เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 167: สัตว์ประหลาดตัวจริง

บทที่ 167: สัตว์ประหลาดตัวจริง

บทที่ 167: สัตว์ประหลาดตัวจริง


อวี้เซิ่งชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะลอบถอนหายใจ “ตกลง ข้าจะรีบไป แต่คุณหนูต้องจำสิ่งที่ท่านพูดด้วย ท่านต้องซ่อนตัวให้ดี อย่าทำอะไรโดยพลการ ข้าจะรีบกลับมา”

หลังจากมู่ไป๋ไป่ได้เห็นเขาตกปากรับคำ เธอก็รู้สึกวางใจ ในขณะที่เธอพยักหน้าและบอกเขาว่าอย่ามัวชักช้าให้รีบไป

นักฆ่าหนุ่มเหลือบมองไปทางห้องครัวอย่างเป็นกังวลก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ลานบ้านด้านหน้า

“คุณหนู คนที่อยู่ข้างใน… ดูเหมือนจะเงียบไปกันหมดแล้ว” หลัวเซียวเซียวดึงมีดสั้นประจำกายของตัวเองออกมา แม้ว่านางจะรู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน แต่นางก็ยังพยายามยืนขวางมู่ไป๋ไป่เอาไว้ข้างหลังอย่างกล้าหาญ “หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จื่อเฟิงท่านพาคุณหนูหลบออกไปก่อน ข้าจะคอยระวังหลังเอง”

นางเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด แต่มันไม่สำคัญว่านางจะเป็นหรือตาย ตราบใดที่นางสามารถยื้อเวลาให้องค์หญิงหกได้หนีไปไกลมากขึ้น เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

“เราต้องไปด้วยกัน!” มู่ไป๋ไป่เขกหัวหลัวเซียวเซียวเบา ๆ “ถ้าจะหนี เราก็จะหนีไปด้วยกัน ข้าไม่เป็นไรหรอก”

“นี่เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าเพิ่งพูดกับอวี้เซิ่งไปหรือ?”

คนตัวเล็กค่อย ๆ เดินลัดเลาะไปอีกฝั่ง ก่อนจะเจอหินที่สามารถใช้ปีนขึ้นไปมองเหตุการณ์ในห้องครัวได้ และยังเหมาะที่จะเป็นที่ซ่อน ดังนั้นเธอจึงรีบคว้ามือหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงไปซ่อนตัวที่นั่นทันที

หินประดับนี้อยู่ใกล้กับห้องครัวมากกว่าจุดที่พวกเธอเคยหลบอยู่ ทำให้มู่ไป๋ไป่สามารถมองเข้าไปภายในได้ชัดเจนกว่า

แล้วมันก็เป็นไปตามที่หลัวเซียวเซียวบอก ตอนนี้ในห้องครัวที่เคยมีเสียงกรีดร้องโวยวายไม่มีเสียงใด ๆ อีก และประตูห้องครัวก็ว่างเปล่าไม่เหลือใคร

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วสงสัยว่าคนมากมายที่พยายามหนีออกมาทางประตูหายไปไหน?

นอกจากนี้เธอก็ไม่เห็นว่าใครวิ่งออกมาได้ หรือว่าคนพวกนั้นไปหาที่ซ่อนเหมือนกับพวกเธอแล้ว?

ขณะที่เด็กหญิงกำลังคิด กลิ่นเลือดรุนแรงก็ค่อย ๆ กระจายออกมา

“แฮ่...”

“แฮ่ก ๆๆ แฮ่”

ไม่นานชายที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดก็ค่อย ๆ ก้าวออกมาจากประตูห้องครัว

ท่าทางการเดินของชายคนนั้นแปลกมาก ราวกับว่าขาและเท้าของเขาได้รับบาดเจ็บ ทำให้เขาเดินกะโผลกกะเผลกและร่างกายของเขาก็ดูคดเคี้ยวผิดรูปไปหมด

“คุณหนู ชายคนนั้นทำตัวแปลก ๆ” จื่อเฟิงลดเสียงกระซิบพูด “เขาไม่หายใจแล้วด้วย”

“อะไรนะ?” มู่ไป๋ไป่เบิกตากว้าง “เป็นไปได้อย่างไร เขายังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือ เขายังเดินได้ แต่เลือดสด ๆ ก็ยังไหลออกมาจากบาดแผล เขาจะไม่หายใจได้อย่างไร ท่านมองผิดไปหรือไม่?”

เด็กหนุ่มส่ายหัวขณะทำหน้าจริงจัง “เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางที่ข้าจะได้ยินผิดไปแน่นอน”

เด็กหญิงก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมาแล้วเช่นกัน อาจเป็นเพราะว่าจื่อเฟิงอยู่กับเจ้าตัวโตมานานเกินไป ประสาทสัมผัสทั้งการได้ยินและการดมกลิ่นของเขาจึงไวยิ่งกว่าคนทั่วไปมาก

ถ้าเขาบอกว่าคนคนนั้นไม่หายใจแล้ว แสดงว่าอีกฝ่ายหายใจเบามากเกินไปหรือไม่มีลมหายใจแล้วจริง ๆ

ต่อให้ชายคนนั้นจะไม่เหลือลมหายใจ แต่เขาก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ และแม้แต่บาดแผลบนร่างกายของเขาก็ยังมีเลือดออกอยู่อีก

นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนกัน?

“คุณหนู สัตว์ประหลาดตัวนั้นกำลังมุ่งหน้ามาหาเรา!” หลัวเซียวเซียวตัวสั่นสะท้านขณะจ้องมองไปยังทิศทางที่ตั้งของห้องครัว

“ใจเย็น ๆ” มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดมาก จึงพยายามสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว “เราอย่าได้เข้าไปยุ่งและดูก่อนว่าเขาคิดจะทำอะไร หากเขาต้องการจะโจมตีเรา ให้เราแยกกันหนีทันที”

“ไม่!” จื่อเฟิงส่ายหัวปฏิเสธทันควัน “เราต้องปกป้องคุณหนู!”

“ใช่!” หลัวเซียวเซียวพยักหน้าเห็นด้วย “คุณหนู เราต้องปกป้องท่าน เราไม่สามารถทิ้งท่านไว้ตามลำพังได้”

“ชิ!” มู่ไป๋ไป่เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา “ทำไมเจ้า 2 คนถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ ผู้ชายคนนั้นเป็นสัตว์ประหลาด ใครจะไปรู้ว่าถ้าเผลอไปแตะต้องเขาเข้า เราจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดแบบเขาหรือไม่?”

“ดังนั้นจงฟังข้า หากมีอันตรายให้รีบแยกกันหนี แล้วอย่าลืมรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ให้ดีด้วย”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกไม่พอใจ แต่องค์หญิงหกก็ได้ยื่นคำขาดไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงเชื่อฟังเท่านั้น

“แฮ่ ๆ” เสียงกระหายเลือดดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เด็กทั้ง 3 เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่ามู่ไป๋ไป่จะสงบใจลงได้มากตอนที่วิเคราะห์สถานการณ์ก่อนหน้านี้ แต่พอเธอเห็นสัตว์ประหลาดเดินมาทางพวกเธอจริง ๆ แล้วมันก็ยังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงทำให้เธอตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย

พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย!

สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือการดูหนังสยองขวัญ

ชายที่เนื้อตัวโชกเลือดตรงหน้าเธอนั้นดูเหมือนจะหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญอย่างไรอย่างนั้นเลย

ขณะนี้สัตว์ประหลาดได้มาหยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้าก้อนหินแล้ว ระหว่างที่ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ห่างกันประมาณ 10 ก้าว มันทำให้หัวใจที่สั่นไหวของมู่ไป๋ไป่เต้นรัวเร็วยิ่งกว่ากลองศึก

ถัดมา เธอหันไปมองหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิง พร้อมกับชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้ว จากนั้นก็ค่อย ๆ นับถอยหลังจนครบ

พอเธอกระซิบว่า “วิ่ง!” เด็กทั้ง 3 ก็รีบวิ่งกระจายตัวไปคนละทิศทางออกจากก้อนหินราวกับลูกศรพุ่งออกจากคันธนู

ดูเหมือนว่าสัตว์ประหลาดจะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มันจึงยืนชะงักอยู่ตรงนั้นแล้วค่อย ๆ ไล่ตามไปยังทิศทางที่มู่ไป๋ไป่วิ่งไป

เด็กหญิงรู้สึกว่าตนไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อน

ขณะนี้หน้าอกของเธออึดอัดมากจนแทบจะระเบิดออกมา และมีกลิ่นคาวเลือดค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาตามลำคอ

ถึงกระนั้น เธอก็ไม่กล้ามองย้อนกลับไป ตอนนี้แม้แต่จะมองทางก็ยังไม่มีเวลา ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแค่วิ่งพุ่งไปข้างหน้าต่อไป

ไม่รู้ว่าเธอโชคร้ายหรือไม่ แต่พอเธอวิ่งไปถึงสนามหญ้า จู่ ๆ ก็มีคนเดินออกมาจากตรงนั้น ทำให้เธอที่หยุดฝีเท้าไม่ทันชนเข้ากับอีกฝ่ายเต็มเปา

ปั้ก!

“อ๊ะ!”

“โอ๊ย มันเจ็บนะ! ใครมันเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเนี่ย?”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของคนทั้ง 2 ดังขึ้นพร้อมกัน แต่เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินเสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นเคย เธอก็ลอบถอนหายใจ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะหนีเสือปะจระเข้เข้าเสียแล้ว

“นี่เจ้า!” จินซือซือลูบบั้นท้ายตัวเองแล้วลุกขึ้นจากพื้น “เป็นเจ้าอีกแล้ว! ก่อนหน้านี้เจ้าทำให้ข้าล้มต่อหน้าคนอื่นที่ลานบ้าน แล้วตอนนี้เจ้ายังตั้งใจวิ่งชนข้าจนล้มอีก”

“ทำไมเจ้าถึงได้มีจิตใจชั่วร้ายเช่นนี้!”

“พี่สาว ยามที่คนเราจะกล่าวหาใครย่อมต้องมีหลักฐาน ท่านเข้าใจหรือไม่?” มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยท่าทางหมดคำพูด “เมื่อกี้ตอนที่อยู่ข้างนอก เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นท่านที่คิดจะผลักข้าให้ล้ม แต่สุดท้ายบาปนั้นก็คืนสนอง”

“นี่เจ้า!” จินซือซือเป็นคนที่ได้รับการประคบประหงมจากคนในจวนมาโดยตลอด แต่พอนางได้พบกับเด็กหญิงตัวเล็ก อีกทั้งยังถูกพูดต่อหน้าเช่นนี้ มันก็ยิ่งทำให้นางโมโหมาก

“ข้าทำไม?” มู่ไป๋ไป่เหลือบมองไปข้างหลังแล้วโบกมือให้อีกฝ่าย “ข้าไม่มีเวลามาเถียงกับท่านแล้ว อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน ตอนนี้มีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามาที่ห้องครัว ถ้าท่านไม่อยากตาย ก็ให้รีบหนีไปให้เร็วที่สุด!”

หลังจากพูดจบเธอก็ตั้งท่าจะเตรียมออกวิ่ง แต่ทันทีที่หันหลัง เธอก็ถูกสาวใช้ 2 คนขวางทางเสียก่อน

“คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ?!” จินซือซือตะคอกเสียงดุและสั่งให้สาวใช้ข้างกายไปขวางอีกฝ่ายไม่ให้หนีไปไหน “ขวางนางไว้! ตอนที่เราอยู่ที่หลังบ้านเมื่อกี้นี้ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คนดี ตอนนี้ยังจะมาเดินเตร่ไปทั่วจวนของเราอีก นี่เจ้าคิดจะขโมยของใช่หรือไม่?”

“จับนางแล้วพาตัวไปให้ท่านพ่อสอบปากคำ”

“ข้าไม่ได้ขโมยอะไรไป” มู่ไป๋ไป่ยิ้มเย็น “แต่ตระกูลจินของท่านวิเศษวิโสกว่าคนอื่นตรงไหน?”

เธอเป็นถึงองค์หญิงหกของแคว้นเป่ยหลง ร่างกายของเธอล้ำค่ายิ่งกว่าหยกหรือทองคำ ดังนั้นเธอจึงไม่ต่างจากสมบัติที่พบหาได้ยาก

“นี่ เจ้ายังจะปากแข็งอยู่อีก” จินซือซือกระทืบเท้าด้วยความโกรธ “พวกเจ้าจับนางเอาไว้ ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าตบปากแข็ง ๆ นี้สักที เจ้าจะยังกล้าดื้อด้านอยู่อีกหรือไม่!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: หนีเสือปะจระเข้จริง ๆ ไป๋ไป่จะเอาตัวรอดยังไงนะ

จบบทที่ บทที่ 167: สัตว์ประหลาดตัวจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว