เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 196: พี่ชายถูกพิษ

บทที่ 196: พี่ชายถูกพิษ

บทที่ 196: พี่ชายถูกพิษ


ถึงกระนั้น ตลอดการเดินทางที่ผ่านมามู่จวินฝานไม่ได้ดูป่วยหนักเหมือนตอนนี้

มู่ไป๋ไป่รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที เธอจึงหันกลับไปก่อนจะพบว่าตนขอความช่วยเหลือได้จากเซียวถังอี้เพียงเท่านั้น

ไม่ว่าก่อนหน้านี้เธอจะมีปัญหากับเจ้าสัตว์ประหลาดอย่างไร แต่เธอก็สลัดทุกอย่างทิ้งแล้วกวักมือเรียกเขาไว ๆ “เสด็จอา ๆ ท่านมาช่วยตรวจชีพจรของท่านพี่ได้หรือไม่?”

“รีบมาเร็วเข้า ช่วยตรวจท่านพี่ดูหน่อย”

เซียวถังอี้ยื่นบังเหียนม้าให้องครักษ์เงาแล้วเดินเอามือไพล่หลังเข้าไปหา 2 พี่น้องตระกูลมู่

“เสด็จอา ท่านช่วยจับชีพจรท่านพี่ดูหน่อยได้หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่ถามอย่างเป็นกังวล “ข้าคิดว่าท่านพี่ดูอาการไม่ดีสักเท่าไหร่ ตัวเขาเย็นมากผิดปกติ”

“เสด็จอา อย่าไปฟังที่ไป๋ไป่พูดเลย กระหม่อมไม่เป็นไร” มู่จวินฝานยังคงรู้สึกว่าน้องสาวกังวลมากเกินไป

“ยื่นมือมา” เซียวถังอี้มองสำรวจองค์รัชทายาทก่อนจะสั่งเสียงต่ำ

ทันทีที่คนผู้นี้เปิดปาก เด็กหนุ่มก็ไม่กล้าปฏิเสธ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องยื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายตามคำสั่ง

เซียวถังอี้ท่องทัศนาจรไปทั่วหล้า ทำให้เขาได้เรียนรู้ทักษะทางการแพทย์บางอย่าง เมื่อเขาตรวจชีพจรของมู่จวินฝาน มันก็ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน

“เป็นอย่างไรบ้าง?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกเป็นกังวลมากจึงจ้องเจ้าสัตว์ประหลาดตาไม่กะพริบ “ท่านพี่ป่วยหรือไม่?”

เด็กหนุ่มเหลือบมองเจ้าตัวเล็กก่อนจะตอบว่า “ไม่ เขาแค่เหนื่อยเกินไป”

“เห็นหรือไม่?” มู่จวินฝานมองน้องสาวยิ้ม ๆ “ข้าบอกแล้ว เจ้าก็ไม่ยอมเชื่อ แล้วยังไปรบกวนให้เสด็จอามาจับชีพจรของข้าอีก”

มู่ไป๋ไป่มองเซียวถังอี้ด้วยสายตาสงสัย เพราะเธอรู้สึกว่าอีกคนไม่ได้พูดความจริง

“ข้ามียาที่ช่วยให้สงบจิตใจและบำรุงกำลัง เจ้ากินเข้าไป 2 เม็ดก่อน” เด็กหนุ่มแสร้งทำเป็นไม่เห็นแววตาสงสัยของเจ้าตัวเล็ก ก่อนจะหยิบขวดยาเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้องค์รัชทายาท

“จวินฝานขอบคุณเสด็จอา” มู่จวินฝานพยักหน้าพร้อมกับรับขวดยามา และกินยาเข้าไป 2 เม็ดโดยไม่สงสัยอะไร

มู่ไป๋ไป่กำลังรู้สึกไม่สบายใจอยากถามเซียวถังอี้ให้รู้เรื่อง แต่พอเธอเห็นว่าเขาทำตัวเหมือนปกติ เธอจึงยั้งปากตัวเองเอาไว้

หลังจากที่มู่จวินฝานรู้สึกง่วงจนผล็อยหลับไปในที่สุด เธอก็รีบดึงเจ้าสัตว์ประหลาดออกไปถามด้วยสีหน้าจริงจัง “ทำไมท่านไม่พูดความจริง?”

เด็กหนุ่มหรี่ตาลงมองเด็กหญิงที่เงยหน้าถามตน “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าโกหก?”

เขาคิดว่าก่อนหน้านี้ตัวเองแสดงได้ไร้ที่ติมาก

“ข้ารู้แล้วกันน่า” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วมุ่นขณะพูดเร่งอีกฝ่าย “ท่านอย่าคิดจะหลอกข้าเลย รีบบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะ เกิดอะไรขึ้นกับท่านพี่?”

“แล้วทำไมท่านพี่ถึงหลับไปเร็วขนาดนี้ เป็นเพราะเขากินยาที่ท่านให้เช่นนั้นหรือ?”

เซียวถังอี้ยกแขนเสื้อขึ้นแล้วไปนั่งลงบนก้อนหินด้านข้าง จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปสะกิดสีข้างของเจ้าตัวเล็กเพื่อบอกว่าให้นางนั่งลงด้วยกัน

มู่ไป๋ไป่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งข้างเขาอย่างไม่เต็มใจ

หลังจากที่เธอนั่งลง เด็กหนุ่มก็พูดขึ้นมาว่า “จากอาการของรัชทายาทดูผิดปกติเกินไป”

“ผิดปกติแบบไหน?” เด็กหญิงพูดขัดจังหวะโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่บีบมือเล็ก ๆ ของตัวเองอย่างประหม่า “เขาอาการร้ายแรงหรือไม่?”

เซียวถังอี้มองสำรวจองค์รัชทายาทแล้วตอบว่า “ชีพจรของเขาเหมือนคนกำลังจะตาย”

“อะไรนะ!?” มู่ไป๋ไป่พยายามตั้งสติให้มั่น และมองคนพูดเป็นเวลานานเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้หูฝาดไป ก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เป็นไปได้อย่างไร? ผิวของเขาดูซีดลงจากเดิม แถมยังตัวเย็นขึ้นมาเพียงชั่วครู่…”

“แต่นอกจากนี้ก็ไม่มีอาการอื่นใดอีก”

“ไม่มีทางที่…”

เธอไม่สามารถเอ่ยคำว่า ‘ตาย’ ออกมาได้

“เจ้าพูดถูก” เซียวถังอี้พยักหน้าเห็นด้วย “ข้าสงสัยว่าเขาคงจะถูกพิษ”

เขาไม่รู้ว่าชีพจรของคนที่ถูกพิษแมลงกู่ในระยะแรกเป็นอย่างไร แต่อย่างที่มู่ไป๋ไป่เพิ่งพูดไป มู่จวินฝานไม่มีความผิดปกติอื่นใดนอกจากใบหน้าซีดขาวและอุณหภูมิร่างกายเย็นกว่าคนทั่วไป

แต่อาการเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับภาวะชีพจรที่แสดงออกมา

ดังนั้นเขาจึงได้คาดเดาเอาไว้ว่าองค์รัชทายาทถูกพิษแมลงกู่

“ถูกพิษ?!” มู่ไป๋ไป่บีบมือแน่นแล้วบังคับให้ตัวเองใจเย็นลง “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ตอนที่อยู่จวนตระกูลจินหรือ?”

“ไม่สิ ตอนนั้นคนกลุ่มนั้นยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านพี่รัชทายาท”

ในตอนที่คนกลุ่มนั้นจับตัวเธอออกไป พวกเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นองค์หญิงลำดับที่ 6 ของแคว้นเป่ยหลง

“หรือว่าจะเป็นที่จวนแม่ทัพ?” เด็กหญิงคิดอย่างรวดเร็วและเธอก็เชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ หลังจากที่มาถึงเมืองเย่เฉิงเข้าด้วยกัน “จะต้องเป็นที่จวนแม่ทัพแน่นอน!”

“นอกจากจวนแม่ทัพแล้ว ท่านพี่ก็ไม่น่าจะถูกพิษจากที่อื่นได้อีก”

“น่าจะเป็นเช่นนั้น” เซียวถังอี้เหลือบมองคนตัวเล็ก จากนั้นจึงเอ่ยปากปลอบใจนาง “โชคดีที่เจ้าสังเกตเห็นมันเร็ว ข้าได้เอายาให้เขากินแล้ว”

“เจียงเหยาบอกว่ายามที่เจ้าของร่างหลับ แมลงกู่ก็จะหลับไปด้วย”

“ดังนั้น ก่อนที่หว่านผินจะส่งโสมมาถึง เราแค่ต้องทำให้รัชทายาทหมดสติให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“แล้วเราจะทำอย่างไร?” มู่ไป๋ไป่เม้มปากแน่น “อีกไม่ช้าเราก็จะไปถึงค่ายทหาร…”

เมื่อถึงเวลาที่ต้องสืบสวนเรื่องของแคว้นหนานซวน พวกเธอจะต้องให้มู่จวินฝานเป็นคนออกหน้า

หากพี่ชายคนโตยังคงหมดสติอยู่เช่นนี้ แล้วเรื่องสำคัญอย่างแคว้นหนานซวนจะทำอย่างไร?

หรือว่า… จะต้องพึ่งพาเธอ?

“!!!”

ดูเหมือนว่าเธอจะมองข้ามใครบางคนไป

มู่ไป๋ไป่สะบัดหน้าไปจ้องเซียวถังอี้ด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงหวาน “เสด็จอา ท่านจะทนอยู่เฉย ๆ ไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยหรือ?”

“...”

“ท่านพี่รัชทายาทกลายเป็นเช่นนี้แล้ว ยามที่เราอยู่ในค่ายทหาร เราจำเป็นจะต้องพึ่งพาเสด็จอาเพื่อออกหน้าจัดการคนของแม่ทัพจ้าว” เด็กหญิงกล่าวขณะทำตัวถ่อมตนต่อหน้าอีกฝ่าย

เซียวถังอี้รู้สึกขบขันกับท่าทางประจบประแจงของนาง ดังนั้นเขาจึงยื่นมือออกไปดีดหน้าผากเจ้าตัวเล็ก “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำท่าทางเชื่องขนาดนั้น”

“ในเมื่อข้าร่วมทางมากับพวกเจ้า ข้าย่อมยื่นมือช่วยเหลือ”

ใจจริงเขาอยากจะหนีไปเสียตอนนี้ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังรู้สึกเป็นกังวล เขาก็ได้เรียกองครักษ์เงาที่คอยจัดการทุกอย่างในจวนแม่ทัพพร้อมกับมู่จวินฝานให้เข้ามา

หลังจากยืนยันแล้วว่าทุกคนไม่เป็นอะไร พวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้คอยเฝ้าเวรยามต่อไป

สำหรับความจริงที่ว่ามู่จวินฝานถูกพิษ เซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่ได้ตัดสินใจว่าจะยังไม่บอกใครในขณะนี้ และบอกเพียงว่าองค์รัชทายาทเป็นไข้ลมหนาวเพียงเท่านั้น

เนื่องจากในระหว่างการเดินทาง ทั้งจินซือหยาง อวี้ฉีและคนอื่น ๆ อยู่ห่างจากมู่จวินฝาน ดังนั้นทุกคนจึงเชื่อในสิ่งที่เซียวถังอี้พูดโดยไม่มีข้อกังขา

ด้วยเหตุนี้คนทั้งหมดจึงเดินทางมุ่งหน้ามาถึงค่ายทหารโดยไม่หยุดพัก

ทางด้านมู่จวินเซิ่งได้รับข้อความจากเสด็จอาตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงแล้ว เมื่อเขารู้ว่ามู่จวินฝานไม่สบาย เขาจึงไม่ได้ให้ทุกคนออกไปรอต้อนรับอยู่ที่ด้านนอกค่ายทหาร และพาทุกคนเข้าไปในค่ายทหารโดยตรง

หลังจากเด็กหนุ่มส่งรองแม่ทัพและนายทหารที่มาเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทออกไป เขาก็ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของพี่ชายคนโต

“พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง?” มู่จวินเซิ่งขมวดคิ้วมองดูคนที่นอนอยู่บนเตียง “นี่ผ่านไปเพียงไม่กี่วันเองหลังจากที่เราแยกกัน ทำไมพี่ใหญ่ถึงดูซูบผอมลงถึงเพียงนี้?”

มู่ไป๋ไป่ที่นั่งอยู่ขอบเตียงคอยซับเหงื่อเย็นที่ออกจากหน้าผากของมู่จวินฝานพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พี่ใหญ่ถูกพิษ”

“อะไรนะ!?” มู่จวินเซิ่งอุทานเสียงดัง แต่แล้วเขาก็รู้ว่าตัวเองเสียงดังมากเกินไปจึงรีบปิดปาก แล้วหันไปมองเซียวถังอี้เพื่อยืนยันกับอีกฝ่าย “เสด็จอา ที่ไป๋ไป่พูดเป็นเรื่องจริงหรือ?”

“พี่ใหญ่ถูกพิษเช่นนั้นหรือ?”

เซียวถังอี้ยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ มีความเป็นไปได้ 9 ส่วน”

จบบทที่ บทที่ 196: พี่ชายถูกพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว