เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 154: ท่านกำลังตามหาใคร?

บทที่ 154: ท่านกำลังตามหาใคร?

บทที่ 154: ท่านกำลังตามหาใคร?


เพื่อที่จะส่งข้อความถึงเหล่าสัตว์ป่าที่ติดตามมา เจ้าส้มจึงวิ่งสุดกำลังไปถ่ายทอดข้อความแล้ววิ่งกลับมาเต็มแรง นอกจากนี้มันยังต้องหลบเลี่ยงเด็กและพวกสุนัขน่ารำคาญระหว่างทางอีก

ถ้ามู่ไป๋ไป่ไม่ได้เป็นจ้าวอสูร มันคงไม่มีทางทำงานชั้นต่ำพวกนี้แน่นอน!

เมื่อคนตัวเล็กเห็นเจ้าแมวอ้วน เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนลืมนำอาหารมาให้มัน เธอจึงกลอกตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะรีบคว้าขนมที่เธอห่อกลับมาซึ่งคิดเอาไว้ว่าจะเก็บไว้กินหลังมื้ออาหารพรุ่งนี้มายื่นให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง

“นี่ไงเจ้าส้ม ข้าจะบอกให้นะว่าขนมนี้อร่อยมาก มันเหมือนกับที่เรากินในวังหลวงทุกประการเลย” มู่ไป๋ไป่แอบรู้สึกลังเลเล็กน้อย แต่พอคิดว่าเจ้าส้มจะต้องส่งเสียงตะโกนโวยวายหลังจากที่รู้ว่าเธอไม่ได้เตรียมอาหารมาให้มันตามที่สัญญาไว้ เธอจึงคิดว่านี่เป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่

เจ้าแมวจอมตะกละแกะกระดาษห่อขนมออกแล้วกัดขนมกินขณะที่มันถามขึ้นมาว่า “แล้วของอย่างอื่นล่ะ มู่ไป๋ไป่ ข้าผู้นี้ยอมวิ่งวุ่นทำงานเกือบทั้งวัน เจ้าอย่าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าเอาขนมแค่นี้มาแลกได้นะ!”

มู่ไป๋ไป่เด็กหญิงยิ้มอย่างรู้สึกผิด “จะเป็นไปได้อย่างไร? ตอนที่ข้าออกไปเดินเล่น ข้าพบว่าไม่มีอะไรน่ากินเลย”

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปด้วย แล้วข้าจะซื้ออาหารอร่อย ๆ ตามที่เจ้าต้องการ”

“ตอนนี้เรามีเงิน เราจะซื้ออะไรก็ได้ตามที่ใจนึก!”

เจ้าส้มหรี่ตาลง ยกอุ้งเท้าขึ้นแล้วส่งเสียง “แง้ว!” ก่อนที่มันจะผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “มู่ไป๋ไป่ เจ้ามันใจร้าย! เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าเจ้าลืมข้า เจ้ายังมีหน้ามาโกหกข้าอีก!”

“ดูสิว่าท้องของเจ้านั้นป่องมากเพียงใด!”

“ถ้าไม่มีอาหารอร่อยเจ้าจะกินจนอิ่มขนาดนี้ได้อย่างไร?”

“แล้วข้าก็ได้กลิ่นอาหารด้วย!”

แมวตัวใหญ่เริ่มโวยวายประท้วงด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

มู่ไป๋ไป่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบมันทันทีที่กลับมาถึงห้องพัก แล้วมันก็ยังจับคำโกหกของเธอได้เพราะหน้าท้องที่พองโตด้วย

ในขณะที่มนุษย์ 1 คนกับแมว 1 ตัวกำลังโต้เถียงกันอยู่ในห้อง ที่ชั้นล่าง เซียวถังอี้ซึ่งกำลังงีบพักสายตาอยู่ลืมตาขึ้นด้วยความไม่พอใจ “เจ้าตัวเล็กนี่ดึกดื่นไม่ยอมนอน แล้วยังเอะอะเสียงดังรบกวนการนอนของคนอื่นอีก”

“ท่านคิดว่าเสียงมันดังมากเลยหรือ?” อวี้เซิ่งที่กำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างเงยหน้าชมจันทร์หันกลับมามองคนบ่น “ข้าคิดว่าท่านคงชอบองค์หญิงหกมาก”

เด็กหนุ่มเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตา “ทำไมท่านยังอยู่ในห้องของข้า ไม่กลับห้องตัวเองไปล่ะ?”

