เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 233: เซียวถังอี้! เล่าเรื่อง!

บทที่ 233: เซียวถังอี้! เล่าเรื่อง!

บทที่ 233: เซียวถังอี้! เล่าเรื่อง!


“ในเวลาเช่นนี้ ท่านควรถือราชโองการไว้ในมือแล้วถามนางว่านางอยากจะแต่งงานกับท่านหรือไม่ต่างหาก!” มู่ไป๋ไป่พูดด้วยท่าทางจริงจัง “พอเปรียบเทียบกับสิ่งที่ท่านคิดก่อนหน้านี้ ใครเห็นก็รู้ว่าท่านนั้นเป็นสามีที่ดี เอาใจใส่คนรักของตัวเอง แต่ดูท่านสิ ท่านซื่อบื้อมากจนไม่กล้าแม้แต่จะสารภาพรัก ท่านมันขี้ขลาด!”

คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าหล่อ ๆ ของอวี้เซิ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ “เป็นเช่นนั้นหรือ?”

ตอนที่เขาอยู่ที่ชายแดน เขากลัวว่าจะไปทำให้เจียงเหยาโกรธ ดังนั้นเขาจึงพยายามรักษามิตรภาพระหว่างพวกเขาทั้ง 2 เอาไว้

จนกระทั่งเกิดสงครามระหว่างแคว้นเป่ยหลงกับหนานซวน เขาถูกทหารมรณะโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้เขาติดพิษ

แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับดีเกินคาด

เจียงเหยายอมติดตามเขากลับมาที่เมืองหลวง และตอนนี้นางก็พักอยู่ที่ตำหนักอิ๋งชุนของมู่ไป๋ไป่

“ก็ใช่น่ะสิ!” เด็กหญิงดึงแขนเสื้อของตัวเองขึ้นและไปยืนอยู่บนบันไดเพื่อให้อยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย “เรื่องนี้ท่านต้องฟังข้า มันจะสำเร็จอย่างแน่นอน”

เพราะถึงอย่างไรเธอก็อ่านนิยายมามากมายนับไม่ถ้วน

“อืม…” อวี้เซิ่งกำลังจะพยักหน้าตกลง แต่จู่ ๆ เขาก็เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาจึงยกมือขึ้นผลักหัวเล็ก ๆ ของเจ้าตัวแสบ “พระองค์เป็นแค่เด็ก 4 ขวบ พระองค์รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”

จากนั้นเขาก็ส่ายหัวกับตัวเอง “เฮ้อ… นี่ข้าเป็นอะไรถึงได้เชื่อคำพูดของเด็กน้อย”

“โอ๊ย!” มู่ไป๋ไป่ปัดมือของคนตรงหน้าออกแล้วลูบหัวตัวเองป้อย ๆ “ท่านควรรู้เอาไว้ด้วยว่าองค์หญิงคนนี้กำลังจะอายุครบ 5 ขวบในเดือนหน้า!”

“ฉะนั้นอย่าได้เรียกข้าว่าเด็กอีก!”

“นอกจากนี้ ถ้าท่านไม่ฟังคำข้า ท่านก็จะถูกว่าที่อาจารย์ของข้าทิ้งในไม่ช้าก็เร็ว”

“ฮึ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ว่าที่อาจารย์ของข้านั้นมีรูปร่างหน้าตาดีและมีพรสวรรค์สูงส่ง นางจะหาใครที่ดีกว่าท่านมาแต่งงานด้วยก็ได้”

อวี้เซิ่งที่ได้ยินดังนั้นก็จ้องคนตัวเล็กเขม็ง “ข้านี่ไง ข้าเป็นถึงนักฆ่าอันดับ 1…”

“ท่านมีบ้านในเมืองหลวงหรือไม่?” จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็ถามขึ้นมา “ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ที่ท่านติดตามท่านพ่อของข้า นอกจากกินดื่มแล้ว ท่านยังมีเงินเก็บหรือไม่?”

“...”

ในอดีตเขาเอาแต่เสเพลดื่มสุราเกือบทุกวัน เพราะเขาแค่อยากวางมือและออกไปท่องทั่วหล้า เขาไม่เคยคิดจะแต่งงานมีลูกมาก่อนเลย

พอคิดไตร่ตรองให้ดีแล้วเขาก็รู้ว่านั่นเป็นความประมาทของเขาเอง

“อะแฮ่ม…” ชายหนุ่มกระแอมในลำคอแห้ง ๆ แก้เก้อ ก่อนจะนั่งลงข้างมู่ไป๋ไป่ “องค์หญิงหก พวกเราสนิทกันใช่หรือไม่ ในตอนที่องค์หญิงใหญ่คิดจะทำร้ายพระองค์ ข้าก็เป็นคนไปช่วยพระองค์ใช่หรือไม่?”

เด็กหญิงพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นพูดว่า “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ ทำไมข้าถึงจำไม่ได้ล่ะ?”

“มีสิ!” อวี้เซิ่งหยิบห่อกระดาษออกมาจากอกของตัวเอง ซึ่งในนั้นเป็นขนมที่เขาเตรียมที่จะเอาไปให้เจียงเหยา จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เปิดห่อกระดาษ แล้วเลือกหยิบขนมชิ้นที่หน้าตาน่าเกลียดที่สุดออกมายื่นให้เด็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม

“ไม่พูดถึงเรื่องในวังหลวงก็ได้ ตอนที่พระองค์กับสหายถูกคนของแคว้นหนานซวนลักพาตัวไป ถ้าข้าไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยทันเวลา ข้าก็ไม่รู้ว่าพระองค์กับสหายจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร”

“เช่นนี้ก็นับว่าเราเป็นสหายที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันแล้ว…”

“เรื่องของว่าที่อาจารย์ของเจ้ากับข้านั้นเป็นเรื่องใหญ่…”

“ขนมแค่นี้ไม่สามารถซื้อข้าได้หรอกนะ” มู่ไป๋ไป่รับขนมมากัดคำหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มเจรจาเงื่อนไขกับอีกฝ่าย “มันจะต้องมีของอย่างอื่นมาแลกเปลี่ยน”

เจ้าคนซื่อบื้อนี่!

เมื่อสักครู่เธอเสนอให้เขาขอประทานสมรสจากท่านพ่อ แต่เขากลับไม่ต้องการ

แล้วดูตอนนี้สิ เขากลับเอาขนมมาหลอกล่อเธอและคิดหาวิธีเล่นแง่เสียอย่างนั้น

แน่นอนว่าความรักมักทำให้คนฉลาดน้อยลง

ทันใดนั้นเธอก็คิดถึงนักฆ่าผู้แสนเย็นชาก่อนหน้านี้

“พระองค์ต้องการสิ่งใด?” อวี้เซิ่งตบต้นขาตัวเอง “ขอเพียงพระองค์บอกมา ข้าจะไปหามาให้แม้ว่าสิ่งที่พระองค์ต้องการจะเป็นทะเลหรือภูเขาก็ตาม”

เพื่อให้ได้แต่งภรรยา!

เขายินดีทำทุกสิ่ง!

ในที่สุดมู่ไป๋ไป่ก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวจนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆๆๆ!”

เธอกุมท้องตัวเองแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าทีหลังทีพร้อมกับหัวเราะเต็มเสียง

“องค์หญิงหก…” อวี้เซิ่งทำหน้าสับสนเพราะไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่กันแน่ “นี่พระองค์หมายความว่า—”

“ซื่อบื้อ…” เสียงเย็นชาดังมาจากเบื้องบน “นางกำลังล้อท่านเล่น ท่านคิดว่านางยังจะขาดอะไรอีกหรือ?”

นักฆ่าหนุ่มถอยหลังไป 2 ก้าว แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปข้างบน ก่อนจะเห็นคนที่อยู่บนหลังคาอย่างชัดเจน เขาจึงขมวดคิ้วฉับ “เซียวถังอี้ ท่านมันไร้ยางอาย กล้าดีอย่างไรมาแอบฟังพวกเราคุยกัน”

ขณะนี้บนหลังคาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว แต่เซียวถังอี้ก็ยังคงนอนเอกเขนกอยู่บนหลังคาโดยที่สวมชุดขนจิ้งจอกสีดำพร้อมกับถือไหสุราไว้ในมือ “บนโลกนี้มีหลักการมาก่อนได้ก่อน”

เด็กหนุ่มบนหลังคาเหลือบมองเด็กน้อยกับผู้ใหญ่ที่อยู่ด้านล่างชั่วครู่ จากนั้นก็หันกลับมาดื่มด่ำอยู่ในโลกของตัวเองต่อไป

ตำหนักของเขาที่ก่อนหน้านี้ไร้ผู้คน พอเขากลับมาคราวนี้มันกลับดูมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคย

โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่มักจะมาหาเขาเป็นระยะ ๆ บางครั้งนางถึงขั้นพาอวี้เซิ่งหรือคนอื่น ๆ มาที่นี่ด้วย

ซึ่งมันวุ่นวายมาก…

“เซียวถังอี้!” พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินเสียงของเขา เธอก็กระโดดลงจากบันไดแล้ววิ่งไปอยู่ท่ามกลางหิมะ จากนั้นเธอก็หยิบไหหยกสีขาวออกมาจากแขนเสื้อและโบกมือให้เขาอย่างกระตือรือร้น “เรื่องสำนักมารที่ท่านเล่าเมื่อวานยังไม่จบ วันนี้ข้าเอาสุราดี ๆ มาให้ท่านด้วย!”

นับตั้งแต่ที่เธอได้ฟังเด็กหนุ่มเล่าเรื่องน่าสนใจที่เขาพบเจอมาในระหว่างที่ทัศนาจรไปทั่วหล้า เธอก็ไม่อาจห้ามใจได้อีก

เพราะช่วงนี้เธอคิดว่าในวังหลวงมันน่าเบื่อมาก และมู่จวินฝานก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการช่วยงานมู่เทียนฉงอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วเธอยังต้องไปร่ำเรียนที่ตำหนักของราชครูทุกวัน หลังจากที่เรียนเสร็จแล้ว เธอก็มีเวลาว่างมาก ดังนั้นในช่วงเวลาว่างนี้เธอจึงมาหาเซียวถังอี้คอยก่อกวนเขาเพื่อให้เขาเล่าเรื่องที่ตัวเองพบเจอมาให้ฟัง

ตัวเซียวถังอี้นั้นโลดแล่นอยู่นอกวังหลวงมานานหลายปี เขาจึงมีความรู้มากมาย นอกจากนี้ในยามที่เล่าเรื่อง เสียงเขาก็ฟังดูไพเราะจนทำให้มู่ไป๋ไป่หลงเคลิ้มไปทุกครั้ง

“ไม่เล่า!” เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วโซเซเล็กน้อยคล้ายกับว่าเขาเมา “ถ้าเจ้าอยากฟังเรื่องนี้ก็ไปถามเสด็จพ่อของเจ้าโน่น ข้าไม่ว่าง”

เจ้าตัวเล็กนี่คิดว่าเขาเป็นอะไร?

เขาเป็นแม่นมที่ต้องคอยเลี้ยงเด็กอย่างนั้นหรือ?

“ไม่!” มู่ไป๋ไป่หันซ้ายหันขวาแล้วพบว่าหินที่อยู่ด้านข้างสามารถปีนขึ้นไปบนหลังคาได้ เธอจึงใช้มือและขาที่ป้อมสั้นพยายามปีนขึ้นไป

“เซียวถังอี้ ข้าสั่งให้เจ้าส้มไปขโมยสุรานี้มาจากห้องเก็บสุราของท่านพ่อ มีคนพูดกันว่านี่เป็นสุราที่มีไหเดียวในใต้หล้า” เด็กหญิงโบกขวดหยกสีขาวในมือเพื่อล่อลวงอีกฝ่าย “ท่านไม่ต้องการมันอย่างนั้นหรือ?”

“มีเพียงไหเดียวในใต้หล้า?” ดวงตาดังเหยี่ยวของเซียวถังอี้ที่อยู่ภายใต้หน้ากากล้ำลึกยิ่งขึ้น “ถ้าเป็นเช่นนั้น สุรานี้ก็น่าจะมีเก็บอยู่ในห้องเก็บสุราของข้าเช่นเดียวกัน”

มู่เทียนฉงไม่ใช่นักดื่ม แต่ตัวเขานั้นเป็นนักดื่มตัวยง

พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าของขวัญที่นำมาไม่น่าดึงดูดเพียงพอ เธอจึงระดมสมองคิดแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาเขา ก่อนจะกอดต้นขาของเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับร้องงอแง “ฮือออ ท่านไม่ใช่เสด็จอาของข้าอีกต่อไปแล้ว!”

“ถ้าท่านไม่เล่าเรื่องนั้นให้ข้าฟัง ข้าจะร้องไห้แล้วนะ!”

“ข้าจะร้องจนกว่าท่านจะเล่าด้วย!”

บัดนี้เด็กน้อยที่แต่งกายด้วยชุดสีขาวราวหิมะกำลังเกาะขาคนตัวสูงกว่าเอาไว้แน่น ซึ่งภาพนั้นทั้งดูตลกและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน

แล้วนั่นก็ทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของเซียวถังอี้เต้นตุบ ๆ “มู่ไป๋ไป่! เจ้าอยากถูกตีใช่หรือไม่?”

หลังจากที่มู่ไป๋ไป่มาหาเขาตลอดหลายวันมานี้ เธอก็เริ่มเข้าใจนิสัยของผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น ถ้าหากเธอยอมถอยกลับไปในเวลานี้ เธออาจจะถูกตีเข้าจริง ๆ แต่ตราบใดที่เธอยังคงก่อความวุ่นวายและแสร้งทำเป็นร้องไห้อยู่แบบนี้ อีกฝ่ายจะไม่ทำอะไรเธออย่างแน่นอน

อย่าถามว่าทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้

เพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ล้วน ๆ!

จบบทที่ บทที่ 233: เซียวถังอี้! เล่าเรื่อง!

คัดลอกลิงก์แล้ว