เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 204: ทำไมเจ้าถึงอยากเห็นนัก?

บทที่ 204: ทำไมเจ้าถึงอยากเห็นนัก?

บทที่ 204: ทำไมเจ้าถึงอยากเห็นนัก?


ในขณะที่เจ้าหนูน้อยกำลังรู้สึกกังวล มันก็ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่มู่ไป๋ไป่ได้ฟังคำบอกเล่าของมัน เธอกลับพยักหน้ารับเบา ๆ “ข้าเชื่อเจ้า”

หนูตัวสีเทาตกตะลึงและมองคนตรงหน้าด้วยดวงตากลมโต “ท่านเชื่อในสิ่งที่ข้าพูดจริง ๆ เช่นนั้นหรือ?”

วันนั้นมันบอกเล่าสิ่งที่พบเห็นทุกอย่างในค่ายทหารแคว้นหนานซวนให้เหล่าสหายฟัง แต่มีหนูเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ยอมเชื่อมัน

นอกจากนี้มันยังได้กลายเป็นตัวตลกในสายตาของตัวอื่นอีกด้วย

“จริงสิ” มู่ไป๋ไป่ตอบยิ้ม ๆ “เป็นเพราะคนผู้นั้นถูกพิษ”

เด็กหญิงพยายามอธิบายให้เจ้าหนูฟังว่าพิษคืออะไร

“ข้าเข้าใจแล้ว” เจ้าหนูน้อยพยักหน้าอย่างครุ่นคิดขณะมองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาสับสน

ในฐานะจ้าวอสูร มันเป็นเรื่องปกติที่เหล่าสัตว์ทั้งหลายจะต้องให้ความเคารพจ้าวอสูร

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังได้ทำสัญญากับคนผู้นี้ด้วย

เดิมทีมันคิดว่าตัวเองจะถูกมู่ไป๋ไป่กดขี่ข่มเหงและควบคุมให้ทำตามคำสั่งอย่างไม่ยุติธรรม

แต่นอกจากการถูกวางกับดักครั้งแรก นางก็ปฏิบัติกับมันได้ดีมาก

นอกจากนี้นางยังเริ่มอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังโดยที่มันไม่จำเป็นต้องร้องขอด้วยซ้ำ

ยามนี้มันจึงรู้สึกว่าท่านจ้าวอสูรที่อยู่ตรงหน้าของมันดูแตกต่างไปจากตำนานที่ถูกเล่าขาน

“อย่างไรก็ตาม เมื่อกี้เจ้าบอกว่าแม่ทัพจ้าวเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันหลังจากได้ยินเสียงแปลกประหลาด” มู่ไป๋ไป่นึกถึงสิ่งที่หนูตัวสีเทาเพิ่งพูดไปและพอจะจับประเด็นบางอย่างได้ “เจ้าหนูน้อย เจ้าจำเสียงนั้นได้หรือไม่?”

“หนูน้อย… หนูน้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เจ้าหนูตอบพลางเกาหัวเล็ก ๆ

“ตอบท่านจ้าวอสูร” จู่ ๆ หนูตัวอื่นที่อยู่ด้านหลังก็เหยียดอุ้งเท้าขึ้น “ข้ารู้ สิ่งนั้นเป็นเหมือนเสียงผิวปาก

“ตัวข้านั้นอาศัยอยู่ในโรงพนันของเมืองชายแดนตลอดทั้งปี และผู้คนมากมายที่อยู่ที่นั่นรู้วิธีผิวปาก”

“เสียงนั้นฟังดูคล้ายเสียงผิวปากมาก แต่ก็ฟังดูแปลกไปเช่นกัน…”

เสียงผิวปาก?

มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นแตะคางตัวเองและแอบทดเรื่องนี้ไว้ในใจเงียบ ๆ

หลังจากที่เธอเกือบจะคุยธุระกับหนูพวกนั้นเสร็จแล้ว จื่อเฟิงก็กลับมาพร้อมเนื้อที่ได้รับจากในครัว

“นี่คือรางวัลของพวกเจ้า” คนตัวเล็กวางกะละมังเนื้อไว้ข้างหน้าเหล่าหนูที่กำลังมีแววตาเป็นประกาย “พวกเจ้ารีบกินเถอะ ถ้ายังไม่พอ ข้าจะให้คนไปจัดเตรียมมาให้เพิ่ม”

“พอแล้ว! แค่นี้ก็พอแล้ว!” เจ้าหนูสีเทาพยักหน้าซ้ำ ๆ “พวกเราตัวเล็กจึงกินได้ไม่มาก”

“ใช่ ๆ …” แล้วพวกหนูที่อยู่ด้านหลังก็พากันตอบรับเป็นเสียงเดียว “เป็นอย่างที่เหล่าฮุยบอกเลย เพียงแค่มาที่นี่ เราก็จะมีเนื้อกิน”

“ข้าบอกแล้ว” เจ้าหนูที่ถูกเรียกว่า ‘เหล่าฮุย’ ยืดอกพลางเชิดหน้า “ข้าบอกแล้วว่าท่านจ้าวอสูรจะไม่โกหกเรา แต่พวกเจ้าก็ไม่ยอมเชื่อ”

“ตอนนี้เราเชื่อแล้ว!” หนูตัวอื่น ๆ พยักหน้าและในที่สุดพวกมันก็ถามมู่ไป๋ไป่อย่างตื่นเต้นว่า “ท่านจ้าวอสูร ท่านมีงานดี ๆ เช่นนี้ให้ทำอีกหรือไม่?”

“พวกเราก็มีความสามารถในการสืบข่าวให้ท่านได้เช่นเดียวกัน!”

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ!” เหล่าฮุยรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังจะถูกแย่งงานจึงรีบโวยวายยกใหญ่ “อย่าคิดจะมาแย่งงานของข้านะ! ฮึ ข้าได้ทำสัญญากับท่านจ้าวอสูรแล้ว และมีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถช่วยท่านจ้าวอสูรจัดการเรื่องนี้ได้!”

ก่อนหน้านี้เจ้าหนูน้อยค่อนข้างกังวลเนื่องจากสัญญาที่ทำกับมู่ไป๋ไป่

แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกดีใจที่ตนได้ทำสัญญากับนางเอาไว้ ไม่เช่นนั้นมันคงจะถูกแย่งงานไปแล้ว

“พวกเราก็สามารถทำสัญญากับท่านจ้าวอสูรได้เช่นกัน!”

“ใช่แล้ว! ไม่ใช่ว่าท่านจ้าวอสูรจะทำสัญญาได้เพียงกับท่านตัวเดียวเท่านั้น”

“ถูกต้อง ๆ อีกอย่างเราไม่ได้ต้องการเนื้อมากมายเป็นของตอบแทน”

พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าหนูกลุ่มหนึ่งกำลังทะเลาะกัน เธอจึงรีบไปขวางเพื่อสงบศึก “ทุกตัวใจเย็น ๆ ลงก่อน”

“เมื่อถึงเวลา ข้าจะขอให้เจ้าหนูน้อยติดต่อพวกเจ้าไป”

“ไม่ต้องห่วง งานที่ข้าจะให้พวกเจ้าทำนั้นไม่ได้ทำเปล่า ๆ ข้าจะตกรางวัลให้พวกเจ้าทุกตัวอย่างงาม”

สุดท้ายเด็กหญิงก็สั่งให้จื่อเฟิงวางกะละมังเอาไว้นอกกระโจมและสั่งให้คนเตรียมอาหารเอาไว้ให้หนูตลอดเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น หนูเหล่านี้มีความสามารถมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ ดังนั้นเธอจึงไม่คิดอยากสละกองทัพหนูที่ฝีมือดีเช่นนี้ไปอย่างแน่นอน

เมื่อหนูทั้งหลายได้ยินสิ่งที่ท่านจ้าวอสูรพูด พวกมันก็รู้สึกดีใจมาก หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกมันก็พากันกลับไป

เมื่อมู่ไป๋ไป่คิดถึงสิ่งที่หนูพวกนั้นพูด เธอก็รีบไปรายงานให้กับมู่จวินเซิ่งและเซียวถังอี้ฟัง

“ในกระโจมที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้อย่างนั้นหรือ? แล้วคนพวกนั้นยังใช้เสียงผิวปากในการควบคุมแมลงกู่อีก” พี่ชายคนรองตกตะลึงหลังจากได้ยินคำบอกเล่าของน้องสาว “ไป๋ไป่ เจ้าไปเอาข่าวพวกนี้มาจากไหน? มันมีความน่าเชื่อถือหรือไม่?”

“แน่นอนว่ามันเชื่อถือได้” มู่ไป๋ไป่กะพริบตากลมโตที่ไร้เดียงสา “เสด็จอารับรองเองไม่ใช่หรือ? แม้ว่าพี่รองจะไม่เชื่อไป๋ไป่ แต่ท่านไม่เชื่อใจเสด็จอาเช่นนั้นหรือ?”

เซียวถังอี้ที่จู่ ๆ ก็ถูกลากลงไปในน้ำโคลนก็ได้แต่กระแอมในลำคอ

มู่จวินเซิ่งเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเชื่อน้องสาว เขาได้สั่งให้กุนซือมู่หรงเข้ามาโดยไม่รอช้า จากนั้นพวกเขาก็ทำการวางแผนที่จะไปช่วยเหลือแม่ทัพจ้าว

มู่หรงถิงรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้ยินว่ารองแม่ทัพของตนรู้ตำแหน่งของแม่ทัพจ้าวแล้ว “องค์ชายรอง พระองค์ส่งคนไปสืบเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

เดิมทีมู่จวินเซิ่งอยากจะปิดบังตัวตนของตัวเองในฐานะองค์ชายรองเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มู่จวินฝานหมดสติ เขากลัวว่าเซียวถังอี้จะไม่สามารถควบคุมคนในกองทัพได้ ดังนั้นเขาจึงได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้กุนซือมู่หรงและรองแม่ทัพคนอื่น ๆ ทราบ

ปรากฏว่าในภายหลังเขากลับพบว่าตนไม่ควรกังวลเรื่องนี้เลย

นอกจากเหล่ารองแม่ทัพจะเชื่อฟังเสด็จอาแล้ว เขายังได้ขจัดภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายในกองทัพให้พวกเขาด้วย ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงรู้สึกชื่นชมชายผู้นี้มาก

“ข้าเริ่มสืบสวนเรื่องนี้เมื่อ 3 วันก่อน” มู่จวินเซิ่งเหลือบมองมู่ไป๋ไป่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

การได้รู้ว่าน้องสาวของตนเป็นคนพิเศษนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การปล่อยให้คนนอกได้รู้เรื่องนี้มันไม่มีผลดีอะไรเลย และเขาก็เข้าใจเรื่องดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่พวกกุนซือและรองแม่ทัพเข้ามาในกระโจม มู่ไป๋ไป่ก็เดินหลบไปอยู่ด้านข้างโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก

ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจความหมายของมู่จวินเซิ่งโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากสักหน่อยว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ ดังนั้นเธอจึงทำตาใสยืนแอบฟังอยู่เงียบ ๆ

“คราวนี้เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากใครมา?” จู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มลึกดังอยู่ข้างหูเธอ

เด็กหญิงสะดุ้งตกใจก่อนที่จะรู้ว่าคนที่พูดคือเจ้าสัตว์ประหลาด เธอจึงเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายด้วยท่าทางไม่พอใจ “ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ?”

ดวงตาดุจเหยี่ยวของเซียวถังอี้ที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีเงินหรี่ลงเล็กน้อย “จะให้ข้าเดาอย่างนั้นหรือ? เจ้าเด็กน้อย อย่าลืมนะว่าใครเป็นคนรับประกันให้เจ้าก่อนหน้านี้”

“นี่เจ้าข้ามแม่น้ำเสร็จก็คิดจะรื้อสะพาน*ทิ้งเลยหรือ?”

*สำนวนนี้มีความหมายว่า หลังจากบรรลุเป้าหมายแล้วก็กำจัดคนที่ช่วยเหลือตนทิ้ง ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า เสร็จงานฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล

เด็กหนุ่มพูดพลางเอื้อมมือไปบีบแก้มกลม ๆ ของเจ้าตัวแสบ

“เรื่องนี้ข้าก็มีส่วนช่วยท่าน…” มู่ไป๋ไป่ดึงหน้าตัวเองออกจากมือของอีกฝ่ายเพราะว่ามันทำให้เธอพูดได้ลำบาก “ท่านอยากรู้หรือ? ท่านลองถอดหน้ากากออกก่อนสิ แล้วข้าจะพิจารณาดู”

ถูกต้อง ตอนนี้เธอยังไม่ยอมแพ้ที่จะได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าสัตว์ประหลาด

เซียวถังอี้หรี่ตามองคนตัวเล็กก่อนจะชักมือกลับ “ทำไมเจ้าถึงอยากเห็นหน้าข้าขนาดนั้น?”

“...” เด็กหญิงกลอกตาคิด เธอจะกล้าพูดออกไปตามตรงได้อย่างไรว่าเธออยากเห็นท่าทางน่าอายของเขา “ข้าก็แค่อยากเห็น! ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใด”

“ให้ข้าดูหน่อยสิว่าท่านมีหน้าตาเป็นอย่างไร”

“มีแต่ท่านที่เห็นใบหน้าของข้า เช่นนี้มันจะไม่ยุติธรรมไปหน่อยหรือ?”

จบบทที่ บทที่ 204: ทำไมเจ้าถึงอยากเห็นนัก?

คัดลอกลิงก์แล้ว