เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 255: ชุนกงถู (เข้าสู่พาร์ทโต)

บทที่ 255: ชุนกงถู (เข้าสู่พาร์ทโต)

บทที่ 255: ชุนกงถู (เข้าสู่พาร์ทโต)


“หืม?” เมื่อหลัวเซียวเซียวเห็นว่ามู่ไป๋ไป่มีท่าทีกระตือรือร้นเพียงใด นางจึงเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายโดยการพยายามแนบหูเข้ากับประตู

ในเวลาเดียวกันที่ประตูลานบ้าน เซียวถังถังที่กำลังตามหาคนอยู่บังเอิญเห็นมู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวเกาะติดอยู่บริเวณประตูเรือนหอ ซึ่งคนหนึ่งอยู่ทางซ้ายส่วนอีกคนอยู่ทางขวา ในขณะที่จื่อเฟิงกำลังถือขาหมูขึ้นกัดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

จากนั้นนางก็เหลือบไปมองเด็กหนุ่มและถามเขาว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่

จื่อเฟิงอ้าปากกำลังจะตอบว่า ‘พวกเขาแค่อยากมาร่วมพิธีปลุกห้องเจ้าสาว’ แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนขององค์หญิงหกเมื่อครู่นี้ เขาก็ทำได้เพียงกลืนคำพูดลงท้องไปแล้วส่ายหัวด้วยท่าทางเศร้าสร้อยเหมือนเดิม

ซึ่งนั่นได้ไปกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเซียวถังถังขึ้นมา นางรีบวิ่งเข้าไปหามู่ไป๋ไป่พร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า “ไป๋ไป่! ท่านกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”

“ท่านมาผิดห้องหรืออย่างไร? นี่คือเรือนหอหลังใหม่ของท่านอาจารย์กับอาจารย์พ่อ ข้าเพิ่งมาที่นี่ตอนกลางวัน”

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ตกใจมากจนขนทั่วร่างกายตั้งชัน เธออยากจะพุ่งเข้าไปปิดปากเด็กหญิง แต่มันก็ยังสายเกินไป

ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน และสีหน้าแดงเข้มของอวี้เซิ่งก็ปรากฏสู่สายตาของพวกเธอ

“มู่ไป๋ไป่ พระองค์อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย!”

“อะแฮ่ม! อวี้เซิ่งใจเย็น ๆ ข้าแค่เดินผ่านมาเอง!” คนตัวเล็กรีบแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ

“ข้าไม่แปลกใจเลย! เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงพระองค์ ให้ตายเถอะ ทั้งที่ยังเด็กขนาดนี้ แต่กลับไม่เคยเรียนรู้อะไรเลยนอกจากชอบเลียนแบบคนที่มาสร้างปัญหาในพิธีสมรสของข้า พรุ่งนี้ข้าจะเขียนจดหมายส่งไปเมืองหลวงเพื่อร้องเรียนพระองค์!”

“อวี้เซิ่งใจร้าย” เด็กหญิงทำหน้าบูดบึ้ง “ข้าอุตส่าห์แอบเตรียมของขวัญสุดพิเศษเอาไว้ให้ท่านกับท่านอาจารย์แล้ว แต่ท่านกลับมาต่อว่าข้า แถมยังไม่ยอมรับมันอีก!”

“ช่างเป็นของขวัญที่พิเศษสุด ๆ ไปเลย มู่ไป๋ไป่ ข้าจะบอกพระองค์ให้นะ แม้ว่าวันนี้พระองค์จะมอบตำราวิชายุทธเก่าแก่กับข้า แต่มันก็ไร้ประโยชน์! พระองค์เลิกวุ่นวายได้แล้ว!”

ท่ามกลางเสียงตะคอกของชายหนุ่ม มู่ไป๋ไป่ก็ดึงหลัวเซียวเซียวกับเซียวถังถังวิ่งหายไปจากเรือน

ทางด้านจื่อเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็เดินกลับไปหลังจากที่ถูกอวี้เซิ่งจ้องเขม็ง

ไม่นานความเงียบก็กลับคืนสู่เรือนหลังกว้าง

บรรยากาศเสน่หาที่เคยฟุ้งกระจายอยู่ในเรือนหอบัดนี้ได้ปลิวสลายไปตามสายลม

อวี้เซิ่งมองดูแสงจันทร์ที่ลานบ้านแล้วถอนหายใจหนัก ๆ

“ท่านถอนหายใจทำไม?” เจียงเหยาจับมือสามีหนุ่มเบา ๆ แล้วพาเขาเดินกลับมาที่ห้องหอก่อนจะปิดประตู “เอาไว้ข้าจะจัดการสั่งสอนพวกนางพรุ่งนี้เอง”

พอชายหนุ่มได้ยินน้ำเสียงปลอบประโลมจากภรรยาสาว เขาก็เม้มปากสักพักก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของอีกคนด้วยฝ่ามือใหญ่ จากนั้นก็พานางเดินเข้าไปที่ข้างเตียง “ตกลง ขอบคุณภรรยา”

เจียงเหยาตกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายเรียกนางว่า ‘ภรรยา’ นางจึงรีบเสหน้าหลบสายตาของเขาไปอย่างเขินอาย

แล้วบรรยากาศก็กำลังเป็นไปตามครรลองของมัน อวี้เซิ่งโน้มตัวเข้าไปหาภรรยาสาวกำลังจะสัมผัสริมฝีปากสีแดงสดของนาง แต่แล้วจู่ ๆ หญิงสาวก็ส่งเสียง “เอ๊ะ” เบา ๆ

“ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างอยู่ใต้ผ้าห่ม” เจียงเหยาเอื้อมมือไปคลำใต้ผ้าห่มอึดใจหนึ่งก่อนจะพบถุงผ้าสีน้ำเงิน

อวี้เซิ่งตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อนึกถึงสิ่งที่มู่ไป๋ไป่เพิ่งพูดเมื่อสักครู่ เขาก็ส่ายหัวเบา ๆ “นี่น่าจะเป็นของขวัญที่องค์หญิงหกเตรียมไว้ให้พวกเรา”

“น้องหญิง เจ้าอย่าได้สนใจของขวัญที่นางมอบให้เลย อย่างที่ข้าเคยพูดเอาไว้ แม้ว่านางจะมอบตำราวิชายุทธเก่าแก่ให้กับข้า แต่ข้าก็จะไม่มีวันแตะต้องพวกมัน…”

ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันพูดจบ เขาก็เห็นชัดเจนว่ามีอะไรอยู่ในถุงผ้า

ตำราเล่มนี้ดูเรียบง่ายไม่มีอะไรโดดเด่นมาก มีเพียงอักษรที่เขียนว่า ‘ชุนกงถู*’ นั่นถึงกับทำให้เขาสำลักน้ำลายตัวเอง

*ชุนกงถู (春宫图) หรือภาพวาดอีโรติกประเภทหนึ่ง ในสมัยราชวงศ์ถัง หนังสือภาพวาดการเสพสังวาสเริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย จนมาถึงช่วงครึ่งหลังของราชวงศ์หมิง ชุนกงถูจึงเริ่มได้รับความนิยมขึ้นมา หนังสือเหล่านี้มีส่วนช่วยด้านเพศศึกษาในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน คนโบราณก็มีความเชื่อว่าหนังสือพวกนี้จะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้าย

“มู่ไป๋ไป่ ยัยเด็กนั่น!” เจียงเหยากำลังจะโยนตำราทิ้งไปพร้อมกับใบหน้าที่เห่อร้อน แต่อวี้เซิ่งกลับห้ามนางเอาไว้เสียก่อน

“น้องหญิง ได้โปรด… เก็บตำราเล่มนี้เอาไว้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่างน้อยมันก็เป็นความปรารถนาดีจากลูกศิษย์ของเจ้า แล้วเราจะได้ใช้ประโยชน์มันในค่ำคืนนี้”

“อวี้เซิ่ง ท่านมันคนไร้ยางอาย!” บัดนี้หมอสาวรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองถูกไฟไหม้ “ไหนท่านบอกว่าจะไม่รับน้ำใจไม่ว่ามู่ไป๋ไป่จะมอบอะไรให้ท่านไม่ใช่หรือ?”

คนเป็นสามีหยิบตำราขึ้นมาอย่างหน้าไม่อายแล้วพูดว่า “ข้าพูดเช่นนั้นหรือ? เจ้าคงจำผิดแล้วล่ะ”

“อวี้เซิ่ง!” เจียงเหยาถลึงตาใส่อีกฝ่ายด้วยความโกรธ แต่คำพูดต่อมาทั้งหมดก็กลืนหายไปในปากของอวี้เซิ่ง

จากนั้นหน้าต่างที่ถูกทาด้วยสีแดงก็สะท้อนเงาร่างใกล้ชิดของชายหญิง 2 คน

ในเวลาเดียวกัน มู่ไป๋ไป่ยังคงลากหลัวเซียวเซียวกับเซียวถังถังไปตลอดทางโดยไม่หยุดจนกว่าจะมาถึงเรือนพักของตัวเอง

“เซียวถังถัง เจ้าอยากจะฆ่าข้าหรืออย่างไร!” มู่ไป๋ไป่หายใจหอบพร้อมกับยืนเท้าเอว

“หา?” เซียวถังถังโต้กลับไปว่า “ใครจะไปรู้ว่าท่านกำลังทำเรื่องไม่ดีอยู่ แถมยังเลวร้ายสุด ๆ ไปเลย ครั้งต่อไปที่ท่านจะทำอะไรเช่นนี้ ท่านก็บอกข้าสิ ข้าจะได้ช่วยท่าน!”

“...ข้าซาบซึ้งใจจริง ๆ” มู่ไป๋ไป่ได้แต่พูดเช่นนี้ออกไป

“ฮี่ ๆๆ ด้วยความยินดี เราเป็นสหายกันนี่นา” เซียวถังถังเรียกคืนรอยยิ้มสดใสและรีบเข้าไปจับแขนอีกคนแกว่งไปมาอย่างมีความสุข “ไป๋ไป่ ท่านคิดว่าอาจารย์จะโกรธหรือไม่? พรุ่งนี้เราจะถูกนางลงโทษหรือไม่?”

คนถูกถามเกาหัวเบา ๆ แล้วคิดว่าถ้าอวี้เซิ่งเห็นของขวัญที่เธอมอบให้เขาแล้วยังคิดที่จะให้เจียงเหยาลงโทษพวกเธอ ชีวิตของเขาคงจะไร้รสชาติเกินไป

คืนนั้นที่หุบเขาหมอเทวดาก็มีเรื่องวุ่นวายจนถึงรุ่งสาง

นับตั้งแต่มาถึงหุบเขาหมอเทวดา มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก

นอกจากการไปเรียนทุกวัน เธอก็ต้องคอยติดตามเซียวถังถังและช่วยนางเก็บกวาดเรื่องยุ่งเหยิงอยู่ตลอด ซึ่งสภาพของเธอในตอนนั้นน่าสังเวชมาก

มากจนเธออยากเขียนจดหมายสัก 10 ฉบับถึงเซียวถังอี้โดยเนื้อความกล่าวว่าเขาขี้โกง และขอให้เขามารับตัวเซียวถังถังกลับไปโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม เธอไม่รู้ว่าเจ้าสัตว์ประหลาดจะได้รับจดหมายของเธอหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือ เขาไม่เคยตอบกลับจดหมายที่เธอส่งไปเลยสักครั้ง

และแล้วเวลา 12 ปีก็ผ่านไปในชั่วพริบตา

ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา แคว้นเป่ยหลงสงบสุขมาตลอด ทว่าปัจจุบันในยุทธภพกลับมีปัญหาเกิดขึ้นอีกครั้ง แล้วหุบเขาหมอเทวดาก็เปลี่ยนหัวหน้าเช่นกัน

อดีตเจ้าหุบเขาได้สละตำแหน่ง และได้ส่งมอบตำแหน่งนี้ให้กับเจียงเหยา

อีกทั้งการชุมนุมจอมยุทธ์ก็กำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ เจียงเหยากับอวี้เซิ่งจึงได้รับเทียบเชิญในนามของหุบเขาหมอเทวดา และปล่อยให้มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังคอยดูแลหุบเขาหมอเทวดาเพียงลำพัง

“เซียวถังถัง! อย่าให้ข้าจับตัวเจ้าได้นะ ข้าจะแทงเจ้าให้ยับเลย!”

บนเส้นทางในป่า หญิงสาวร่างผอมในชุดสีขาวพึมพำกับตัวเองในขณะที่รีบเดินไปยังที่ตั้งของหุบเขาหมอเทวดา

แต่สิ่งที่โดดเด่นก็คือมีสัตว์มากมายอยู่แทบเท้าของนาง

ดูเหมือนว่าสัตว์พวกนี้จะมีสติปัญญาสูง พวกมันมารวมตัวกันรอบ ๆ ตัวหญิงสาวอย่างเป็นระเบียบและส่งเสียงร้องเบา ๆ

“ข้าเห็นด้วยตาตัวเอง! ข้ารู้ว่านางเป็นคนไปหาเรื่องหลี่โก่วตั้นก่อน” สตรีในชุดสีขาวรับฟังคำร้องเรียนจากสัตว์ต่าง ๆ แล้วถกแขนเสื้อขึ้นด้วยความโกรธ “ยานั่นแย่มาก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ในทางตรงกันข้าม ยานั่นกลับเป็นพิษจนทำให้หน้าบวม”

“นางช่างเป็นอัจฉริยะในการทำยาพิษจริง ๆ”

“ถ้าเมื่อไหร่ที่ท่านอาจารย์กลับมา ข้าจะฟ้องอาจารย์ แล้วให้ท่านอาจารย์ส่งเซียวถังถังไปยังสำนักตระกูลถังโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้อัจฉริยะในการใช้พิษอย่างนางต้องสูญเปล่า”

ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมู่ไป๋ไป่ที่โตเป็นสาวแล้ว

ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เธอตัวสูงขึ้นมาก ใบหน้าที่เคยกลมมนแต่เดิมก็เปลี่ยนเป็นใบหน้ารูปไข่งดงาม โดยเฉพาะดวงตาซึ่งคล้ายกับมู่เทียนฉงมาก ทว่าแววตากลับดูมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากกว่าเขาเล็กน้อย

แต่โดยรวมแล้วบุคลิกหน้าตาของเธอนั้นดีมากจนทำให้คนที่ได้มองไม่สามารถละสายตาไปได้

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ไป๋ไป่โตเป็นสาวแล้วจ้าาา เรื่องราวพาร์ทโตหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป ฝากนักอ่านติดตามไปพร้อมกับเสี่ยวเถียวยาว ๆ เลยน้าาา

จบบทที่ บทที่ 255: ชุนกงถู (เข้าสู่พาร์ทโต)

คัดลอกลิงก์แล้ว