เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 190: ตระกูลจินผู้บริสุทธิ์

บทที่ 190: ตระกูลจินผู้บริสุทธิ์

บทที่ 190: ตระกูลจินผู้บริสุทธิ์


บนชั้น 2 ของโรงเตี๊ยม หลังจากที่มู่ไป๋ไป่ปิดประตูห้อง เธอก็กระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้ยาวแล้วหยิบขนมออกมากินอย่างสบายอารมณ์

หลัวเซียวเซียวได้แต่มององค์หญิงหกอย่างสงสัย และอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “องค์หญิง พระองค์ไม่อยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนแม่ทัพหรือเพคะ?”

นางคิดว่าตามนิสัยของมู่ไป๋ไป่ นางจะต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแอบฟังแน่นอน

แต่พอเอาเข้าจริงนางกลับเดินขึ้นมาด้านบนอย่างว่าง่าย ซ้ำยังทำตัวดีมากไม่ไปแอบฟังอีกด้วย

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” มู่ไป๋ไป่หยิบขนมชิ้นหนึ่งส่งให้สหายตัวน้อย จากนั้นก็กวักมือเรียกให้อีกฝ่ายมานั่งกินด้วยกัน ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปฏิเสธ

หลังจากที่หลัวเซียวเซียวหยิบขนมมากัดกิน 2-3 คำ นางก็อดพูดไม่ได้ว่า “ถ้าเช่นนั้นเรานั่งรออยู่ที่นี่ก็ดีแล้วเพคะ เซียวเซียวเห็นว่าองค์รัชทายาททำเหมือนกับว่าไม่ต้องการให้องค์หญิงรู้…”

“เจ้าอย่ากังวลไปเลย” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มมีเลศนัย “ข้ามีวิธีของข้าเอง เจ้านั่งลงแล้วกินขนมจิบชาอยู่เงียบ ๆ เถอะ เดี๋ยวอีกไม่นานเราก็จะได้รู้แล้ว”

พอหลัวเซียวเซียวเห็นท่าทางมั่นใจขององค์หญิงหก นางก็รู้ว่าตนนั้นกังวลไปโดยเปล่าประโยชน์เสียแล้ว

ที่ชั้นล่าง

เซียวถังอี้เหมาโรงเตี๊ยมทั้งหลังเอาไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นเขาจึงสั่งให้คนปิดประตูโรงเตี๊ยมกับให้เถ้าแก่ออกไปโดยตรง

เมื่อเถ้าแก่โรงเตี๊ยมรู้ว่าตัวตนของแขกกลุ่มนี้ไม่ได้ตื้นเขิน เขาก็ไม่กล้ายุ่งกับพวกเขา เขาจึงรีบถอยหลบออกไปและปล่อยพื้นที่ห้องโถงทั้งหมดให้แขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย

“จวินฝาน เจ้าพบอะไรในจวนแม่ทัพใช่หรือไม่?” เซียวถังอี้เหลือบมองแมวสีส้มตัวใหญ่ที่กำลังนอนอยู่ด้านข้าง ก่อนจะถามขึ้นมา

“พ่ะย่ะค่ะ” มู่จวินฝานพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม “อย่างที่เจี่ยอีบอกไปตอนแรก ภายในจวนแม่ทัพมีแต่ศพ เมื่อตรวจดูบาดแผลแล้ว คนพวกนั้นน่าจะถูกคนที่ติดพิษกัดตาย”

“พวกเขาทั้งหมดเลยหรือ?” จินซือหยางผ่อนลมหายใจและดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในขณะที่เขาคิดถึงการตายของท่านพ่อ “คนของแคว้นหนานซวนพวกนั้นกำลังวางแผนทำอะไรอยู่กันแน่?”

“ตอนแรกคนพวกนั้นวางยาพิษในจวนตระกูลจินของข้า แล้วตอนนี้ยังเป็นจวนแม่ทัพอีก”

“เรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนตระกูลจินเป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น” เซียวถังอี้แตะปลายนิ้วบนโต๊ะเป็นจังหวะแล้วค่อย ๆ วิเคราะห์ออกมาอย่างช้า ๆ

“เสด็จอา พระองค์หมายความว่าอย่างไร?” มู่จวินฝานยืดตัวนั่งตรงขณะมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางถ่อมตน “พระองค์มองออกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ถูกต้อง” เซียวถังอี้คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้า “เมื่อครู่ข้าถามเถ้าแก่เกี่ยวกับจวนแม่ทัพ เมื่อกลางดึกของ 5 วันก่อน มีเสียงกรีดร้องระงมดังมาจากภายในจวนแม่ทัพ”

เดิมทีองค์รัชทายาทก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะสอบถามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเกี่ยวกับสถานการณ์เบื้องต้น

เขาไม่คาดคิดว่าเสด็จอาจะลงมือก่อนแล้ว

เซียวถังอี้ยังบอกว่าในคืนนั้นตอนที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมีเสียงร้องโวยวายดังมาก ทำให้หลายคนในเมืองชายแดนรู้เรื่องนี้ ดังนั้นเรื่องดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นความลับอะไร

“5 วันที่แล้ว!?” จินซือหยางผุดลุกขึ้นยืน “วันนั้นเป็นวันที่จัดงานฉลองวันเกิดท่านพ่อของข้าไม่ใช่หรือ? สถานที่ทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ห่างไกลกัน แต่กลับเกิดเหตุการณ์เดียวกัน…”

“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” อวี้ฉีกล่าวต่อ “นี่ท่านอ๋อง ทำไมท่านถึงบอกว่าจวนตระกูลจินเป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น?”

“เนื่องจากทั้ง 2 สถานที่ถูกวางยาพิษในเวลาเดียวกัน มันไม่ควรเป็นเพียงแค่การทดสอบหรือไม่?”

“เพราะตระกูลจินไม่ได้มีความหมายอะไร” เซียวถังอี้เงยหน้าขึ้น ดวงตาดั่งเหยี่ยวของเขามีประกายแสงเย็นจาง ๆ “ข้าสั่งให้คนไปตรวจสอบนักดาบหิรัณย์ เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงในยุทธภพ และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับแคว้นหนานซวน ทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างกัน”

“แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงเลือกตระกูลจินของพวกเราแทนที่จะเป็นที่อื่น!” จินซือหยางกัดฟันแน่น แม้แต่ตอนนี้ยามที่เขาหลับตาลง เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพพ่อของตัวเองที่ถูกฝังอยู่ในทะเลเพลิง

“เพราะจวนตระกูลจินกับจวนแม่ทัพมีขนาดใกล้เคียงกัน” เซียวถังอี้หยิบภาพวาดออกมาจากอกเสื้อ “จวนตระกูลจินนั้นคล้ายกับจวนแม่ทัพมากในแง่ของแผนผังสิ่งก่อสร้างรวมถึงจำนวนคนรับใช้”

เขาคิดถึงเรื่องนี้ในตอนที่เขามองดูมู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวเล่นกัน

พอเด็กหนุ่มนึกถึงเจ้าตัวเล็กคนนั้น เขาก็เม้มปากเข้าหากัน

“ดังนั้นท่านอ๋องจึงสรุปว่าพวกมันใช้จวนตระกูลจินเป็นแบบจำลองของจวนแม่ทัพ” อวี้ฉีขมวดคิ้วถามต่อว่า “แล้วท่านจะอธิบายได้อย่างไรว่าเหตุใดทั้ง 2 แห่งถึงเกิดเรื่องในเวลาเดียวกัน”

“ถ้าจวนตระกูลจินเป็นเป้าหมายในการทดสอบ เรื่องที่เกิดในจวนแม่ทัพควรจะช้ากว่าในจวนตระกูลจิน”

“นอกจากนี้อย่างเร็วที่สุดเราต้องใช้เวลา 3 วันในการเดินทางจากเมืองชิงหยางมายังเมืองชายแดน”

“ท่านพูดถูก” มู่จวินฝานคิดอยู่ครู่หนึ่งและเห็นด้วยกับคำพูดของอวี้ฉี “แต่ท่านมองข้ามจุดหนึ่งไป การเดินทางด้วยม้าเร็วต้องใช้เวลา 3 วัน แต่หากใช้นกพิราบสื่อสาร เราไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนั้น”

ดวงตาของชายหนุ่มมืดลงทันที “สิ่งที่องค์รัชทายาทจะบอกก็คือคนของแคว้นหนานซวนจับตาดูจวนตระกูลจินเอาไว้ หลังจากยืนยันได้แล้วว่าคนเหล่านั้นถูกวางยาพิษ พวกมันก็ส่งข่าวให้กับคนที่รออยู่ที่เมืองชายแดน จากนั้นก็สั่งให้คนของที่นี่โจมตีจวนแม่ทัพ”

“น่าจะเป็นเช่นนั้น” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ

เซียวถังอี้ก็พยักหน้าชื่นชมอีกฝ่ายเช่นกัน “มันอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่มีเพียงคนที่วางยาพิษเท่านั้นที่รู้เรื่องจริง”

“มันเป็นเพียงแค่…” จินซือหยางกำหมัดแน่นขณะเค้นเสียงลอดไรฟัน “แค่ฝึกซ้อมเท่านั้น แต่นั่นได้เอาชีวิตท่านพ่อของข้าไป!”

เขายึดถือพ่อของเขาเป็นต้นแบบมาทั้งชีวิต แต่สุดท้ายแล้วคนที่มีคุณธรรมเช่นนี้กลับต้องมาตายลงในเหตุการณ์ที่ไร้เหตุผล

อวี้ฉีเหลือบมองจินซือหยางและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “เฮอะ! ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี นี่ เจ้ามากับข้า เราไปหาที่ดื่มกันเถอะ”

“ท่านอาจารย์?” เด็กหนุ่มเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัยว่าเหตุใดจู่ ๆ เขาถึงอยากดื่มขึ้นมา

“ข้าบอกให้เจ้ามากับข้าก็รีบมาสิ จะมัวชักช้าอยู่ไย” อวี้ฉีคว้าตัวจินซือหยางขึ้นมาก่อนจะลากออกไปโดยที่ไม่ได้คำนับให้กับองค์รัชทายาทหรือท่านอ๋องด้วยซ้ำ

“เฮ้อ เรื่องนี้คงจะโหดร้ายเกินไปสำหรับคุณชายจินจริง ๆ” มู่จวินฝานกล่าวพลางถอนหายใจเบา ๆ

เซียวถังอี้ที่ดื่มสุราจนหมดไหแล้วพูดขึ้นมาว่า “ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนคาดเดาไม่ได้”

“เสด็จอา จริง ๆ แล้วกระหม่อมพบเรื่องแปลกประหลาดด้วยพ่ะย่ะค่ะ” จู่ ๆ มู่จวินฝานก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกอย่างได้ “นั่นก็คือศพพวกนั้นไม่มีสมาชิกในครอบครัวของแม่ทัพจ้าวอยู่เลย”

“ผู้เสียชีวิตล้วนแต่เป็นคนรับใช้ในจวนแม่ทัพ”

“ตอนนี้กระหม่อมได้สั่งให้คนล้อมจวนเอาไว้และรอให้จวินเซิ่งกลับมาก่อนจะวางแผนจัดการเรื่องนี้ต่อไป”

“เจ้าทำได้ดีมาก” เซียวถังอี้พยักหน้าและเอ่ยปากชื่นชม “แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำ เจ้าต้องให้ใครสักคนเดินทางออกนอกเมืองเพื่อไปค้นหาครอบครัวของแม่ทัพจ้าว”

“โดยเฉพาะบนภูเขาและป่าที่อยู่ใกล้เคียง”

“พวกเขาอาจจะถูกวางยาพิษจนเสียสติไปแล้ว ให้คนของเจ้าระวังตัวให้ดีด้วย”

สีหน้าของมู่จวินฝานดูหนักอึ้งขึ้นทันที “เสด็จอา พระองค์คิดว่าคนที่ถูกวางยาพิษในจวนแม่ทัพอาจจะเป็นคนในครอบครัวของแม่ทัพจ้าวเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ดวงตาของเซียวถังอี้หรี่ลงเล็กน้อย ในขณะที่หน้ากากบดบังสีหน้าของเขา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นความคิดของเจ้าตัวได้ “ข้าแค่คาดเดาเท่านั้น เจ้าลองส่งคนไปค้นหาดูก่อน ถ้าเราหาไม่เจอ อย่างน้อยเราก็ตัดปัจจัยไปได้เรื่องหนึ่ง”

มู่จวินฝานคิดอยู่พักหนึ่งแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เสด็จอาพูดนั้นมีเหตุผล เขาจึงสั่งให้องครักษ์เงาลงมือทันทีโดยไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ฟังจนละเอียด

ทางด้านเจ้าส้มที่อยู่ด้านข้างเห็นว่างานดักฟังของมันใกล้เสร็จแล้ว มันก็เดินขึ้นไปชั้น 2 ช้า ๆ อย่างเกียจคร้าน

จบบทที่ บทที่ 190: ตระกูลจินผู้บริสุทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว