เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 256: พบเจอแกะอ้วน

บทที่ 256: พบเจอแกะอ้วน

บทที่ 256: พบเจอแกะอ้วน


“เจ้าแน่ใจหรือว่านางแอบกลับไปที่หุบเขาหลังจากก่อปัญหาใหญ่ขนาดนั้นขึ้น?” มู่ไป๋ไป่หันไปถามกระรอกที่ติดตามเธอมา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินตามเธอไม่ทัน เธอก็รีบก้มลงไปรับตัวมันมาอุ้มไว้ในมือ

“รายงานท่านจ้าวอสูร เด็ก ๆ คอยจับตาดูตามที่ท่านสั่ง!” กระรอกน้อยขยับปากอย่างรวดเร็ว “เซียวถังถังไม่ได้ออกจากหุบเขาตั้งแต่ที่นางเข้าไป ตอนนี้นางจะต้องอยู่ในหุบเขาอย่างแน่นอน”

“ท่านจ้าวอสูร ท่านต้องการให้เราช่วยตามหานางก่อนหรือไม่?”

หญิงสาวนิ่งคิดสักพักแล้วรู้สึกว่าข้อเสนอนี้ดีทีเดียว ไม่อย่างนั้น เนื่องจากวิธีการซ่อนตัวที่พิสดารของเซียวถังถัง เธออาจจะตามหาตัวนางไม่พบแม้ว่าจะใช้เวลาทั้งวันก็ตาม

“ตามกฎเดิม ใครก็ตามที่ช่วยข้าตามหานางพบก่อน ข้าจะมอบรางวัลให้อย่างงาม”

สัตว์ตัวเล็ก ๆ กลุ่มนั้นส่งเสียงตอบรับ จากนั้นพวกมันก็พากันแยกย้ายวิ่งกระจายไปยังหุบเขาหมอเทวดาอย่างคุ้นเคยประหนึ่งว่าพวกมันเคยทำสิ่งนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

หลังจากมู่ไป๋ไป่ส่งเหล่าสัตว์ตัวน้อยออกไปแล้ว เธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป

นับตั้งแต่ที่เจียงเหยากับอวี้เซิ่งไปร่วมงานชุมนุมจอมยุทธ์ ทุกอย่างในหุบเขาก็ตกมาอยู่ที่เธอ

ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก เธอเบื่อหน่ายกับการจัดการเรื่องพวกนี้ แต่ทุกวันนี้เธอทำได้เพียงแค่ยอมจำนนเท่านั้นซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว

มู่ไป๋ไป่คิดว่าจะสั่งให้จื่อเฟิงเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อวัตถุดิบกลับมาทำอาหารอร่อย ๆ กินดีหรือไม่ แต่จู่ ๆ เธอก็ได้กลิ่นเลือดที่ปลายจมูก

ในช่วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เธอคอยร่ำเรียนอยู่เคียงข้างเจียงเหยา และได้ผ่านประสบการณ์มากมายทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ จึงทำให้เธอคุ้นเคยกับกลิ่นเลือดเป็นอย่างมาก

นั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็หันหลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่มาของกลิ่นเลือด

คนบาดเจ็บดูเหมือนจะระวังตัวมากและกำลังซ่อนตัวอยู่ในป่าริมถนนที่ไร้ผู้คน

มู่ไป๋ไป่เดินหาอยู่นานก่อนที่จะพบตัวเขา

ผู้ชายคนนั้นสวมชุดสีดำนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น ทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นใบหน้าเขาได้ชัดเจน พร้อมกันนั้นต้นหญ้ารอบตัวเขาก็เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นพลางคาดเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นจอมยุทธ์หลงทางมาที่หุบเขาหมอเทวดาเพื่อขอความช่วยเหลืออีกคนแล้ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้คนจำนวนมากที่มาถึงที่นี่ในสภาพนี้ เมื่อพวกเขากำลังจะตาย พวกเขาก็จะนึกถึงหุบเขาหมอเทวดา และมาทิ้งตัวนอนอยู่ที่หน้าประตูหุบเขา

เนื่องจากคำสอนของบรรพบุรุษในหุบเขาหมอเทวดาที่กล่าวไว้ว่า หมอมีหน้าที่รักษาชีวิต และต้องช่วยเหลือผู้คนไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องคอยช่วยคนที่มาขอความช่วยเหลือทีละคน

โชคดีที่หลังจากเจียงเหยาได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าหุบเขาหมอเทวดา นางก็ได้กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาอีกข้อหนึ่งว่า ‘1 ชีวิตแลกกับ 1 ตำลึงทอง’ ส่งผลให้มีคนมาขอรับการรักษาแบบเปล่า ๆ ที่หุบเขาหมอเทวดาน้อยลง ซึ่งมันช่วยบรรเทาความกดดันและภาระที่หุบเขาหมอเทวดาต้องแบกรับลงได้มากทีเดียว

แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คนผู้นี้ยังกล้าถ่อสังขารมาถึงหุบเขาหมอเทวดา จากมุมมองนี้เขาไม่ต่างจากแกะอ้วน*ใช่หรือไม่?

*แกะอ้วน ในที่นี้ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่ร่ำรวย มีเงินไม่ขาดมือ

มู่ไป๋ไป่ถูมือตัวเองอย่างมีความสุขและรีบหยิบถุงยาออกมาในขณะที่เอ่ยถามคนเจ็บว่า “ท่านจอมยุทธ์ ท่านได้ยินข้าหรือไม่?”

ต่อมา หญิงสาวพลิกตัวชายร่างสูงขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เธออยากจะรู้ว่าเขาเสียชีวิตแล้วหรือยัง แต่เธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อพลิกอีกฝ่ายให้นอนหงาย

สีหน้าของชายหนุ่มซีดลงเล็กน้อยเนื่องจากการเสียเลือดมากเกินไป แต่ใบหน้านั้นยังคงดูหล่อเหลา คิ้วยาวคล้ายกระบี่ที่ชี้ตรงไปถึงขมับดูทรงพลังมาก ใบหน้าที่คมชัดและดวงตาดุจเหยี่ยว ทำให้ผู้คนอดตกตะลึงไม่ได้ยามที่ได้เห็นครั้งแรก

“หล่อมาก…” มู่ไป๋ไป่เผลอหลุดปากพึมพำออกมา

ผู้ชายคนนี้หล่อกว่าพ่อของเธออีก!

ที่สำคัญที่สุดก็คือเขาอายุน้อยกว่าพ่อของเธอด้วย!

หญิงสาวสะบัดหัวเบา ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วรีบหยิบยา 2 เม็ดยัดเข้าไปในปากของอีกฝ่าย

คงจะน่าเสียดายถ้าหนุ่มหล่อขนาดนี้ต้องตายไป!

หลังจากป้อนยาให้ชายหนุ่มแล้ว เธอก็ยื่นมือออกไปเพื่อตรวจชีพจรของคนเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะทันได้สัมผัสชีพจรของชายคนนั้น ข้อมือของเธอก็ถูกฝ่ามือที่ทรงพลังกำไว้แน่น

หมับ!

“โอ๊ย! เจ็บนะ!” มู่ไป๋ไป่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ มือของข้าจะหักแล้ว!”

คนที่หมดสติไปในตอนแรกพยายามลืมตาขึ้นราวกับว่าเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขาทำหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ มองภาพตรงหน้าเขม็ง

ในการมองเห็นที่ค่อนข้างพร่ามัวของชายหนุ่ม หญิงสาวในชุดสีขาวกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความโกรธ

ดวงตาสีแดงก่ำที่แสดงออกว่าเจ็บปวดของนางทำให้เขาปล่อยมือโดยไม่รู้ตัว

“ชิ! นี่ท่านเป็นคนเจ็บจริง ๆ หรือไม่เนี่ย? ทำไมถึงได้ตอบแทนบุญคุณคนอื่นอย่างนี้” มู่ไป๋ไป่กุมข้อมือตัวเองแล้วยืนขึ้นชี้หน้าบ่นชายที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น “ข้าอุตส่าห์ป้อนยารักษาอาการบาดเจ็บของท่านและจะตรวจชีพจรให้ท่าน แล้วดูสิว่าเป็นอย่างไร?!”

เมื่อชายหนุ่มผู้บาดเจ็บออกแรงเพียงเล็กน้อย เขาก็พบว่าอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ของเขาหายดีแล้ว

ในตอนที่เขาใกล้จะหมดสติ เขาได้มุ่งหน้ามายังหุบเขาหมอเทวดาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมาถึงอาณาเขตของหุบเขาหมอเทวดาแล้ว

ทางด้านมู่ไป๋ไป่อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าชายคนนั้นยังคงเอาแต่เงียบหลังจากที่เธอบ่นอีกฝ่ายอยู่นาน เธอจึงย่อตัวลงนั่งอีกครั้งพร้อมกับถามว่า “นี่ ท่านเป็นใบ้หรือหูหนวกกันแน่?”

“ถึงอย่างไรก็เถอะ ข้าจะบอกให้นะ ถึงท่านจะแกล้งหูหนวกไปก็ไม่มีประโยชน์”

“หุบเขาหมอเทวดาของเราได้ออกกฎใหม่เมื่อปีที่แล้ว หากท่านมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากเรา ถ้าเราช่วยรักษาท่านแล้ว ท่านจะต้องจ่ายเงินให้เราด้วย”

“แล้วก็อย่าได้คิดที่จะเบี้ยวค่ารักษาล่ะ!”

ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ก็มีทองคำแท่งหนึ่งถูกโยนเข้ามาในมือของเธอ

“!!!”

นี่มันแกะอ้วนจริง ๆ ด้วย!

“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้ แม่นาง” ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลในขณะที่กล่าวว่า “ถ้าแค่นี้ยังไม่เพียงพอ ข้าจะสั่งให้คนของข้าส่งเงินมาให้เจ้าในภายหลัง”

ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มีเพียงแค่หน้าตาดีเท่านั้น แต่เสียงของเขายังฟังดูไพเราะมากด้วย เสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูมีเสน่ห์มากจนทำให้มู่ไป๋ไป่ขนลุก

หลังจากที่เขาลุกขึ้นยืน เธอก็ตระหนักว่าคนตรงหน้าสูงมาก

เธอต้องเงยหน้าขึ้น แต่ก็ยังแทบจะมองเห็นเพียงคางของเขา

ผู้ชายคนนี้จะต้องสูงถึง 6 ฉื่อ*เศษ ๆ เป็นแน่!

*1 ฉื่อ เท่ากับความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร

“เอ๊ะ ช้าก่อน!” เมื่อหญิงสาวเห็นชายคนนั้นหันหลังเดินออกไป เธอที่เพิ่งรู้ตัวก็รีบเรียกเขาเอาไว้ “อาการบาดเจ็บของท่านยังไม่หายดีเลย ท่านจะไปไหน?”

แม้ว่าตอนนี้หุบเขาหมอเทวดาจะเรียกเก็บค่ารักษาแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเพียงกฎที่ตั้งขึ้นบังคับใช้กับคนเจ็บฝ่ายเดียว

เนื่องจากเธอรับเงินจากชายคนนี้มาเรียบร้อยแล้ว เธอจึงมีหน้าที่ที่ต้องรักษาอีกฝ่ายให้หายสนิทเสียก่อน

“ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างเฉยเมย “ข้าไม่เป็นไร ยารักษาอาการบาดเจ็บภายในของหุบเขาหมอเทวดานั้นวิเศษมากมาตลอด ขอเพียงแค่ข้ากินเข้าไป ข้าก็จะไม่ตายในเร็ววันแน่นอน”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกโมโหขึ้นมาไม่น้อย คนผู้นี้หมายความว่าอย่างไร นี่เขากำลังดูถูกเธอหรือไม่?

นอกจากนี้เขาจะถ่อมาไกลถึงหุบเขาหมอเทวดาเพื่อจ่ายเงินซื้อยารักษาอาการบาดเจ็บภายในเพียง 2 เม็ดไปทำไมกัน ทำไมเขาไม่หาซื้อข้างนอกล่ะ?

หุบเขาหมอเทวดาของพวกเธอนั้นได้นำยาที่หลอมขึ้นมาออกไปจำหน่ายด้านนอกทุกปี ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่เธอเสนอขึ้นมา

“เอาเถอะ เชิญท่านกลับไปเอง ข้าไม่ส่ง!” เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีไม่ค่อยดี เธอก็ไม่รั้งเขาไว้อีก “ถ้าท่านตายอยู่ข้างนอกทีหลัง ก็อย่าได้โทษหุบเขาหมอเทวดาของพวกเราล่ะ”

ชายคนนั้นยกมือขึ้นเป็นเชิงตอบรับในขณะที่ยังคงหันหลังเดินจากไป

ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็เกิดความผันผวนเล็กน้อยในอากาศ

ก่อนหน้านี้มู่ไป๋ไป่ไม่ได้เรียนวิชาแพทย์มานานหลายปี จึงทำให้เธอว่างงานมาก ดังนั้นเธอจึงถูกอวี้เซิ่งลากตัวไปเพื่อเรียนวิชาบางอย่าง

ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี เธอได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากอวี้เซิ่ง

แล้วเธอก็รู้ทันทีว่ายามนี้มีบางอย่างผิดปกติ

มู่ไป๋ไป่ไม่มีเวลาให้คิดไตร่ตรองใด ๆ อีก รู้ตัวอีกทีเธอก็พุ่งเข้าหาชายคนนั้นแล้ว

หลังจากที่เธอกระแทกชายหนุ่มจนกระเด็นออกไป เข็มเงินหลายเล่มก็พุ่งมาปักตรงตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่

“สำนักตระกูลถัง?” หญิงสาวจำได้ว่าใครเป็นเจ้าของอาวุธนี้ เพราะเธอได้พูดถึงสำนักตระกูลถังอยู่บ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ทำไมท่านถึงไปมีเรื่องกับคนของสำนักตระกูลถัง?”

แต่เธอก็ไม่ได้รอให้ชายคนนั้นตอบ เธอดึงเขาขึ้นมาแล้วพูดต่อว่า “ช่างเถอะ เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง สำนักตระกูลถังรู้ดีแก่ใจว่าบริเวณนี้เป็นอาณาเขตของหุบเขาหมอเทวดาของเรา แต่พวกเขายังกล้าลงมืออีก พวกเขาไม่เห็นหุบเขาหมอเทวดาของเราอยู่ในสายตาแล้วสินะ”

“ท่านรีบไปซ่อนตัวก่อนเถอะ ข้าจะรีบไปรีบกลับ”

ทางด้านชายหนุ่มมองดูหญิงสาวร่างผอมบางตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

เขาสาบานเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินใครบางคนบอกให้เขาไปซ่อนตัว

จบบทที่ บทที่ 256: พบเจอแกะอ้วน

คัดลอกลิงก์แล้ว