เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 253: ของขวัญแต่งงานลึกลับ

บทที่ 253: ของขวัญแต่งงานลึกลับ

บทที่ 253: ของขวัญแต่งงานลึกลับ


หุบเขาเทวดานั้นตัดขาดจากโลกภายนอกมาโดยตลอด ดังนั้นครั้งนี้เจียงเหยากับอวี้เซิ่งจึงไม่ได้เชิญใครมาร่วมงานมงคลสมรส จึงมีเพียงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้หุบเขาเท่านั้นที่ได้มาร่วมเฉลิมฉลอง

ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่นี่หาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บสมุนไพร และได้รับความช่วยเหลือจากหุบเขาหมอเทวดา ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกมีความสุขมากที่เจียงเหยาแต่งงาน อีกทั้งพวกเขายังมาช่วยจัดงานแต่งล่วงหน้าด้วย

ในช่วงเวลาหนึ่ง หุบเขาหมอเทวดาอันเงียบสงบก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา

และแล้ววันแต่งงานของอวี้เซิ่งกับเจียงเหยาก็มาถึง มู่ไป๋ไป่ยืนอยู่ที่ทางเข้าหุบเขาตั้งแต่เช้าเพื่อมองไปรอบ ๆ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านเจ้าหุบเขาได้ปลดค่ายกลเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านสามารถเดินทางเข้าออกได้ง่ายขึ้น

“ไป๋ไป่ ท่านกำลังรอใครอยู่หรือ?” เซียวถังถังโผล่มาจากที่ใดสักแห่ง ยามนี้ชุดลูกศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาสีขาวราวกับหิมะของนางมีรอยเปื้อนตั้งแต่เช้าตรู่ ใบหน้าของนางเองก็มีรอยสีดำคล้ายผงถ่านเปรอะเปื้อนอยู่ “ท่านกินนี่สิ อาจารย์เพิ่งเผามันหวานเสร็จ ข้าอุตส่าห์แย่งอันสุดท้ายจากมือจื่อเฟิงมาได้”

“ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าจื่อเฟิงของท่านป่วยเป็นอะไร ทำไมเขาถึงกินเยอะขนาดนั้น! เขารู้จักอิ่มบ้างหรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่รับมันเผาที่ยังร้อน ๆ อยู่มาถือด้วยอารมณ์ที่หลากหลายแล้วก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะกินมันเข้าไป เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะดึงอีกคนเข้ามาใกล้แล้วเช็ดหน้าให้นาง “ดูสภาพเจ้าสิ... นี่ถังถัง ก่อนที่เจ้าจะไปไหน ข้าไม่ได้บอกเจ้าหรอกหรือว่าต้องทำอย่างไร?”

คนตัวเล็กพยายามยกเซียวถังอี้ขึ้นมาเตือนเซียวถังถังว่าอย่าเล่นซนมากนัก

เพราะท้ายที่สุดแล้วทั้ง 2 ก็เป็นหน้าเป็นตาของเชื้อพระวงศ์แห่งเป่ยหลง

“ทำไมท่านพูดถึงพี่ชายของข้าอีกแล้วล่ะ?” เซียวถังถังย่นจมูกด้วยความไม่พอใจเมื่อมู่ไป๋ไป่เอ่ยชื่อของเซียวถังอี้ “ฮึ เขาจะพูดอะไรได้อีก เขาก็คงบอกว่าอย่าทำให้เขาต้องอับอาย”

“ไป๋ไป่ ท่านต้องเป็นพยานให้ข้านะว่าตั้งแต่ออกจากวังหลวงมา ข้าเป็นเด็กดีมาก”

“ไม่อย่างนั้นท่านพี่ของข้าคงหาข้ออ้างมาตีข้าในภายหลัง!”

“...” ฝ่ายที่ยืนฟังเงียบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

หากเซียวถังถังยังสามารถเรียกได้ว่าเป็นเด็กดี แล้วก่อนหน้านี้เรียกว่าอะไร?

ประพฤติตัวดีมาก?

ขณะที่เด็กทั้ง 2 กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น มู่ไป๋ไป่ก็เห็นแมวอ้วนตัวใหญ่วิ่งมาจากด้านหน้าโดยมีถุงผ้าสีน้ำเงินปลิวขึ้นลงอยู่ด้านข้างขณะที่มันวิ่ง

“เจ้าส้ม?” ทันทีที่เซียวถังถังเห็นมัน นางก็โบกมืออย่างร่าเริงให้กับอีกฝ่าย “ที่แท้ไป๋ไป่ก็รอเจ้านี่เอง ข้าก็คิดอยู่ว่าทำไมตอนเช้าข้าไม่เห็นเจ้ากินอาหารอยู่ในครัว เจ้าออกไปที่ไหนมาหรือ?

“ยัยเด็กบ้านี่ เจ้าน่ะสิกินข้าวในครัว!” เมื่อเจ้าส้มวิ่งมาหามู่ไป๋ไป่ มันก็โมโหกับคำพูดของเซียวถังถังจนแทบกระอักเลือดออกมา “แมวอย่างข้าไม่มีทางไปลักกินขโมยกินอยู่ในห้องครัวหรอก!”

“หา?” เซียวถังถังกะพริบตาปริบ ๆ มองดูท่าทางหงุดหงิดของแมวอ้วน “หรือว่าเจ้าไม่ใช่แมวที่ข้าเห็นในห้องครัวเมื่อวานนี้?”

“ใช่สิ! แน่นอนว่ามันไม่ใช่ข้า เจ้าตาฝาดไปเอง” เจ้าส้มพูดเสียงหนักแน่น จากนั้นมันก็หันกลับไปโยนถุงผ้าสีน้ำเงินบนตัวของมันให้กับมู่ไป๋ไป่พร้อมกับกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการ”

คนตัวเล็กรับถุงผ้ามาเปิดดู พอเธอแน่ใจแล้วว่าของข้างในคือสิ่งที่เธอต้องการ เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไป๋ไป่ ท่านสั่งให้เจ้าส้มไปเอาอะไรมาให้ท่านหรือ?” เซียวถังถังเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย “เห็นท่านยิ้มแบบนี้ มันจะต้องเป็นของอร่อยแน่ ๆ”

“เราเป็นสหายกัน ทำไมท่านถึงไม่แบ่งปันของให้ข้าบ้างล่ะ?”

“นี่ไม่ใช่อาหาร!” มู่ไป๋ไป่รีบปิดถุงผ้าเพราะกลัวว่าเซียวถังถังจะบังเอิญเห็นของในถุงเข้า “นี่คือตำราต่างหาก!”

มันเป็นตำราที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก แต่เหมาะสำหรับคู่บ่าวสาวต่างหาก

เธอตามหามันมานานแล้ว!

แต่เนื่องจากเธอยังเป็นเด็กจึงไม่สะดวกนักที่จะไปซื้อมันมาด้วยตัวเอง เธอจึงได้สั่งให้เจ้าส้มไปทำธุระเรื่องนี้ให้ตน

โชคดีที่คนขายตำราเป็นคนใจดีมาก เขาจึงไม่รับเงิน

เมื่อเซียวถังถังได้ยินว่านั่นเป็นตำรา นางก็หมดความสนใจไปทันที “อืม… ดูท่านต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อหาตำราเล่มนี้มา ข้าคิดว่าท่านจะสั่งให้เจ้าส้มไปแอบเอาของอร่อยมาให้เสียอีก”

ขณะเดียวกัน เจ้าส้มกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของมู่ไป๋ไป่และนั่งเลียอุ้งเท้าของตัวเอง “ฮึ ถ้ามันเป็นของอร่อยข้าก็จะเก็บเอาไว้กินเอง ไม่เสียเวลาเอามาให้คนอื่นหรอก คิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร?”

หลังจากเซียวถังถังเห็นท่าทางไม่เป็นมิตรของเจ้าแมวอ้วน นางก็นิ่งคิดสักพักก่อนเลิกสนใจเรื่องนี้ จากนั้นนางก็หันหลังเดินจากไปแล้วไปหาที่เล่นซุกซนอีกครั้ง

มู่ไป๋ไป่เองก็รีบห่อหนังสือเอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อป้องกันไม่ให้มันหล่นออกมา เมื่อเธอกำลังจะหันหลังกลับไป จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วคว้าเจ้าส้มจากไหล่มาข้างหน้า

“นี่ เจ้าส้ม เจ้าจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือยังว่าทำไมช่วงนี้น้ำหนักเจ้าถึงเพิ่มขึ้นตลอด?”

“เป็นความจริงใช่หรือไม่ที่เจ้าไปแอบหาของกินในครัวทุกเช้า”

“เจ้าดูอ้วนขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะ”

“แมวป่าที่ท่านเจ้าหุบเขาเลี้ยงเอาไว้ยังหนักไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเจ้าเลยด้วยซ้ำ”

“เป็นเจ้าที่บีบบังคับให้ข้าต้องทำเช่นนั้น!” เจ้าส้มเสมองไปด้านข้างด้วยความรู้สึกผิด “ก็จู่ ๆ เจ้ามาบังคับให้ข้าลดน้ำหนัก และไม่ยอมให้ข้ากินจนอิ่ม”

“ข้าแค่หิวไม่ได้หรือ?”

“เจ้ากินไม่อิ่มหรือ?” มู่ไป๋ไป่อ้าปากค้างหลังจากที่ได้รู้ความจริง “อาหารมื้อเดียวของเจ้าเกือบจะมากกว่าข้า 2 เท่าเสียอีก เจ้ายังไม่อิ่มอีกหรือ นอกจากนี้ ข้าแค่ลดของว่างของเจ้าลง เจ้าอย่าพูดเหมือนกับว่าข้ากำลังทารุณกรรมเจ้าอยู่สิ!”

เด็กหญิงเดินกลับที่พักพร้อมกับบ่นเจ้าแมวจอมตะขาบไม่หยุด ในระหว่างทางเธอก็บังเอิญพบกับหลัวเซียวเซียวที่ไปช่วยจัดงานแต่งงาน ดังนั้นเธอจึงรีบดึงอีกฝ่ายออกมาแล้วบอกว่า

“เซียวเซียว ข้าได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษเอาไว้ให้ท่านอาจารย์กับอวี้เซิ่ง”

“เจ้าช่วยข้าแอบเอามันไปวางไว้ในเรือนหลังใหม่ของพวกเขาได้หรือไม่?”

“หา?” หลัวเซียวเซียวที่ถือลำไยและเม็ดบัวกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง แล้วเอ่ยปากถามว่า “องค์หญิง เนื่องจากนี่เป็นของขวัญที่พระองค์เตรียมเอาไว้ให้แม่นางเจียงกับพี่อวี้เซิ่งโดยเฉพาะ ทำไมพระองค์ถึงไม่มอบมันให้กับพวกเขาเองล่ะเพคะ?”

“การทำเช่นนี้ พวกเขาจะได้รู้ว่านี่ก็เป็นของขวัญจากพระองค์ด้วยเช่นกัน”

“อิอิ เจ้าไม่เข้าใจ ของขวัญชิ้นนี้ไม่สามารถส่งมอบอย่างเปิดเผยได้” มู่ไป๋ไป่หัวเราะเบา ๆ แล้ววางตำราลงในมืออีกฝ่าย “จำเอาไว้ว่าต้องวางไว้ข้างเตียงในเรือนหลังใหม่เพื่อที่พวกเขาจะได้เห็นชัด ๆ”

“แล้วอีกอย่าง เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดอ่านตำราเล่มนี้!”

“หากเจ้าแอบเปิดอ่าน มันจะไม่เป็นผลดีกับคู่บ่าวสาว”

คนตัวเล็กพูดข่มขู่หลัวเซียวเซียวด้วยการบอกความจริงเพียงครึ่งเดียวและโกหกอีกครึ่งหนึ่ง

พอเด็กหญิงได้เห็นท่าทางจริงจังขององค์หญิงหก นางก็รับคำด้วยท่าทางจริงจังว่าตนจะไม่แอบเปิดดู แล้วจะทำตามคำสั่งให้สำเร็จอย่างแน่นอน

เนื่องจากงานมงคลสมรสถูกจัดขึ้นในหุบเขา พวกเขาจึงไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากนัก

หลังจากที่สามีภรรยาคำนับกันเสร็จแล้ว พวกเขาก็พากันเข้าห้องหอท่ามกลางคำอวยพรของทุกคน

ท่านเจ้าหุบเขาผู้อาวุโสที่มีสีหน้าจริงจังอยู่เสมอยังอดไม่ได้ที่จะมองตามหลังเจียงเหยากับอวี้เซิ่งไปด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ท่านร้องไห้ทำไม เช่นนี้ก็ไม่เป็นมงคลแล้ว” ฮูหยินเจ้าหุบเขายกมือขึ้นปาดดวงตาลวก ๆ แล้วหันกลับไปมองสามีของตน “เหยาเหยากำลังแต่งงาน นั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก เราควรจะมีความสุขต่างหาก”

“ข้าไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย” เจ้าหุบเขาพูดเสียงขรึม “แค่ฝุ่นมันเข้าตา เจ้าควรรีบไปดูสักหน่อย ถ้าอวี้เซิ่งคนนั้นทำไม่ดีกับเหยาเหยาของเรา เราก็จะวางยาพิษเขาให้เป็นอัมพาตไปเสีย”

“ท่านทำได้หรือ?” ฮูหยินเจ้าหุบเขาแอบปิดปากหัวเราะ “ท่านลืมหลักคำสอนของหุบเขาหมอเทวดาของเราไปแล้วหรือ หมอสามารถช่วยรักษาคนได้เท่านั้น เราจะไม่วางยาพิษให้คนตาย”

“คำพูดเหล่านั้นเอาไว้หลอกลวงคนภายนอก” ผู้เป็นสามีโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว “พ่อหนุ่มคนนั้นเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ ถ้าเราไม่แสดงอำนาจให้เขายำเกรงเสียบ้าง ถ้าเกิดในอนาคตเขากล้าทำลายคำมั่นที่ให้ไว้กับเหยาเหยาล่ะ?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: สู้เขานะอวี้เซิ่ง ดูแลลูกสาวเขาให้ดี ว่าแต่ของขวัญที่ไป๋ไป่จะมอบให้คืออะไรกันนะ

จบบทที่ บทที่ 253: ของขวัญแต่งงานลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว