เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 229: 5 เมือง

บทที่ 229: 5 เมือง

บทที่ 229: 5 เมือง


แม่ทัพหลี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแสร้งทำเป็นไขสือ ตอนนี้เขาทำได้เพียงลงเดิมพันว่าเป่ยหลงจะไม่มีหลักฐาน

การเจรจาสงบศึกนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก หากฮ่องเต้หนานซวนไม่ได้ถูกช่วยออกมาในเร็ววัน เขาอาจจะถูกประชาชนของหนานซวนหลายพันคนดูหมิ่นไปตลอดชีวิต

“หลักฐานอย่างนั้นหรือ?” มู่จวินเซิ่งคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะขอหลักฐานจากเขา ดังนั้นเขาจึงยกมือส่งสัญญาณ ไม่นานทหารที่รออยู่ข้างนอกก็เข้ามาพร้อมกับกล่องหลายใบ

“สิ่งนี้เราพบในตัวของคนรับใช้ในจวนแม่ทัพ ท่านลองเปิดดู แล้วมาลองดูกันว่าคนที่ถูกพิษแมลงกู่จะเหมือนกับทหารมรณะของแคว้นหนานซวนกี่ส่วน แล้วเราจะได้รู้ว่าหนานซวนของท่านเป็นคนทำหรือไม่?”

“สำหรับเรื่องของศาลาหมื่นอสูรในเมืองหลวง เถ้าแก่กำลังถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง หากแม่ทัพหลี่ต้องการพบหน้าเขา เราก็จะให้คนส่งเขามาที่เมืองชายแดน”

“แม่ทัพหลี่ต้องการให้ทำเช่นนั้นหรือไม่?”

เมื่อชายสูงวัยมองไปยังแมลงกู่ที่หดตัวอยู่ในกล่อง ใบหน้าของเขาก็ซีดลง หลักฐานที่อยู่ตรงหน้ามันชัดเจนมากจนไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้

ทุกคนในกองทัพหนานซวนรู้ดีว่าฝ่าบาทของพวกเขาทำอะไร ปัจจุบันคนของเป่ยหลงไม่เพียงแค่มีหลักฐานทางกายภาพเท่านั้น แต่พวกเขายังมีพยานคนเป็นอีกด้วย ทำให้แม่ทัพหลี่ไม่อาจปฏิเสธได้อีก

“ไม่จำเป็นพ่ะย่ะค่ะ” ชายชรากัดฟันพูด “องค์ชายรอง แม้ว่าในครั้งนี้หนานซวนจะก่อเรื่องร้ายแรง แต่พวกเราก็มีเหตุผล นับตั้งแต่ที่หนานซวนยอมจำนนให้กับเป่ยหลง ชายแดน—”

“เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว” มู่จวินเซิ่งขัดจังหวะขึ้นอย่างหมดความอดทน “ถ้าท่านต้องการฮ่องเต้ของท่านคืน ก็เพียงแค่เอา…”

เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหามู่ไป๋ไป่ที่กำลังแทะเมล็ดแตงโมชมการแสดงอยู่ด้านข้าง “ไป๋ไป่ บอกข้ามาสิว่าเจ้าอยากให้พวกเขาเอาอะไรมาแลกเปลี่ยน”

“หา?” เด็กหญิงกะพริบตาปริบ ๆ เธอต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ว่าพี่ชายต้องการจะสื่ออะไร

เฮอะ!

พี่รองของเธอนั้นก็เป็นนักฉวยโอกาสไม่ต่างกัน แถมเขายังกล้าผลักเด็กน้อยแบบเธอออกไปรับหน้าคนอื่นด้วย

“ข้าพูดได้หรือ?” มู่ไป๋ไป่วางเมล็ดแตงโมลงแล้วถามพี่ชายคนรองพร้อมกับที่ดวงตาไร้เดียงสากะพริบปริบ ๆ “แต่แม่ทัพหลี่คงไม่เห็นด้วยกับข้า”

“หากแม่ทัพหลี่ไม่เห็นด้วย การเจรจาคงจะไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด และฮ่องเต้หนานซวนก็คงต้องอยู่ในเป่ยหลงของเราในฐานะแขกต่อไป”

คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงน

ดูเหมือนว่าพี่ชายคนรองของเธอแค่อยากจะสร้างความยุ่งยากให้กับหนานซวน

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอต้องการพอดี เธอจะไม่มีวันปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป!

“สถานะของฮ่องเต้หนานซวนนั้นสูงส่งมาก บุคคลสำคัญเช่นนี้ไม่ควรแลกเปลี่ยนกับของธรรมดาทั่วไป” มู่ไป๋ไป่พูดพลางกลอกตาไปมา “ถ้าเช่นนั้น… เป็นแลกเปลี่ยนกับเมืองดีหรือไม่?”

“1 2 3 4 5…” เธอพูดขณะนับนิ้วไปด้วย “ข้าอยู่ที่ค่ายทหารหนานซวนเป็นเวลา 5 วัน เช่นนั้นหนานซวนก็ควรมอบเมือง 5 เมืองให้เราเป็นการแลกเปลี่ยน”

“เป็นอย่างไร เช่นนี้ไม่มากเกินไปใช่หรือไม่?”

“5 เมือง?!” แม่ทัพหลี่โพล่งออกมาด้วยความโกรธ หนานซวนเป็นแค่แคว้นเล็ก ๆ ที่มีเมืองทั้งหมดเพียง 21 เมืองเท่านั้น การที่อีกฝ่ายยื่นข้อเสนอแลกกับเมือง 5 เมืองมันไม่ต่างจากการสั่งให้พวกเขาเฉือนเนื้อตัวเองทิ้งเลยสักนิด

“ใช่แล้ว” มู่ไป๋ไป่กางฝ่ามือออกแล้วชูขึ้น “5 เมือง ท่านได้ยินไม่ผิด”

“...”

“ฮ่องเต้หนานซวนแลกกับเมืองชายแดน 5 เมือง?” ดวงตาของมู่จวินเซิ่งเป็นประกาย ก่อนที่เขาจะแอบยกนิ้วโป้งให้น้องสาวโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น “ช่างเหมาะสมยิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นก็แลกเปลี่ยนกับเมือง 5 เมือง ถ้าหนานซวนยินดีที่จะส่งมอบเมืองชายแดน 5 เมืองให้กับเรา เราก็จะปล่อยฮ่องเต้หนานซวนกลับไป”

“ไม่เช่นนั้น การเลี้ยงดูคนผู้หนึ่งเพิ่มในค่ายทหารเป่ยหลงก็ไม่นับว่าสิ้นเปลืองสักเท่าไหร่”

“องค์ชายรอง! นี่มันจะเป็นการขอมากไปหรือไม่?!” แม่ทัพหลี่ปฏิเสธทันควัน “การที่หนานซวนพ่ายแพ้ครั้งที่แล้ว เป่ยหลงของพระองค์ก็ไม่ได้ให้เรายกดินแดน—”

“ท่านเองก็บอกว่านั่นเป็นครั้งก่อน” มู่ไป๋ไป่เอ่ยขึ้นมาเสียงเอื่อยเฉื่อย “ใครใช้ให้พวกท่านอดทนไม่ไหวกัน ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าพวกท่านเป็นฝ่ายเริ่มก่อสงครามก่อน”

“คราวนี้ถึงตาที่พวกเราจะต้องทำให้พวกท่านรู้สำนึกบ้าง”

“ไม่เช่นนั้น พวกท่านก็จะกลับมาก่อเรื่องอีกภายใน 1-2 ปี”

น้ำเสียงของเด็กหญิงฟังดูราบเรียบ แต่คำพูดของเธอนั้นเฉียบคมมากจนทำให้ทุกคนที่เดินทางมาเพื่อเจรจาสงบศึกมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ไป๋ไป่พูดถูก” มู่จวินเซิ่งพยักหน้าเห็นด้วย “คราวที่แล้วเป่ยหลงได้มอบบทลงโทษเล็กน้อยและตักเตือนพวกท่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าพวกท่านจะรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง แต่มันก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ”

“ดังนั้นนอกจากการยกดินแดนให้เราในครั้งนี้ เราจะไม่มีทางปล่อยฮ่องเต้หนานซวนไป”

แม่ทัพหลี่ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะพูดออกมาด้วยท่าทางไม่มั่นใจว่า “กระหม่อมไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ กระหม่อมจำเป็นจะต้องไปหารือกับขุนนางคนอื่น ๆ …”

“3 วัน” มู่จวินเซิ่งหรี่ตาลงมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “หากเราไม่ได้รับคำตอบภายใน 3 วัน ข้าจะพาฮ่องเต้หนานซวนกลับเป่ยหลง”

จากนั้นแม่ทัพหลี่ก็สัญญาว่าจะกลับมาภายใน 3 วัน และมองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาดุดันก่อนจะเดินทางกลับไป

“ฮึ! ไอ้แก่ตัวเหม็น เจ้าชอบรังแกข้าตอนที่อยู่หนานซวน สมน้ำหน้า” เด็กหญิงแลบลิ้นตามหลังชายแก่ไป “ในที่สุดวันนี้ข้าก็ทำให้เจ้าพ่ายแพ้ย่อยยับได้แล้ว”

“แม่ทัพหลี่เคยกลั่นแกล้งเจ้าอย่างนั้นหรือ?” มู่จวินเซิ่งชะงักไปทันทีที่ได้ยินสิ่งที่น้องสาวพูด “น้องพี่ ทำไมเจ้าถึงไม่รีบบอกข้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ข้าจะได้ช่วยเจ้าจัดการคนที่ลักพาตัวเจ้าไป”

“พี่รอง ไม่จำเป็นเพคะ!” มู่ไป๋ไป่รีบห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ “ข้าได้แก้แค้นไปแล้ว และข้าก็ได้ขอให้เจ้าส้มช่วยข้าจัดการกับเขาตั้งแต่วันนั้นด้วย!”

“จริงหรือ?” เด็กหนุ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา ขณะที่เขากำลังจะถามอะไรบางอย่าง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก

“ฟื้นแล้ว! องค์รัชทายาทฟื้นแล้ว!”

ในตอนนั้นเอง มู่ไป๋ไป่กับมู่จวินเซิ่งผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกัน แล้วพากันวิ่งไปที่กระโจมขององค์รัชทายาท

กระโจมขององค์รัชทายาทนั้นตั้งอยู่ตรงกลางของค่ายทหาร ขาสั้น ๆ ของเด็กน้อยไม่สามารถวิ่งได้เร็วทันใจนึก ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงอุ้มเธอขึ้นมาแล้ววิ่งไปโดยที่แบกเธอไว้บนหลัง

“โอ๊ะ พวกท่านมาเร็วมาก” เจียงเหยาที่กำลังมีอวี้เซิ่งช่วยพยุงบังเอิญพบกับ 2 พี่น้องตระกูลมู่ นางจึงเอ่ยทักทายพวกเขา “องค์รัชทายาทเพิ่งฟื้น พระองค์ยังต้องพักผ่อนอีกมาก ฉะนั้นทุกท่านอย่าได้รั้งอยู่นานเกินไป”

“ว่าที่อาจารย์ ทำไมท่านดูโทรมถึงเพียงนี้?” มู่ไป๋ไป่ขอให้มู่จวินเซิ่งวางเธอลง เนื่องจากเธอมั่นใจว่ามู่จวินฝานฟื้นแล้ว เธอจึงไม่ได้วิตกกังวลมากนัก “ท่านเหนื่อยมากหรือไม่? ข้าได้ยินเซียวเซียวบอกว่าท่านรักษาท่านพี่จนถึงรุ่งสาง…”

“สถานการณ์ของพระองค์ดีกว่าที่ข้าคาดเอาไว้มาก” หมอสาวเอื้อมมือออกมาลูบหัวเล็ก ๆ ของอีกคน “เจ้าเข้าไปข้างในเถอะ ข้าจะกลับไปพักผ่อนสักหน่อย”

หลังจากหญิงสาวกล่าวจบ นางก็หันไปพยักหน้าให้อวี้เซิ่งที่อยู่ด้านข้าง

ชายหนุ่มเข้าใจทันทีก่อนจะช่วยพยุงนางออกไป

ทางด้านมู่ไป๋ไป่มองตามหลังคนทั้ง 2 เธอไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกัน แต่เธอมักจะรู้สึกว่าระหว่างอวี้เซิ่งกับเจียงเหยานั้นมีอะไรบางอย่างแตกต่างออกไปจากเดิม

“น้องพี่! ทำไมไม่รีบเข้ามาข้างในล่ะ?” มู่จวินเซิ่งตะโกนเรียกน้องสาวจากข้างใน “พี่ใหญ่อยากพบเจ้าแล้ว!”

“ข้ามาแล้ว!” เด็กหญิงหันหลังเดินเข้าไปด้านในทันที

ในกระโจมขององค์รัชทายาทมีอุณหภูมิสูงมาก มู่ไป๋ไป่มองสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นเตาถ่านที่อยู่ด้านข้าง

“ไป๋ไป่ เจ้ามาแล้วหรือ?” ขณะนี้มู่จวินฝานกำลังนั่งอยู่บนเตียง แม้ว่าเขาจะยังดูอ่อนแอมาก แต่โดยรวมแล้วเขาก็ดูดีขึ้นกว่าเดิมมากเช่นกัน “ข้าทำให้เจ้าตกใจหรือไม่?”

เด็กหนุ่มจำได้เพียงเลือนรางว่าเขากระอักเลือดออกมา แล้วก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของมู่ไป๋ไป่

ในเวลานั้นเขาอยากจะปลอบน้องสาวและบอกนางว่าเขาไม่เป็นไร

แต่ร่างกายของเขากลับขยับไม่ได้

“ไม่เพคะ” ดวงตาของเด็กน้อยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันทีที่เธอเห็นพี่ชายคนโต เธอไปนั่งที่ข้างเตียงและจับมืออีกคนเอาไว้แล้วบีบเบา ๆ “ไป๋ไป่ไม่ได้เป็นอะไรเลย ท่านพี่ต่างหากที่ไม่สบาย แต่ข้าก็ยังทำให้ท่านพี่ต้องเป็นห่วงอยู่อีก”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ต้องเอาคืนเยอะ ๆ 5 เมืองยังถือว่าน้อยไป!

จบบทที่ บทที่ 229: 5 เมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว