เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 195: ท่านพี่รัชทายาทไม่สบายหรือ?

บทที่ 195: ท่านพี่รัชทายาทไม่สบายหรือ?

บทที่ 195: ท่านพี่รัชทายาทไม่สบายหรือ?


เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินว่ามู่จวินฝานไม่ยอมบอกอะไรตนอีก เธอจึงยู่ปากและระบายความโกรธด้วยการยัดข้าวเข้าปาก

ในเวลากลางคืน เด็กหญิงนอนไม่หลับจึงมานั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างมองดูดวงจันทร์บนท้องฟ้า

“เซียวเซียว เจ้าสังเกตหรือไม่ว่าดวงจันทร์ในเมืองเย่เฉิงดูเหมือนจะกลมและสว่างมากเป็นพิเศษ” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นขณะลูบขนแมวอ้วนในอ้อมแขนพลางถอนหายใจเบา ๆ

“มันงดงามมาก หากเราได้เชยชมความงดงามนี้ในยามที่เรากลับไปถึงเมืองหลวง คงจะดีไม่น้อย”

หลัวเซียวเซียวที่กำลังจัดเตียงยิ้มจาง ๆ เมื่อได้ยินคำพูดขององค์หญิงหก “ดวงจันทร์ในเมืองหลวงนั้นก็มีดีในแบบของมันเอง เมืองเย่เฉิงก็งดงามในแบบของเมืองเย่เฉิง เหตุใดองค์หญิงจะต้องเอาทั้ง 2 มาเปรียบเทียบกันด้วยล่ะเพคะ?”

“นั่นก็จริง” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด เธอไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ แต่เธอก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง “ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้ามักจะรู้สึกว่าการเดินทางในครั้งนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น”

ก่อนหน้านี้หลังจากที่เธอได้ส่งจดหมายออกไป เธอก็รู้สึกโล่งใจอยู่เพียงครู่เดียว หลังจากนั้นไม่นาน ความรู้สึกไม่สบายใจก็กลับมาเยือนอีกครั้ง

คราวนี้มันรุนแรงมากจนทำให้เธอนอนไม่หลับ

“เฮอะ ข้าเห็นว่าตอนที่เรากินข้าวกัน เจ้าพูดปลอบใจองค์รัชทายาทได้ดีทีเดียว แต่ทำไมคราวนี้กลับเป็นเจ้าที่เป็นกังวลเสียเอง” เจ้าส้มที่นอนหงายท้องอย่างเกียจคร้านเอ่ยขึ้น

มู่ไป๋ไป่ขยำพุงย้วย ๆ ของมันทันที “เจ้าหยุดพูดสักทีได้หรือไม่ ถ้าเจ้าไม่พูด ก็ไม่มีใครหาว่าเจ้าเป็นใบ้หรอกนะ พอเจ้าพูดขึ้นมา มันก็ทำให้ข้าโมโหอยู่เรื่อย”

แมวตัวโตพลิกตัวม้วนเป็นวงกลมและปล่อยให้อีกฝ่ายลูบหัวของมันต่อไป “เฮอะ พวกมนุษย์หน้าโง่นี่เอาใจยากจริง ๆ”

มู่ไป๋ไป่หยุดพูดและเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ ตอนนี้เป็นเวลากลางดึกแล้ว ซึ่งเธอไม่ได้เข้านอนจนกระทั่งรุ่งสาง

หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาออกเดินทาง

ทำให้ตลอดการเดินทางในครั้งนี้คนตัวเล็กรู้สึกง่วงนอนมาก

ขณะนี้เธอยังคงอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกับเซียวถังอี้ ในตอนแรกเธอพยายามจงใจเว้นระยะห่างจากเขา แต่สุดท้ายแล้วความง่วงก็ครอบงำจนไม่อาจต้านทานได้ ด้วยเหตุนี้เธอจึงเอนตัวพิงเขาหลับไป

เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังเหลือบมองเจ้าตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าที่ค่อย ๆ เอนตัวเข้ามาในอ้อมแขนของเขา แล้วเขาก็ลอบยิ้มมุมปาก จากนั้นจึงลดความเร็วของม้าลง

เด็กคนนี้ทำให้เขากลายเป็นคนอ่อนโยนขึ้นมากโดยที่ตัวเขาเองไม่ทันสังเกตเห็น

“ท่านอ๋อง ส่งองค์หญิงมาให้พวกเราดูแลต่อเถิดพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาเข้ามาหลังจากได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาท “ท่านจะได้สะดวกมากขึ้น”

มู่จวินฝานเห็นมู่ไป๋ไป่นอนหลับพอพับคออ่อนอยู่ในอ้อมแขนของเสด็จอา เขากลัวว่านางจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญ เขาจึงได้ส่งองครักษ์เงาเข้าไปอุ้มน้องสาวมา

“ไม่จำเป็น” เซียวถังอี้ปฏิเสธซึ่งการกระทำนั้นทำให้ทุกคนประหลาดใจ “แค่เด็กตัวเล็ก ๆ คนเดียวข้าดูแลได้ แล้วอีกอย่างถ้าอุ้มกันไปอุ้มกันมา เดี๋ยวนางได้ตื่นขึ้นมางอแงกันพอดี”

องครักษ์เงาไม่กล้าเซ้าซี้ท่านอ๋อง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องหันไปรอคอยคำสั่งจากองค์รัชทายาท

มู่จวินฝานที่เป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในค่ายทหาร พอเห็นว่าเสด็จอาเอ่ยปากเช่นนั้น เขาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ

แล้วขบวนก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารต่อไปเช่นนั้น ยามที่มู่ไป๋ไป่ตื่น เธอยังคงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย เมื่อลืมตาขึ้นมาเธอก็พบว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงและตนยังคงเอนตัวอยู่ในอ้อมแขนที่มีกลิ่นหอมมาก

“ทำไมยังไม่เช้าอีกล่ะ?” เด็กหญิงโถมตัวเข้าหาอ้อมแขนอันอบอุ่นนั้น “ท่านพี่รัชทายาท พวกเราเดินทางมานานแค่ไหนแล้ว?”

จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากเหนือศีรษะของเธอ ทำให้เธอตัวแข็งทื่อ “เจ้าหลับไป 1 วันแล้ว”

มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ก่อนจะเผชิญหน้ากับหน้ากากสีเงิน “อ๊าาาา! ทำไมถึงเป็นท่าน!”

เซียวถังอี้ขยับร่างกายที่เกร็งรับน้ำหนักของคนตัวเล็กบนหลังม้ามาตลอดทั้งวัน ในขณะที่กล่าวว่า “ตื่นมาก็มีท่าทีเช่นนี้เลยหรือ? ข้าอุตส่าห์นั่งนิ่งให้เจ้าซุกนอนทั้งวัน”

“ดูสิ เสื้อผ้าข้าสกปรกหมดแล้ว”

เด็กหญิงมองตามที่คนตัวโตกว่าชี้และเห็นว่าเสื้อผ้าบนหน้าอกของเขาดูเหมือนจะมีรอยเปียกชื้นเป็นวงกลม

เธอตกตะลึงเป็นเวลา 2 อึดใจก่อนจะรู้ว่ามันคืออะไร จากนั้นใบหน้าเล็ก ๆ ก็เห่อร้อนไปจนถึงหู

โอ้แม่เจ้า!

ฉันนอนน้ำลายไหล!

แล้วยังทำต่อหน้าเจ้าสัตว์ประหลาดอีก!

มันคงจะเป็นเรื่องแปลกมากถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ล้อเธอยันลูกบวช

พอมู่ไป๋ไป่คิดถึงเรื่องนี้ เธอก็รู้สึกหดหู่มากยิ่งขึ้น ทำให้ดวงตากลมโตเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

เมื่อเซียวถังอี้เห็นเจ้าตัวเล็กก้มหน้าลงต่ำ เขาก็ส่งเสียงในลำคอ “ทำไมเจ้าถึงได้เอาใจยากขนาดนี้ พอตื่นมาก็ร้องไห้ วัน ๆ ถ้าไม่นอนก็เอาแต่ร้องไห้ เฮ้อ…”

“ชาติที่แล้วเจ้าเกิดมาเป็นเด็กขี้แยหรืออย่างไร?”

ถ้อยคำของเด็กหนุ่มทำให้น้ำตาที่กำลังไหลออกมาจากดวงตาของมู่ไป๋ไป่ไหลย้อนกลับไปทันที

“ข้าไม่ได้ร้อง!” เธอโวยวายขณะจ้องคนตรงหน้าเขม็ง “ตาท่านบอดหรืออย่างไรถึงมาบอกว่าข้าร้องไห้ ข้า… ข้าแค่หาวเท่านั้น”

“ใช่แล้ว! ข้าเพิ่งจะหาวไป ตาข้าก็เลยแดง!”

“อย่ามาพูดมั่วซั่วนะ!”

ขณะเดียวกัน แววตาของเซียวถังอี้เป็นประกาย เขาไม่ได้โต้เถียงอะไรกับอีกฝ่ายต่อ แต่เขากลับเอื้อมมือไปยีหัวเล็ก ๆ ของนาง “เอาเถอะ เจ้าไม่ได้ร้องไห้ ข้ามองผิดไปเอง”

มู่ไป๋ไป่ที่ถูกลูบหัวได้แต่ตัวแข็งทื่อ

สถานการณ์นี้มันอะไรกันแน่ ทำไมวันนี้เจ้าสัตว์ประหลาดถึงได้ยอมง่ายนัก?

และน้ำเสียงก็ฟังดูอ่อนโยนทีเดียว

หรือว่า… เขาถูกอาคมและถูกคนของแคว้นหนานซวนควบคุมไปอีกคน?

“...” มู่ไป๋ไป่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันหลังเผ่นหนีไป

“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ!” เซียวถังอี้ตกใจที่จู่ ๆ เด็กน้อยก็หนีไปแบบกะทันหัน ทำให้เขาต้องเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้อย่างรวดเร็ว

“ฮือออ ๆๆ โฮ ๆๆ ช่วยข้าด้วย!! เซียวถังอี้ถูกวางยาพิษ เขาจะกินข้าแล้ว!!!”

เซียวถังอี้และคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกสับสนมากที่ได้ยินเสียงตะโกนของมู่ไป๋ไป่ “???”

“...”

“มู่ไป๋ไป่!” เด็กหนุ่มหุบยิ้มทันทีพลางคิดกับตัวเองในใจว่า เขาไม่ควรมองว่าเจ้าเด็กแสบนี่หลับได้น่ารักแล้วคอยดูแลทะนุถนอมนางในระหว่างที่นางหลับเป็นอย่างดีเลย

“เจ้านี่มันกวนประสาทข้าเก่งนักนะ!”

“โอ๊ย! ท่านพี่รัชทายาท ดูสิ เขาจะตีข้า!” มู่ไป๋ไป่ร้องตะโกนโวยวาย จากนั้นก็หันไปมองเจ้าสัตว์ประหลาดที่ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีเงินแสดงออกถึงความโกรธเคือง “ท่านคิดจะตีข้าหรือ? ท่านจะตีข้าหรือ!?”

“...”

เจ้าตัวเล็กที่ง่วงนอนก่อนหน้านี้หายไปไหนแล้ว?

“ท่านจะตีข้า!” คนตัวเล็กมองคนตัวโตกว่าด้วยสายตาระแวง ก่อนที่จะโล่งใจขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทางอ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านี้ “เฮอะ ข้าคงตื่นเต็มตาแล้ว อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ข้ายังง่วงอยู่ก็เลยตาฝาดไป”

เซียวถังอี้ที่รู้สึกโกรธจนกลัวว่าตัวเองจะเผลอฟาดเจ้าเด็กแสบอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงยกร่างเล็กขึ้นแล้วโยนนางไปทางมู่จวินฝาน

มู่ไป๋ไป่รู้สึกมีความสุขมากที่ได้อยู่ห่างจากเจ้าสัตว์ประหลาด แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ตกเข้ามาในอ้อมแขนที่เย็นเฉียบ

“อูย… ท่านพี่รัชทายาท ทำไมตัวท่านถึงได้เย็นขนาดนี้?” เด็กหญิงตัวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็น “ท่านไม่สบายหรือ?”

มู่จวินฝานนั่งอยู่ข้างกองไฟ ในขณะนี้แสงไฟสีส้มกำลังส่องผ่านใบหน้าของเขา ทำให้มู่ไป๋ไป่เห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเขาดูเหมือนจะซีดลง และทั่วทั้งตัวก็ดูขาวซีดเช่นกัน

เมื่อคนตัวเล็กเห็นสภาพของอีกฝ่ายเป็นเช่นนั้น เธอก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที ก่อนจะยื่นมือเล็ก ๆ ไปวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของพี่ชาย “ท่านพี่ ท่านไม่สบายหรือไม่?”

“ข้าไม่เป็นไร” มู่จวินฝานยิ้มพร้อมกับดึงมือของน้องสาวลง “เราเร่งเดินทางมาหลายวันแล้ว ข้าอาจจะเหนื่อยเกินไป”

เขาจัดการราชกิจจนถึงกลางดึกเมื่อคืนวาน แล้วในวันนี้ยังรีบออกเดินทางก่อนรุ่งสางอีก

ดังนั้นการที่เขารู้สึกเหนื่อยจึงเป็นเรื่องปกติ

มู่ไป๋ไป่ไม่คิดเช่นนั้น ตลอดทางที่ออกจากเมืองหลวง เธออยู่ข้างกายพี่ชายคนโตทุกวัน ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่เคยประสบพบเจอการเดินทางที่เหนื่อยล้าเช่นนี้มาก่อน

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: 2 คนนี้จะมีวันที่ญาติดีกันบ้างไหม 55555 แต่ท่านพี่รัชทายาทเป็นอะไรนะ น่าเป็นห่วงจัง

จบบทที่ บทที่ 195: ท่านพี่รัชทายาทไม่สบายหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว