เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127: เงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้

บทที่ 127: เงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้

บทที่ 127: เงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้


“เอ่อ… ประมาณนั้นเจ้าค่ะ” พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าเสิ่นจวินเฉาเข้าใจผิด เธอก็เกาหัวยิ้มแก้เก้อ และตอบรับมันไปแบบส่ง ๆ

หลังจากนั้นทุกคนก็เดินไปพลางคุยไปพลาง ในไม่ช้าพวกเขาก็เห็นแสงเล็ก ๆ ส่องประกายท่ามกลางความมืด

แสงนั้นเป็นสีฟ้าอมเขียวจาง ๆ ลอยโดดเด่นอยู่กลางอากาศ

“กรี๊ดดด!! นั่นอะไรน่ะ!” หลัวเซียวเซียวรีบไปหลบอยู่ข้างหลังมู่ไป๋ไป่เพราะความหวาดกลัว “คุณหนู นั่นเป็นลูกไฟผีตามตำนานที่เล่าขานใช่หรือไม่?!”

เมื่อจื่อเฟิงได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กหญิง เขาก็รีบไปขวางอยู่ด้านหน้าเพื่อปกป้องทั้ง 2 คนเอาไว้

มู่ไป๋ไป่เองก็รู้สึกตกใจ แต่อย่างน้อยเธอก็เดินทางมาจากยุคปัจจุบันและค่อนข้างยอมรับปรากฏการณ์ประหลาดเช่นนี้ได้บ้าง

คนตัวเล็กคิดอยู่พักหนึ่งแล้วอธิบายให้สหายของตนฟังว่า “ลูกไฟผีที่เจ้าว่าน่าจะเป็นไฟจากฟอสฟอรัส”

“ไฟจากฟอสฟอรัส?” หลัวเซียวเซียวค่อย ๆ ยื่นหน้าออกไปมองด้วยความอยากรู้ “มันคืออะไรหรือเจ้าคะ?”

“ก็… เอ่อ...” มู่ไป๋ไป่เกาหัวเพราะไม่รู้จะอธิบายคำศัพท์สมัยใหม่ให้อีกฝ่ายฟังว่าอย่างไร “แค่ว่า… มันไม่ใช่ไฟจริง ๆ”

“มีคนเคยบอกว่าไฟประเภทนี้มักปรากฏในสุสาน”

“เพราะหลังจากที่ฝังศพมนุษย์ไปได้สักพัก มันก็จะปล่อยบางอย่างลอยขึ้นไปในอากาศ และจะทำให้มีไฟลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในเวลากลางคืน”

หลังจากที่เด็กหญิงอธิบายอย่างคลุมเครือจบแล้ว คนฟังทั้ง 2 คนก็เข้าใจเพียงครึ่งเดียว ยามนี้ดวงตากลมโตทั้ง 3 คู่ค่อย ๆ หันไปมองภาพตรงหน้า ในขณะที่บรรยากาศเริ่มน่าขนลุกขึ้นเรื่อย ๆ

“ฮ่า ๆๆ” เสิ่นจวินเฉาซึ่งเดินอยู่ข้างหน้าหัวเราะเบา ๆ “ไป๋ไป่ เจ้ารู้อะไรมากกว่าที่ข้าคิดเสียอีก”

“ข้าเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอกเจ้าค่ะ”

“บังเอิญข้าเคยเห็นมันตอนที่อ่านตำรา” มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินกับคำชมนั้น ทำให้ใบหน้ากลมมนแดงขึ้นเล็กน้อย

เสิ่นจวินเฉาลูบหัวคนตัวเล็กเบา ๆ พร้อมกับกล่าวว่า “เรานี่ก็ฉลาดเสียจริง เจ้าสามารถเข้าใจตำราเช่นนี้ได้ตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบครึ่ง เป็นข้าที่รู้สึกละอายยิ่งนัก”

“ต้องบอกว่าลูกไฟผีเป็นอย่างที่ไป๋ไป่พูดเมื่อกี้ มันมักจะปรากฏอยู่ในสถานที่ที่มีหลุมศพอยู่มากมาย”

“สำหรับสาเหตุของการก่อตัวนั้น มีคนเคยกล่าวเอาไว้หลายแบบ สิ่งที่เรียกขานกันบ่อย ๆ ก็คือ วิญญาณผู้บริสุทธิ์”

“แต่ข้าไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องผีสาง”

“เพราะฉะนั้น ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ไป๋ไป่พูดมากกว่า ลูกไฟผีเกิดจากศพที่รวมตัวกันมากมายในสุสาน”

“ข้าเองก็ได้ยินมาว่าที่นอกเมืองมีหลุมศพหมู่อยู่ หรือว่ามันจะตั้งอยู่ที่นี่?” หลัวเซียวเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เซียวเซียวดูเหมือนจะคุ้นเคยกับนอกเมืองมาก” เสิ่นจวินเฉามองเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มก่อนจะพยักหน้าตอบรับ “ไม่ผิด หลุมศพหมู่อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง”

หลัวเซียวเซียวตัวสั่นขึ้นมาทันที “แต่เรากำลังจะไปตลาดผีไม่ใช่หรือเจ้าคะ ทำไมเราถึงต้องมาที่หลุมศพหมู่นี้?”

“หรือว่า… ทางเข้าตลาดผีอยู่ในหลุมศพหมู่?”

เด็กหญิงพูดเสียงเบาลงเรื่อย ๆ นางทำเหมือนกับว่ามีบางสิ่งที่น่ากลัวกำลังจ้องมองนางอยู่ในความมืด

“ถูกต้อง” เสิ่นจวินเฉาพยักหน้าชื่นชมที่อีกฝ่ายคาดเดาถูก “เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกบังเอิญเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทางเข้าตลาดผีจึงตั้งอยู่ด้านหลังหลุมศพหมู่”

“เจ้าจะสามารถเห็นมันได้ก็ต่อเมื่อเดินผ่านลูกไฟผีไป”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กชาย ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกชื่นชมคนผู้นี้ขึ้นมา

ที่นี่มีหลุมศพเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิดไฟจากฟอสฟอรัส หากคนปกติมาพบเห็นมันเข้าก็คงจะหันหลังวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแน่นอน

“ไป๋ไป่ ถ้าเจ้ากลัวก็จับมือข้าไว้” เสิ่นจวินเฉาพูดพร้อมกับยื่นมือออกมาตรงหน้าเด็กหญิง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าอย่าได้ตกใจ แล้วก็ไม่ต้องวิ่งหนี”

“แต่จำไว้ให้ดีว่าเจ้าจะต้องตามข้ามาติด ๆ”

มู่ไป๋ไป่คิดอยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นว่าทั้งหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงก็ดูหวาดกลัวไม่น้อย เธอจึงจับมือเสิ่นจวินเฉาเอาไว้

ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะเป็นคนที่น่าเชื่อถือที่สุด

ขณะที่เด็กทั้ง 4 กำลังพูดคุยกันอยู่ พวกเขาก็เห็นหลุมศพหมู่

สถานที่แห่งนี้ว่ากันว่าเป็นหลุมศพขนาดใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่า

บางครั้งเราจะเห็นป้ายหลุมศพที่ทำมาจากแผ่นไม้ปักอยู่บนพื้น ถึงแม้ว่ามันจะมืดไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

จากนั้นเสิ่นจวินเฉาก็เดินนำเด็กทั้ง 3 คนวนไปเวียนมาในสุสาน

ในตอนที่พวกมู่ไป๋ไป่กำลังรู้สึกมึนงงกับทิศทาง ในที่สุดพวกเธอก็เห็นก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างหน้าโดยที่บนนั้นมีตัวอักษรตัวใหญ่เขียนเอาไว้

‘มนุษย์หลงเวียนวน’

“นี่คือโลกผี” เสิ่นจวินเฉาอธิบาย “การก้าวเข้าไปที่นี่หมายความว่าเราได้เข้าสู่ตลาดผีแล้ว”

“ถ้าเราเดินเข้าไปประมาณ 1 ถ้วยชา*ก็จะมองเห็นทางเข้าตลาดผี”

*1 ถ้วยชา = 15 นาที

“ในตอนกลางวันสถานที่แห่งนี้เป็นแบบนี้หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่เอามือแตะหินก้อนใหญ่อย่างสงสัย “มันจะไม่แปลกไปหน่อยหรือถ้ามีคนเห็นตัวอักษรพวกนี้ตอนกลางวัน”

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เสิ่นจวินเฉาจูงมือพวกมู่ไป๋ไป่เดินเข้าไปข้างในขณะที่กล่าวว่า “ครั้งสุดท้ายที่ข้าเดินผ่านที่นี่ตอนกลางวัน ข้าเองก็ไม่เห็นหินก้อนนี้”

“หา?” คนตัวเล็กรู้สึกประหลาดใจ “เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าหินก้อนนี้จะมีขาเดินไปเองได้? แล้วมันก็จะปรากฏตัวเฉพาะในเวลากลางคืน แล้วกลางวันก็จะไปซ่อนไม่ให้ใครเห็น”

“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” เด็กชายส่ายหัวตอบ “อย่างไรก็ตาม ข้าได้ยินมาว่าผู้ที่ก่อตั้งตลาดผีเหมือนจะมีความรู้วิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย*”

*วิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย (奇門遁甲) เป็น 1 ใน 3 สุดยอดวิชาพยากรณ์ของจีน เป็นวิชาที่บรรพกษัตริย์จีน แม่ทัพสมัยก่อนต้องเรียนรู้ เพื่อใช้ในการทำศึกสงคราม การปกครองบ้านเมือง และดูแลประชาชน

“เพราะเหตุนี้ สถานที่นี้จึงจะปรากฏเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น”

“ลึกลับมาก!” ยิ่งมู่ไป๋ไป่ฟังเรื่องราวของตลาดผีมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกสนใจมันมากขึ้นเท่านั้น แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองหินก้อนใหญ่ที่มีข้อความ ‘มนุษย์หลงเวียนวน’ อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เธอไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดไปหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าจะมีหมอกค่อย ๆ เพิ่มขึ้นที่ด้านหลัง ซึ่งหมอกนั้นก็ทำให้เธอเหมือนจมอยู่ใต้น้ำจนมองไม่เห็นอะไรเลย

“ใครน่ะ!”

หลัวเซียวเซียวอุทานเสียงดังทำให้มู่ไป๋ไป่ต้องหันกลับมาก่อนจะเห็นโคมไฟ 2 ดวงส่องสว่างอยู่ข้างหน้าไม่ไกล และมีหลายคนที่สวมชุดคลุมสีดำยืนอยู่ใต้โคมไฟเหล่านั้น

คนตัวเล็กเงยหน้าพูดขึ้นว่า “เรามาถึงแล้ว!”

ที่ทางเข้าตลาดผี มี ‘ผีน้อย’ 2 ตนกำลังคอยตรวจสอบตัวตนของผู้มาเยือน

ตอนนี้มีไม่กี่คนยืนอยู่ข้างหน้ามู่ไป๋ไป่โดยที่ทุกคนถือโคมแดงอยู่ในมือ ทางด้าน ‘ผีน้อย’ ทั้ง 2 เพียงแค่เหลือบมองพวกเขาแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าไป

แต่พอพวกมู่ไป๋ไป่มาถึง คนพวกนั้นก็ก้าวมาขวางเอาไว้

“2 คนนี้ยังเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่หรือ?” ‘ผีน้อย’ มองไปที่มู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียว “ท่านไม่รู้กฎของตลาดผีหรืออย่างไรว่าไม่อนุญาตให้เด็กเข้าไป?”

“ข้ารู้ชัดเจน” เสิ่นจวินเฉายิ้มก่อนจะหยิบก้อนเงิน 2 ก้อนออกมาจากแขนเสื้อแล้วมอบให้อีกฝ่าย “ข้าหวังว่าพวกท่านทั้ง 2 จะสามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้”

‘ผีน้อย’ ทั้ง 2 หันมามองหน้ากันชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าให้กันและรับเงินมา แล้วโบกมือ “รีบเข้าไปเร็วเข้า เจ้าจะเจอมนุษย์กินคนอยู่ข้างใน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นเราจะไม่สนใจ”

เสิ่นจวินเฉาขอบคุณอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแล้วพาพวกมู่ไป๋ไป่เข้าไปข้างใน

“จริงดั่งที่เขาพูดกันว่าเงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้…” มู่ไป๋ไป่ลอบถอนหายใจ ในที่สุดเธอก็นึกถึงมนุษย์กินคนที่ ‘ผีน้อย’ 2 ตนนั้นพูดถึง และเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย

“พี่จวินเฉา ที่พวกเขาบอกว่ามนุษย์กินคนคืออะไรหรือ? ให้ตายเถอะ คนพวกนั้นจะจับเด็กกินหรืออย่างไร?”

หลัวเซียวเซียวเองก็จ้องหน้าคุณชายเสิ่นด้วยความรู้สึกประหม่าปนหวาดกลัว

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เด็กชายตอบยิ้ม ๆ “แต่ตราบใดที่พวกเจ้าติดตามข้าตลอดทาง พวกเจ้าจะไม่เป็นไร”

“...” มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนี้ก็พูดไม่ออก

“มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว” หลัวเซียวเซียวซึ่งน้ำตาคลอเบ้ารีบคว้าแขนเสื้อของคนตัวเล็กมาจับไว้แน่น “คุณหนู เรารีบไปตามหาเจ้าตัวโตแล้วรีบกลับกันเถอะเจ้าค่ะ”

จบบทที่ บทที่ 127: เงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้

คัดลอกลิงก์แล้ว