“เอาน่า ท่านอย่าใจร้ายนักเลย” นักฆ่าหนุ่มพูดพลางเรอออกมาทีหนึ่ง “อย่างไรเสีย ท่านเองก็เบื่อเหมือนกัน ข้าอยู่กับท่านที่นี่มันไม่ดีกว่าหรือ?”

“ไม่ ข้าไม่ได้อยากให้ใครอยู่เป็นเพื่อนข้า” เซียวถังอี้หรี่ตาลง “อีกอย่าง ท่านลากข้าไปดื่มตั้งแต่ข้าออกจากเมืองหลวง แล้วท่านก็ยังไปพูดคุยกับคนอื่นแบบที่ไม่เคยทำในเมืองหลวงมาก่อนอีก”

“อวี้เซิ่ง ท่านกำลังตามหาใครอยู่หรือ?”

แสงจันทร์ที่สาดส่องมาทางหน้าต่างต้องไปทั่วร่างของชายหนุ่ม ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาดูโดดเดี่ยว “คุณชายเซียว ท่านเดาผิดแล้ว ข้าไม่ได้มีแผนอะไร”

“อวี้เซิ่ง ท่านปิดบังข้าไม่ได้หรอก” เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง “มีข่าวลือในยุทธภพว่านักฆ่าอันดับ 1 ในใต้หล้าไม่ได้มีคนเดียว แต่เป็น 2 พี่น้อง”

“เพียงเพราะว่าทั้ง 2 เป็นฝาแฝดกันจึงทำให้ทั้งคู่ดูเหมือนกันมาก พวกเขา 2 คนจึงเป็นเหมือนคนคนเดียวกัน”

“อวี้เซิ่ง ท่านกำลังตามหาฝาแฝดอยู่หรือ?”

สิ้นเสียงพูด ไหสุราก็พุ่งเข้ามาหาเขาในทันใด

เซียวถังอี้คว้าจับไหสุราไว้แน่นก่อนจะยกสุราที่เหลือขึ้นดื่ม “ข้าเดาถูกสินะ”

“ท่านเดาผิด!” อวี้เซิ่งเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วลงจากขอบหน้าต่างพร้อมกับสบถยืดยาว “ถ้าตอนกลางคืนข้าไม่ได้อยู่ที่นี่จะทำเช่นไร ท่านว่างมากนักหรือถึงได้มาคอยจับผิดคนอื่น?”

หลังจากพูดเช่นนั้นเสร็จเขาก็เปิดประตูออกไปทันที

เด็กหนุ่มเจ้าของห้องมองร่างที่หายลับไปที่ขอบประตู ไม่นานเขาก็ถอนหายใจออกมา “เฮ้อ เดิมทีข้าอยากจะบอกเกี่ยวกับเรื่องฝาแฝดของท่าน แต่ในเมื่อข้าเดาผิดก็ช่างมันเถอะ”

แล้วอึดใจต่อมา คนที่หายลับตาไปก็กลับเข้ามาทางประตูอย่างรวดเร็ว

อวี้เซิ่งมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าแข็งทื่อ “ท่านมีข่าวของเขาเช่นนั้นหรือ?”

“ท่านไม่ได้บอกเองหรือว่าท่านไม่ได้ตามหาใคร?” เซียวถังอี้ถามกลับ

“ข้าโกหกท่าน” นักฆ่าหนุ่มรู้ถึงนิสัยแย่ ๆ ของคนตรงหน้าดี แล้วเขาก็ไม่ได้เหนียมอายอีกต่อไป เขารีบลากเก้าอี้เข้าไปหาอีกคนโดยตรง พร้อมกับพูดว่า “คนของท่านมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก หากท่านบอกว่าท่านมีข่าวเกี่ยวกับเขา แสดงว่าท่านจะต้องมีจริง ๆ”

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”

เซียวถังอี้เขย่าไหสุราในมือเบา ๆ พลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข่าวลือที่มีกระจายอยู่จะเป็นเรื่องจริง แต่ท่านเป็นอวี้เซิ่งคนพี่ หรืออวี้ฉีคนน้องล่ะ?”

แววตาของอวี้เซิ่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เม้มปาก “มันไม่สำคัญว่าข้าจะเป็นใคร สิ่งสำคัญก็คือนักฆ่าอันดับ 1 ในใต้หล้าทำงานเพื่อฝ่าบาทเท่านั้น”

พอเด็กหนุ่มเห็นว่าชายตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไรไปมากกว่านี้ เขาก็เลิกอ้อมค้อมแล้วตอบไปตามตรงว่า “คนของข้าเพิ่งเจอคนที่หน้าตาดูเหมือนท่าน แต่ข้าก็ไม่แน่ใจว่าคนคนนั้นเป็นฝาแฝดของท่านหรือไม่?”

ดวงตาของอวี้เซิ่งเป็นประกาย ในขณะที่มือของเขาสั่นน้อย ๆ ด้วยความตื่นเต้น “เขาอยู่ที่ไหน!?”

“เมืองชิงหยาง” เซียวถังอี้เงยหน้าขึ้นมองตรงไปที่อีกฝ่าย “ในจวนตระกูลจิน”

“...”

วันรุ่งขึ้น ขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังหลับสบาย เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดันลั่นจากข้างนอก ราวกับว่ามีคนจำนวนมากกำลังวิ่งค้นหาบางสิ่งไปรอบ ๆ โรงเตี๊ยม

“เกิดอะไรขึ้น?” คนตัวเล็กขยี้ตา “ทำไมข้างนอกถึงเอะอะเสียงดังกันขนาดนี้?”

หลัวเซียวเซียวที่กำลังมองลงไปยังชั้นล่างจากหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงของมู่ไป๋ไป่ นางก็รีบปิดหน้าต่างแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเงียบ ๆ “องค์หญิงหก หม่อมฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จู่ ๆ ก็มีคนของทางการจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ชั้นล่างเพคะ”

“คนของทางการ?” ตอนนี้สมองของมู่ไป๋ไป่ยังคงตื่นไม่เต็มที่ และขณะที่เธอกำลังจะถามว่าคนของทางการมาทำอะไรที่นี่ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าส้มอ้าปากหาว ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้ากลับมาครั้งที่แล้ว ดูเหมือนว่าจะมีคนตายอยู่ที่นอกเมือง”

“คนของศาลาว่าการพวกนั้นคงมาที่นี่เพื่อตรวจสอบเรื่องของชายที่เสียชีวิตเมื่อคืนนี้”

“มีคนตายหรือ?” เด็กหญิงที่ได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต็มตาทันที

หลัวเซียวเซียวไม่เข้าใจคำพูดของเจ้าส้ม แต่แค่ดูสีหน้าท่าทางขององค์หญิง นางก็คาดเดาได้ทันที และกระซิบเสียงเบาว่า “ไม่แปลกใจเลยเพคะ หม่อมฉันเห็นว่าคนของทางการพวกนั้นค้นหาจนทั่วโรงเตี๊ยม ที่แท้ก็มีคนตายนี่เอง”

มู่ไป๋ไป่คิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะสั่งให้อีกฝ่ายช่วยเธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จแล้วพวกเธอก็เดินลงไปดูที่ชั้นล่าง

บริเวณชั้นล่าง คนของศาลาว่าการกำลังซักถามเถ้าแก่

“เถ้าแก่ เจ้าบอกว่าเมื่อวานนี้ผู้ตายมาดื่มชาที่นี่”

เถ้าแก่มีเหงื่อซึมออกจากหน้าผาก “ตามปกติแล้วมีคนเข้าออกที่โรงเตี๊ยมทุกวัน ทำให้ยากที่จะสังเกตและจดจำผู้คนได้”

“แต่ที่ข้าจำเขาได้เป็นเพราะว่าเมื่อวานผู้ชายคนนี้ทะเลาะกับใครบางคนในร้าน แต่นางเป็นเพียงเด็กผู้หญิงจากครอบครัวธรรมดา นางไม่มีทางฆ่าใครแน่นอน”

“ส่วนอีกคนหนึ่งที่เขาทะเลาะด้วยก็เป็นบุตรชายของนับดาบหิรัณย์…”

มู่ไป๋ไป่ชะงักฝีเท้าของตัวเอง ก่อนจะครุ่นคิดในใจ

อีกฝ่ายพูดถึงคนที่เรื่องกับพวกเธอเมื่อวานนี้หรือ?

หรือว่าคนผู้นั้นเสียชีวิตไปแล้ว?

“ทำไมเจ้าไม่รีบบอกข้าตั้งแต่แรก!” คนของทางการเขม็งมองเถ้าแก่โรงเตี๊ยม “นี่เจ้าต้องให้ข้าถามซ้ำก่อนหรือถึงจะยอมสารภาพออกมา เจ้าพยายามขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างนั้นหรือ!?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: หืมมม อวี้เซิ่งมีพี่น้องฝาแฝดด้วยเหรอเนี่ย แล้วอยู่ดี ๆ ก็เกิดคดีฆาตกรรมซะงั้น เรื่องนี้มีเงื่อนงำ!

จบบทที่ บทที่ 154: ท่านกำลังตามหาใคร?

คัดลอกลิงก์แล้ว