เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 251: ออกเดินทางไปหุบเขาหมอเทวดา

บทที่ 251: ออกเดินทางไปหุบเขาหมอเทวดา

บทที่ 251: ออกเดินทางไปหุบเขาหมอเทวดา


“เอาล่ะ ในเมื่อท่านหมอเจียงพูดเช่นนี้ เราก็ขอฝากองค์หญิงหกและท่านหญิงให้ท่านดูแล” มู่เทียนฉงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ถึงเวลาแล้ว พวกเจ้ารีบออกเดินทางกันเถอะ”

จากนั้นประตูวังบานใหญ่สีแดงก็เปิดออกช้า ๆ มู่ไป๋ไป่มองดูกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าแล้วจู่ ๆ ก็เริ่มรู้สึกไม่อยากไป

เมื่อก่อนเธอคิดอยากที่จะออกจากวังหลวงมาโดยตลอด แต่เมื่อวันนั้นมาถึงจริง ๆ เธอก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมา

“ไป๋ไป่ ไปกันเถอะ” เซียวถังถังที่แทบทนไม่ไหวพอเห็นว่าองค์หญิงหกไม่ยอมก้าวขึ้นรถม้าสักที นางก็อดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าออกมาเรียกอีกฝ่าย “ถ้ามัวแต่ชักช้า มันจะไม่ทันกาล”

มู่ไป๋ไป่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นในใจ จากนั้นก็คำนับให้ผู้เป็นพ่อและคนอื่น ๆ อีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นรถม้าไปในที่สุด

เมื่อผู้โดยสารขึ้นจนครบแล้ว รถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากประตูวังหลวง ในตอนนั้นเอง คนตัวเล็กได้ยินเสียงร้องไห้ของไทเฮาที่ดังมาจากด้านหลังเบา ๆ

“ในที่สุดเราก็ออกเดินทางกันแล้ว” เซียวถังถังที่อยู่ด้านข้างดูมีความสุขมาก “ไป๋ไป่ เมืองแรกที่เราจะไปพักหลังจากออกจากเมืองหลวงคือที่ไหนหรือ มีของอร่อยอะไรกินหรือไม่?”

พอมู่ไป๋ไป่เห็นท่าทางร่าเริงของเด็กหญิง เธอกลับรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือยิ้มแย้มดี “ถังถัง เจ้าไม่รู้สึกลังเลบ้างเลยหรือ พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเสด็จอาจะไม่ได้มาส่งเจ้าในวันนี้ด้วย”

“ลังเลอะไรกัน?” เซียวถังถังกะพริบตามองคนถามด้วยความสับสน “ข้าตั้งตารอที่จะได้ออกไปเผชิญโลกกว้างมาตั้งนานแล้ว! และคราวนี้ข้าก็กำลังจะไปหุบเขาหมอเทวดากับท่านเพื่อร่ำเรียนวิชาแพทย์ หลังจากเรียนจบ ข้าก็จะกลายเป็นหมอเทวดา”

“ท่านพี่จะไม่กล้าเกลียดข้าอีกต่อไป!”

“...”

2 คนนี้สมกับเป็นพี่น้องกันจริง ๆ นิสัยแปลกประหลาดพอกันเลย

“ส่วนเรื่องที่ท่านพี่ไม่มาส่งข้า…” เซียวถังถังยักไหล่อย่างเมินเฉยพลางกล่าวว่า “ข้าคิดว่าเขาน่าจะไปดื่มอยู่ที่ไหนสักแห่ง แล้วคงจะเมาหลับไปแล้ว”

“จริง ๆ แล้วเขาไม่อาจทนอยู่ในเมืองหลวงได้ เขาจึงได้หนีออกไปข้างนอกตลอด”

“พอเขามีโอกาสได้กลับเมืองหลวงเป็นครั้งคราว เขาก็จะไปเที่ยวเมามายกับท่านอาจารย์พ่อไปทั่วจนมีสภาพไม่น่าดูสักเท่าไหร่”

ขณะเดียวกัน อวี้เซิ่งส่งเสียงกระแอมในลำคอจากด้านนอกรถม้า ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เซียวถังถัง ระวังคำพูดของตัวเองด้วย พี่ชายของเจ้ากับข้าออกไปดื่มด้วยกันไม่กี่ครั้ง ดังนั้นเจ้าอย่าพูดไร้สาระจนทำให้อาจารย์ของเจ้าต้องเข้าใจผิด”

“จริงหรือ?” เจียงเหยาถามด้วยรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นดูต่ำลงกว่าปกติ “ท่านเคยดื่มกับเซียวถังอี้แค่ 2-3 ครั้งจริง ๆ หรือ? ทำไมข้าได้ยินหลายคนพูดว่าพวกท่านเป็นสหายสุรากัน”

“ข่าวลือ มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือ” ชายหนุ่มพยายามเอาใจภรรยาสาวทันที “เซียวถังอี้นั้นน่ารำคาญจะตายไป ถ้าเขาไม่มาขอร้องข้า ใครจะไปอยากดื่มกับเขากัน”

“น้องหญิง หลังจากที่เราไปถึงหุบเขาหมอเทวดา เรามาจัดงานแต่งกันอีกครั้งเถอะ”

“เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าท่านอาจารย์กับอาจารย์แม่เป็นคนเลี้ยงดูเจ้ามา เจ้าเลยนับว่าพวกเขาเป็นเหมือนพ่อแม่ของเจ้า”

“ครั้งนี้เรารีบแต่งงานกันจนทำให้ท่านอาจารย์และอาจารย์แม่เดินทางมาที่เมืองหลวงไม่ได้ ดังนั้นเรามาจัดพิธีกันใหม่เถอะ”

“ครั้งนี้จะนับได้ว่าเป็นการขอให้ท่านอาจารย์และอาจารย์แม่เป็นพยานความรักของเรา”

“อวี้เซิ่ง ท่านอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง” เจียงเหยาพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา “ข้าบอกท่านแล้ว หากหลังจากนี้ข้ารู้ว่าท่านไปดื่มกับเซียวถังอี้อีก ข้าจะหย่ากับท่าน!”

“ตกลง ๆ” อวี้เซิ่งตกปากรับคำซ้ำ ๆ “หลังจากนี้ถึงแม้ว่าเซียวถังอี้จะร้องไห้ขอร้องข้า ข้าก็จะไม่มีวันไปดื่มกับเขาอีก”

มู่ไป๋ไป่ที่นั่งฟังบทสนทนาระหว่าง 2 สามีภรรยาอยู่ในรถม้าตกตะลึง ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามเจียงเหยาว่าทำไมนางถึงไม่ชอบเจ้าสัตว์ประหลาดมากขนาดนั้น จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงแหลมดังขึ้น

เสียงนั้นมันฟังดูคุ้นหูมาก

“องค์หญิงหก ดูเหมือนจะมีนกอินทรีติดตามเรามา” จื่อเฟิงที่อยู่ถัดจากรถม้าเปิดผ้าม่านพลางกัดผลไม้ในมือแล้วชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า “มันเป็นสหายของพระองค์หรือไม่?”

“นั่นคือชางหลาน!” มู่ไป๋ไป่จำเจ้าของเสียงนั้นได้ทันที “นั่นคือเหยี่ยวทะเลที่เซียวถังอี้เลี้ยงเอาไว้ ถังถัง จะต้องเป็นเซียวถังอี้ที่มาหาเจ้าแน่ ๆ”

“ฮึ… เขาจะมาที่นี่ทำไมกัน?” เซียวถังถังขมวดคิ้วพูด “เขาคงจะมีอะไรอยากพูดกระมัง”

ขณะที่เด็กหญิงพูด รถม้าก็หยุดลง

มู่ไป๋ไป่เปิดม่านออกก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงหน้า เขาสวมชุดสีดำและสวมหน้ากากเงิน แน่นอนว่านั่นคือเซียวถังอี้

“เซียวถังอี้ ถ้าท่านมาช้ากว่านี้อีกสักหน่อย เราคงจะเดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้ว” อวี้เซิ่งยืดหลังตรงอย่างอวดดีขณะกล่าวว่า “ถ้าท่านมีอะไรจะพูดกับเซียวถังถังก็รีบพูดเถอะ เรากำลังรีบ”

“หากเราล่าช้าไปมากกว่านี้ ในคืนนี้คงจะต้องหยุดพักที่กลางป่า ไม่ได้นอนโรงเตี๊ยมดี ๆ แน่นอน”

เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ เข้าเพียงแค่ยกมือขึ้นแล้วขว้างบางอย่างใส่อวี้เซิ่งและเจียงเหยา

หญิงสาวเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าชายหนุ่ม และนางก็คว้ากล่องเอาไว้ได้

“นี่คืออะไรน่ะ อาวุธลับหรือ?”

“ของขวัญแต่งงานสำหรับพวกท่านทั้ง 2” เซียวถังอี้กอดอกแล้วพิงต้นไม้ด้านข้าง “ข้าจะไม่สามารถไปร่วมงานแต่งของพวกท่านในหุบเขาหมอเทวดาได้ ดังนั้นข้าจึงมอบของขวัญนี้ให้กับพวกท่านก่อน”

ในตอนที่เจียงเหยากับอวี้เซิ่งจัดงานแต่งในเมืองหลวงก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มก็ได้ส่งของขวัญแสดงความยินดีให้กับพวกเขาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เป็นของขวัญในนามของ ‘อ๋องเซียว’

ส่วนในครั้งนี้เป็นของขวัญจาก ‘เซียวถังอี้’ สหายของพวกเขา

อวี้เซิ่งเข้าใจเป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร นั่นทำให้รอยยิ้มตรงมุมปากกดลึกมากยิ่งขึ้น “ช่างเถอะ ในเมื่อท่านมาร่วมงานไม่ได้ ถ้าวันไหนท่านอยากจะดื่ม ท่านก็— เอ๊ย!”

หลังจากชายหนุ่มเห็นสายตาพิฆาตของภรรยาสาว เขาก็รีบเปลี่ยนใจไปพูดว่า “ถ้าท่านอยากจะดื่มก็อย่าได้มาหาข้าอีก ตอนนี้ข้าแต่งงานแล้ว ข้าไม่สามารถไปร่วมดื่มกับคนไม่มีคู่อย่างท่านได้อีกต่อไป!”

แล้วเจียงเหยาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็หันไปเลิกคิ้วยั่วยุเซียวถังอี้ “อะไรกัน ในที่สุดท่านก็คิดตกและพร้อมที่จะปลิดชีพตัวเองเพื่อให้โลกนี้สงบสุขมากยิ่งขึ้นแล้วหรือ?”

“ถ้าเช่นนั้นท่านก็สามารถพาตัวน้องสาวของท่านออกไปได้ ข้าได้ทำ 3 สิ่งที่ข้าสัญญากับท่านเอาไว้แล้ว ข้าไม่อยากเลี้ยงดูน้องสาวของท่านเปล่า ๆ หรอก”

ในรถม้า เซียวถังถังรีบเปิดม่านออกมาทักท้วงอย่างเป็นกังวล “ไม่นะ ท่านอาจารย์ ท่านตกลงที่จะรับข้าเป็นศิษย์ของท่านแล้ว ท่านจะคืนคำได้อย่างไรกันเจ้าคะ!”

“ไม่รู้ล่ะ ข้าไม่สนใจ ข้า ในฐานะลูกศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาจะใช้ชีวิตและตายอยู่ในหุบเขาเทวดาเท่านั้น!”

เซียวถังอี้เหลือบมองน้องสาวที่ไร้หัวใจของตัวเองและขมวดคิ้วเข้มที่เริ่มสั่นด้วยความโกรธ “ข้าไม่มีน้องสาว”

“ฮึ! ถ้าไม่ใช่เพราะว่าท่านเป็นถึงท่านอ๋องและมีเงินมากมาย ข้าเองก็ไม่อยากเป็นน้องสาวของคนอย่างท่านเหมือนกัน” เซียวถังถังแลบลิ้นใส่พี่ชาย ทำให้เด็กหนุ่มที่โมโหก้าวเท้าเข้ามาเพื่อจะจัดการกับอีกฝ่าย แต่นางก็รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของเจียงเหยา

“เซียวถังอี้ ข้าจะบอกท่านให้นะว่าตอนนี้ข้าเป็นศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์ลงโทษข้าได้!”

เมื่อก่อนนางมักจะถูกเซียวถังอี้ตีอยู่บ่อยครั้ง

ซึ่งมันเกิดขึ้นหลายครั้งจนนางจะต้องพัฒนาความสามารถในการแกล้งร้องไห้เสียงดังขึ้นมา

“เซียวถังอี้ ท่านกล้าแตะต้องคนของหุบเขาหมอเทวดาของข้าอย่างนั้นหรือ?” เจียงเหยาพูดพร้อมกับยกขลุ่ยขึ้นมา “ท่านต้องได้รับอนุญาตจากข้าก่อน”

คำพูดของหญิงสาวทำให้ดวงตาของเซียวถังอี้มีประกายบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ปรากฏขึ้น ในขณะที่เขาพูดว่า “ข้าจะกล้าแตะต้องคนของท่านได้อย่างไร ข้าหวังว่าหลังจากที่หุบเขาหมอเทวดารับนางเข้าไปแล้วจะไม่ส่งคนมาร้องขอให้ข้าไปเอานางคืนหลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วัน”

ถัดมา เขาก็กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า “พวกท่านรีบไปเถอะ ขอให้โชคดี”

“ถังถัง…” มู่ไป๋ไป่นิ่งฟังบทสนทนาทั้งหมดจากด้านในรถม้า ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าตนเข้าใจเซียวถังถังผิด “ปกติแล้วเจ้าชอบสร้างปัญหาหรือไม่?”

ทำไมจู่ ๆ เธอก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาล่ะ?

“จะเป็นไปได้อย่างไร!” เซียวถังถังส่ายหัวตอบอย่างจริงจัง “ข้าที่เก่งกาจเช่นนี้จะสร้างปัญหาได้อย่างไร ท่านอย่าได้ฟังคำพูดไร้สาระของพี่ชายข้าเลย”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: มีลางสังหรณ์ว่าไป๋ไป่จะได้กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กป่วนแทน เจอถังถังเข้าไป ไป๋ไป่ดูเหนียม ๆ ไปเลย 55555

จบบทที่ บทที่ 251: ออกเดินทางไปหุบเขาหมอเทวดา

คัดลอกลิงก์แล้ว