เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151: พ่อครัวแปลกหน้า

บทที่ 151: พ่อครัวแปลกหน้า

บทที่ 151: พ่อครัวแปลกหน้า


“แฮ่ก ๆ … นางตามมาทันหรือไม่?” มู่ไป๋ไป่วิ่งอยู่นานก่อนที่จะหยุดฝีเท้าลงและหอบเหนื่อยขณะถามหลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้าง

“ไม่เจ้าค่ะ!” เด็กหญิงกลั้นหัวเราะ “คุณหนูวิ่งเร็วมาก”

“จริงหรือ?” เมื่อคนตัวเล็กหันไปมองด้านหลังและเห็นว่าหญิงชราตามมาไม่ทัน เธอจึงใช้นิ้วโป้งปัดปลายจมูกตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ “ถ้าเจ้าคิดจะทำความดี แน่นอนว่าเจ้าจะต้องไปฝึกวิ่งให้เร็วขึ้นกว่านี้”

หลังจากพูดจบเธอก็หันไปหาผู้เป็นพี่ชายที่อยู่ด้านข้าง

“ท่านพี่ สิ่งที่ข้าทำถูกต้องหรือไม่?”

“ทุกสิ่งที่ไป๋ไป่ทำล้วนดีทั้งสิ้น” มู่จวินฝานตอบก่อนจะอุ้มน้องสาวตัวน้อยขึ้นมาด้วยความเอ็นดู “เจ้าวิ่งมาตลอดทาง เจ้าคงหิวแล้วใช่หรือไม่?”

“เจ้าอยากกินอะไร?”

ทันทีที่มู่ไป๋ไป่ได้ยินเกี่ยวกับอาหาร เธอก็ลืมทุกสิ่งที่เพิ่งทำไปจนสิ้นและเอ่ยชื่ออาหารจานหนึ่งออกมา

“ตกลง” มู่จวินฝานหัวเราะพลางส่ายหัวเบา ๆ “เราไปกินของที่ไป๋ไป่อยากกินกันเถอะ”

ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มได้สั่งให้คนไปสอบถามเกี่ยวกับอาหารจานเด็ดก่อนที่จะมาถึงเมืองชิงหยาง เขารู้ว่ามีอาหารดี ๆ อยู่ในเมืองนี้มากมาย ดังนั้นเขาจึงมุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารพร้อมกับอุ้มมู่ไป๋ไป่ไว้ในอ้อมแขน

เวลาต่อมา เมื่อพวกเขาเดินไปถึงประตูก็เห็นว่าร้านอาหารเปิดอยู่ แต่ข้างในกลับว่างเปล่าซึ่งตรงกันข้ามกับถนนที่คึกคักด้านนอก

“ข้ารู้สึกว่านี่มันแปลก ๆ ทำไมถึงไม่มีลูกค้าอยู่ในร้านสักคนเลย?” เด็กหญิงถามขึ้นมาอย่างสงสัย “หรือว่ารสชาติอาหารที่นี่ไม่ดี?”

ขณะนั้นมีชายอ้วนกำลังนั่งแกะเมล็ดแตงโมอยู่ที่ประตู พอเขาได้ยินคำพูดของเด็กน้อย เขาก็เขม็งมองนางด้วยสายตาดุดัน “รสชาติไม่ดีบ้านเจ้าสิ บังอาจนักมาว่าร้านข้าอาหารไม่อร่อย!”

มู่ไป๋ไป่สะดุ้งโหยง “นี่ ทำไมท่านถึงดุร้ายขนาดนี้!”

เธอพูดอะไรผิดไปหรือ?!

“ข้าดุร้ายแล้วทำไม? นี่คือร้านของข้า ถ้าข้าจะดุร้ายกับเจ้า เจ้าจะทำอะไรข้าได้!” ชายร่างท้วมยกจอกสุราขึ้นมาดื่มพลางมองคนตัวเล็กด้วยสายตาโกรธเคือง

“ท่านพี่ ผู้ชายคนนี้แปลกมาก” มู่ไป๋ไป่ที่หิวจนหน้ามืดแล้วยังถูกตะคอกใส่หน้าโดยไม่มีเหตุผลอีกจึงหันไปบ่นกับมู่จวินฝานด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “เราไปกินที่อื่นกันเถอะ!”

ทางด้านเด็กหนุ่มเองก็รู้สึกว่าเถ้าแก่ร้านนี้ไร้เหตุผลมากเกินไป และแอบเสียใจที่ไม่ได้สืบมาอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ของร้านอาหารนี้เป็นอย่างไร เป็นผลให้พวกเขาต้องมาเสียเปล่า

“คุณชายกับคุณหนูท่านนี้อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับเขาเลย” ชายสูงวัยที่ขายน้ำแกงหวานด้านข้างได้ยินบทสนทนาของพวกเขาจึงรีบเข้ามาเตือน “เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะโชคร้าย”

“เมื่อไม่กี่วันก่อนมีร้านอาหารมาเปิดใหม่ในเมือง และได้เอาลูกค้าทั้งหมดของเขาไป”

“จากนั้นเขาก็อารมณ์ไม่ดีจึงดื่มหนักเช่นนี้ทุกวัน”

“การค้าขายมีทั้งช่วงที่ขายดีกับขายไม่ดี นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวถามด้วยความรู้สึกสับสน “ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ในตอนที่เรามาถึง?”

“คุณหนู ท่านไม่รู้อะไร ร้านอาหารนั้นใช้กลอุบายสกปรกขโมยลูกค้า…” ชายชราเหลือบมองชายอ้วนที่ยังคงดื่มหนักพลางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

“พ่อครัวคนนี้เปิดร้านอาหารในเมืองของเรามาเกือบ 20 ปี”

“เขามีฝีมือที่ยอดเยี่ยมและเป็นคนนิสัยดี ในยามที่เกิดเรื่องเมื่อ 2-3 ปีก่อน เขากับภรรยาก็ได้ออกมาแจกโจ๊กให้กับผู้ประสบภัย”

“เขาเป็นคนดีมากจริง ๆ”

“แต่ว่าตอนนี้…”

หลังจากที่มู่ไป๋ไป่ได้ยินสิ่งที่ชายสูงวัยพูด จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าพ่อครัวคนนั้นไม่ได้น่ารังเกียจอย่างที่เธอได้พบเจอเมื่อครู่นี้

เด็กหญิงเหลือบซ้ายแลขวาก่อนจะดึงแขนเสื้อของมู่จวินฝานเข้ามาใกล้ ๆ “ท่านพี่ เรากินข้าวที่นี่ดีหรือไม่?”

“หา?” เด็กหนุ่มเหลือบมองชายอ้วนขี้เมาอย่างลังเล “เจ้าแน่ใจหรือ?”

“ข้าแน่ใจ!” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ท่านพี่ ท่านไม่รู้อะไร บางครั้งความอร่อยที่แท้จริงมักจะซ่อนอยู่ในสถานที่ที่ไม่สามารถหาได้จากร้านอาหารใหญ่ ๆ บางแห่ง ท่านปู่คนนี้พูดเองไม่ใช่หรือว่าร้านนี้เปิดมากว่า 20 ปีแล้ว ร้านอาหารที่มีประวัติยาวนานเช่นนี้ย่อมต้องมีของดี ๆ อยู่ในตัว”

มู่จวินฝานหัวเราะเบา ๆ “เจ้าเป็นแค่เด็ก 4 ขวบ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะเข้าใจโลกไม่น้อย”

“ในเมื่อไป๋ไป่อยากจะกินข้าวที่นี่ เช่นนั้นเราก็เข้าไปกันเถอะ”

จากนั้นเขาก็อุ้มน้องสาวเข้าไปในร้านอาหารของชายอ้วน

“ท่านปู่!” มู่ไป๋ไป่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันกลับไปตะโกนบอกชายชราที่เพิ่งพูดคุยกับพวกเธอเมื่อครู่ว่า “ขอน้ำแกงหวานให้เราชามหนึ่ง!”

ทันใดนั้นชายสูงวัยก็ยิ้มกว้างแล้วตอบรับว่า “ได้เลย คุณหนูรอสักครู่”

“นี่ พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?” ชายอ้วนที่เห็นมู่จวินฝานอุ้มมู่ไป๋ไป่เดินเข้าประตูร้านมาก็ลุกขึ้นยืนโซเซ “ข้าบอกว่าจะไม่ขายให้พวกเจ้าไม่ใช่หรือ? รีบออกไปจากที่นี่ซะ!”

ในระหว่างที่พูดเขาก็ตั้งท่าจะไปลากเด็กหนุ่มออกไปจากร้านของตน

แต่ผลก็คือเขาคว้าอากาศจนทำให้ร่างของเขากระแทกเข้ากับประตูเสียงดังซึ่งดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากบนท้องถนนให้มาหยุดยืนดู

“ฮ่า ๆ โง่เง่าเสียจริง” มู่ไป๋ไป่หัวเราะพร้อมกับปรบมือเสียงดัง “ท่านพี่ ดูสิ พวกขี้เมานี่มันซื่อบื้อจริง ๆ หลังจากนี้ท่านอย่าได้ดื่มหนักเช่นนี้นะ ไม่อย่างนั้นท่านจะทำตัวโง่เขลาต่อหน้าคนอื่นให้ต้องอับอาย”

มู่จวินฝานพยักหน้าเห็นด้วย “ตกลง พี่ฟังไป๋ไป่”

“นี่…” หลังจากชายร่างท้วมพลาดท่าเช่นนี้ เขาก็ดูเหมือนจะมีสติขึ้นมา “พวกเจ้ามาที่นี่ทำไม?”

“อย่างที่เจ้าเห็น ที่นี่ไม่รับแขก หากพวกเจ้าจะมาก่อกวนก็รีบไปให้พ้นซะ”

“อย่ามาสร้างปัญหาให้ข้า!”

“ใครบอกว่าเรามาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา” ยามนี้มู่ไป๋ไป่จัดหาที่นั่งให้ตัวเองเรียบร้อย “ข้าบอกแล้วว่าเราจะกินข้าวที่นี่”

ชายอ้วนคนนี้แปลกมาก ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่เชื่อที่พวกเธอพูด?

“กินข้าวอย่างนั้นหรือ?” ชายอ้วนหัวเราะเยาะ “มีใครในเมืองนี้ไม่รู้บ้างว่าร้านอาหารของข้ามีคนกินเข้าไปแล้วตาย ใครจะไปกล้ากินอาหารฝีมือข้าอีก”

“หรือว่าพวกเจ้าไม่ใช่คนที่นี่?”

มีคนเคยกินอาหารของเขาแล้วตายด้วยเหรอ?

มู่ไป๋ไป่เบิกตากว้าง ดูเหมือนว่าเรื่องจะแตกต่างไปจากที่เธอคิดมาก

ทางด้านมู่จวินฝานก็ขมวดคิ้วเช่นกัน

ตอนนั้นท่านปู่ได้นำน้ำแกงหวานเข้ามาพอดีกับที่ได้ยินสิ่งที่ชายตัวใหญ่พูด เขารีบวางถ้วยน้ำแกงหวานลงแล้วอธิบายให้ลูกค้าฟังว่า “คุณหนูคุณชายทั้งหลาย อย่าไปฟังที่เขาพูดเลย ที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพราะความคับแค้นใจ”

“ก่อนหน้านี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับร้านอาหารของเขา แต่ข้ารับรองได้เลยว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่อาหารอย่างแน่นอน”

“เขาเป็นคนดี เขาเปิดร้านอาหารแห่งนี้ด้วยใจรักจริง”

“ร้านอาหารที่เปิดใหม่นั่นคงจะใส่ร้ายเขา—”

“ลุงจาง ท่านก็หยุดพูดได้แล้ว!” ชายอ้วนตะคอกอย่างไม่พอใจ “ทำไมท่านถึงได้พูดมากเช่นนี้? ไปขายน้ำแกงหวานของท่านเถอะ”

“นอกจากนี้ ข้าแนะนำให้ท่านรีบย้ายแผงของท่านออกไปโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นอีกไม่ช้าก็เร็วท่านจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย และก็จะไม่มีใครมาซื้อน้ำแกงหวานของท่านอีก”

ชายสูงวัยที่ถูกเรียกว่า ‘ลุงจาง’ จ้องชายร่างใหญ่ด้วยท่าทางโมโหแต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนัก “พูดจาไร้สาระ น้ำแกงหวานของข้าอร่อยจะตาย ไม่ว่าข้าจะอยู่ที่ไหนก็มีลูกค้ามาซื้อไม่ขาดสาย”

“ถ้าเจ้ามีเวลามากังวลเรื่องนี้ ทำไมไม่ดูแลแขกพวกนี้ให้ดีล่ะ?”

ชายอ้วนไม่ได้ตอบกลับลุงจาง เขาแค่เดินโซเซเข้าไปหาพวกมู่ไป๋ไป่ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่ ข้าไม่ได้โกหก คนที่กินอาหารที่ร้านของข้าตายไปแล้วจริง ๆ”

“ถ้าพวกเจ้าไม่กลัวตายก็นั่งรออยู่ตรงนี้”

ยามนี้มู่ไป๋ไป่เข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับร้านอาหารแห่งนี้ นั่นทำให้เธอขี้เกียจโต้เถียงกับเจ้าของร้านและหันไปถามลุงจางว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ปรากฏว่าเมื่อปีที่แล้ว มีร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า ‘หย่งเซวียน’ มาเปิดในเมือง ร้านอาหารแห่งนี้มีการตกแต่งที่หรูหราและมีอาหารให้เลือกหลากหลาย

ในช่วงแรก ๆ ร้านหย่งเซวียนก็สามารถดึงดูดให้ผู้คนเข้าไปรับประทานอาหารได้เป็นจำนวนมาก

แต่พอมีคนไปกินมากเข้า ๆ พวกเขาก็ได้รู้ว่าอาหารในร้านไม่ได้มีความพิเศษอะไรเลย แม้ว่าร้านจะได้รับการตกแต่งให้ดูดี แต่จริง ๆ แล้วรสชาติกลับไม่ได้ดีตามที่เห็นภายนอก

จบบทที่ บทที่ 151: พ่อครัวแปลกหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว