เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155: พี่ชายของเจ้าฆ่าคน

บทที่ 155: พี่ชายของเจ้าฆ่าคน

บทที่ 155: พี่ชายของเจ้าฆ่าคน


“ใต้เท้าใจเย็นลงก่อน ข้าแค่คิดว่ามันไม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเลย ข้าจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป” เถ้าแก่รู้สึกผิดขึ้นมา ถ้าแขกที่พักในโรงเตี๊ยมต้องมาเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม เขาอาจจะเก็บเงินไม่ได้ แล้วเช่นนี้มันจะได้ไม่คุ้มเสียหรอกหรือ?

นั่นเป็นเหตุผลที่ตอนคนของทางการมาถาม เขาจึงจงใจหลบเลี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก

“เฮอะ คราวนี้ข้าจะละเว้นเจ้าไปก่อน” เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าเป็นคราวหน้า ข้าจะส่งเจ้าเข้าคุกทันที”

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตัวสั่นด้วยความตกใจก่อนจะรีบบอกออกไปว่าตนไม่กล้าอีกแล้ว

“คนที่เจ้าพูดถึงว่ามีความขัดแย้งกับผู้ตายเมื่อวานนี้พักอยู่ที่ห้องไหน?” คนของทางการม้วนเก็บภาพวาดแล้วถามเสียงแข็ง “รีบนำทางข้าไปเร็วเข้า อย่าให้ข้าต้องจับตัวฆาตกรล่าช้าไปมากกว่านี้”

ทางด้านเถ้าแก่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นสีหน้าดุดันของอีกฝ่าย เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงไป

จากนั้นเขาก็นำทางคนของทางการขึ้นไปชั้นบนแล้วพบกับมู่ไป๋ไป่ที่กำลังเดินลงมาพอดี

“คุณหนู ทำไมวันนี้ท่านถึงตื่นเช้าขนาดนี้?” เถ้าแก่รู้สึกอีหลักอีเหลื่ออยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็พยายามรักษาท่าทีและยิ้มแย้มปกติ “คุณหนูท่านนี้ เจ้าหน้าที่ทางการมีเรื่องจะสอบถามพี่ชายของท่านเล็กน้อย”

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็มองเด็กหญิงตัวน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า “คนนี้คือเด็กที่เจ้าบอกว่ามีความขัดแย้งกับผู้ตายเมื่อวานนี้ใช่หรือไม่?”

“ใช่…” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตอบก่อนจะเล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้เจ้าหน้าที่ทางการฟัง “เรื่องก็เป็นเช่นนี้ แต่ข้าสามารถรับประกันได้เลยว่าแขกทั้ง 2 ท่านนี้เป็นคนดี”

“และเมื่อคืนพวกเขาก็ไม่ได้ก้าวออกจากโรงเตี๊ยมเลยแม้แต่ก้าวเดียว คงไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาจะออกไปฆ่าคน”

คนของทางการได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะ “เจ้าเฝ้าพวกเขาอยู่ในห้องทั้งคืนหรือไม่? ไม่อย่างนั้นเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่ออกไปข้างนอกในตอนกลางคืน”

“ถ้าเกิดว่าพี่ชายของเด็กคนนี้เกิดไม่พอใจเรื่องที่เกิดขึ้นและปีนหน้าต่างออกไปกลางดึกเพื่อฆ่าคนระบายความโกรธเข้าล่ะ?”

“พี่ชายของข้าไม่เคยทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น” มู่ไป๋ไป่รู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย เธอไม่เคยได้ยินใครกล้าพูดถึงมู่จวินฝานให้อับอายถึงเพียงนี้มาก่อน

“เด็กน้อย เจ้าเองก็คงจะรู้ว่าใจมนุษย์เรานั้นยากแท้หยั่งถึง” เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นคนตัวเล็กเริ่มโกรธ เขาก็เอื้อมมือออกไปอยากจะหยิกแก้มนาง

ผลก็คือก่อนที่มือของเขาจะทันได้แตะต้องตัวมู่ไป๋ไป่ เขาก็ถูกเมล็ดผลไม้ที่พุ่งลงมาจากชั้นบนกระทบเข้าที่ข้อมือ

“โอ๊ย! บังอาจ! ใครกล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการ!” เจ้าหน้าที่คนนั้นตะโกนร้องเสียงหลงก่อนจะมองขึ้นไปชั้นบนด้วยท่าทางโกรธเคือง

บนชั้น 2 เขาเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งกำลังเอนกายพิงเสาด้วยท่าทางสบาย ๆ พร้อมกับถือผลไม้ฤดูหนาวจำนวนหนึ่งอยู่ในมือ

“ทำร้ายหรือ? ทำร้ายอะไร?” อวี้เซิ่งแสร้งทำเป็นมองไปรอบ ๆ “ข้าเพิ่งเห็นว่ามีใครบางคนพยายามจะแตะต้องคุณหนูของเรา ข้าก็เลยหยุดเขาเอาไว้”

“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่หันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ท่านยังรู้หรือว่าข้าเป็นคุณหนูของท่าน ข้านึกว่าตอนนี้ท่านจะเมาจนไม่รู้ว่าทิศไหนเป็นทิศไหนไปเสียแล้ว”

อวี้เซิ่งที่ถูกเจ้าตัวเล็กตำหนิก็เกาปลายจมูกตัวเองเบา ๆ “ข้ารู้ว่าข้าผิด หลังจากวันนี้ข้าจะไม่ดื่มอีก”

เมื่อชายหนุ่มพูดจบ เขาก็เดินลงไปชั้นล่างด้วยท่าทางสบายอารมณ์และไปยืนอยู่ข้างหลังมู่ไป๋ไป่ ก่อนจะพูดคุยกับคนของทางการ

“ใต้เท้า หากท่านต้องการจะสอบปากคำคุณหนูของข้าในเรื่องคดีฆาตกรรม ท่านก็ควรทำตามขั้นตอน”

“พวกท่านรีบขนคนขึ้นมาชั้นบนเช่นนี้ ถ้าคนที่รู้ก็จะเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทางการกำลังทำคดีอยู่ ส่วนคนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดว่าโจรภูเขากำลังบุก”

“อุ๊บ...” มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ “อวี้เซิ่ง นับวันคำพูดของท่านยิ่งมีคารมคมคายมากขึ้นเรื่อย ๆ”

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีประโยชน์ในเวลาเช่นนี้

คนพวกนี้ช่างหยาบคายยิ่งนัก เธอเองก็อยากจะสั่งสอนพวกเขาสักหน่อย

“เจ้าเป็นใคร!” เจ้าหน้าที่ตกใจเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของชายผู้มาใหม่ เขารู้ว่าปัจจุบันในเมืองมีคนจากทั่วยุทธภพเดินทางมารวมตัวกัน เขาจึงไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวตนของชายตรงหน้า ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการมีความผิด!”

“ข้าก็บอกท่านไปแล้วว่าข้าไม่ได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่คนไหนเลย” อวี้เซิ่งยักไหล่พูดหน้าตาเฉย “อีกอย่าง ข้าขอถามหน่อยเถอะ มีใครบ้างที่เห็นข้าลงมือ”

เขาเคลื่อนไหวเร็วมาก นอกจากจะมีคนระดับปรมาจารย์อย่างเขาอยู่ที่นี่ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครมองเห็นตอนที่เขาลงมือ

ดังนั้นนักฆ่าหนุ่มจึงรู้สึกมั่นใจมาก

“นี่เจ้า!” พอคนของทางการเห็นว่าตนเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ เขาก็รู้สึกโมโหขึ้นมา “ในเมื่อเจ้าเป็นคนรับใช้ของเด็กน้อยคนนี้ เจ้าก็คงเป็นคนรับใช้ของพี่ชายนางเช่นกัน”

“คงไม่ใช่ว่าเจ้าคือคนที่ปีนกำแพงออกไปกลางดึกเพื่อฆ่าใครบางคนหรอกใช่หรือไม่!”

“ทหาร พาตัวผู้ต้องสงสัยคนนี้กลับไปสอบสวน!”

คนของทางการที่ตามมาด้านหลังลงมือตามคำสั่งทันที แต่พวกเขาก็ถูกเตะออกไปก่อนที่จะทันได้แตะตัวเป้าหมาย

ในพริบตามู่ไป๋ไป่ก็เห็นเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งนอนหมอบอยู่บนพื้นในสภาพที่น่าสังเวชมาก

และเธอก็ทำเพียงแค่ดึงหลัวเซียวเซียวหลบไปด้านข้างเพื่อรับชมความตื่นเต้น

“หัวหน้าของท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังจัดการคดีแบบมั่วซั่วเช่นนี้?” ยามนี้ดวงตาของอวี้เซิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว” คนที่เป็นหัวหน้าเห็นว่าลูกน้องของตนถูกซัดจนหมอบไปหมด แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันเอ่ยถ้อยคำรุนแรงกับฝ่ายตรงข้าม “เจ้าคอยดูเถอะ หลังจากที่ข้ากลับไปถึงศาล ข้าจะเรียกคนมาจับตัวฆาตกรอย่างเจ้า”

สิ้นเสียงพูดเขาก็วิ่งหนีไปทันที

“ฮ่า ๆๆ ขี้ขลาดชะมัด” อวี้เซิ่งค่อย ๆ เหยียดยิ้มที่มุมปากจาง ๆ ในขณะที่สีหน้าของเขาเย็นชายิ่งขึ้น

มู่ไป๋ไป่ไปเอาเมล็ดแตงโมคั่วจากที่ไหนสักแห่งมาแทะเมล็ดกินเบา ๆ ก่อนจะถามว่า “อวี้เซิ่ง ที่ท่านทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้เราจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ?” ตอนนี้นักฆ่าหนุ่มดูเหมือนจะกำลังอารมณ์ไม่ดี เขานั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็กและแบ่งเมล็ดแตงโมครึ่งหนึ่งออกจากมืออีกคนไป “ถ้าอยากสู้หรืออยากฆ่าข้าก็ให้คนพวกนั้นมาได้เลย คิดว่าข้าจะกลัวหรืออย่างไร?”

“ท่านก็รู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อ” เด็กหญิงกลอกตามองบน “ช่วงนี้ท่านไม่ได้กำลังหลบซ่อนตัวอยู่หรอกหรือ? แต่ดูเหมือนว่าท่านจะสร้างปัญหาใหญ่ขึ้นมาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่ท่านกำลังหลบหลีกรู้เรื่องนี้เข้า?”

อวี้เซิ่งที่กำลังกัดเมล็ดแตงโมชะงักไปพร้อมกับส่งสายตามองคนพูดแปลก ๆ “ใครบอกว่าข้ากำลังซ่อนตัวอยู่?”

“ไม่ใช่หรอกหรือ?” มู่ไป๋ไป่ประสานนิ้วแล้วพูดว่า “ท่านออกจากห้องแต่เช้าแล้วก็กลับดึกทุกวัน แถมยังทำตัวมีลับลมคมในอีก”

“การจะได้พบหน้าท่านนั้นยากเย็นเหลือเกิน”

“และยิ่งเราเดินทางเข้าใกล้ชายแดนมากเท่าไหร่ ท่านก็ยิ่งหายตัวไปนานมากขึ้นเท่านั้น”

“ข้าเดาอะไรผิดไปหรือไม่?”

“...” อวี้เซิ่งที่ฟังคำพูดยาวเหยียดของเจ้าตัวเล็กก็นิ่งเงียบไป

มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าตัวเองเดาผิด หรือว่าที่เธอเดามานั้นไม่ได้ใกล้กับความเป็นจริงเลย?

“ข้าเดาผิดอย่างนั้นหรือ?” เด็กหญิงรู้คำตอบได้ทันทีเพียงแค่มองสีหน้าเขา นั่นทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา “แล้วทุกวันนี้ท่านทำอะไรอยู่?”

“อวี้เซิ่ง อย่าคิดว่าข้าเป็นเด็กแล้วท่านจะรังแกกันได้ง่าย ๆ!”

“เชื่อหรือไม่ว่าหลังจากที่เรากลับไปถึงเมืองหลวง ข้าจะฟ้องท่านพ่อ!”

พอนักฆ่าหนุ่มได้ยินคำพูดของเด็กน้อย เขาก็ยิ้มจาง ๆ “ฟ้องก็ฟ้องไปสิ ท่านควรคิดถึงตัวเองก่อนหรือไม่ อย่าลืมว่าท่านแอบหนีมากับพี่ชายของท่าน แล้วคนที่อยู่ในวังหลวงก็ยังไม่มีใครรู้ว่าท่านมาถึงชายแดนแล้ว”

“...” มู่ไป๋ไป่ที่ถูกตอกกลับพูดไม่ออกทันที

“ถ้าท่านคิดจะฟ้องร้องข้า เราก็ไปตายพร้อมกัน” อวี้เซิ่งพยักหน้าให้เจ้าตัวเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “ว่าอย่างไร ท่านอยากลองดูหรือไม่?”

ทางด้านเด็กหญิงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ทำไมก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในวังหลวงเธอถึงไม่รู้ว่ามือขวาของท่านพ่อจะเจ้าเล่ห์ได้มากขนาดนี้?

“ท่านไม่ต้องกังวล” หลังจากอวี้เซิ่งหยอกล้อมู่ไป๋ไป่มามากพอสมควรแล้ว เขาก็หุบยิ้มทันที “นี่เป็นคำสั่งของพี่ชายท่าน หากไม่มีคำสั่งของเขา ข้าจะกล้าลงมือได้อย่างไร?”

จบบทที่ บทที่ 155: พี่ชายของเจ้าฆ่าคน

คัดลอกลิงก์แล้ว