เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 166: แอบสำรวจ

บทที่ 166: แอบสำรวจ

บทที่ 166: แอบสำรวจ


มู่ไป๋ไป่กะพริบตาก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงแขนเสื้อของมู่จวินฝานลง “ท่านพี่ ข้าไม่กลัว”

“ถึงเจ้าไม่กลัวก็ไม่ควรมองมัน” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จะได้ไม่ต้องเอาไปเก็บฝันร้ายตอนกลางคืน”

พอคนตัวเล็กรู้ว่าพี่ชายของตนกำลังพยายามปกป้องเธอมากเพียงใด เธอก็เลิกโต้แย้งและนั่งลงอยู่ด้านหลังอย่างเชื่อฟัง

ในเวลานี้คนของจวนตระกูลจินก็ได้ยินเสียงโวยวายเช่นกัน พวกเขาตกใจมากเมื่อเห็นร่างกายของชายคนนั้นเต็มไปด้วยเลือด แต่พวกเขาก็ยังเข้าไปพาตัวอีกฝ่ายหลบไปอีกด้าน

“คุณชายและคุณหนูทั้ง 2 พวกท่านไม่กลัวหรือขอรับ?” คนงานในจวนปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากแล้วโค้งคำนับให้แขกเป็นการขอโทษ “ข้าน้อยขออภัยจริง ๆ ที่รบกวนแขกทั้ง 2 ท่าน ข้าหวังว่าพวกท่านจะให้อภัยในความผิดพลาดนี้”

มู่จวินฝานค่อย ๆ ลดแขนเสื้อลงแล้วพยักหน้า “ไม่เป็นไร แค่มีคนมาตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดังก็เท่านั้น…”

“ฮ่า ๆ คนผู้นั้นวิ่งตะโกนโวยวายเสียงดังเสียจริง” พ่อบ้านรีบตอบ “คนคนนั้นมักจะเป็นบ้าเช่นนี้ เมื่อกี้นี้เขาวิ่งเข้าไปในห้องครัวแล้วถูกเลือดไก่หกใส่ทั้งตัว ก็เลยสติแตกขึ้นมา”

หลังจากกล่าวจบเขาก็รีบปลีกตัวออกไป

“เลือดไก่หรือ?” มู่ไป๋ไป่หรี่ตาลง “ท่านพี่ ทำไมข้ารู้สึกว่ามันไม่เหมือนเลือดไก่เลย?”

“มันไม่ใช่เลือดไก่จริง ๆ” สีหน้าของมู่จวินฝานเปลี่ยนเป็นเย็นชา “นั่นคือเลือดมนุษย์…”

เลือดมนุษย์… และยังในปริมาณมากด้วย ความน่าจะเป็นที่เจ้าของเลือดจะยังมีชีวิตอยู่นั้นน้อยมากจริง ๆ

“คนของร้านหย่งเซวียนที่เราต้องการสืบสวนอยู่ในครัวด้านหลัง และตอนนี้ในห้องครัวก็มีคนตายอีกครั้ง” เด็กหญิงพูดพร้อมกับเลิกคิ้วเรียว “ท่านพี่ จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ?”

“ข้า… ข้าจะพาเซียวเซียวไปแอบดูสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“พวกเรายังเป็นเด็ก คนในจวนตระกูลจินคงไม่จำเป็นต้องระวังพวกเรามากนัก”

“ไม่ได้” มู่จวินฝานปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม อย่างน้อยเจ้าต้องรอให้อวี้เซิ่งกลับมาและให้เขาคอยปกป้องเจ้าอยู่ใกล้ ๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะเป็นกังวล”

เมื่อก่อนเขาคิดว่าจวนตระกูลจินใสสะอาด เขาจึงยอมให้มู่ไป๋ไป่เข้ามาทำทุกอย่างที่ต้องการได้

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้น้องสาวตกอยู่ในอันตราย

“งือ…” เด็กน้อยเม้มปาก “ท่านพี่ เซียวเซียวกับจื่อเฟิงก็พอจะมีฝีมืออยู่บ้าง พวกเขาสามารถปกป้องข้าได้”

“นอกจากนี้ ข้าคิดว่าพ่อบ้านของจวนดูจะมีพิรุธ ถ้าข้าไม่รีบไปที่เกิดเหตุตอนนี้ เขาอาจจะทำลายหลักฐานทั้งหมดไปก่อน!”

มู่จวินฝานรู้สึกขบขันกับท่าทางของน้องสาว “ทำไมเจ้าถึงได้อยากรู้นัก ทำไมเจ้าไม่รอจนกว่าเจ้าจะโตแล้วขอให้ท่านพ่อส่งเจ้าไปทำงานที่ศาลต้าหลี่ เจ้าจะได้สืบสวนคดีทุกคน”

“ไม่เอา!” มู่ไป๋ไป่ปฏิเสธทันควันพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น “ข้าไม่อยากไปทำงานที่ศาลต้าหลี่ ในชีวิตนี้ข้าไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรมากนัก ข้าเพียงแค่อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกวันเพียงเท่านั้น”

เด็กหนุ่มมองดูรอยยิ้มไร้เดียงสาของเจ้าตัวเล็ก ในขณะที่หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่น “เอาเถอะ จากนี้ไปเจ้าสามารถทำทุกสิ่งที่ต้องการได้”

ในฐานะพี่ชาย เขาจะปกป้องน้องสาวสุดที่รักคนนี้และทำให้นางมีชีวิตอยู่อย่างไร้กังวลในทุกวัน

“คุณชาย!” อวี้เซิ่งรีบวิ่งเข้ามา “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ?”

เมื่อกี้เขาได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากที่ลานบ้าน เขาจึงกลับมาที่นี่ทันทีโดยไม่สนใจเรื่องของอวี้ฉีอีก

“อ๊ะ! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายยามที่เห็นนักฆ่าหนุ่ม “ไปเร็ว ท่านรีบตามข้าไปที่ห้องครัวเร็ว”

“ท่านจะไปทำอะไรที่ห้องครัว?” อวี้เซิ่งรู้สึกสับสน “เมื่อกี้ข้าได้ยินคนตะโกนว่ามีคนตายอย่างนั้นหรือ?”

“ถูกต้อง!” เด็กหญิงรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟังอย่างรวดเร็ว “ท่านพี่กับข้ายืนยันได้ว่าเลือดบนร่างกายของชายคนนั้นเป็นเลือดมนุษย์ แต่พ่อบ้านของจวนกลับโกหก”

“ข้าก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มันผิดปกติเลยอยากจะลองเข้าไปดูในห้องครัวด้านหลังเล็กสักหน่อย”

พออวี้เซิ่งได้ยินเช่นนี้ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

คราวนี้เขาถูกมู่เทียนฉงส่งออกจากเมืองหลวงโดยที่ภารกิจหลักของเขาก็คือคอยปกป้องมู่จวินฝานกับมู่ไป๋ไป่

ตราบใดที่ 2 พี่น้องยังปลอดภัยดี ก็ไม่ถือว่าเขาทำหน้าที่บกพร่อง

“ท่านพี่ อวี้เซิ่งกลับมาแล้ว ตอนนี้ข้าไปตรวจสอบที่ห้องครัวได้แล้วใช่หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่เอ่ยถามขณะดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มโดยทำท่าเหมือนกลัวว่าเขาจะหนีไป

ผู้เป็นพี่ชายที่เห็นท่าทางนั้นของน้องสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าไปเถอะ แต่อย่าลืมระวังตัวด้วย หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นให้อวี้เซิ่งรีบพาเจ้ากลับมาทันที อย่าได้ฝืนตัวเอง”

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!” เด็กหญิงพยักหน้าระรัวจนผมกระจาย ก่อนจะดึงหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงออกไปหน้าระรื่น

ส่วนนักฆ่าหนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจตามไปในที่สุด

ปัจจุบันเขายืนยันได้แล้วว่าอวี้ฉียังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่เขาจะถูกนำตัวไปสารภาพผิดที่เมืองหลวง ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ

จวนตระกูลจินนั้นใหญ่โตมาก และมู่ไป๋ไป่ก็ไม่รู้ที่ ด้วยเหตุนี้เธอจึงต้องเดินวนไปมาหลายรอบจนกระทั่งพบสถานที่ที่ต้องการจะไป โดยระหว่างทางก็มีคนรับใช้หลายคนคิดว่าเธอหลงทางเข้าแล้ว

“คุณหนู สาวใช้คนนั้นอยู่ข้างในเจ้าค่ะ!” หลัวเซียวเซียวยื่นศีรษะมองเข้าไปด้านใน “ใบหน้าของนางน่าเกลียดมาก”

มู่ไป๋ไป่กลอกตาไปมาครู่หนึ่ง แต่ก็หาที่ซ่อนตัวไม่ได้ขณะเห็นเงาของสาวใช้อยู่ที่หางตา

ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดและมีท่าทีหวาดกลัว

“จริงด้วย เป็นไปตามที่คาดไว้ มีคนตาย แต่พวกเขายังไม่ยอมรับ” เด็กหญิงเม้มริมฝีปากแน่น

“คุณหนู เราจะทำอย่างไรต่อไปดี?” จื่อเฟิงนั่งย่อตัวอยู่บนพื้นแล้วถามว่า “เราจับสาวใช้มา และสืบสวนนางดีหรือไม่?”

“นี่ท่านรู้จักแต่ใช้กำลังและรบราฆ่าฟันหรืออย่างไร?” มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเอือมระอาแล้วพูดพร้อมทำหน้าจริงจังว่า “เราเป็นมนุษย์ที่มีอารยธรรม เราจะทำแบบเช่นนั้นไม่ได้”

จื่อเฟิงกะพริบตาใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับสุนัขชั่วครู่ ก่อนจะถามออกมาตามตรงว่า “มีอารยธรรมแปลว่าอะไรหรือ?”

“...” เด็กหญิงชะงักไปเพราะคำถามของเด็กหนุ่ม เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะอธิบายให้เขาฟังว่าอย่างไรดี แต่ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงคำรามดังมาจากในห้องครัว

เสียงคำรามนั้นฟังดูเหมือนมนุษย์แต่ก็คล้ายกับสัตว์ป่าอยู่หลายส่วน มันฟังดูน่ากลัวและป่าเถื่อนมาก

“แม่เจ้า มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!” มู่ไป๋ไป่สะดุ้งตกใจ พอเธอโผล่หัวเข้าไปมอง เธอก็เห็นทุกคนในครัวรีบวิ่งออกไปข้างนอกพร้อมกับตะโกนว่ามีสัตว์ประหลาด

“คุณหนู! อันตราย!” จื่อเฟิงที่นั่งย่อตัวอยู่บนพื้นจู่ ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นและจ้องไปทางห้องครัวด้วยสีหน้าหวาดระแวง “ข้าได้กลิ่นเลือดที่รุนแรงมาก”

“หนี! สัตว์ประหลาดกำลังฆ่าคน!”

“ช่วยด้วย!”

ปัจจุบันห้องครัวเละเทะไปหมด แล้วผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็พากันวิ่งกรูออกจากประตูมา

อย่างไรก็ตาม ประตูห้องครัวมันคับแคบจนเกินไป และทุกคนก็รีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมาจากภายในพร้อมกัน ส่งผลให้หลายคนติดแหง็กอยู่ที่ประตู

มู่ไป๋ไป่มองเห็นไม่ชัดเจนว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น แต่เธอพอจะเดาภาพที่เกิดขึ้นข้างในได้หลังจากได้ยินเสียงตะโกนที่สิ้นหวัง

นั่นทำให้เด็กหญิงตัวสั่นและนึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ในทันที ก่อนจะตะโกนบอกอวี้เซิ่งที่อยู่ด้านหลัง “อวี้เซิ่ง รีบไปแจ้งท่านพี่เร็วเข้า!”

“คุณหนู ภารกิจของข้าคือคอยปกป้องท่าน” ชายหนุ่มเดินออกมาจากเงามืดที่ด้านหลังมายืนอยู่ข้างจื่อเฟิงคอยปกป้องมู่ไป๋ไป่จากซ้ายขวา

“ข้าไม่เป็นไร!” มู่ไป๋ไป่รู้สึกกังวลขึ้นมา “ข้าพอจะรู้วรยุทธอยู่บ้าง ท่านรีบไปรีบกลับ ข้า เซียวเซียวและจื่อเฟิงจะไปหาที่ซ่อนก่อน”

อวี้เซิ่งยังคงรู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อย

“ไปเร็วเข้า!” คนตัวเล็กตะโกนพร้อมกับผลักเขาออกไปเต็มแรง “ถ้าท่านไม่เรียกใครสักคนมาช่วย ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะตายกันหมด”

“หรือท่านจะให้พวกเราที่เป็นเด็ก 3 คนไปช่วยคนอื่นล่ะ?”

จบบทที่ บทที่ 166: แอบสำรวจ

คัดลอกลิงก์แล้ว