เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 152: ข้าช่วยท่านได้

บทที่ 152: ข้าช่วยท่านได้

บทที่ 152: ข้าช่วยท่านได้


ยิ่งไปกว่านั้น ราคาอาหารที่ร้านหย่งเซวียนก็ยังแพงกว่าร้านอาหารท้องถิ่นมาก

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลูกค้าก็ค่อย ๆ แห่กันกลับไปกินร้านอาหาร ‘ผิงชาง’

ร้านอาหารผิงชางแห่งนี้เป็นร้านอาหารที่ชายอ้วนเปิดขึ้นมา แม้ว่าสถานที่จะไม่ได้ใหญ่โตกว้างขวางนัก และตัวเขาเพียงคนเดียวก็ทำหน้าที่เป็นทั้งเถ้าแก่และพ่อครัว จากนั้นก็จ้างเสี่ยวเอ้อร์มาช่วยยกอาหารไปให้ลูกค้าอีก 1 คน

หลังจากที่ร้านหย่งเซวียนเริ่มซบเซามากขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าก็แห่มาที่ร้านผิงชางมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน จากนั้นก็เริ่มมีปัญหาตามมา

ในตอนแรกก็เป็นหนูตัวโตรวมถึงสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ถูกพบในร้านผิงชางเป็นครั้งคราว ต่อมาลูกค้าก็เริ่มก่อความวุ่นวายโดยการบอกว่าอาหารไม่สุกบ้างหรืออาหารไม่สะอาดบ้าง

ปกติแล้วชายร่างท้วมเป็นคนใจดีอยู่แบบไร้กังวลมาตลอด เขาแค่ต้องการทำอาหารดี ๆ ให้คนได้กินและไม่มีเจตนาที่จะโต้เถียงกับคนที่มาก่อเรื่อง ทุกครั้งที่เขาเจอคนพวกนี้ เขาก็จะยอมจ่ายเงินเพื่อตัดปัญหาแล้วส่งคนเหล่านี้ออกไป

จนกระทั่งครั้งสุดท้าย คนที่มาก่อเรื่องได้เสียชีวิตในบ้านของตัวเองและถูกพบในวันรุ่งขึ้น

ตามที่คนของทางการระบุ ชายคนนี้เสียชีวิตเนื่องจากถูกพิษ ซึ่งอาหารมื้อสุดท้ายที่เขากินก็คืออาหารจากร้านผิงชาง

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ข่าวที่ว่าอาหารในร้านผิงชางมีพิษก็แพร่กระจายไปในเมืองชิงหยางเหมือนไฟลามทุ่ง

จากนั้นก็ทำให้ลูกค้าที่มาร้านอาหารผิงชางเริ่มลดลง

“เรื่องนี้มีบางอย่างแปลก ๆ” มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นลูบคางตัวเอง หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“คุณหนูดูจะเป็นคนมีเหตุผลยิ่งนัก เพียงแค่ได้ฟังก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที” ลุงจางกล่าวพลางถอนหายใจ “แต่ข่าวลือพอคนเอาไปพูดมากเข้า ๆ ก็กลายเป็นข่าวจริงไปเสีย”

ขณะนั้นชายอ้วนนั่งพิงประตูจ้องมองผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่บนท้องถนน เด็กหญิงไม่รู้ว่าเขาได้ยินสิ่งที่ชายสูงวัยพูดหรือไม่

“นี่!” มู่ไป๋ไป่หยิบขนมที่มู่จวินฝานเพิ่งซื้อมาเก็บกลับไป ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พวกเราไม่กลัวตาย ท่านช่วยเอาอาหารจานพิเศษของท่านมาให้พวกเราชิมดูหน่อย ถ้ามันอร่อยเราจะตกรางวัลให้ท่านอย่างงาม”

ชายเจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อยและเยาะเย้ยว่า “คุณหนูผู้นี้ เชิญท่านไปเล่นที่อื่นเถอะ สำหรับร้านเล็ก ๆ อย่างข้า หากเกิดอะไรขึ้นกับท่านทั้ง 2 มันคงไม่คุ้มค่าที่พวกท่านจะเอาชีวิตมาเสี่ยง”

“นี่ท่าน” มู่ไป๋ไป่เป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคลาภ เธอลุกจากเก้าอี้แล้วไปยืนเท้าเอวอยู่ต่อหน้าชายคนนั้น “แล้วถ้าข้ารับปากท่านว่า ถ้าอาหารที่ท่านทำนั้นอร่อย ข้าสามารถช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงร้านอาหารเก่าแก่ของท่านได้ล่ะ?”

ชายร่างท้วมยกสุราขึ้นดื่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหยียดยิ้มดูถูก “คุณหนู เลิกล้อข้าเล่นได้แล้ว”

เด็กเช่นนางจะไปทำอะไรได้?

เว้นแต่ว่านางจะเป็นฮ่องเต้

“นี่ท่าน!” พอมู่ไป๋ไป่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจเมินตน เธอก็กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ อย่างไรก็ตาม ยิ่งพ่อครัวมีท่าทางเช่นนี้ เธอก็ยิ่งอยากรู้ว่าเขาจะมีรสมือเด็ดแค่ไหน

นี่อาจจะเป็นเพราะเลือดนักชิมในตัวเธอ

จากนั้นเด็กหญิงก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปดึงมู่จวินฝานให้ตามมา

“ข้าอาจจะไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้ แต่พี่ชายของข้าเก่งกาจยิ่งนัก” มู่ไป๋ไป่พูดพร้อมกับยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “พี่ชายของข้าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในครอบครัวของเรา หากเขายินดีที่จะจัดการเรื่องในร้านของท่าน ทุกอย่างก็จะง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ”

“ไป๋ไป่…” มู่จวินฝานรู้สึกดีใจที่ได้รับคำชมจากน้องสาว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะร้อน ๆ หนาว ๆ

ทางด้านชายอ้วนทำเพียงแค่เหลือบมองเด็กหนุ่มอย่างสงสัย

เขาเป็นเจ้าของร้านอาหารและได้พบผู้คนมามากมายนับไม่ถ้วน เขาจึงมักจะสามารถคาดเดาตัวตนของบุคคลนั้นได้เพียงแค่มองปราดเดียว

ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สังเกตมู่จวินฝานให้ดีมาก่อน แต่ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้วว่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นแม้จะแต่งตัวเรียบง่าย แต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีความสง่างามของตนเอาไว้ได้ หากมองในคราวแรกเขาอาจจะเหมือนพ่อค้าธรรมดา แต่ถ้ามองให้ดีอีกครั้ง เขาดูเหมือนลูกหลานขุนนางยศสูงมากกว่า

นั่นทำให้หัวใจของชายร่างท้วมบีบรัดแน่น และทันใดนั้นเขาก็มีพลังขึ้นมา

ก่อนหน้านี้เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของคนพวกนั้นก็ได้ทำลายร้านอาหารที่เก่าแก่ของเขาลงได้แล้ว

ถ้าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นลูกหลานของขุนนางยศสูงจริงแล้วยินดีที่จะอธิบายแทนเขา ร้านอาหารของเขาก็ยังมีโอกาสที่จะอยู่รอดไม่ใช่หรือ?

“เจ้าคนโง่ เจ้าโชคดีที่ได้พบลูกหลานขุนนางแล้ว!” ลุงจางเองก็เข้าใจความหมายของมู่ไป๋ไป่ทันที เมื่อเห็นดังนี้เขาก็รีบดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน

“ทำไมเจ้ายังไม่รีบขอบคุณคุณหนูกับคุณชายผู้นี้อีก เสร็จแล้วก็รีบเข้าไปข้างในห้องครัว เจ้ายังต้องทำอาหารไม่ใช่หรือ ข้าจะไปจ่ายตลาดให้เจ้าเอง!”

“ไม่จำเป็น!” ชายตัวใหญ่พูดพร้อมกับเช็ดหน้าตาตัวเอง “เมื่อเช้าข้าเพิ่งไปซื้อวัตถุดิบทั้งหมดมาเก็บไว้ในครัว…”

แม้ว่าที่ร้านจะไม่มีลูกค้าเข้าแม้แต่คนเดียว แต่เขาก็ยังซื้อและเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ตลอด

“คุณหนู คุณชาย พวกท่านพูดจริงหรือไม่?” ชายอ้วนกัดฟันถามในขณะที่ทำสีหน้าจริงจัง “ขอเพียงข้าทำอาหารให้พวกท่านกิน พวกท่านจะช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงร้านอาหารของข้าหรือไม่?”

“แน่นอน!” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าโดยไม่ต้องคิด

ส่วนมู่จวินฝานที่เห็นเด็กหญิงเอ่ยปากสัญญาก็พยักหน้าสำทับ “ครอบครัวของเราฟังน้องสาวของข้ามาก ถ้านางเอ่ยปากว่าจะช่วยท่าน ข้าเองก็จะช่วยท่านเช่นกัน”

“ตกลง!” ชายร่างท้วมพยักหน้ารับหนักแน่น “พวกท่านได้โปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบไปทำอาหารมาให้”

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอีกฝ่ายตอบตกลง เธอก็ยิ้มกว้างจนตาปิด “ท่านทำเยอะ ๆ หน่อยนะ เรามีคนที่กินเก่งมากอยู่ด้วย”

“...” จื่อเฟิงที่อยู่ด้านข้างเหลือบตามองคนตัวเล็ก

“แขกทั้ง 2 ท่านอยากได้น้ำแกงหวาน ๆ หรือไม่ ข้าจะไปเอามาให้พวกท่าน” บัดนี้ลุงจางรู้สึกมีความสุขมาก “ข้าไม่เก็บเงินพวกท่าน นี่ถือว่าเป็นของตอบแทนจากข้า”

“ข้ารับน้ำแกงหวานของท่าน แต่ท่านก็ต้องเก็บเงินพวกเราด้วย” มู่ไป๋ไป่หยิบกระเป๋าของตัวเองออกมาอีกครั้ง แต่เมื่อนึกถึงท่าทีตกใจของหญิงชราในตลาดเมื่อกี้นี้ เธอก็ทำได้เพียงแค่เก็บตั๋วแลกเงินกลับเข้าไปในกระเป๋า ก่อนจะยื่นมือออกไปตรงหน้ามู่จวินฝาน “ท่านพี่!”

เด็กหนุ่มหยิบเงินออกมามอบให้น้องสาวอย่างว่าง่าย

“ขอบคุณท่านพี่!” คนตัวเล็กยิ้มหวานแล้วยื่นเงินให้ลุงจาง “ท่านช่วยตักน้ำแกงหวานไว้ให้เราเยอะ ๆ หน่อย เขาคนเดียวสามารถกินได้หมดหม้อเลยด้วยซ้ำ”

จื่อเฟิงที่ยังกินน้ำแกงหวานไม่หมดกำลังยกซดไม่หยุด “...”

ชายสูงวัยรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนดี เขาจึงรับเงินมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ และในไม่ช้าน้ำแกงหวาน 2 ชามใหญ่ก็ถูกส่งมาพร้อมกับขนมกล่องเล็กที่ส่งกลิ่นหอมโชยมา

“ข้าทำขนมพวกนี้เอง รสชาติค่อนข้างดีทีเดียว ถ้าไม่ถือสาอะไร คุณหนูลองชิมดูสิ”

ลุงจางวางของกินทั้ง 2 แล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยพ่อครัวทำอาหาร

ไม่นานมู่ไป๋ไป่ก็หยิบขนมมากัดคำเล็ก ๆ แล้วก็มีกลิ่นหอมหวานฟุ้งเข้ามาในปาก ต้องบอกว่ารสชาติของขนมนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ารสชาติขนมที่พ่อครัวในวังหลวงทำเลยสักนิด

ในระหว่างทางเด็กหญิงได้กินของว่างที่มู่จวินฝานเตรียมมาให้เธอจนหมดแล้ว หลังจากนั้นเธอก็ไม่พบของว่างที่ถูกปากอีกเลย

ใครจะไปคาดคิดว่าวันนี้เธอจะได้กินของว่างที่มีรสชาติเทียบกับของว่างในวังหลวงได้จากชายชราที่ขายน้ำแกงหวาน

“ท่านพี่! ขนมนี่อร่อยมาก!” มู่ไป๋ไป่ส่งขนมชิ้นหนึ่งให้มู่จวินฝานชิม ก่อนจะแบ่งให้หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงด้วย “พวกเจ้าก็ควรลองชิมเหมือนกัน มันมีรสชาติคล้ายกับของว่างในวังหลวงหรือไม่?”

เด็กหนุ่มรับขนมมากัดคำเล็ก ๆ ทันใดนั้นเขาก็ทำสีหน้าประหลาดใจ “มันคล้ายกับของว่างที่พ่อครัวหลวงทำจริง ๆ ด้วย”

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าน้องสาวพูดเกินจริงไปสักหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขากำลังดูถูกชายสูงวัยคนนั้นเสียแล้ว

“คุณหนู ข้าเองก็รู้สึกว่ารสชาติมันเหมือนกันทุกประการเลยเจ้าค่ะ” หลัวเซียวเซียวเบิกตากว้างขึ้น “นี่ข้าลิ้มรสผิดไปหรือไม่?”

--------------------------------------------------

ทุกคนนน! E-Book ไป๋ไป่เล่ม 3 วางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้วน้า นักอ่านท่านไหนที่รอซื้อ E-Book อยู่ สามารถเข้าไปตำกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยจ้า

MEB: https://shorturl.asia/obmwv

จบบทที่ บทที่ 152: ข้าช่วยท่านได้

คัดลอกลิงก์แล้ว