เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 236: ข้าเป็นคนทำเอง

บทที่ 236: ข้าเป็นคนทำเอง

บทที่ 236: ข้าเป็นคนทำเอง


“องค์หญิงหกไม่รู้เรื่องหรือ?” ก่อนที่ไทเฮาจะทรงได้ตรัสอะไร หรงเฟยก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “หว่านผินกับลี่เฟยทะเลาะกันในอุทยานหลวง ลี่เฟยถูกผลักจนล้มลงทำให้ลี่เฟยต้องสูญเสียทายาทมังกรไป”

“ให้ตายเถอะ คนเรานี่มันรู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ ในสายตาของข้า หว่านผินเป็นคนดีมาตลอด แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่านางจะเลวทรามได้ถึงเพียงนี้”

“ในเมื่อหรงเฟยกล้าพูดเช่นนี้ ท่านคงเห็นท่านแม่ของข้าผลักลี่เฟยด้วยตาตัวเอง” มู่ไป๋ไป่พูดสวนขึ้นทันควัน “ถ้าท่านเห็นด้วยตาตัวเอง ทำไมท่านไม่เข้าไปห้ามล่ะ?”

“หรือว่าหรงเฟยดีใจกับเหตุการณ์นั้นมากกว่า?”

“องค์หญิงหก! อย่าพูดใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นเช่นนี้!” หรงเฟยไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป นางลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดต่อไปว่า “ตอนที่เกิดเรื่อง ในอุทยานหลวงมีเพียงหว่านผินกับลี่เฟย 2 คนเท่านั้น ข้าจะไปเห็นเหตุการณ์ได้อย่างไร”

“ไทเฮา พระองค์ทรงอย่าได้ฟังคำพูดเรื่อยเปื่อยขององค์หญิงหกนะเพคะ”

“เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันไม่ได้คิดเข้าไปขวาง แต่หม่อมฉันไม่ได้อยู่ที่นั่นต่างหาก”

“ถ้าในเวลานั้นหม่อมฉันอยู่ที่นั่นด้วย หม่อมฉันคงไม่ยอมให้หว่านผินทำอะไรลี่เฟยอย่างแน่นอน!”

“ในเมื่อหรงเฟยไม่เห็นเหตุการณ์ ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่ทำคือท่านแม่ของข้า” มู่ไป๋ไป่เอียงคอถามพลางกะพริบตากลมโตที่ไร้เดียงสาปริบ ๆ “ถ้าท่านแค่ได้ยินคนเขาพูดกันมา ท่านดูเหมือนจะมั่นใจมากเกินไปสักหน่อยว่าท่านแม่ของข้าเป็นคนทำ หรงเฟยพูดเหมือนกับเห็นเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเองมากกว่า”

“นี่เจ้า!” หญิงสาวถลึงตามองเด็กหญิง ขณะที่ใบหน้าของนางแดงก่ำเพราะความโกรธ “เรื่องนี้ลี่เฟยเป็นคนพูดเอง นางจะพูดปดเช่นนั้นหรือ?”

“ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานั้นที่อุทยานหลวงมีเพียงหว่านผินกับลี่เฟย หากหว่านผินไม่ได้ผลักลี่เฟย มันจะเป็นไปได้หรือที่ลี่เฟยจะทำตัวเอง?”

“เสือย่อมไม่กินลูกของตัวเอง แล้วในที่นี้มีใครไม่รู้บ้างว่าความปรารถนาสูงสุดของลี่เฟยในหลายปีที่ผ่านมาคือการตั้งครรภ์ทายาทมังกร”

“ตอนนี้ในที่สุดนางก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว นางจะยอมเสียสละเด็กในครรภ์ของตัวเองได้อย่างไร?”

“องค์หญิงหก หว่านผินเป็นมารดาของเจ้า ข้าเข้าใจว่าเจ้าคงต้องการปกป้องนาง”

“แต่ด้วยเหตุนี้เจ้าก็ไม่ควรเลอะเลือนแยกแยะถูกผิดไม่ได้ใช่หรือไม่?”

“ไทเฮา ในครั้งนี้พระองค์จะต้องตัดสินแทนลี่เฟย ไม่เช่นนั้นหากในอนาคตเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในวังหลังอีก พระองค์คงจะควบคุมสถานการณ์ได้ยาก”

“นี่ท่าน!” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วฉับ

หรงเฟยผู้นี้ เธอเคยปล่อยนางไปตอนอยู่ที่วัดฮู่กั๋ว แต่นางก็ยังไม่ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ตอนนี้นางได้โผล่หางจิ้งจอกออกมาทันทีและกล้าก่อปัญหาต่อหน้าเธออีก

หากรู้ว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เธอน่าจะปล่อยให้เซียวถังอี้ปลิดชีวิตนางทิ้งไปตั้งแต่ตอนนั้นเสีย

“ไป๋ไป่” ไทเฮาซึ่งนิ่งเงียบมาตลอดกล่าวขึ้นมาบ้าง “สิ่งที่หรงเฟยพูดนั้นก็มีเหตุผล”

พอหรงเฟยได้ยินว่าไทเฮาทรงเห็นด้วยกับสิ่งที่นางพูด นางก็เชิดหน้าขึ้นอย่างมีชัย

“อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าเรื่องนี้ดูแปลกประหลาดเกินกว่าที่จะสรุปได้” ผู้เป็นย่าลูบมือเล็ก ๆ ของหลานสาวเพื่อให้นางวางใจ แล้วกล่าวต่อไปว่า “เราจำเป็นจะต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้คำอธิบายกับทุกฝ่าย”

“เพคะ!” มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ตามปกติแล้วพระสนมในวังหลวงมักจะมีนางกำนัลและขันทีคอยติดตามไปไหนมาไหนเป็นกระบวน น่าแปลกที่ในอุทยานหลวงกลับมีเพียงลี่เฟยกับท่านแม่ของหม่อมฉันเพียงเท่านั้น”

ไทเฮาพยักหน้ารับแล้วตรัสว่า “เราจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดในภายหลัง”

“เพคะไทเฮา” หรงเฟยเหลือบมององค์หญิงหกด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะย่อตัวตอบรับไทเฮา

ในเวลาเดียวกัน พระสนมคนอื่น ๆ ที่ดูการแสดงมามากพอแล้วต่างพากันขอตัวออกไปทีละคน

เวลาผ่านไปจนกระทั่งกลางดึก ห้องของลี่เฟยก็สงบลง

จากนั้นหมอหลวงก็ได้ออกมารายงานสถานการณ์ของลี่เฟยให้ไทเฮาทรงรับทราบ

ดังที่หลัวเซียวเซียวได้เล่าให้มู่ไป๋ไป่ฟังก่อนหน้านี้ หมอหลวงไม่สามารถช่วยเด็กในครรภ์ของลี่เฟยได้

นอกจากนี้เดิมทีร่างกายของหญิงสาวก็ไม่ได้แข็งแรงมากพอ การสูญเสียบุตรในครั้งนี้ทำให้ในอนาคตนางจะมีบุตรได้ยากขึ้นกว่าเดิม

ทางด้านมู่ไป๋ไป่นั่งฟังรายงานอยู่เงียบ ๆ ข้างกายไทเฮา ขณะที่ในใจของเธอรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ดูแปลกประหลาดมากราวกับว่ามันถูกวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี

แล้วเรื่องนี้ใครที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุด?

หากเป็นในอดีต เธอคงเชื่อว่าลี่เฟยจะต้องเป็นคนวางแผน

แต่จากสิ่งที่หรงเฟยกล่าว กว่าที่ลี่เฟยจะตั้งครรภ์เด็กได้สักครั้งหนึ่งเป็นเรื่องที่นางพยายามมาตลอด มันไม่มีทางที่นางจะใช้ลูกในท้องของตัวเองมาใส่ร้ายท่านแม่ของเธอแน่

“องค์หญิงระวังด้วยเพคะ” หลัวเซียวเซียวเข้าไปขวางอีกฝ่ายที่เกือบจะเดินลงทะเลสาบไป “พระองค์คิดอะไรอยู่เพคะ ดูเหมือนว่าพระองค์จะหมกมุ่นกับความคิดนั้นจนไม่สนใจมองทางเลยเพคะ”

“ข้าจะไปคิดอะไรได้อีกละ” มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แน่นอนว่าข้ากำลังคิดเรื่องของลี่เฟยกับท่านแม่ของข้า”

หลังจากที่เธอได้ฟังรายงานของหมอหลวงในตำหนักของลี่เฟย เธอก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงพาหลัวเซียวเซียวไปที่อุทยานหลวงเพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

“ข้าขอถามหน่อย ปกติท่านแม่ของข้าไม่ชอบมาที่อุทยานหลวง แล้วทำไมวันนี้จู่ ๆ นางถึงมาที่นี่ล่ะ?” มู่ไป๋ไป่นั่งย่อตัวอยู่บนพื้นโดยถือไข่มุกราตรีเอาไว้ขณะที่มือเล็ก ๆ มีหิมะเกาะอยู่ “แล้วดูสิ นี่คือสถานที่เกิดเหตุ มันตั้งอยู่ห่างไกลจากทางเดินมาก”

“ถึงแม้ว่าท่านแม่ของข้าจะมาเดินเล่นในอุทยานหลวง แต่นางก็ไม่น่าจะเดินมาถึงที่นี่”

“องค์หญิงพูดถูกเพคะ” หลัวเซียวเซียวคุกเข่านั่งลงด้านข้างผู้เป็นนาย และเอามือเท้าคางฟังการวิเคราะห์ของอีกคนอย่างตั้งใจ “ที่องค์หญิงต้องการจะบอกก็คือ มีคนล่อหว่านผินมาที่นี่เพราะได้วางแผนเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้วใช่หรือไม่เพคะ?”

“ถูกต้อง” มู่ไป๋ไป่พยักหน้า เธอคิดอยู่พักหนึ่งแล้วถามว่า “เจ้าบอกว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่ตอนที่ท่านแม่กับลี่เฟยเกิดเรื่อง แต่ก่อนหน้านั้นล่ะ?”

“นอกจากนี้ พวกเขาบอกว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ แล้วใครเป็นคนเห็นว่าลี่เฟยถูกผลัก?”

“หม่อมฉันก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกันเพคะ” หลัวเซียวเซียวตอบพลางเกาหัว “ทันทีที่หม่อมฉันได้ข่าวว่าเกิดเรื่องขึ้น หม่อมฉันก็รีบไปหาพระองค์เลยเพคะ”

มู่ไป๋ไป่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วปัดมือพร้อมกับลุกขึ้นยืน “กลับไปที่ตำหนักอิ๋งชุน แล้วถามท่านแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นดีกว่า”

ก่อนหน้านี้เธอกลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทางฝั่งลี่เฟยได้ทันท่วงที เธอจึงรีบวิ่งแจ้นไปหาฝ่ายนั้นก่อน

แต่ปัจจุบันสถานการณ์ทางฝั่งนั้นไม่มีอะไรแล้ว และไทเฮาก็ยังไม่ได้ตัดสินลงโทษซูหว่านตามคำพูดของลี่เฟยเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นเธอจึงยังมีเวลาสอบสวน เธออยากถามท่านแม่ซึ่งเป็นคู่กรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง

เมื่อเทียบกับความโกลาหลในตำหนักของลี่เฟย ตำหนักอิ๋งชุนนั้นเหมือนตำหนักร้างมาก

มู่ไป๋ไป่วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปในเรือนหลังเล็กของซูหว่าน และเห็นองครักษ์ 2 คนกับจื่อเฟิงเฝ้าประตูเอาไว้ตั้งแต่ระยะไกล

“องค์หญิงหก!” ยามนี้เด็กหนุ่มเหมือนกำลังงีบหลับ แต่พอเขาได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทันที “พระองค์กลับมาแล้ว! ข้าฟังหลัวเซียวเซียว คอยปกป้องหว่านผิน”

“ช่วงเวลานี้ไม่มีใครได้พบหว่านผินเลย”

คนตัวเล็กเอ่ยปากชมจื่อเฟิง จากนั้นก็หยิบขนมออกมาจากกระเป๋าแล้วมอบให้เขาเป็นรางวัล

เด็กหนุ่มมีความสุขมากที่ได้ของกินเป็นรางวัล เขาจึงนั่งลงกินขนมหวานตรงนั้น

“ท่านแม่! ท่านหลับแล้วหรือ?” มู่ไป๋ไป่อยากจะเปิดประตูเข้าไปเลย แต่เธอก็ถูกองครักษ์ 2 คนขวางเอาไว้ที่หน้าประตู เธอจึงตะโกนว่า “ไป๋ไป่มีเรื่องจะถามท่าน”

ไม่กี่อึดใจต่อมา แสงเทียนในห้องก็สั่นไหวเบา ๆ จากนั้นเสียงที่นุ่มนวลของซูหว่านก็ดังขึ้น

“แม่รู้ว่าเจ้าจะต้องมา แม่ก็เลยรอเจ้าอยู่” หญิงสาวเปิดประตูออกกว้างและเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงเพราะความหนาวเย็นของเด็กน้อย ซึ่งมันทำให้นางรู้สึกปวดใจขึ้นมา “ทำไมเจ้าไม่ใส่เสื้อหนา ๆ ล่ะ?”

“เสื้อผ้าเท่านี้ก็อบอุ่นดีแล้วเพคะ” มู่ไป๋ไป่ยิ้มกว้างให้ผู้เป็นแม่ “ท่านแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องลี่เฟย ไทเฮาได้สั่งให้คนไปสอบสวนอย่างละเอียดแล้ว พระนางจะให้ความยุติธรรมแก่ท่านอย่างแน่นอน”

“ไป๋ไป่…” หว่านผินถอนหายใจ “เรื่องนี้แม่ผิดเอง”

“!!!” คนตัวเล็กตกตะลึง เธอไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบแบบนี้ “ท่านแม่อย่าได้พูดอะไรโดยไม่คิด ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะผลักลี่เฟย”

“ท่านแม่ ท่านเชื่อข้าเถอะ ไทเฮาจะคืนความบริสุทธิ์ให้กับท่านแน่นอน”

“และท่านพ่อเองก็เช่นกัน!”

“ขอเพียงท่านบอกข้าว่าเกิดอะไรขึ้นในอุทยานหลวง—”

“ไป๋ไป่ เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ” ซูหว่านพูดขัดจังหวะลูกสาว “หยุดสอบสวน มันเป็นความผิดของแม่เอง”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: กลับมาก็เกิดเรื่องเลย ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย

จบบทที่ บทที่ 236: ข้าเป็นคนทำเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว