เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 238: ราชครู

บทที่ 238: ราชครู

บทที่ 238: ราชครู


“ใช่แล้ว ตอนนั้นนั่นเอง!” นางกำนัลเพิ่งนึกถึงบางสิ่งได้ “หม่อมฉันจำได้ว่าท่านราชครูเพิ่งเดินทางมาถึงวังหลวง ขณะนั้นพระสนมต่างก็พากันไปให้ท่านราชครูอ่านดวงชะตาให้พวกพระนาง”

“ราชครู?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้ว “เรามีราชครู*คนใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

*ราชครูในที่นี้คือ ตำแหน่งโหรที่เป็นคนตรวจดวงชะตาบ้านเมือง ทำพิธีต่าง ๆ

ทำไมเธอถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน?

“ราชครูได้เข้ามาในวังตอนที่องค์หญิงหกเสด็จไปที่ชายแดนเพคะ มีคนกล่าวกันว่าราชครูนั้นสามารถควบคุมฟ้าฝนได้ แล้วเขาก็ทรงพลังยิ่งนัก”

“ใช่!” นางกำนัลอีกคนเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาทถึงขั้นออกไปต้อนรับราชครูด้วยพระองค์เอง และหลังจากหารือกับเขาเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เขาถึงจะออกจากตำหนักของฝ่าบาท”

“พวกเขาสนทนาธรรมกันอยู่หรือ? ใช้เวลาถึง 3 วัน 3 คืนเลยเนี่ยนะ?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ “มีอะไรให้คุยกันนานขนาดนั้น”

พอพูดถึงเรื่องนี้ มันก็ไม่ใช่นิสัยของท่านพ่อของเธอด้วย

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สัญชาตญาณก็ร้องบอกเธอว่าพฤติกรรมของซูหว่านในครั้งนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของราชครู

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว” เมื่อไม่มีอะไรต้องถามอีก มู่ไป๋ไป่ก็ปัดชายเสื้อของตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืน “พวกเจ้าอดทนอยู่ที่นี่กันไปก่อน ถ้าทุกอย่างสงบลงแล้ว ข้าจะสั่งให้คนมาปล่อยตัวพวกเจ้า”

“ขอบพระทัยองค์หญิงหกเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!” เหล่านางกำนัลและขันทีรีบกล่าวขอบคุณคนตัวเล็ก

หากวันนี้เป็นคนอื่นมาพูดต่อหน้าพวกเขา พวกเขาคงจะไม่เชื่อ

แต่กับมู่ไป๋ไป่นั้นแตกต่างออกไป ก่อนที่นางจะไปที่ชายแดน นางได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทมากล้น

และตอนนี้นางก็ได้ความดีความชอบกลับมา

องค์หญิงหกจึงเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่โด่งดังในวังหลวงเลยก็ว่าได้ ขอเพียงแค่นางบอกว่าจะปล่อยพวกเขาออกไป พวกเขาก็มีความหวังที่จะสามารถรอดพ้นไปได้อย่างแน่นอน

จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็พาหลัวเซียวเซียวออกจากตำหนักไปท่ามกลางลมหนาว

“เซียวเซียว เราไม่ควรไปที่ชายแดนตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่?” เด็กหญิงมองดูหิมะที่ยังคงขาวโพลนในยามค่ำคืนพร้อมกับความรู้สึกสับสนในใจ “ข้ารู้สึกอยู่ตลอดว่าระหว่างที่เราออกเดินทาง มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในวังหลวง”

คนถูกถามเกาหัวเบา ๆ นางคิดอยากจะปลอบใจอีกฝ่าย แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี ดังนั้นนางจึงได้แต่ยืนเงียบ ๆ

มู่ไป๋ไป่คาดว่าเป็นเพราะหลัวเซียวเซียวยังคงเด็กมากจึงไม่เข้าใจเรื่องนี้ เธอจึงถอนหายใจออกมา จังหวะที่เธอกำลังจะเดินออกไป เธอก็ได้ยินเสียงลมกระโชกแรงพัดมาจากด้านหลัง

“ใครน่ะ!” คนตัวเล็กคว้าแส้หนังที่อยู่ข้างเอว ขณะที่เธอกำลังจะลงมือ เธอก็สัมผัสได้ถึงฝ่ามืออุ่น ๆ ที่กดลงมาบนศีรษะ

อีกฝ่ายกดเบา ๆ ก่อนจะถอนมือออกไป

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร?” เสียงทุ้มลึกและไพเราะของเซียวถังอี้ดังมาจากด้านบน

มู่ไป๋ไป่ที่รู้ว่าเป็นใครก็รีบปล่อยแส้ในมือทันที “เซียวถังอี้! ทำไมท่านถึงมาที่นี่? ไม่สิ เสด็จอาเล็ก ท่านได้ยินว่าตำหนักอิ๋งชุนของเราเกิดเรื่องขึ้นใช่หรือไม่ ท่านจึงมาที่นี่เพื่อช่วยข้า”

เด็กน้อยยิ้มสดใสมากกว่าปกติ ทำให้ดวงตากลมโตของเธอหรี่ลงจนแทบจะปิด

“เวลามีเรื่องเกิดขึ้นข้าถึงจะเป็นเสด็จอาเล็กของเจ้า ไม่ใช่เซียวถังอี้หรือ?” เด็กหนุ่มยืนเอามือไพล่หลัง ในขณะที่เขายกยิ้มมุมปากมองเจ้าตัวเล็กที่สูงเกินเอวเขามานิดเดียว

มู่ไป๋ไป่ไม่รู้สึกละอายใจสักนิดหลังจากที่ถูกอีกฝ่ายเปิดโปง เธอกลับขยับเข้าหาเขามากขึ้น “โธ่ พวกเราสนิทกันถึงขนาดนี้ แค่เรื่องการเรียกขานท่านอย่าได้เก็บไปใส่ใจนักเลย”

ในสถานการณ์นี้เธอรู้สึกสับสนมาก มันคงจะดีไม่น้อยถ้ามีคนช่วยเหลือเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง แน่นอนว่าเธอจะต้องกอดขาเซียวถังอี้ให้แน่นที่สุด เพราะนอกจากท่านพี่รัชทายาทที่งานรัดตัวแล้ว เธอก็ไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลือจากใครดี ดังนั้นเขาจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้

“เสด็จอา ท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่ของข้า” มู่ไป๋ไป่ดึงชายเสื้อของคนตัวสูงกว่าแล้วพูดว่า “วันนี้ข้าเพิ่งไปสอบถามท่านแม่มา แต่ก็ยังมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“ในบรรดาผู้ต้องสงสัยทั้งหมด ข้าคิดว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดคือราชครูที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น”

“ก่อนหน้านี้ท่านรู้หรือไม่ว่าแคว้นเป่ยหลงของเรามีราชครูเพิ่มขึ้นมา?”

คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มในดวงตาของเซียวถังอี้จางลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตอบว่า “ข้ารู้”

เหตุผลที่เขาตัดสินใจแทรกแซงเรื่องของหว่านผินก็เพราะสาเหตุมาจากราชครูผู้นี้เช่นกัน

“ท่านเองก็รู้หรือ ทำไมท่านไม่บอกข้าล่ะ…” มู่ไป๋ไป่พึมพำเสียงเบา “ท่านรู้เรื่องราชครูคนนั้น แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านพ่อของข้าเคยสนทนาธรรมกับเขานานถึง 3 วัน 3 คืน?”

“ตอนที่ข้าได้ยินนางกำนัลกับขันทีพูดถึงเรื่องนี้ ข้ายังคิดว่าท่านพ่อต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ”

“ไม่อย่างนั้น เขาก็เหมือนกับท่านพี่รัชทายาทที่ถูกพิษ”

“เขาจะยอมพูดคุยกับคนที่ไม่ทราบที่มาที่ไปและดูเหมือนเป็นจอมหลอกลวงได้อย่างไรกัน?”

“ข้าคิดว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นดูจะเกินจริงไปสักหน่อย…”

“สิ่งที่พวกเขาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง” เซียวถังอี้มองดูหิมะที่ยังคงร่วงหล่นลงมา ก่อนที่เขาจะคว้าคอเสื้อด้านหลังของมู่ไป๋ไป่ขึ้น จากนั้นเขาก็กระโดดลอยตัวไปในอากาศแล้วพานางไปร่อนลงที่ที่มีหิมะตื้นกว่าเล็กน้อย

ทางด้านหลัวเซียวเซียวซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้ง 2 คนมาตลอดแต่กลับถูกเมินเฉย พอเห็นเช่นนั้นนางก็ถึงกับพูดไม่ออก “...”

“อะไรนะ?” ขณะเดียวกัน มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “ท่านพ่อของข้า...”

เซียวถังอี้พยักหน้าแล้วกล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้เรายังไม่รู้ที่มาของราชครูคนนี้ ตอนที่เราออกเดินทางไปยังชายแดนได้เกิดภัยแล้งทางตอนใต้ของเป่ยหลง”

“เป็นเวลากว่าครึ่งเดือนที่ไม่มีฝนเลยสักหยด”

“นั่นทำให้พืชผลของชาวบ้านล้มตาย และประชาชนไม่มีอาหารกินจนแทบจะอดตาย”

มู่ไป๋ไป่อ้าปากกว้างด้วยความตกใจ เธอรู้สึกว่าเธอสามารถคาดเดาเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไปได้คร่าว ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องบอกเลยด้วยซ้ำ

การที่ท่านพ่อวางใจราชครูมาก คงจะเป็นเพราะสิ่งที่ราชครูทำในช่วงที่ภัยแล้งนี้เกิดขึ้น

และคำพูดถัดไปของเซียวถังอี้ก็ได้ยืนยันข้อสันนิษฐานของเธอ

“ขณะนั้นเอง ราชครูกลับปรากฏตัวขึ้นเพื่อทำพิธีขอฝน…”

“แล้วฝนก็ตกลงมาจริงหรือ?” เด็กหญิงเม้มปากเดาคำตอบของเขา “แต่ถึงแม้ฝนจะตก มันก็อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ”

เซียวถังอี้มองเด็กน้อยด้วยสายตาล้ำลึกแล้วพูดว่า “แม้แต่เจ้าก็ยังคิดเรื่องนี้ได้ พ่อของเจ้าก็คิดได้เช่นกัน หลังจากที่พ่อของเจ้าเรียกตัวราชครูให้มาเข้าเฝ้าที่เมืองหลวง เขาก็สั่งให้อีกฝ่ายทำพิธีขอฝนอีกครั้ง”

“ซึ่งมันก็ได้ผล 3 ครั้งติดต่อกัน”

มู่ไป๋ไป่มองไปยังนิ้ว 3 นิ้วที่เด็กหนุ่มชูขึ้นด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

ในโลกนี้มีคนแบบเธอที่สามารถเข้าใจภาษาสัตว์ได้ มันจึงไม่แปลกที่จะมีคนที่สามารถขอฝนเกิดขึ้นได้เช่นกัน

คำถามก็คือ ทำไมท่านแม่ของเธอถึงดูแปลกไปหลังจากที่ราชครูคนนี้ปรากฏตัวขึ้น?

“หลังจากนั้นเสด็จพ่อของเจ้าก็เชื่อถือราชครูคนนี้มาก และออกคำสั่งให้มอบตำแหน่งขุนนางให้กับเขา” เซียวถังอี้หยุดพูดไปชั่วคราว ก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อไปว่า “และไม่นานหลังจากนั้น ราชครูที่เฝ้าดูดวงดาวในยามค่ำคืนก็บอกว่าเป่ยหลงกำลังจะประสบภัยพิบัติ”

“คนที่เป็นต้นเหตุของภัยพิบัติในครั้งนี้อยู่ในวังหลวง”

ซึ่งเป็นเพราะเรื่องดังกล่าวที่ทำให้มู่เทียนฉงเรียกเขาเข้าไปหารือก่อนหน้านี้

ตัวเขานั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ราชครูพูด เขาคิดว่าพิธีขอฝนของอีกฝ่ายเป็นเพียงการใช้กลอุบายบางอย่างเท่านั้น

ทว่าท่าทีของฝ่าบาทกลับแตกต่างออกไป เขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากและวางแผนที่จะให้ราชครูค้นหาบุคคลที่เป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ

“ภัยพิบัติ? ภัยพิบัติอะไร?” มู่ไป๋ไป่ไม่เข้าใจ “เสด็จอาเล็ก ข้าคิดว่าราชครูคนนี้กำลังโกหก ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร?”

“ข้าไม่รู้ว่าเขากำลังหลอกลวงหรือไม่” เซียวถังอี้ส่ายหัว “ข้ารู้เพียงว่าเขาอาจจะมาที่นี่เพราะเจ้า”

“หือ?” เด็กหญิงชี้หน้าตัวเองด้วยสีหน้าฉงน “ทำไมล่ะ?”

“เพราะตามคำอธิบายของราชครู มันตรงกับเจ้ามาก” เด็กหนุ่มตอบออกมาอย่างใจเย็น “เพียงแค่ว่าในตอนนี้เสด็จพ่อของเจ้าไม่คิดว่าเป็นเจ้า”

“แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับลี่เฟย ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลับตาลปัตร”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ราชครูคนนี้มีเจตนาดีหรือร้ายกันแน่นะ เรื่องนี้มีเงื่อนงำ

จบบทที่ บทที่ 238: ราชครู

คัดลอกลิงก์แล้ว