เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 153: อาหารของข้าอยู่ที่ไหน?

บทที่ 153: อาหารของข้าอยู่ที่ไหน?

บทที่ 153: อาหารของข้าอยู่ที่ไหน?


จื่อเฟิงซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเม้มริมฝีปากแล้วถามมู่ไป๋ไป่ด้วยดวงตาเป็นประกายว่า “คุณหนู ข้ากลืนมันเร็วเกินไปหน่อยจึงยังไม่ได้ลิ้มรสชาติ ข้าขอกินอีกชิ้นได้หรือไม่?”

เด็กหญิงที่ได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก

การให้จื่อเฟิงกินของดี ๆ พวกนี้มันจะเป็นการเสียเปล่ามากจริง ๆ!

ชายคนนี้แทบจะไม่ลิ้มรสอะไรทั้งสิ้น ขอเพียงแค่เป็นของกิน เขาก็กวาดทุกอย่างลงท้องได้หมด

จากนั้นทั้ง 4 คนก็กินขนมในระหว่างที่รอ ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้กลิ่นหอมโชยมาจากทางห้องครัว

มู่ไป๋ไป่ขยับจมูกสูดกลิ่นเข้าเต็มปอด “อา… หอมจังเลย...”

แค่ได้กลิ่นเธอก็รู้สึกว่าอาหารจานนี้ต้องอร่อยพอ ๆ กับอาหารที่เธอทำแน่ ๆ!

“ข้าหิวแล้ว” จื่อเฟิงเอามือลูบท้องพร้อมกับเลียริมฝีปาก “เมื่อไหร่อาหารจะเสร็จสักที”

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองคนบ่นด้วยสายตาเอือมระอา “ท่านดื่มน้ำแกงหวานไปชามใหญ่แล้ว ทำไมยังหิวอยู่อีก? นี่ท่านเคยรู้สึกอิ่มจริง ๆ หรือไม่?”

“อ่า…” เด็กหนุ่มคิดพลางยกมือขึ้นเกาหัว “ถึงจะไม่รู้สึกอิ่ม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหิวเหมือนกัน คุณหนู ทำไมจู่ ๆ ท่านถึงถามเช่นนี้ล่ะ?”

“...”

ความจริงแล้วเธอไม่น่าไปถามคนที่มีกระเพาะหลุมดำอย่างเขาเลยว่าทำไมกินเท่าไหร่ก็ยังไม่อิ่ม

“อาหารมาแล้ว!” ลุงจางตะโกนขึ้นก่อนที่ตัวของเขาจะเดินออกจากห้องครัวมาพร้อมกับอาหารนึ่ง 2 จาน “เต้าหู้ฝูหรงและเป็ดแปดสมบัติ!”

“ในครัวยังมีอยู่อีก ข้าจะรีบเอามาขึ้นโต๊ะให้พวกท่านให้เร็วที่สุด ท่านทั้ง 4 เชิญชิมทั้ง 2 จานนี้ก่อน”

มู่ไป๋ไป่ที่กินขนมจนเกือบอิ่มแล้ว พอได้เห็นจานอาหารบนโต๊ะจู่ ๆ เธอก็รู้สึกหิวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปาก

ทันทีที่คนตัวเล็กได้ลิ้มรสชาติอาหาร เธอก็ต้องตกใจ

“อร่อยมาก!” เด็กหญิงยกมือเล็ก ๆ ขึ้นปิดปาก แล้วรู้สึกว่าอาหารที่กินเข้าไปนั้นอร่อยจนแทบจะเหาะได้เลยทีเดียว!

แม้ว่าฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวหลวงจะพัฒนาขึ้นมากหลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากเธอ แต่เธอก็รู้สึกอยู่เสมอว่ายังมีบางอย่างขาดหายไป

หลังจากที่ได้กินอาหารพวกนี้ ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าอาหารที่ทำในวันนั้นไม่มีกลิ่นฟืน

“รสชาติดีมากจริง ๆ” มู่จวินฝานที่ติดนิสัยตั้งแต่อยู่ในวังหลวงว่าจะไม่ตักอาหารจานเดิมเกิน 3 ครั้ง แต่คราวนี้เขาอดไม่ได้ที่จะคีบอาหารจานเดิมขึ้นมากินเรื่อย ๆ

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลุงจางถึงบอกว่าร้านอาหารผิงชางเคยรุ่งเรืองมาก่อน” มู่ไป๋ไป่พูดขณะที่เคี้ยวอาหารไปด้วย “มีใครบ้างที่ไม่อยากกินอาหารอร่อย ๆ เช่นนี้ จื่อเฟิง! ท่านกินให้ช้าลงหน่อย ถ้าท่านกินของพวกนี้หมดแล้วพวกเราจะเหลืออะไรกิน?”

ในเวลาเดียวกัน พ่อครัวได้ปรุงอาหารอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้าบนโต๊ะของเหล่าลูกค้าก็มีอาหารมากกว่า 20 รายการวางเรียงรายเอาไว้

สิ่งสำคัญก็คือ อาหารแต่ละจานนั้นมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

มันทำให้มู่ไป๋ไป่รู้สึกพึงพอใจกับอาหารมื้อนี้มาก

“คุณหนู ท่านพอใจกับอาหารมื้อนี้หรือไม่?” ชายตัวใหญ่ถามพลางปาดเหงื่อออกจากหน้าผากและไปยืนรอคำตอบอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางประหม่า ตอนนี้เขาไม่มีท่าทีหาเรื่องเหมือนก่อนหน้านี้เลย

ต้องบอกว่าเขาไม่ได้ทำอาหารมาหลายเดือนแล้ว เขาไม่รู้ว่าฝีมือของตนจะสนิมเกาะแล้วหรือไม่?

มู่ไป๋ไป่ลูบท้องตัวเองที่นูนออกมาจนแทบจะระเบิด ก่อนที่เธอจะยืนบนเก้าอี้ด้วยความยากลำบาก จากนั้นเธอก็เหยียดแขนออกไปตบไหล่ชายร่างอ้วนเบา ๆ “อาหารท่านอร่อยถึงเพียงนี้ ข้าจะช่วยท่านพิสูจน์ความจริงให้ได้อย่างแน่นอน”

“ว่าแต่ว่า ท่านสนใจที่จะเปิดสาขาที่อื่นหรือไม่?”

“หา!?” ชายอ้วนตกตะลึงก่อนจะส่ายหัว “ข้าไม่—”

“เอาเถอะ เรื่องนี้เราค่อยคุยกันวันหลัง” ยามนี้มู่ไป๋ไป่เกิดความคิดบางอย่างในใจแล้ว “เรื่องเช่นนี้เราต้องค่อย ๆ คุยกัน รอหลังจากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ท่านค่อยว่ากันอีกที!”

แต่เดิมบนโต๊ะมีอาหารมากกว่า 20 จาน แต่ทั้ง 4 คนก็กินมันจนหมด

แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วถูกกวาดลงท้องของจื่อเฟิงไป

ทันทีที่พวกมู่ไป๋ไป่กลับมาถึงโรงเตี๊ยม เธอก็ได้ขอให้มู่จวินฝานส่งคนไปสืบสวนเกี่ยวกับร้านอาหารหย่งเซวียน

“ทำไมไป๋ไป่ถึงอยากช่วยเถ้าแก่ร้านผิงชางล่ะ?” เด็กหนุ่มถามขึ้นหลังจากส่งคนไปนำผลไม้แช่อิ่มมาให้น้องสาวเพราะพวกมันมีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร

“ก็…” มู่ไป๋ไป่พูดพลางเตะขาสั้น ๆ ไปมา “ผ่านพบความอยุติธรรม ต้องควักดาบออกมาช่วยเหลือ!”

ผู้เป็นพี่ชายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “แต่ไป๋ไป่ เจ้าเคยคิดให้ลึกซึ้งมากกว่านี้หรือไม่? บนโลกนี้มีคนพบกับความทุกข์ยากมากมาย เจ้ามีเพียงสองมือไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนได้”

“ทำไมข้าต้องคิดเรื่องนี้ให้มากความด้วยล่ะเจ้าคะ?” เด็กหญิงตัวน้อยเกาหัว “เราเพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรก ถ้าข้าช่วยเหลืออะไรได้ข้าก็จะช่วย แต่ถ้าข้าช่วยไม่ได้ ข้าก็แค่มาบอกท่าน”

การที่เธอได้ทะลุมิติมาอยู่ที่โลกนี้ เธอเชื่อว่ามันเป็นโชคชะตา

สวรรค์ได้มอบโอกาสอันดีเช่นนี้มาให้เธอ ดังนั้นเธอก็อยากจะทำความดีให้มากขึ้นเพื่อเป็นการสั่งสมบุญกุศลให้กับตัวเอง

“จริงหรือ?” มู่จวินฝานมองดูจดหมายในมือของตัวเองและจมอยู่ในห้วงความคิด

ในไม่ช้าองครักษ์ก็กลับมาพร้อมกับข่าวเกี่ยวกับร้านหย่งเซวียน

มันเป็นไปดังที่ลุงจางพูด นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ร้านผิงชางปิดตัวลง กิจการของร้านหย่งเซวียนก็ดีขึ้นอีกครั้ง แล้วครั้งนี้พวกเขาก็ยังได้เป็นเจ้าภาพทำอาหารเลี้ยงแขกในงานวันเกิดของนักดาบหิรัณย์อีกด้วย

“พูดอีกอย่างก็คือ คนของร้านหย่งเซวียนเป็นผู้รับผิดชอบการจัดงานวันเกิดของนักดาบหิรัณย์อย่างนั้นหรือ?” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกาย “ช่างบังเอิญเสียจริง”

“ใช่ มันบังเอิญเกินไป” มู่จวินฝานพยักหน้า “อีก 2 วันก็จะถึงวันเกิดของนักดาบหิรัณย์แล้ว เจ้ายังมีเวลาอีก 2 วันในการวางแผนกู้ชื่อเสียงของร้านผิงชาง”

“หา?” เด็กหญิงชะงักฝีเท้าและหันไปมองพี่ชายด้วยดวงตากลมโตที่ไร้เดียงสา “ท่านพี่ ท่านจะไม่ช่วยข้าหรือ?”

เด็กหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ในขณะที่ตอบว่า “เจ้าเป็นคนรับปากเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเจ้าก็จะต้องลงมือเองเช่นกัน”

“...” มู่ไป๋ไป่ได้ยินดังนี้ก็ถึงกับพูดไม่ออก

พี่ชายที่แสนดีที่เคยสัญญาว่าจะคอยดูแลเธออยู่ที่ไหนกัน? ทำไมหลังจากกินข้าวเสร็จเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปเช่นนี้?

“ไป๋ไป่ไม่ต้องกังวล พี่จะคอยสนับสนุนเจ้าอยู่เบื้องหลังเอง” พอมู่จวินฝานเห็นว่าสีหน้าตกตะลึงของน้องสาวดูน่ารักแค่ไหน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มของนางเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว

สัมผัสที่ผ่านมือนั้นนุ่มนวลราวกับจับสำลี

“...”

“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปเจ้าควรกินให้น้อยลงได้แล้ว” เด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่อย่างนั้นเจ้าคงจะขยายออกด้านข้างแทนที่จะสูงขึ้น”

“ท่านพี่!” มู่ไป๋ไป่อมลมเข้าไปเต็มแก้ม “ท่านหาว่าข้าอ้วนหรือ! ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าข้าสูงขึ้น!”

เธอไม่รักพี่ชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว!

เขาไม่ยอมช่วยเธอแถมยังมาบอกว่าเธออ้วนด้วย!

เด็กน้อยเดินกระทืบเท้ากลับไปที่ห้องของตัวเอง พอไปถึงเธอก็นั่งกอดอกทำหน้างอง้ำอยู่บนเตียง “ทำไมเขาต้องว่าข้าอ้วนด้วย! เขาไม่รู้หรือว่าเด็กวัยกำลังโตจะต้องกินให้เยอะ ๆ หน่อยจะได้โตไว ๆ”

“แล้วข้าก็กินได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของอาหารที่จื่อเฟิงกินเข้าไปเลยด้วยซ้ำ เขามีหน้ามาพูดได้อย่างไรว่าข้ากินเยอะเกินไป!”

เธอเป็นสาวน้อยน่ารัก จะมาบอกว่าอ้วนได้อย่างไรกัน!

ทางด้านหลัวเซียวเซียวรู้ว่ามู่ไป๋ไป่ไม่ได้โกรธจริง ๆ นางจึงเดินไปนั่งที่ข้างเตียงและพูดคุยเล่นกับอีกฝ่ายอยู่สักพักหนึ่ง จนกระทั่งหน้าต่างถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบ ๆ

เป็นเจ้าส้มที่เดินเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบา

“ข้าเหนื่อยมาก เจ้าเตรียมอะไรไว้ให้ข้ากินบ้าง?” แมวตัวอ้วนเดินไปนั่งลงบนโต๊ะ มันไม่สนใจว่าใครดื่มชาที่วางบนโต๊ะไปบ้างแล้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “มู่ไป๋ไป่ อาหารของข้าอยู่ที่ไหน?”

จบบทที่ บทที่ 153: อาหารของข้าอยู่ที่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว