เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 235: มีบางอย่างเกิดขึ้น

บทที่ 235: มีบางอย่างเกิดขึ้น

บทที่ 235: มีบางอย่างเกิดขึ้น


“หา?” มู่ไป๋ไป่เอียงคอและนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตอบว่า “ข้าแค่โสงสาย…”

“จริงหรือ?” เซียวถังอี้ถามพลางยกสุราดื่มจนหมดจอก

แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือเสียงกรนเบา ๆ ของเจ้าตัวเล็ก ปรากฏว่านางเผลอหลับไปเสียอย่างนั้น

ชิงหานที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะมองดูสีหน้าของผู้เป็นนายของเขาเงียบ ๆ

เขาอยู่ข้างกายคอยรับใช้เซียวถังอี้มาตั้งแต่เด็ก นอกจาก ‘เซียวถังถัง’ แล้ว เขาก็ไม่เคยเห็นใครกล้าเข้าใกล้เจ้านายของเขามาก่อนเลย

“เจ้าออกไปก่อน” เด็กหนุ่มเอ่ยปากสั่งราวกับว่าเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้อง “แล้วส่งคนไปที่ตำหนักอิ๋งชุนเพื่อแจ้งข่าวว่าหิมะตกหนักจนเกินไป องค์หญิงหกจะเสด็จกลับหลังจากหิมะเบาลง”

“ขอรับ” ชิงหานตอบรับแล้วถอยออกไป ก่อนที่จะไปทำตามคำสั่ง เขาได้หันกลับมามองโดยไม่ได้ตั้งใจและเห็นเซียวถังอี้อุ้มมู่ไป๋ไป่ไปวางไว้ที่ตั่ง

ในลานกว้าง องครักษ์เงาที่เข้ามารับคำสั่งเห็นชิงหานยืนเหม่อลอยอยู่ที่ทางเดิน เขาจึงตบไหล่เรียกสติอีกฝ่ายเบา ๆ พร้อมกับถามว่า “ทำไมเจ้าถึงยืนนิ่งอยู่แบบนี้? นายท่านทำอะไรให้เจ้าลำบากใจหรือ?”

“เปล่า” องครักษ์หนุ่มส่ายหัว ก่อนจะพูดอย่างไม่แน่ใจว่า “ข้าแค่รู้สึกว่านายท่านดูเปลี่ยนไปมากหลังจากกลับมาจากชายแดนครั้งนี้”

“หรือข้าคิดมากไปเอง?”

ขณะนี้มู่ไป๋ไป่ที่ถูกฤทธิ์ของสุราเล่นงานนอนหลับลึกมากกว่าปกติ หากไม่มีเสียงกระแทกประตูดัง ๆ เธอคงจะนอนหลับได้จนถึงเช้า

ก๊อก ๆๆๆ!

“ใครน่ะ… บังอาจมารบกวนความฝันของข้า… เซียวเซียว รีบพาคนพวกนี้ออกไปเร็วเข้า” คนตัวเล็กขยี้ตาลุกขึ้นนั่ง ทำให้เสื้อคลุมสีดำค่อย ๆ หลุดออกจากร่างกายของเธอ โชคดีที่ภายในห้องอบอุ่นเพียงพอ ดังนั้นเธอจึงไม่รู้สึกหนาวมากเท่าไหร่ แต่อุณหภูมิที่ต่ำลงก็ทำให้เธอมีสติและตระหนักได้ว่าตนไม่ได้อยู่ในตำหนักอิ๋งชุน

“หวา! ฟ้ามืดแล้ว!” มู่ไป๋ไป่มองไปนอกหน้าต่าง เธอตกใจมากจนต้องรีบกลิ้งลงจากตั่งมาสวมรองเท้าแล้ววิ่งออกจากห้องไป “โอ๊ย เซียวถังอี้ ผู้ชายคนนั้นไม่คิดจะปลุกข้าเลยหรืออย่างไร”

“วันนี้ข้าสัญญากับท่านแม่แล้วว่าจะกลับไปกินข้าวเย็นกับนาง ข้าต้องรีบกลับแล้ว ไม่รู้ว่าจะทันเวลาหรือไม่”

ก๊อก ๆๆๆ!

เสียงเคาะประตูยังคงดังไม่หยุด

“เลิกเคาะได้แล้ว ข้าตื่นแล้ว!”

เด็กหญิงขมวดคิ้วขณะเปิดประตูออกไปด้วยสีหน้าติดจะรำคาญเล็กน้อย

“อ๊ะ! ทำไมหิมะถึงได้ตกเยอะขนาดนี้ เซียวเซียว ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” มู่ไป๋ไป่มองคนที่มีหิมะปกคลุมทั่วใบหน้าและร่างกาย แล้วรีบดึงอีกคนเข้ามาด้านใน

“เจ้านี่นะ ทำไมเจ้าต้องมาเองด้วย เจ้าเลือกนางกำนัลให้มารายงานแทนก็ได้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่เจ้ามาที่นี่จะทำอย่างไร”

“หากเจ้าถูกไอเย็นจนป่วยอีกครั้ง ข้าไม่มีโสมมาช่วยชีวิตเจ้าอีกแล้วนะ” คนตัวเล็กเอ่ยปากดุคนของตนยาวเหยียด

“องค์หญิงหก เกิดเรื่องขึ้นแล้วเพคะ!” หลัวเซียวเซียวจับมือคนตรงหน้าอย่างเป็นกังวล “วันนี้หว่านผินไปเดินเล่นในอุทยานหลวงและบังเอิญพบกับลี่เฟย”

“หม่อมฉันไม่ทราบว่าเหตุใดจู่ ๆ ลี่เฟยถึงได้ล้มลงจนตกพระโลหิต”

“หา?!” มู่ไป๋ไป่กับตะลึงอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามว่า “ลี่เฟยตั้งครรภ์แล้วหรือ?”

“เพคะ” หลัวเซียวเซียวตอบในขณะที่ดึงมือองค์หญิงหกออกไปข้างนอก “ครรภ์ของลี่เฟยยังไม่ได้โตมาก ดังนั้นพระสนมจึงยังไม่ได้บอกใคร”

“แล้วอย่างไร?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ “นางตกเลือด แต่นางก็ไม่สามารถตำหนิท่านแม่ของข้าได้อยู่ดีใช่หรือไม่?”

“องค์หญิงหก พระองค์ไม่รู้อะไร” หลัวเซียวเซียวกล่าวพลางมองไปรอบ ๆ พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ นางก็ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่ายว่า “ในตอนนั้นมีเพียงหว่านผินกับลี่เฟยอยู่ที่อุทยานหลวงเพียงลำพังเพคะ”

“หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ลี่เฟยก็เอาแต่ตะโกนว่าหว่านผินผลักตน”

“ไร้สาระ!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเป็นดุดันทันทีที่ได้ยินสิ่งที่สหายตัวน้อยบอก “ท่านแม่ของข้าจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร?”

ปกติซูหว่านมักจะอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเสมอมา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะทำเช่นนั้น

“แน่นอนว่าพวกเราทุกคนเชื่อในตัวของหว่านผิน” หลัวเซียวเซียวเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า “แต่กุญแจสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ในตอนนั้นมีเพียงหว่านผินกับลี่เฟยเท่านั้นที่อยู่ในเหตุการณ์”

“นอกจากนี้ ปัจจุบันลี่เฟยสูญเสียบุตรไปแล้วเพคะ…”

หากเรื่องนี้เป็นเรื่องขัดแย้งระหว่างพระสนมในวังหลวงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่เมื่อมีการสูญเสียบุตรเกิดขึ้น มันจะเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องร้ายแรงทันที

มู่ไป๋ไป่เข้าใจเหตุผลนี้เป็นอย่างดี และใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น “เจ้าแน่ใจหรือว่าลี่เฟยสูญเสียบุตร? ไม่ใช่ว่านางสร้างเรื่องหลอกพวกเราหรอกหรือ?”

เรื่องนี้อย่าได้โทษเธอที่สงสัยลี่เฟย นั่นเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นเจ้าเล่ห์มากเกินไปเองต่างหาก

ก่อนหน้านี้นางยังสามารถแสดงละครได้ถึงแม้ว่านางจะถูกจับได้ว่ามีชู้ก็ตาม ในตอนนี้เพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากท่านพ่อของเธอกลับคืนมา นางย่อมต้องยอมทำทุกวิถีทาง

“หม่อมฉันเห็นกับตาตัวเองเพคะ” หลัวเซียวเซียวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้หม่อมฉันได้ขอให้หมอหลวงฉินที่เราคุ้นเคยเข้าไปตรวจสอบและยืนยันว่าลี่เฟยสูญเสียบุตรจริง ๆ”

“ชิ!” มู่ไป๋ไป่กัดริมฝีปากแน่นขณะทำหน้าถมึงทึง “เรารีบกลับตำหนักก่อน ท่านพ่อรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง?”

หลัวเซียวเซียวรีบเดินตามองค์หญิงหกไปและตอบว่า “ฝ่าบาทกำลังหารือเรื่องสำคัญอยู่เพคะ ดังนั้นข่าวนี้จึงยังไม่ไปถึงหูฝ่าบาท แต่ไทเฮาได้ไปถึงตำหนักของลี่เฟยแล้ว”

“มันเป็นเพราะว่าลี่เฟยเอาแต่ป่าวประกาศว่าหว่านผินผลักตน ดังนั้นตอนนี้หว่านผินจึงถูกกักตัวอยู่ที่ตำหนักอิ๋งชุนเพคะ”

เด็กหญิงกลัวว่าเรื่องนี้จะร้ายแรงมาก นางจึงได้รีบมาหาท่านอ๋องเพื่อตามหาองค์หญิงหกและรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟังด้วยตัวเอง

“เช่นนั้นเราไปที่ตำหนักของลี่เฟยก่อน” มู่ไป๋ไป่เปลี่ยนทิศทางที่จะมุ่งหน้าไปแล้วพูดว่า “ส่วนทางด้านท่านแม่เจ้าช่วยข้าหน่อย ให้จื่อเฟิงคอยติดตามและปกป้องท่านแม่ของข้าไว้ อย่าให้ใครก็ตามที่มีเจตนาไม่ดีเอาเปรียบนางได้”

“องค์หญิง พระองค์ไม่ต้องกังวล หม่อมฉันได้กำชับเรื่องนี้กับจื่อเฟิงเอาไว้ก่อนที่จะเดินทางมาแล้วเพคะ” หลัวเซียวเซียวพยักหน้ารับคำ “ตอนนี้จื่อเฟิงคอยเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องของหว่านผินเอาไว้โดยไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปใกล้ได้”

พอได้ยินดังนี้มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “เซียวเซียว ข้าโชคดีมากที่มีเจ้าอยู่ข้างกาย”

“องค์หญิง พระองค์กำลังพูดเรื่องอะไรเพคะ?” หลัวเซียวเซียวส่ายหัวพลางยิ้มจาง ๆ “ถ้าหากพระองค์ไม่ช่วยชีวิตหม่อมฉันเอาไว้ ตอนนี้หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”

มู่ไป๋ไป่ใจดีกับนาง แล้วปฏิบัติต่อนางอย่างดีเสมอมา อีกฝ่ายเห็นคุณค่าของนางและไม่เคยทำให้นางรู้สึกว่าตนเป็นคนต่ำต้อยเลยสักครั้ง มันจึงทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณขององค์หญิงหกมาก

แน่นอนว่านางจะตอบแทนคนผู้นี้ด้วยความภักดีไปตลอดชีวิต

ขณะนี้ตำหนักของลี่เฟยจุดตะเกียงสว่างไสว และมีนางกำนัลคอยถืออ่างน้ำที่เปื้อนเลือดเข้าออกกันไม่ขาดสาย

พอมู่ไป๋ไป่มาถึงที่หมาย เหล่านางกำนัลก็ทำเพียงแค่ทักทายเธออย่างเร่งรีบโดยที่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร

ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเรียกใครบางคนมาถามว่าไทเฮาอยู่ที่ไหน ก่อนจะมุ่งหน้าไปหาพระนาง

เมื่อเด็กหญิงมาถึงสถานที่ที่ไทเฮาพำนัก เธอก็พบว่านอกจากไทเฮาที่อยู่ที่นั่นแล้ว ยังมีหรงเฟยและพระสนมคนอื่น ๆ อยู่อีกด้วย

“องค์หญิงหกมาที่นี่ด้วยหรือ?” หรงเฟยเหลือบมองคนที่มาเยือนแล้วเหยียดยิ้มมุ่งร้าย “มาเร็วทีเดียว”

“ไป๋ไป่ถวายบังคมไทเฮา” มู่ไป๋ไป่ไม่แม้แต่จะมองหรงเฟยด้วยซ้ำ หลังจากทำความเคารพผู้เป็นย่าเรียบร้อยแล้ว เธอก็หันไปทำความเคารพพระสนมคนอื่น ๆ

“เหตุใดไป๋ไป่จึงมาอยู่ที่นี่?” ไทเฮากวักมือเรียกหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับเอ่ยถาม “วันนี้หิมะตกหนักมาก เจ้าจะต้องสวมเสื้อผ้าหนา ๆ ให้มากกว่านี้หน่อย จะเป็นอย่างไรหากเจ้าเป็นไข้ลมหนาว”

“ไม่เป็นไรเพคะ ดูสิ ตัวไป๋ไป่ยังอุ่นอยู่เลย” มู่ไป๋ไป่นั่งลงข้างไทเฮา ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเสียงหวาน “หม่อมฉันได้ยินว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับลี่เฟย หม่อมฉันจึงเป็นกังวลมากก็เลยอยากจะมาดูสักหน่อย”

“ท่านย่า เกิดอะไรขึ้นกับลี่เฟยเพคะ?”

จบบทที่ บทที่ 235: มีบางอย่างเกิดขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว