เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 239: ข้าจะช่วยเจ้า

บทที่ 239: ข้าจะช่วยเจ้า

บทที่ 239: ข้าจะช่วยเจ้า


หลังจากที่เซียวถังอี้กล่าวเช่นนั้น มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันชัดเจนมากขึ้น

เหตุใดซูหว่านจึงยืนกรานว่าตนเองเป็นคนทำร้ายลี่เฟย และไม่ยอมให้เธอทำการสอบสวนต่อไป

ทำไมลี่เฟยถึงได้ตกเลือดถึงขั้นสูญเสียบุตรกะทันหัน

ที่แท้ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะตัวเธอนั่นเอง

“ราชครูคนนั้นพยายามจะบอกว่าข้าเป็นคนสร้างหายนะให้กับแคว้นเป่ยหลงเช่นนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่หัวเราะเยาะ “ช่างน่าขันยิ่งนัก องค์หญิงคนนี้เป็นดาวนำโชคของเป่ยหลงต่างหาก!”

“คำคนมันน่ากลัว” เซียวถังอี้พูดขึ้นมาเสียงเรียบ “หลายครั้งความจริงอาจไม่สำคัญว่าจะเป็นเช่นไร สิ่งสำคัญก็คือผู้คนมองมันอย่างไร”

เด็กหญิงที่ได้ยินดังนั้นเงียบไปทันที

ใช่ สิ่งที่เจ้าสัตว์ประหลาดพูดนั้นถูกต้อง

ไม่ต้องพูดถึงว่าราชครูเอ่ยวาจาไร้สาระต่อหน้าท่านพ่อของเธออย่างไร ถ้าทุกคนรู้ว่าเธอสามารถพูดคุยกับสัตว์ได้ มันคงจะทำให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัวอย่างแน่นอน

พอถึงเวลานั้นคงจะมีคนออกมาต่อต้านเธอและบอกว่าเธอเป็นมนุษย์ต่างดาวเป็นแน่แท้

ขอเพียงราชครูใช้โอกาสนี้บอกทุกคนว่าผู้ที่เป็นต้นเหตุที่จะทำให้แคว้นเกิดภัยพิบัตินั้นคือองค์หญิงหก เธอที่มีแค่ปากเดียวคงไม่สามารถต่อกรกับปากหลายร้อยหลายพันปากได้

“เช่นนั้นท่านแม่ก็ต้องการ…” มู่ไป๋ไป่พูดยังไม่ทันจบประโยคก็รู้สึกแสบตาเล็กน้อย

“ถ้าข้าจำไม่ผิด หว่านผินต้องการใช้โอกาสนี้ให้ฝ่าบาทขังพวกเจ้าไว้ในตำหนักเย็น” เซียวถังอี้วิเคราะห์ออกมาช้า ๆ “เพราะเจ้าถอยออกไปจากสายตาของทุกคน แม้ว่าราชครูจะพูดอะไร แต่สุดท้ายแล้วเจ้าที่เพิ่งถูกลงโทษจะได้รับการไว้ชีวิตจากเสด็จพ่อของเจ้า”

“ไม่มีทาง!” เด็กหญิงโต้กลับทันควัน “ท่านพ่อรักข้ามาก เขาจะไปฟังคำพูดมั่วซั่วของราชครูที่ไม่รู้ที่มาคนนั้นได้อย่างไร!”

“เจ้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?” เด็กหนุ่มหรี่ตามองคนตัวเล็ก ทำให้หางตาที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีเงินดูมีเสน่ห์น่ามองมากยิ่งขึ้น “ก่อนที่พ่อของเจ้าจะได้ขึ้นครองราชย์ เขาได้ปฏิญาณตนเอาไว้ว่า…”

“กษัตริย์ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วนในแว่นแคว้น”

“เจ้าคิดว่าเขาจะกล้ารับความเสี่ยงนี้หรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายถึงกับพูดไม่ออก

ทุกวันนี้เธอใช้ชีวิตราบรื่นจนลืมสิ่งที่ทุกคนเรียกขานท่านพ่อของเธอว่า ‘กษัตริย์ผู้โหดเหี้ยม’ ไปเสียสนิท

ไม่ว่าตอนนี้มู่เทียนฉงจะให้ความสำคัญกับเธออย่างไร แต่นั่นเป็นเพราะมันไม่มีผลประโยชน์ของแคว้นเป่ยหลงเข้ามาเกี่ยวข้อง

หากวันหนึ่ง เธอกับผลประโยชน์ของแคว้นเป่ยหลงยืนอยู่คนละฝั่งกันขึ้นมาจริง ๆ ชายคนนั้นจะยังคงสนับสนุนเธออย่างไร้เงื่อนไขเหมือนที่เขาทำอยู่ตอนนี้หรือไม่?

มู่ไป๋ไป่ไม่มีคำตอบ และไม่กล้าคิดเรื่องนี้ต่อไปด้วยเช่นกัน

“แต่ถึงอย่างนั้น… ข้าจะปล่อยให้ท่านแม่ของข้าถูกตัดสินว่ามีความผิดในเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด” เด็กหญิงพูดพลางขยี้ปลายจมูกที่รู้สึกร้อนผ่าว “ในเมื่อราชครูมาที่นี่เพราะข้า เช่นนั้นข้าก็จะยอมรับการท้าทายนี้”

“ท่านแม่ของข้าเป็นผู้บริสุทธิ์…”

“นอกจากนี้ ท่านยังบอกเองว่าราชครูพุ่งเป้ามาที่ข้า และลี่เฟยก็สูญเสียบุตร วิธีการที่ท่านแม่ของข้าคิดอาจจะไม่ได้ผล”

เซียวถังอี้มองดูใบหน้าที่ทั้งน่ารักและเย่อหยิ่งของเจ้าตัวเล็กพร้อมกับมีความรู้สึกชื่นชมในดวงตาของเขา “เจ้าคิดจะสอบสวนเรื่องนี้จริง ๆ หรือ เจ้าคิดชัดเจนแล้วหรือยัง? หากพบความจริง หรือราชครูกล่าวในภายหลังว่าเจ้าเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ ชีวิตเจ้าอาจจะสูญสิ้นได้”

“ถ้าข้าแพ้ ข้าก็จะยอมรับ” แววตาของมู่ไป๋ไป่แสดงออกถึงความแน่วแน่ “18 ปีต่อมา องค์หญิงคนนี้กลายเป็นคนดีอีกครั้ง*!”

*สำนวน 18 ปีต่อมา เขากลายเป็นคนดีอีกครั้ง เป็นความเชื่อโชคลางว่าผู้คนสามารถกลับชาติมาเกิดได้ทันทีหลังความตาย ดังนั้นหลังจากผ่านไปอีก 18 ปี พวกเขาจึงกลับมาเป็นคนดีอีกครั้ง ซึ่งเอ่ยถึงคนที่ไม่กลัวความตาย

อย่างไรก็ตาม นี่ก็นับได้ว่าเป็นการกลับมามีชีวิตเป็นครั้งที่ 2 ของเธอ ดังนั้นเธอไม่มีอะไรต้องเสียใจอีก

“ฮ่า ๆๆ!” เซียวถังอี้เงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดัง “เป็นคำพูดที่ดีจริง ๆ 18 ปีต่อมา เขากลายเป็นคนดีอีกครั้ง”

มู่ไป๋ไป่ไม่เคยเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดหัวเราะเช่นนี้มาก่อน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ท่านหัวเราะทำไม ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ?”

“ไม่ผิด” เด็กหนุ่มลดสายตาลง ในขณะที่ดวงตาของเขาดูอ่อนโยนมากยิ่งขึ้นภายใต้เงาสะท้อนของหิมะ “นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ”

ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกายทันทีที่ได้ยินดังนั้น “เสด็จอาเล็ก นี่หมายความว่าในครั้งนี้ท่านจะช่วยข้าหรือ?”

“ใช่” เซียวถังอี้เดินออกจากตำหนักไปโดยเอามือไพล่หลังและมุ่งหน้าไปยังห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ “ทางฝั่งเสด็จพ่อของเจ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า เจ้าเพียงแค่ไปสืบสวนให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของเจ้ากับลี่เฟย”

“ตกลง!” มู่ไป๋ไป่ตอบรับพร้อมกับรีบวิ่งตามเขาไป “เสด็จอาเล็ก ข้าขอยืมองครักษ์ของท่านได้หรือไม่ ตอนนี้ข้าไม่มีใครที่มีฝีมือพอจะช่วยข้าได้”

“ได้” เสียงของเด็กหนุ่มดังมาจากที่ไกล ๆ

หลังจากคนตัวเล็กได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างยิ่ง

แม้ว่าสิ่งที่เซียวถังอี้พูดเมื่อครู่นี้จะทำให้เธอหวาดกลัวจับใจ แต่แล้วเธอก็คิดถึงว่าเขาเป็นเทพสงครามที่ได้รับการยอมรับจากทุกคนในเป่ยหลง

ขอเพียงเธอกอดต้นขาของคนผู้นี้เอาไว้ให้แน่น ใครจะกล้าแตะต้องเธอกัน?

“องค์หญิงหก แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปเพคะ?” หลัวเซียวเซียวที่ยกชายกระโปรงเดินเข้ามาหามู่ไป๋ไป่ถามขึ้น

“กลับตำหนักอิ๋งชุน!” เด็กหญิงยกมุมปากขึ้น “เราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ ข้าวิ่งวุ่นมาเกือบทั้งคืน หิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

หากได้กินดื่มจนพอใจ เธอก็จะมีแรงสืบสวนต่อไป

“เพคะ!” หลัวเซียวเซียวผ่อนคลายลงเมื่อเห็นรอยยิ้มขององค์หญิงหก “หม่อมฉันจะกลับไปแจ้งให้ทุกคนเตรียมสำรับให้พระองค์เพคะ”

ขณะเดียวกัน ในตำหนักลี่เฟย

ในห้องที่อบอุ่น ลี่เฟยค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียง ใบหน้าของนางซีดเซียว ทว่าแววตากลับไร้ความโศกเศร้า

“ฟื้นแล้วหรือ?” ชายชราคนหนึ่งเดินหลังค่อมออกมาจากหลังม่าน “ทุกอย่างเป็นไปตามแผน”

“เยี่ยมมาก!” ลี่เฟยดีใจมากที่ได้เห็นอีกฝ่าย “ท่านอาจารย์ เรื่องในครั้งนี้ต้องขอบคุณท่าน”

“มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” ชายสูงวัยนั่งลงข้างเตียงก่อนจะกล่าวว่า “แต่เดิมยาที่ข้าเคยให้เจ้าไปก่อนหน้านี้ ถ้าเจ้าอยากจะตั้งครรภ์ มันต้องแลกมากับการที่เจ้าเสพสังวาสกับบุรุษจนกว่าร่างกายของเจ้าจะเต็มไปด้วยพลังหยาง ถึงเวลานั้นเจ้าจะสามารถตั้งครรภ์ได้”

“แต่หากผิดพลาดไป เจ้าอาจจะตั้งครรภ์ลูกของคนอื่นเช่นนี้”

หญิงสาวกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นแล้วกล่าวว่า “ถ้ามู่ไป๋ไป่ไม่เข้ามาทำลายแผนการของข้า เด็กคนนี้ก็ควรจะเป็นลูกของฝ่าบาท ข้าวางแผนมานานหลายปี ในที่สุดข้าก็ได้เด็กคนนี้มา…”

“แต่ถ้าข้าสามารถแลกชีวิตของเด็กคนนี้กับมู่ไป๋ไป่ได้แล้วละก็ ข้าก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ายิ่งนัก”

“ท่านอาจารย์ ในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นกับมู่เทียนฉง? เขาเชื่อที่ท่านพูดหรือไม่?”

“ข้าได้ทำทุกอย่างตามแผนการแล้ว แต่เขาไม่เชื่อ” ชายชราที่ได้รับตำแหน่งราชครูลูบเคราของเขาเบา ๆ “ข้าทำให้ฝนตกต่อหน้าเขาถึง 3 ครั้ง เหตุใดเขาถึงยังไม่เชื่อข้าอีก”

“คงเป็นเพราะเขารักองค์หญิงหกสุดหัวใจ ตอนนี้จึงไม่ใช่เวลาที่เราจะพูดออกไปตามตรงว่าองค์หญิงหกเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ”

“การที่เจ้าตกเลือดถึงขั้นสูญเสียบุตรในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี”

“สำหรับหว่านผิน เพื่อที่จะปกป้ององค์หญิงหก นางไม่มีทางบอกความจริงออกไปอย่างแน่นอน ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ให้นางไปสารภาพต่อหน้าฝ่าบาท”

“ตอนนั้นเองข้าถึงจะออกหน้าบอกว่านางเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติได้”

“ยอดไปเลย!” ลี่เฟยปรบมืออย่างตื่นเต้น “มู่ไป๋ไป่ทำให้ตระกูลหลัวของข้าต้องย่อยยับ ถ้าข้าไม่ล้างแค้น ข้าก็ไม่ขออยู่เป็นคนอีกต่อไป”

“เอาเถอะ เจ้าเพิ่งตกเลือดไป ดังนั้นเจ้าอย่าได้ออกแรงมากเกินไป” ราชครูกล่าวจบแล้วก็ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็นำหมวกขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่แก่ชราของตัวเอง “เจ้าพักผ่อนให้มาก ๆ อีกไม่นาน มู่ไป๋ไป่ก็จะต้องตาย”

คืนนั้นเป็นค่ำคืนที่หิมะตกหนักมากกว่าปกติ แต่ในวังหลวงกลับไม่สงบ

เซียวถังอี้กับมู่เทียนฉงพูดคุยกันในห้องทรงพระอักษรอยู่ทั้งคืน

ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาหารือกันเรื่องอะไร พวกเขารู้แค่ว่าท่านอ๋องเซียวมีสีหน้าไม่ดีหลังจากที่เขาออกมาในเช้าวันรุ่งขึ้น

และเช้าวันนั้นฝ่าบาทก็ไม่ได้เข้าประชุมเช้า

รวมถึงยังไม่มีใครไม่รู้เรื่องที่หว่านผินผลักลี่เฟยจนนางสูญเสียบุตร ทันใดนั้นทุกคนในท้องพระโรงก็คาดเดาว่าคงจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในวังหลังอีกครั้ง

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: โหหหห คดีพลิก ลี่เฟยโหดเหี้ยมได้ถึงขนาดนี้เลย

สวัสดีวันหยุดจ้า ตอนนี้ E-Book ไป๋ไป่ เล่ม 11 วางขายแล้วน้า ใครรอ E-Book อยู่สามารถเข้าไปอุดหนุนกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยจ้า~

MEB: https://shorturl.asia/obmwv

จบบทที่ บทที่ 239: ข้าจะช่วยเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว