เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 234: จิบเดียวเมามาย

บทที่ 234: จิบเดียวเมามาย

บทที่ 234: จิบเดียวเมามาย


“ฮึ” เซียวถังอี้ตัดสินใจอุ้มมู่ไป๋ไป่ขึ้นมา แล้วเขาก็พบว่าใบหน้าขาวนวลของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีอมชมพูระเรื่อเนื่องจากการร้องกระจองอแงเป็นเวลานาน

ภาพตรงหน้าทำให้เขาขมวดคิ้ว หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยอมถอยให้หนึ่งก้าวแล้วดึงนางมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินมุ่งหน้ากลับไปยังห้องส่วนตัวของเขา

มู่ไป๋ไป่ที่รู้ว่าอีกฝ่ายยอมตกลงแล้ว ดวงตาของเธอก็โค้งขึ้นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว และเธอก็ยังใช้โอกาสนี้พูดต่อไปว่า “เสด็จอา หลังจากที่ท่านเล่าถึงสำนักมารแล้ว ท่านช่วยเล่าเกี่ยวกับหุบเขาหมอเทวดาให้ข้าฟังได้หรือไม่?”

“ฝันไปเถอะ” เด็กหนุ่มตอบแบบไร้เยื่อใย

“นะ ๆ ท่านเล่าให้ข้าฟังหน่อยน้า~” มู่ไป๋ไป่คว้าแขนเสื้อของเขาในขณะที่ทำท่าทางออดอ้อนเขาเต็มที่ “พรุ่งนี้ข้าจะไปขโมยสุราให้เสด็จอาอีก แล้วทำอาหารอร่อย ๆ ให้เสด็จอาด้วยตัวเอง”

“ข้อเสนอนี้เป็นเช่นไร?”

ขณะเดียวกันอวี้เซิ่งยืนฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาสงสัยว่าเซียวถังอี้จะตอบกลับว่าอะไร

อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มเดินเร็วมากจนหายไปในพริบตาจนทำให้เขาไม่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย

ภายในห้อง เตาถ่านกำลังลุกไหม้เต็มที่ ขณะที่มันแผ่ขยายความอบอุ่นไปทั่วห้อง

ทันทีที่ทั้งคู่เข้ามาในห้อง มู่ไป๋ไป่ก็รีบวิ่งไปยังจุดที่เธอเคยนั่งมาหลายวัน และพบว่าที่นั่นมีของว่างรวมถึงผลไม้ที่เธอชื่นชอบจัดเตรียมเอาไว้บนโต๊ะตัวเตี้ย

แล้วเธอก็เหลือบมองคนที่กำลังถอดเสื้อคลุมตัวหนาออกพลางคิดว่าผู้ชายคนนี้ท่าเยอะมากจริง ๆ ทั้งที่เตรียมของเอาไว้รอเธออยู่แล้วแท้ ๆ

“เซียวถังอี้ ชางหลานอยู่ที่ไหนหรือ?” คนตัวเล็กไม่ได้เกรงใจสักนิด เธอหยิบขนมขึ้นมากินด้วยความหิว ตอนมื้อกลางวันเธอไม่ค่อยหิวเท่าไหร่จึงกินได้ไม่มากนัก แต่ของว่างที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นทำให้เธอหิวมากถึงขั้นสามารถกินทุกอย่างที่ขวางหน้าได้จนหมด “ในเมืองหลวงอากาศหนาวมาก ชางหลานจะปรับตัวได้หรือไม่?”

ขณะเดียวกัน เซียวถังอี้ยื่นเสื้อคลุมสีดำตัวหนาให้กับองครักษ์เงาที่รออยู่ด้านข้าง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองเหนือนิ้วมือที่เต็มไปด้วยเศษขนม จากนั้นเขาก็หันกลับมาออกคำสั่งคนของตนเสียงเบา ก่อนจะก้าวไปอีกด้านหนึ่ง

“ชางหลานเกิดในดินแดนหิมะที่หนาวเย็นบนภูเขาสูง อากาศเช่นนี้คืออากาศที่มันชื่นชอบมากที่สุด”

“นั่นสินะ” ถัดมา มู่ไป๋ไป่หยิบของอีกชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของเธอแล้วกล่าวว่า “นี่คือของว่างที่ข้าเอามาให้ชางหลานโดยเฉพาะ เนื้อแดดเดียวตากแห้งแบบไม่ปรุงรสใด ๆ มันมีกลิ่นหอมมาก~~”

เซียวถังอี้เลิกคิ้วมองเจ้าตัวเล็กครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “เจ้าใจดีกับมันขนาดนั้นเลย?”

“แน่นอน” มู่ไป๋ไป่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม พลางคิดกับตัวเองว่าถ้าเธอไม่เอาใจชางหลาน เธอจะสามารถหาเหตุผลมาที่นี่ทุกวันได้อย่างไรกัน

ทางด้านเด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เขาเดินไปรับห่อกระดาษมาวางไว้บนชั้นวางที่ทำมาจากเหล็กด้านข้าง

บนชั้นวางนั้นมีบ้านหลังเล็ก ๆ ให้ชางหลานซ่อนตัว

การที่เอาห่อกระดาษไปวางไว้ที่นั่น พอเจ้าเหยี่ยวกลับมามันก็จะรู้ว่านี่เป็นของของมัน

“เซียวถังอี้ ท่านเล่าเรื่องสำนักมารได้เพียงครึ่งเดียวเอง หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าสำนักมาร?” มู่ไป๋ไป่รีบเปลี่ยนหัวข้อพูดอย่างรวดเร็ว “เขากลับมาสังหารคนของสำนักคุณธรรมทั้งหมดที่ข่มเหงเขาหรือไม่?”

ก่อนหน้านี้เซียวถังอี้เล่าเรื่องเกี่ยวกับสำนักมารในยุทธภพให้เธอฟัง

เธอไม่รู้ว่าสำนักมารมีจริงหรือว่าเขาปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อให้เธอหวาดกลัว

แต่โดยรวมแล้ว หลังจากที่ได้ฟังเรื่องนี้ เธอก็รู้สึกวิตกกังวลมากเช่นกัน แม้ว่ามันจะผ่านไป 3 คืนแล้ว เธอก็ยังหวนคิดว่าเจ้าสำนักมารที่มีบุคลิกทั้งดีและชั่วในคนเดียวกันนั้นตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่

“ไม่” เซียวถังอี้เปิดไหสุราที่มู่ไป๋ไป่ยื่นให้เขาพร้อมกับห่อกระดาษอีกอัน ไม่นานก็มีกลิ่นหอมของดอกไม้จาง ๆ ฟุ้งไปทั่วห้อง

นี่เป็นสุราดอกท้อ สุราชั้นเลิศอย่างแน่นอน

“โอ๊ะ กลิ่นหอมมาก” เดิมทีเด็กหญิงอยากจะถามเรื่องสำนักมาร แต่ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากถาม เธอก็ถูกกลิ่นหอมของสุราเบี่ยงเบนความสนใจไปเสียก่อน “ทำไมสุราชนิดนี้ถึงได้หอมมากเลย?”

“นี่คือสุราดอกท้อ” เซียวถังอี้เทสุราลงบนจอก นั่นทำให้กลิ่นของดอกท้อสดชื่นยิ่งกระจายออกมามากขึ้น

“ดอกท้อ?” มู่ไป๋ไป่ดวงตาเป็นประกายทันที “มันอร่อยหรือไม่ มันจะเผ็ดหรือไม่?”

ความจริงคนตัวเล็กไม่ได้สนใจสุรามากนัก แต่ชื่อและกลิ่นของสุรานี้ดึงดูดจนเธออดคิดที่จะอยากลิ้มลองไม่ได้

“ลองชิมดูหรือไม่ล่ะ?” เซียวถังอี้เหลือบมองมู่ไป๋ไป่แล้วเปลี่ยนใจพูดว่า “สุรานี้แรงมาก เจ้าคงดื่มไม่ได้”

สุราดอกท้อนั้นอาจจะมีชื่อที่ฟังดูนุ่มนวล แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นสุราที่มีรสร้อนแรงยิ่งกว่าสุราชนิดอื่น ๆ เสียอีก

“แรงอย่างนั้นหรือ?” เด็กหญิงทำหน้าสงสัย “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ค่อยรู้จักสุราสักเท่าไหร่ แต่สุราไหนี้ไม่มีกลิ่นสุราด้วยซ้ำ มันจะแรงขนาดนั้นได้อย่างไร ท่านอย่าได้คิดจะโกหกข้าเลย”

ตอนที่เธออยู่ที่ค่ายทหารเป่ยหลง เธอเห็นทหารบางคนดื่มสุราเข้มข้นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งกลิ่นสุรานั้นแรงมาก แค่ได้กลิ่นมันก็ทำให้เธอเวียนหัวแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ลองดื่มมันสิ” พอเด็กหนุ่มเห็นว่าเจ้าตัวเล็กไม่เชื่อที่ตนพูด เขาจึงผลักไหสุราไปตรงหน้าเธอ “ดื่มแล้วก็อย่าเมาล่ะ”

มู่ไป๋ไป่เชื่อว่าเซียวถังอี้กำลังหลอกเธออยู่ ดังนั้นเธอจึงรินสุราใส่จอกให้ตัวเอง แล้วกระดกหมดจอกโดยไม่ลังเล

รสสุราที่เธอสัมผัสในปากนั้นเบามาก คล้ายกับที่เธอจินตนาการเอาไว้ มันไม่มีรสชาติของสุราเลยสักนิด ตอนนี้ภายในปากของเธอกรุ่นไปด้วยกลิ่นดอกท้ออันหอมหวาน

พอเธอกำลังจะยกดื่มอีกจอก จู่ ๆ กลิ่นสุราที่ฉุนกึกก็ตีขึ้นมาจากลำคอ

“อ๊าาา มันเผ็ด!” ความร้อนแรงทำให้เด็กน้อยหน้าเปลี่ยนสี และเธอก็แลบลิ้นออกมาเหมือนลูกหมา “โอ๊ย มันเผ็ดมาก ทำไมมันถึงเผ็ดได้ขนาดนี้?!”

ขณะเดียวกัน ในดวงตาของเซียวถังอี้ก็มีประกายบางอย่าง จากนั้นเขาก็ยกจอกสุราขึ้นลิ้มรสด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์

แล้วตอนนั้นเองมู่ไป๋ไป่ก็ได้รู้ว่าอีกฝ่ายค่อย ๆ จิบทีละน้อย ไม่ใช่กระดกหมดจอกเหมือนเธอ

“เจ้ายังอยากดื่มอยู่หรือไม่?” เด็กหนุ่มที่เห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งพล่านไปทั่วห้องรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากล้อเลียนนางว่า “ลองอีกสักจอกดีหรือไม่?”

“ไม่!” มู่ไป๋ไป่เทน้ำชาดื่มรวดเดียว 3 ถ้วยใหญ่ ถึงกระนั้นมันก็ไม่อาจชะล้างรสเผ็ดในปากของเธอไปได้ “สุรานี้ทำไมถึงแปลกเช่นนี้? ทั้งที่กลิ่นมันไม่เหมือนสุราเลย แต่พอดื่มเข้าไปอึกใหญ่ทำไมมันถึงได้เข้มข้นนักล่ะ”

เซียวถังอี้ยิ้มเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร

เขากำลังรู้สึกสบายอารมณ์จึงไม่คิดอยากจะบอกเด็กน้อยว่าสุรานี้เป็นตำรับลับที่เขาจิ่วเซียนคิดค้นขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สุรานี้ได้ชื่อว่าเป็นสุราที่ไร้กลิ่นแต่รสสุรากลับรุนแรงยิ่งกว่าสุราใดในใต้หล้า

แต่สุรานี้ดีมากสำหรับผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธ

“ไม่เห็นจะอร่อยเลย ไม่อร่อยสักนิด” มู่ไป๋ไป่เบะปาก เธอไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองหรือไม่ ตอนนี้เธอรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อย “ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงชอบดื่มสุรานัก”

“ท่านก็ชอบ อวี้เซิ่งเองก็เช่นกัน วัน ๆ หนึ่งมือของเขาไม่เคยห่างจากไหสุราเลยสักอึดใจ”

“หืม อวี้เซิ่งเลิกนิสัยนี้แล้ว” เซียวถังอี้กล่าวขึ้น

“ในอนาคต ถ้าภรรยาของเขาไม่อนุญาตให้เขาดื่ม เขาคงจะเลิกดื่ม”

“งืม ๆ” เด็กหญิงตอบรับในลำคอเสียงงึมงำ

“มู่ไป๋ไป่” เด็กหนุ่มวางจอกสุราลงแล้วมองคนที่กำลังยิ้มกว้างอยู่ตรงข้าม “เจ้าเมาแล้ว”

“หา?” เด็กน้อยกะพริบตาปริบ ๆ “เมา?”

เธอรู้สึกแค่ว่าตนเองกำลังเวียนหัวจนคิดอะไรไม่ออก ดังนั้นเธอจึงนั่งอยู่เงียบ ๆ แล้วภาพตรงหน้ามันก็เริ่มขยับแบบแปลก ๆ

“ชิงหาน” เซียวถังอี้ขี้เกียจสนใจคนตัวเล็กอีก เขาจึงหันไปออกคำสั่ง “ส่งองค์หญิงหกกลับตำหนักอิ๋งชุน และขอโทษหว่านผินแทนข้าด้วย”

“ขอรับ!” ชายในชุดดำเดินเข้ามาจากด้านนอกประตู ซึ่งผู้ชายคนนี้สวมหน้ากากเหมือนกับเด็กหนุ่ม

“ม่ายกาบ! ท่านยางเล่าเรื่องนั้นให้ข้าฟังยางม่ายโจบ!” มู่ไป๋ไป่ผลัก ‘ชิงหาน’ ออกไป แล้วเดินโซเซไปทิ้งตัวในอ้อมแขนของเซียวถังอี้ “เกิดอารายขึ้นกับเจ้าสำนักมาร? เขาเองก็ม่ายด้ายอยากเป็นมันม่ายช่ายหรือ แล้วเขาก็ม่ายด้ายทามอารายม่ายดี เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่อย่างอิสระ แล้วทามมายทุกคนต้องบีบบังคับเขาถึงขั้นน้านโด้ย”

เด็กหนุ่มหรี่ตาลงขณะถามอีกคนกลับไปว่า “มู่ไป๋ไป่ ทำไมเจ้าถึงยึดติดกับเรื่องนี้นัก?”

จบบทที่ บทที่ 234: จิบเดียวเมามาย

คัดลอกลิงก์แล้ว