เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 193: มีเรื่องเกิดขึ้นกับแม่ทัพจ้าว

บทที่ 193: มีเรื่องเกิดขึ้นกับแม่ทัพจ้าว

บทที่ 193: มีเรื่องเกิดขึ้นกับแม่ทัพจ้าว


มู่ไป๋ไป่เดินทำหน้าบึ้งตึงกลับมาที่ห้องของตัวเอง ทำให้หลัวเซียวเซียวกับเจ้าส้มที่รออยู่มองเห็นท่าทางของเธอแล้วคิดว่าแผนการของเธอล้มเหลว ดังนั้นพวกนางจึงรีบเอ่ยปากปลอบใจเธอ

“สำเร็จแล้ว!” คนตัวเล็กนั่งห้อยขาอยู่บนเก้าอี้ ในขณะที่ใบหน้าของเธอยังคงบูดบึ้งเหมือนเดิม “เซียวถังอี้ใช้เหยี่ยวส่งจดหมายให้ข้า”

“เหยี่ยวเป็นนกที่บินเร็วมาก มันจะสามารถบินไปถึงเมืองหลวงและส่งจดหมายให้ท่านแม่ได้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน”

“องค์หญิงหก แล้วเหตุใดพระองค์ถึงดูไม่มีความสุขนักเพคะ?” หลัวเซียวเซียวเอ่ยถามขึ้นมาอย่างมึนงง

“เพราะท่านพ่อเป็นคนมอบเหยี่ยวตัวนั้นให้กับเซียวถังอี้!” มู่ไป๋ไป่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ “ฮึ่ม! หลังจากข้ากลับไปในครั้งนี้ ข้าจะทูลขอเหยี่ยวหล่อ ๆ จากท่านพ่อเช่นกัน”

“เป็นเพราะเหตุผลนี้น่ะหรือ?!” เจ้าส้มโผล่หัวออกมาตะคอกใส่เด็กหญิง “มู่ไป๋ไป่ นี่เจ้าโลภเกินไปหรือไม่ การที่มีข้าที่เป็นถึงแมวทรงเลี้ยงยังไม่เพียงพออีกหรือ เจ้ายังคิดจะเลี้ยงเหยี่ยวอีกหรืออย่างไร!”

“เจ้าบินได้หรือไม่ล่ะ?” มู่ไป๋ไป่เหลือบมองแมวอ้วนด้วยหางตา “เจ้าสามารถส่งจดหมายให้ข้าในช่วงเวลาวิกฤตได้หรือไม่?”

เจ้าแมวอ้วนนี่รู้จักแต่กิน!

แล้วคอยสร้างความเดือดร้อนให้เธอเท่านั้น!

เจ้าส้มถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกถามเช่นนั้น มีหลายครั้งที่มันอ้าปากอยากจะโต้เถียง แต่สุดท้ายมันก็ได้แต่หมอบตัวนอนบนเตียง

ขณะเดียวกัน ที่ค่ายทหารบริเวณชายแดน

มู่จวินเซิ่งควบม้าไปตลอดทาง แต่พอมาถึงประตูค่ายทหารเขาก็ถูกขวางเอาไว้

“คนที่มาเป็นใคร?!” ทหารที่ไม่คุ้นหน้า 2 นายได้ก้าวเข้ามายืนขวางผู้มาเยือน “แม่ทัพจ้าวมีคำสั่ง ประกาศกฎอัยการศึกห้ามมิให้ผู้ใดเข้าออกจากค่าย”

กฎอัยการศึก?

จะเกิดสงครามเช่นนั้นหรือ?

มู่จวินเซิ่งระงับอารมณ์ต่าง ๆ ในใจ ก่อนจะหยิบแผ่นป้ายออกมาแล้วชูขึ้นต่อหน้าทหารทั้ง 2 “เบิกตาดูให้กว้างว่ารองแม่ทัพของพวกเจ้ากลับมาแล้ว!”

หลังจากเด็กหนุ่มพูดดังนั้น ขณะที่ทหาร 2 นายกำลังตื่นตระหนก เขาก็กระโดดลงจากหลังม้าก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในค่ายทหาร

ม้าของเขานั้นเป็นม้าดีและถูกเลี้ยงดูมาในค่ายทหาร ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวว่ามันจะหลงทางไปไหน

“รองแม่ทัพฉิน!” ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวเข้าไปด้านใน คนที่รู้จักเขาก็เข้ามาทักทาย “ในที่สุดรองแม่ทัพฉินก็กลับมาแล้ว!”

คนผู้นี้คือ ‘มู่หรงถิง’ กุนซือของกองทัพ

“กุนซือมู่หรง” เมื่อมู่จวินเซิ่งเห็นว่าเป็นบุคคลที่ตนรู้จัก เขาจึงเอ่ยปากทักทายอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ถามว่าแม่ทัพจ้าวอยู่ที่ไหน

“ข้ามีเรื่องสำคัญมากที่ต้องรายงานต่อแม่ทัพจ้าว กุนซือมู่หรง ท่านช่วยพาข้าไปหาแม่ทัพจ้าวที!”

“นอกจากนี้ ทำไมจู่ ๆ ถึงมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในกองทัพ? นี่เรากำลังจะเริ่มทำสงครามกับหนานซวนแล้วหรือ?”

มู่หรงถิงมองชายตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “รองแม่ทัพฉิน ท่านมากับข้าก่อนเถอะ แล้วข้าจะเล่ารายละเอียดให้ท่านฟัง”

เมื่อมู่จวินเซิ่งเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเช่นนี้ หัวใจของเขาก็เต้นรัว เขาคิดว่าเรื่องอาจจะซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้

ในไม่ช้าเขาก็เดินตามมู่หรงถิงเข้าไปในกระโจมที่ไร้ผู้คน

ระหว่างนั้นเขาก็เห็นอีกฝ่ายสั่งทหารที่อยู่ข้างนอกให้เฝ้ากระโจมไม่ให้ใครเข้ามาใกล้

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มู่หรงถิงก็คุกเข่าลงต่อหน้ามู่จวินเซิ่งพร้อมกับพูดว่า “รองแม่ทัพฉิน ข้ามีความผิด โปรดลงโทษข้าด้วย!”

จู่ ๆ ชายคนนี้ก็คุกเข่าลง เด็กหนุ่มจึงตกใจแล้วรีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น “กุนซือมู่หรง ถ้ามีอะไรเราก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาพูดจากันให้เข้าใจก่อน”

มู่หรงถิงอายุน้อยกว่าแม่ทัพจ้าวเพียงไม่กี่ปี อีกฝ่ายนับได้ว่าอาวุโสกว่ามู่จวินเซิ่ง นอกจากนี้เขาก็เป็นเหมือนผู้ใหญ่อีกคนที่ช่วยดูแลเด็กหนุ่มจนเติบใหญ่ในทุกวันนี้

แต่ไม่ว่ามู่จวินเซิ่งจะดึงอีกฝ่ายอย่างไร เจ้าตัวก็ไม่ยอมลุกขึ้น เขายังคงยืนกรานที่จะคุกเข่าอยู่บนพื้นและพูดจนจบ

เด็กหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งร่วมกับมู่หรงถิง นี่เป็นการทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

“กุนซือมู่หรง เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมถึงมีทหารไม่คุ้นหน้ามากมายในกองทัพของเรา ปีนี้สิ้นสุดการรับสมัครทหารใหม่แล้วไม่ใช่หรือ?”

“แล้วแม่ทัพจ้าวอยู่ที่ไหน ตั้งแต่ข้ากลับมาข้ายังไม่เห็นหน้าแม่ทัพจ้าวเลย”

“ท่านรองแม่ทัพฉิน… แม่ทัพจ้าวถูกคนของแคว้นหนานซวนจับตัวไป” มู่หรงถิงปาดน้ำตา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กัดฟันกล้ำกลืนความอับอายและพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง

“อะไรนะ!?” มู่จวินเซิ่งตกใจมาก “ท่านกำลังจะบอกว่าแม่ทัพจ้าว… เป็นไปไม่ได้! แม่ทัพจ้าวเป็นคนที่มีวรยุทธสูงมาก ครั้งหนึ่งเขาเคยต่อสู้กับคนของแคว้นหนานซวนในทะเลทรายเป็นเวลา 7 วัน 7 คืนเพียงลำพัง เขาจะถูกจับตัวไปได้อย่างไร…”

“เป็นเรื่องจริง!” มู่หรงถิงปาดน้ำตาตัวเองลวก ๆ เขาติดตามแม่ทัพจ้าวมานานหลายปีและได้เห็นความกล้าหาญของอีกฝ่ายมานับไม่ถ้วน มันเป็นเรื่องปกติที่เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนผู้นั้นจะถูกจับตัวไป แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาได้เห็นมันกับตาตัวเองเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เขาเลือกใช้คำว่า ‘ถูกจับตัวไป’ นับว่าเป็นคำพูดที่เบาลงแล้ว

“นับตั้งแต่ท่านออกจากค่ายทหารไปไม่กี่วันหลังจากนั้น เมืองชายแดนก็ไม่สงบสุขอีกต่อไป ในเมืองเกิดเหตุการณ์เด็กหายตัวไปทีละคน ท่านเจ้าเมืองก็ไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ดังนั้นชาวบ้านจึงมาขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพจ้าว”

“ท่านก็รู้นิสัยของแม่ทัพจ้าวเป็นอย่างดี เขารักประชาชนทุกคนในเมืองเหมือนลูกเหมือนหลานของตนเอง”

“เขาจะทนนิ่งเฉยมองพ่อแม่ที่ต้องมาสูญเสียลูกไปเฉย ๆ ได้อย่างไรกัน”

“ดังนั้นเขาจึงพาคนไปตามหาเบาะแส”

“เมื่อ 3 วันก่อน แม่ทัพจ้าวค้นพบเบาะแสแล้วว่าเด็กพวกนี้ถูกคนของแคว้นหนานซวนจับตัวไป ดังนั้นเขาจึงให้ข้าและพลทหาร 100 นายมุ่งหน้าไปยังที่ซ่อนตัวของชาวหนานซวน”

“แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเรื่องขึ้น…”

“ในตอนแรก เราสังเกตเห็นว่าคนของแคว้นหนานซวนเหมือนไม่ได้ระวังตัว พวกมันพยายามวิ่งหนีไปเหมือนแมลงวันไร้หัว”

“แต่ต่อมาสถานการณ์ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จู่ ๆ ก็มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับแม่ทัพจ้าว”

มู่จวินเซิ่งที่ได้ฟังเริ่มรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีในใจ เขากำหมัดแน่นในขณะที่เอ่ยปากถามออกไปว่า “ท่านหมายความว่าเช่นไร มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ?”

“แม่ทัพจ้าวเริ่มโจมตีคนของเราเอง” มู่หรงถิงหลับตาลงแล้วกัดฟันพูดออกมาอย่างยากลำบาก “ทหารม้าครึ่งหนึ่งของเราที่ติดตามไปด้วยในวันนั้นได้รับบาดเจ็บ ทุกคนได้รับบาดเจ็บพร้อมแม่ทัพจ้าว”

“ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ยังต้องนอนพักอยู่ในกระโจมหมอ”

เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก แล้วเขาก็นึกถึงคนที่ติดพิษในจวนตระกูลจินขึ้นมาทันที

“ในตอนที่แม่ทัพจ้าวโจมตีคนของเราเอง ท่านสังเกตเห็นอะไรที่ผิดปกติไปหรือไม่?”

จากนั้นเขาก็เล่าถึงอาการของคนที่ถูกวางยาพิษในจวนตระกูลจินให้อีกฝ่ายฟัง “เขาเป็นเช่นนี้หรือไม่?”

กุนซือมู่หรงเหม่อมองคนพูดแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพมีอาการเหมือนที่ท่านพูดจริง ๆ แต่มันก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว รองแม่ทัพฉินรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เรามาพูดถึงเรื่องตอนนี้ก่อน” มู่จวินเซิ่งบอกปัดด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง “แล้วจากนั้นเกิดอะไรขึ้นอีก แม่ทัพจ้าวถูกคนของแคว้นหนานซวนจับตัวไปหรือไม่?”

มู่หรงถิงพยักหน้าแล้วก็ส่ายหัว “ต่อมา คนของเราไม่สามารถเอาชนะแม่ทัพจ้าวได้ จึงได้พากันถอยทัพและทันทีที่คนของแคว้นหนานซวนหนีไป ข้าก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ”

“จากนั้น… แม่ทัพจ้าวก็ติดตามคนของแคว้นหนานซวนขึ้นม้าไป”

“ตอนนั้นข้าเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ข้าพยายามไล่ตามเขาไปได้ไม่กี่ 10 ลี้ก่อนที่จะหมดแรงแล้วสลบไป”

“พอตื่นขึ้นมาอีกทีข้าก็กลับมาที่ค่ายทหารแล้ว”

“เรื่องนี้มีผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นข้าจึงแอบเรียกนายกองหลายคนมาเพื่อหารือว่าจะรับมือเช่นไรดีโดยอ้างว่าแม่ทัพจ้าวถูกจับตัวไป”

“สุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกชั่วคราว”

“สำหรับทหารหน้าใหม่ที่ท่านพูดถึง พวกเขาเป็นทหารใหม่ที่เข้ามาแทนที่ทหาร 100 นายที่เราสูญเสียไป”

“รองแม่ทัพฉิน แม่ทัพจ้าวสั่งสอนท่านเพื่อให้ท่านเป็นผู้สืบทอดตั้งแต่ที่เขามีชีวิตอยู่ ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าเราควรทำอย่างไรกันดี?”

จบบทที่ บทที่ 193: มีเรื่องเกิดขึ้นกับแม่ทัพจ้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว