เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 191: ความไม่เข้ากัน

บทที่ 191: ความไม่เข้ากัน

บทที่ 191: ความไม่เข้ากัน


“มู่ไป๋ไป่ เรื่องเอาเปรียบข้านี่เจ้าเก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ!” เจ้าส้มยกอุ้งเท้าใหญ่ตบใส่ประตูให้เปิดออก ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเอือมระอา

“เจ้าส้มกลับมาแล้ว!” คนตัวเล็กที่กินของว่างจนอิ่มแล้วกำลังแกะเมล็ดแตงโมคั่วกับหลัวเซียวเซียวเพื่อคลายความเบื่อหน่าย เมื่อเธอเห็นแมวอ้วนเดินเข้ามา เธอก็รีบโยนเมล็ดแตงโมในมือทิ้งและเข้าไปทักทายมันอย่างมีความสุข “นี่เจ้าส้ม อย่าพูดแบบนั้นสิ”

“ข้าเลี้ยงเจ้าอยู่ทุกวัน ขอใช้งานเจ้าแค่วันเดียวไม่ได้เชียวหรือ?”

“เถอะน้า~ เจ้าส้มที่รัก บอกข้าทีว่าพวกท่านพี่รัชทายาทคุยอะไรกันบ้าง”

แมวตัวโตเหลือบมองคนพูดก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะแล้วนั่งเชิดหน้าอยู่บนนั้น

มู่ไป๋ไป่ไม่รอช้ายื่นของว่างให้มันทันที จากนั้นก็เทชาใส่ถ้วยให้มัน 1 ถ้วย

แล้วเจ้าส้มก็พูดด้วยความพึงพอใจว่า “เช่นนี้ค่อยคุยกันได้หน่อย ข้าจะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ จวนตระกูลจินโชคร้ายที่มีขนาดเท่ากับจวนแม่ทัพ…”

หลังจากเล่าสิ่งที่มันได้ยินกลุ่มคนคุยกันข้างล่างจนหมดแล้ว เจ้าแมวอ้วนก็กินขนมในมือลงไปในคำเดียวและเลียชาที่มู่ไป๋ไป่เทให้

“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้องค์รัชทายาทได้สั่งให้คนปิดล้อมจวนแม่ทัพเอาไว้และไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้านใน”

“จากนั้นเซียวถังอี้ก็สงสัยว่าคนที่ถูกพิษเป็นสมาชิกในครอบครัวของแม่ทัพจ้าว ดังนั้นเขาจึงให้องค์รัชทายาทส่งคนไปค้นหาพวกเขาที่นอกเมือง”

“นอกเมือง?” มู่ไป๋ไป่ลูบคางตัวเองแล้วถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “ทำไมต้องเป็นนอกเมือง ในเมื่อคนที่ถูกพิษจะไม่รู้สึกตัว ทำไมพวกเขาถึงไม่ซ่อนตัวอยู่ในเมือง?”

“อ๋อ ข้ารู้แล้ว!”

“สัตว์ประหลาดจะโจมตีทุกคนที่พบ”

“หากพวกเขายังอยู่ในเมือง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจะต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในเมืองชายแดน”

“เซียวถังอี้เลยคาดเดาว่าพวกเขาน่าจะกำลังซ่อนตัวอยู่นอกเมือง!”

สมกับเป็นเจ้าสัตว์ประหลาดจริง ๆ สมองของเขาทำงานเร็วมาก

“อย่างนี้นี่เอง” หลัวเซียวเซียวพยักหน้าพลางครุ่นคิด “องค์หญิงหก พระองค์ฉลาดมากเพคะ เรื่องเช่นนี้พระองค์ก็ยังเข้าใจได้”

มู่ไป๋ไป่เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “แน่นอน!”

“แมลงกู่พวกนั้นน่ากลัวจริง ๆ” หลัวเซียวเซียวถอนหายใจอย่างเป็นกังวล “แม้แต่คนอย่างนักดาบหิรัณย์ที่ต่อสู้เก่ง ๆ ก็ยังต้องตายไปพร้อมกับพวกมัน”

“องค์หญิง พระองค์บอกว่าหากอีกฝ่ายใช้แมลงกู่ในระหว่างสงคราม มันจะกลายเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายสำหรับแคว้นเป่ยหลงของเราไม่ใช่หรือเพคะ?”

มู่ไป๋ไป่มีสีหน้าเคร่งขรึม “แท้จริงแล้ว… แมลงกู่พวกนี้เป็นสิ่งที่คนพวกนั้นซ่อนเอาไว้เบื้องหลังสินะ”

คงไม่ต้องพูดถึงจุดประสงค์ที่แคว้นหนานซวนสร้างแมลงกู่ประเภทนี้ขึ้นมา ด้วยสถานการณ์ที่ตึงเครียดในปัจจุบันระหว่างแคว้นหนานซวนกับเป่ยหลง ไม่แน่ว่าสงครามจะปะทุขึ้นในเร็ววัน

ในช่วงเวลานี้ เธอยังได้ยินมู่จวินฝานกับเซียวถังอี้พูดคุยเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับแคว้นหนานซวน

คนของแคว้นหนานซวนมีไหวพริบ หากพวกเขาแพ้ให้กับเป่ยหลง พวกเขาคงจะจนตรอกและวางยาพิษใส่ทหาร หากเป็นเช่นนั้นจะต้องเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเป็นแน่

และมีแนวโน้มว่าชาวบ้านตาดำ ๆ ก็จะโดนหางเลขไปด้วย

เรื่องนี้จะต้องหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด

“เจ้าส้ม เจ้าส้ม!” มู่ไป๋ไป่รีบหันไปสะกิดเรียกแมวอ้วนที่มุดหน้าเข้าไปในจานขนม “ข้าจะควบคุมแมลงกู่นั้นได้หรือไม่?”

ทันใดนั้นเธอก็เกิดความคิดนี้ขึ้นมาในหัว ปัจจุบันเธอเป็นถึงจ้าวอสูรที่สามารถทำให้สัตว์ทุกตัวเชื่อฟังคำสั่งเธอได้

แมลงกู่พวกนั้นก็ถือว่าเป็นสัตว์เช่นกัน!

นั่นหมายความว่าเธอจะสามารถควบคุมแมลงกู่พวกนั้นได้ไม่ใช่หรือ?

“หา?” เจ้าส้มเงยหน้าจากจานขนมอย่างไม่เต็มใจ มันคิดอยู่พักหนึ่งแล้วส่ายหัวตอบ “ข้าไม่รู้ว่ามนุษย์อย่างพวกเจ้าเรียกกู่ว่าอะไร”

“แต่มันฟังดูเหมือนเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่ใช้ควบคุมคนอื่นได้ แบบนั้นเจ้าอาจจะสั่งการมันได้”

“แต่ถ้าสัตว์ประเภทนี้เชื่อฟังเพียงเจ้านายของตัวเองเท่านั้น คำสั่งของเจ้าคงจะไม่ได้ผล”

“แม้แต่ชีวิตตัวเองก็อยู่ในกำมือของผู้เป็นนาย…” มู่ไป๋ไป่พึมพำกับตัวเอง แม้เธอจะไม่รู้ว่าแมลงกู่ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร แต่เธอก็รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นประเภทที่ 2 ที่เจ้าส้มกล่าวถึง

“องค์หญิง พระองค์ไม่ต้องกังวลมากนักหรอกเพคะ” หลัวเซียวเซียวฟังคำพูดของมู่ไป๋ไป่และคาดเดาการสนทนาระหว่างอีกฝ่ายกับแมวส้มได้คร่าว ๆ นางจึงเอ่ยปากปลอบโยนองค์หญิงหก “ท่านอ๋องส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องการใช้แมลงกู่ที่หนานเจียงแล้วไม่ใช่หรือเพคะ?”

“ท่านอ๋องทรงปรีชายิ่งนัก หากเราตามหาคนที่ใช้วิชาแมลงกู่ได้แล้ว ปัญหานี้ก็จะหมดไปไม่ใช่หรือเพคะ?”

“นอกจากนี้หมอเทวดาเจียงก็ยังอยู่ที่นี่”

“ใช่แล้ว!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกาย แต่เธอกับหลัวเซียวเซียวก็ไม่สามารถหยุดความคิดของตัวเองได้

เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ลางสังหรณ์มักจะร้องเตือนเธอว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

เซียวถังอี้ที่ส่งคนไปยังหนานเจียงเพื่อค้นหาผู้ใช้แมลงกู่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากแคว้นหนานซวนลงมือก่อนที่จะตามหาบุคคลนั้นพบ?

แล้วพวกเธอจะทำเช่นไร?

“เซียวเซียว ไปเอาพู่กันกับกระดาษและหมึกมาให้ข้า!” มู่ไป๋ไป่พูดขึ้นพร้อมกับโบกมือเล็ก ๆ “ข้าอยากจะเขียนจดหมายถึงว่าที่อาจารย์ของข้าสักหน่อย!”

เจียงเหยาเป็นหมอเทวดาอันดับ 1 ในใต้หล้า แม้ว่านางจะไม่สามารถขจัดพิษได้ แต่นางต้องรู้อะไรบางอย่างอยู่บ้าง

อย่างน้อยเธอควรสอบถามนางเอาไว้ก่อน ยามที่คับขันจะได้มีตัวช่วย

ยิ่งคิดเรื่องนี้เด็กหญิงก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองฉลาดมากขึ้นเท่านั้น

“นี่เพคะ!” หลัวเซียวเซียวเดินออกไปสักพัก แล้วก็กลับมาพร้อมพู่กัน, หมึก, กระดาษ และที่ฝนหมึก

จากนั้นนางก็ยืนมององค์หญิงหกเขียนจดหมายด้วยลายมือที่คดเคี้ยว

“เจ้าส้ม พวกสิงโตและสัตว์ตัวอื่น ๆ ยังอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่สะบัดกระดาษให้น้ำหมึกแห้งก่อนจะม้วนเก็บลงในกระบอกไม้ไผ่

“พวกเขาอยู่ใกล้ ๆ เนี่ยแหละ” แมวอ้วนตอบขณะกลิ้งตัวอยู่บนโต๊ะ “เจ้าคิดจะทำอะไร เจ้าอยากให้ข้าส่งจดหมายนี้ให้พวกเขาหรือไม่?”

“ทำแบบนั้นคงไม่ได้”

“หากมีสัตว์ป่าตัวใดตัวหนึ่งปรากฏตัวที่เมือง ข้าคิดว่ามันคงทำให้คนกลัวจนตายไปเสียก่อน”

มู่ไป๋ไป่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เธอก็ไม่อาจบอกให้ท่านพี่รัชทายาทรู้เรื่องนี้ได้เช่นกัน หากพี่ชายของเธอรู้เข้า เขาคงจะสงสัยว่าเธอรู้เรื่องที่พวกเขาคุยกันที่ห้องโถงได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่เธอเดินขึ้นมาชั้นบนแล้ว

หลังจากเด็กหญิงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เจ้าสัตว์ประหลาดก็เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เธอสามารถขอความช่วยเหลือได้

มู่ไป๋ไป่ตบแก้มเรียกกำลังใจก่อนจะออกจากห้องเดินไปหาเซียวถังอี้

“เสด็จอาเล็ก!” คนตัวเล็กลูบหน้าตัวเองก่อนจะยิ้มอย่างไร้เดียงสา จากนั้นก็ทำการเคาะประตู “เสด็จอาเล็ก! ท่านอยู่หรือไม่ ไป๋ไป่ต้องการความช่วยเหลือจากท่าน!”

เธอคอยอยู่นานแต่คนข้างในก็ไม่ตอบสนอง เธอจึงขมวดคิ้วและเขย่งเท้าเตรียมจะออกแรงเคาะประตูมากขึ้น

แต่แล้วประตูก็เปิดออกจากด้านในอย่างกะทันหัน

มู่ไป๋ไป่ที่ยั้งตัวเองไว้ไม่ทันก็ซวนเซเล็กน้อย แล้วลงไปกองกับพื้นในท่าคล้ายกับกำลังคุกเข่าคำนับ

“...” เซียวถังอี้มองดูเจ้าตัวเล็กที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าตน ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเงียบ ๆ “องค์หญิงหกช่างมีมารยาทยิ่งนัก”

เด็กหญิงรีบลุกขึ้นจากพื้นด้วยความโกรธและจ้องคนตรงหน้าเขม็งทั้งที่หน้าผากเปลี่ยนเป็นสีแดง “ใครคำนับให้ท่านกัน!”

“ทำไมท่านไม่ส่งเสียงอะไรก่อนที่จะเปิดประตูล่ะ?”

“ถ้าข้าเป็นอะไรไป ท่านจะชดใช้ไหวหรือไม่?”

เธอโกรธมาก!

เธอกับเจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้ไม่มีวันเข้ากันได้จริง ๆ!

“เจ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไร?” เซียวถังอี้ไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าตัวเล็ก เขาจึงไม่ได้สนใจท่าทีของนาง

มู่ไป๋ไป่เดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปหาเขาแล้วยื่นกระบอกไม้ไผ่ที่ตนใส่จดหมายให้กับคนตัวสูงกว่า “นี่ ท่านช่วยส่งจดหมายนี้ไปให้ว่าที่อาจารย์ของข้าได้หรือไม่?”

“ส่งให้เจียงเหยาหรือ?” เซียวถังอี้รับกระบอกไม้ไผ่มาถือไว้ระหว่าง 2 นิ้ว ก่อนจะยกมันขึ้นมาดูต่อหน้า “ทำไมเจ้าถึงต้องส่งจดหมายหาเจียงเหยา?”

จบบทที่ บทที่ 191: ความไม่เข้ากัน

คัดลอกลิงก์แล้ว