘ผู้อาวุโส’ และเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เฝ้าดูยามที่เธอถือกำเนิดขึ้นมา

“ท่านปู่เต่า จริง ๆ แล้วท่านอาศัยอยู่ในวังหลวงนี้มานานแล้วหรือ?” หญิงสาวนั่งขัดสมาธิลงข้างสระน้ำแล้วพูดคุยกับมัน “ถ้าอย่างนั้น ท่านคงจะรู้ความลับอะไรมากมายในวังแห่งนี้ใช่หรือไม่?”

“แน่นอน!” เต่าอาวุโสหัวเราะอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง “ข้าไม่ได้อวดนะ แต่ไม่มีสิ่งใดในวังหลวงแห่งนี้ที่เต่าตัวนี้ไม่รู้”

“ท่านเก่งกาจขนาดนั้นเชียวหรือ?” มู่ไป๋ไป่ไม่ค่อยเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ เธอจึงคิดว่าจะทดสอบมันดูสักหน่อย “ท่านปู่เต่า เช่นนั้นท่านบอกข้ามาหน่อยสิว่าตอนข้าอายุ 4 ขวบ ข้าถูกผลักตกลงไปในน้ำ ใครเป็นคนทำ?”

“นังหนูน้อย นี่เจ้าจงใจทดสอบข้าใช่หรือไม่?” เต่าเฒ่าหัวเราะในลำคอก่อนจะตอบว่า “คนที่ถูกผลักลงสระไม่ใช่เจ้า แต่เป็นแม่หนูน้อยที่คอยติดตามเจ้ามาโดยตลอดต่างหาก ข้าจำได้ว่าข้าเคยเห็นนางอยู่ในน้ำครั้งหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดูเป็นคนมีฐานะ แต่น่าเสียดายที่ชีวิตของนางไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ น่าเสียดายจริง ๆ…”

“ท่านจำหน้าคนได้ด้วยหรือ?!” มู่ไป๋ไป่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก ไม่ใช่หลัวเซียวเซียวหรอกหรือที่ชีวิตไม่ราบรื่น?

“หากเจ้ามีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น เจ้าก็จะได้รู้อะไรมากขึ้นตามธรรมชาติ” เต่าชราพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่เมื่อหญิงสาวได้ฟังคำพูดของมัน ความคิดมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัว

ถ้าเต่าเฒ่าตัวนี้รู้ทุกอย่างจริง ๆ หรือเธอจะถามเรื่องลี่เฟยได้?

ณ จุดนี้ ยังมีสิ่งที่อธิบายไม่ได้เกี่ยวกับการกระทำของลี่เฟย และทำไมท่านพ่อถึงปล่อยนางออกมาจากตำหนักเย็น?

เธอไม่รู้จะถามเรื่องนี้กับใครเลยจริง ๆ อีกทั้งคนในวังหลวงก็มีเล่ห์เหลี่ยมเยอะยากที่จะไว้ใจ

มู่ไป๋ไป่ที่มีความคิดบางอย่างอยู่ในใจกำลังจะพูดออกมา แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร เธอก็เห็นเต่าอายุยืนตัวนั้นหดตัวกลับลงไปในน้ำเสียก่อน

มีเพียงกระดองเต่าเรืองแสงสีฟ้าเท่านั้นที่ยังพอเห็นจากบนผิวน้ำรำไร

“ท่านปู่เต่า?” หญิงสาวมึนงงกับการกระทำของมัน

“เจ้ากำลังคุยกับใครน่ะ?” เซียวถังอี้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังมู่ไป๋ไป่เงียบ ๆ พร้อมกับถือกล่องอาหารในมือ

“ว้าย!” หญิงสาวตกใจจนเกือบพลัดตกน้ำ โชคดีที่ชายหนุ่มคว้าคอเสื้อของเธอไว้ได้ทันเวลา ทำให้เธอรอดจากการตัวเปียกโชกไปได้

แต่เขาก็ปล่อยให้เธอห้อยอยู่กลางอากาศเหนือผิวน้ำเพียง 1 ข้อนิ้ว ก่อนที่เท้าของเธอจะเหยียบลงบนโขดหินได้อย่างปลอดภัย

ภายใต้แสงจันทร์ น้ำสีใสสะท้อนแก้มอมชมพูของมู่ไป๋ไป่ซึ่งขับให้เจ้าตัวดูงดงามยิ่งนัก

“นี่ ท่าน ท่าน ท่าน…” หญิงสาวเหลือบมองเต่าที่กำลังยืนดูเธออยู่เฉย ๆ ก่อนจะหันกลับมาแหวใส่คนที่ทำให้เธอขวัญกระเจิงด้วยความโมโห “ทำไมท่านถึงเดินมาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย!”

“ท่านจงใจทำใช่หรือไม่ ท่านอยากจะทำให้ข้าตกใจกลัวจนทำเรื่องน่าอาย”

เซียวถังอี้เลิกคิ้วขึ้นเงียบ ๆ พลางตอบออกไปว่า “ที่ข้าเดินมาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงเป็นเพราะว่าวรยุทธข้าสูงส่งเกินไป หากข้าคิดอยากจะทำให้เจ้าอับอาย ข้าคงไม่ทำอะไรโง่ ๆ เช่นนี้”

“เจ้ารีบขึ้นมาสิ” ร่างสูงกระชับแขนตัวเองเล็กน้อยเพื่อดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามาหาเขา

ก่อนหน้านี้ข้อเท้าของมู่ไป๋ไป่พลิกเพราะตกลงมาจากหน้าต่าง เมื่อเท้าสัมผัสพื้น ตัวเธอจึงสูญเสียการทรงตัวเซไปด้านข้าง

“ถ้าเจ้าเจ็บขาก็อยู่นิ่ง ๆ” เซียวถังอี้จับต้นแขนของหญิงสาวเอาไว้เพื่อไม่ให้นางล้มและสั่งให้นางนั่งลงบนก้อนหินที่อยู่ใกล้ ๆ “ทำไมถึงวิ่งไปทั่วเช่นนี้?”

มู่ไป๋ไป่รู้เพียงว่าต้นแขนที่ชายหนุ่มพยุงตนเอาไว้มันทั้งร้อนทั้งชา และความร้อนนั้นก็ได้แพร่กระจายไปทั่วใบหน้านวลลออ

หญิงสาวจึงกุมใบหน้าเห่อร้อนของตัวเองในขณะที่เหลือบมองไปทางผิวน้ำ

แล้วเธอก็แอบรู้สึกขอบคุณที่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว ทำให้มองเห็นอะไรไม่ชัดเจนนัก

“เมื่อกี้เจ้าคุยอยู่กับใคร?” เซียวถังอี้วางกล่องอาหารไว้ตรงหน้าพวกเขาทั้ง 2 จากนั้นก็หยิบจอกสุรา 2 ใบออกมารินสุราลงไป

ทันใดนั้นกลิ่นหอมสดชื่นของสุราก็ฟุ้งไปในอากาศ

มู่ไป๋ไป่อดไม่ได้ที่จะขยับจมูกไปดม “นี่เป็นสุราจากห้องเก็บสุราของท่านพ่อไม่ใช่หรือ?”

“อะไร?” ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับ “ในตอนที่ข้ามาเข้าเฝ้าฝ่าบาท ข้าจำเป็นจะต้องพกสุรามาด้วยหรืออย่างไร?”

หญิงสาวเม้มปากแน่นโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะหยิบของกินในกล่องอาหารออกมา

เมื่อตอนกลางวันเธอไม่ทันได้สำรวจอาหารในกล่องมากนัก แต่เมื่อลองเปิดดูจนละเอียดแล้ว เธอก็เพิ่งพบว่ามันเต็มไปด้วยอาหารที่เธอชอบ

นั่นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะโดยไม่ทราบสาเหตุ และเธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง

ภายใต้แสงจันทร์สีนวล ร่างกายของเซียวถังอี้ดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีเงิน แม้แต่หน้ากากบนใบหน้าของเขาก็ยังดูไม่เย็นชาเท่ากับตอนกลางวัน

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่ยังเป็นเด็ก เธอเคยแอบจินตนาการว่าผู้ชายคนนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร

แต่ส่วนใหญ่แล้วหน้าตาที่เธอจินตนาการถึงไม่ได้ดูดีนัก

เพราะถึงอย่างไรในตอนนั้นเธอก็เกลียดเซียวถังอี้มาก

นอกจากนี้ การที่คนเราจะหยิบหน้ากากมาใส่ปิดบังใบหน้าตัวเองตลอดเวลาไม่ใช่เพราะว่าตนหน้าตาน่าเกลียดเกินกว่าที่จะเปิดเผยให้คนเห็นหรอกหรือ?

แต่เธอไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ในความฝันค่อย ๆ มีคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นแทนที่

ผู้ชายคนนั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำ มีใบหน้าเปล่งปลั่งสะท้อนแสงสีขาวนวล และดวงตาที่ยิ้มแย้มของเขาไม่อาจลบเลือนไปจากความฝันของเธอได้

เธอเคยโกหกตัวเองคิดว่าคงเป็นเพราะเซียวถังถังทำให้เธอคิดมากจนเกินไปจึงได้เก็บเอาไปฝันถึงเซียวถังอี้เจ้าคนนิสัยไม่ดีอยู่บ่อย ๆ

จนกระทั่งจวงอี้หรานปรากฏตัวขึ้น เธอจึงตระหนักได้ว่ามันไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น

ใบหน้าเคร่งขรึมที่มีแสงจันทร์ส่องสว่างจ้าประกอบกับดวงตามากเสน่ห์คู่นั้นที่อยู่ตรงหน้าเธอ มันดูเหมาะเจาะลงตัวแต่ก็น่าขัดใจมากเช่นกัน

“นี่ เจ้าเด็กน้อย เอาเนื้อนั้นมาให้ข้าหน่อยสิ” เต่าอาวุโสว่ายน้ำกลับมาอีกครั้งก่อนจะโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ “แล้วเจ้าก็อย่าเอาแต่จ้องคนรักของเจ้าสิ ตาเจ้าจะถลนออกจากเบ้าแล้ว”

“พรู้ดดดดด!” มู่ไป๋ไป่พ่นสุราที่อยู่ในปากลงไปในน้ำ ในขณะที่ใบหน้าซึ่งแดงอยู่แล้วกลับยิ่งแดงมากกว่าเดิม

“มีอะไรหรือ?” เซียวถังอี้เลิกคิ้วเอียงคอถามคนที่จู่ ๆ ก็พ่นสุราออกมาแบบนั้น “เจ้าสำลักหรือ?”

ยามนี้ใบหน้าของมู่ไป๋ไป่ร้อนผ่าวพร้อมด้วยอารมณ์ที่สับสนปนเป แต่เธอก็ต้องพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ และไม่กล้าตอบอะไรออกไปเพราะเธอกลัวว่าความคิดของตัวเองจะถูกเปิดเผยทันทีที่เปิดปาก

ในเวลาเดียวกัน เธอก็หันไปจ้องเขม็งเต่าเฒ่าที่พูดเรื่องเหลวไหล

คนรักอะไรกัน?

เต่าตัวนี้คงจะแก่มากจริง ๆ ถึงได้สายตาฝ้าฟาง

ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ได้จ้องเซียวถังอี้แม้แต่น้อย

เธอแค่มองเขานิดเดียวเอง!

“จุ๊ ๆ เจ้าเด็กน้อย เจ้านี่มันไม่รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เลย” เต่าอาวุโสที่ไม่ได้กินเนื้อสักทีจึงเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างหญิงสาวด้วยท่าทางไม่พอใจ

“เจ้าหนุ่ม เอาเนื้อมาให้ข้าหน่อย แล้วข้าจะช่วยตรวจดวงชะตาจากวันตกฟากของเจ้ากับคนรักว่าเหมาะสมกันหรือไม่?”

“...” เซียวถังอี้ยังคงนิ่งเงียบ

“!!!” มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก

เกิดอะไรขึ้น? ผู้ชายคนนี้มีคนรักแล้วหรือ?

มู่ไป๋ไป่ไม่สามารถอธิบายว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร เธอรู้สึกอิจฉาและเจ็บแปลบในอก พร้อมกับความร้อนบนใบหน้าที่ดูเหมือนจะลดลงทันที แม้กระทั่งสุราในปากก็มีรสขมปร่า

จบบทที่ บทที่ 455: เลิกจ้องคนรักเจ้าได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว