เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 128: ศาลาหมื่นอสูร

บทที่ 128: ศาลาหมื่นอสูร

บทที่ 128: ศาลาหมื่นอสูร


ตลาดผีนั้นแตกต่างไปจากจินตนาการของมู่ไป๋ไป่มาก

ทีแรกเธอคิดว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผีสางนางไม้จนต้องดูน่ากลัว

แต่นอกจากสุสานและหินก้อนใหญ่ที่เธอเพิ่งเดินผ่านมา ตลาดผีแห่งนี้กลับดูไม่ต่างจากตลาดธรรมดาในเมืองหลวงที่คึกคักมากนัก

อย่างไรก็ตาม ผู้คนที่มาเยือนตลาดต่างก็เหมือนกับพวกเธอ พวกเขาสวมชุดคลุมสีดำ มีหมวกคลุม มีหน้ากากปิดบังใบหน้า ทำให้มองไม่เห็นทั้งรูปร่างและหน้าตาที่แท้จริง

“ที่นี่มีอาหารขายอยู่จริง ๆ” หลัวเซียวเซียวเดินผ่านร้านซาลาเปาพลางมองดูอย่างสงสัย “อีกทั้งยังหอมมากด้วย”

“เพราะว่า ‘ผี’ ที่นี่ยังต้องกินเหมือนกัน” เสิ่นจวินเฉาเดินนำเด็กอีก 3 คนเข้าสู่ส่วนของตลาดผีช้า ๆ “มีสถานที่แห่งหนึ่งในตลาดผีที่เรียกกันว่า ‘ศาลาหมื่นอสูร’ ซึ่งเป็นกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์แปลกทุกชนิด”

“ศาลาหมื่นอสูร?” มู่ไป๋ไป่รีบคว้าแขนเสื้อของเด็กชายมาจับ “พี่จวินเฉา เจ้าตัวโตน่าจะอยู่ที่นั่น เรามุ่งหน้าไปที่แห่งนั้นก่อนแล้วช่วยเจ้าตัวโตออกมากันเถอะ”

“อย่าได้รีบร้อน สถานที่ที่ถูกเรียกว่าศาลาหมื่นอสูรนั้นพิเศษมาก ถ้าเข้าไปข้างในเจ้าจะต้องเชื่อฟังข้า อย่าได้ทำอะไรหุนหันพลันแล่น” เสิ่นจวินเฉากล่าวเสียงจริงจัง

มู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวพยักหน้าซ้ำ ๆ เป็นการบ่งบอกว่าพวกเธอจะเชื่อฟังอย่างแน่นอน

มีเพียงจื่อเฟิงเท่านั้นที่ทำหน้าเรียบนิ่งขณะจ้องมองไปที่ศาลาสูงซึ่งตั้งอยู่สุดถนน

ดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงแยกเขี้ยวขู่

“จื่อเฟิง!” มู่ไป๋ไป่สังเกตเห็นท่าทีแปลกประหลาดของเด็กหนุ่ม เธอจึงถอนหายใจแล้วรีบกวักมือเรียกเขา

จื่อเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นนายอย่างเชื่อฟังแล้วนั่งลง ในขณะที่สายตาจับจ้องไปที่อีกฝ่าย “คุณ…หนู มีอะไรหรือ?”

“ข้าจะมีเรื่องอะไรได้อีก” เด็กหญิงหยิบห่อกระดาษชิ้นใหญ่ออกมาจากอ้อมแขนแล้วยื่นให้เขา “นี่ ข้าซื้อเตรียมเอาไว้ให้ท่านตอนที่ข้าเดินผ่านตลาดยามบ่าย”

เด็กหนุ่มขยับจมูกดมของในมือคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเปิดห่อกระดาษออกด้วยความสับสน แล้วพบว่าข้างในมีเนื้อตุ๋นหอมกรุ่น

“รับนี่ไปกินสิ” มู่ไป๋ไป่ลูบหัวเขาเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบใจเขา “หลังจากเราเข้าไปด้านในแล้ว ท่านจะต้องเชื่อฟังข้ากับพี่จวินเฉา เข้าใจหรือไม่?”

จื่อเฟิงซึ่งปกติแล้วดูเหมือนจะเชื่อฟังคำสั่งของเธอ แต่จริง ๆ เขาก็ยังคงทำอะไรตามความรู้สึกตัวเอง

จะเกิดอะไรขึ้นหากเขาไปเห็นบางสิ่งที่อยู่ข้างใน แล้วถูกกระตุ้นให้คลุ้มคลั่ง หากเป็นเช่นนั้นมันจะกลายเป็นหายนะของแท้

ดังนั้น วันนี้ตอนที่เธอลงจากเขา เธอได้แวะซื้อเนื้อตุ๋นชิ้นใหญ่เอาไว้เผื่อล่วงหน้า

นั่นเป็นเพราะจื่อเฟิงจะสงบลงก็ต่อเมื่อเขามีอะไรกินเท่านั้น

ดูเหมือนว่าอาหารที่เตรียมมาจะมีประโยชน์อย่างไม่คาดคิด

“อืม” จื่อเฟิงพยักหน้ารับโดยถือเนื้อเอาไว้นิ่ง หลังจากนั้นเขาก็พูดตะกุกตะกักว่า “คุณหนู เจ้าตัวโต…ยัง…ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่ชะงักไปชั่วครู่ เธอเม้มปาก ส่ายหัวเบา ๆ แล้วตอบตามความจริงว่า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้าจะพามันกลับมาไม่ว่ามันจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม”

“นี่เป็นคำมั่นที่ข้าให้กับท่านได้”

ขณะนั้นเด็กหญิงเห็นดวงตาของจื่อเฟิงแดงขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะก้มศีรษะลง หยิบเนื้อชิ้นใหญ่ขึ้นมากัดกินคำใหญ่ แล้วพึมพำพูดคำว่า “อร่อย”

ส่วนหลัวเซียวเซียวที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างก็แอบปาดน้ำตา

“ไปกันเถอะ” เสิ่นจวินเฉาพูดขึ้นเบา ๆ “เข้าไปหาเจ้าตัวโตกัน”

ในเวลาเดียวกัน ที่เชิงเขาวัดฮู่กั๋ว

เซียวถังอี้ติดตามอวี้เซิ่งมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในขณะที่เขาเล่นเหรียญทองแดงที่ปลายนิ้วมือ “ดูเหมือนจะมีคนเล่นตุกติก”

เขากับอวี้เซิ่งเพิ่งจะเดิมพัน 5 ครั้งติดต่อกัน แล้วอีกฝ่ายก็ชนะทั้ง 5 ครั้ง

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่มีอะไรจะพูด และทำได้เพียงติดตามชายหนุ่มลงจากเขาไปตลาดผีเพื่อตามหาเจ้าตัวเล็กที่ก่อปัญหาไปทั่ว

“ท่านอ๋อง ท่านไม่มีหลักฐาน ท่านจะกล่าวหาคนอื่นลอย ๆ เช่นนี้ไม่ได้” อวี้เซิ่งพูดจบแล้วก็ยกไหสุราที่เขานำติดมือมาด้วยขึ้นดื่ม

“ข้าทำผิดต่อท่านหรือไม่?” เซียวถังอี้พูดเสียงเย็น แต่ก็แทบจะเถียงอีกฝ่ายไม่ได้เลย “การเดิมพันเมื่อกี้นี้ไม่นับ ที่ข้าร่วมเดินทางไปกับท่านด้วยท่านจะต้องมีของตอบแทน”

“เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน สุราที่ท่านเคยพูดถึงจะต้องถูกส่งไปที่จวนของข้าภายหลัง”

อวี้เซิ่งหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาซับซ้อน “ท่านอ๋อง ท่านไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบเลยจริง ๆ”

เด็กหนุ่มทำเป็นไม่สนใจคนพูด และพุ่งตรงไปยังหลุมศพหมู่อย่างรวดเร็ว

“ช้าก่อน ถ้าท่านต้องการเข้าตลาดผี ท่านจะต้องไปที่เมืองเพื่อเอาโคมสีแดง 2 อันก่อน” นักฆ่าหนุ่มพยายามห้ามอีกคนไว้ “ไม่เช่นนั้นท่านจะเข้าไปไม่ได้”

“นอกจากนี้ หน้ากากของท่านโดดเด่นเกินไป ท่านต้องหาอะไรมาปกปิดมันเอาไว้ มิฉะนั้นคนอื่นจะจำท่านได้ในทันที”

“ทำไมต้องกังวลด้วย?” เซียวถังอี้กลอกตามองคนที่พูดเตือน “ค่อยไปหยิบเอาที่ประตูก็ได้”

“ท่านกำลังจะไปตามหาคนไม่ใช่หรือ?”

“ถ้าท่านมัวแต่โอ้เอ้เช่นนี้ต่อไป เดี๋ยวก็รุ่งสางพอดี ถึงเวลานั้นมู่ไป๋ไป่จะไม่กลายเป็นอาหารของ ‘มนุษย์กินคน’ ไปแล้วหรือ?”

อวี้เซิ่งถึงกับพูดไม่ออก เหตุใดเมื่อก่อนเขาถึงไม่เคยรู้เลยว่าเซียวถังอี้จะปากจัดได้ขนาดนี้?

ลืมมันไปเสีย ตอนนี้มีบางอย่างที่เขาจะต้องพึ่งพาเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ ดังนั้นเขาจึงต้องอดกลั้นมันเอาไว้

พอตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 2 คนก็เร่งมุ่งหน้าไปที่ทางเข้าตลาดผี

ยามนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากได้มาเยือนตลาดผี หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็สุ่มเลือกเป้าหมายที่เหมาะสม ก่อนที่จะลอบเข้าไปหาพวกเขา ทำให้พวกเขาหมดสติ และคว้าโคมไฟสีแดง 2 อันไปจากมือของคนพวกนั้น

“ถ้าองค์หญิงหกสามารถเข้าไปในตลาดผีได้แล้ว นั่นหมายความว่าคนที่พานางมาที่นี่จะต้องคุ้นเคยกับตลาดผีมาก” อวี้เซิ่งดึงเสื้อคลุมสีดำที่เขาเพิ่ง ‘เก็บ’ มาระหว่างทาง แล้ววิเคราะห์ความเป็นไปได้ให้เซียวถังอี้ฟังด้วยเสียงกระซิบ “ถ้าเช่นนั้น ในเวลานี้องค์หญิงหกมีแนวโน้มว่าจะเข้าไปในศาลาหมื่นอสูรเรียบร้อยแล้ว”

“เพราะที่นั่นทำการค้าเกี่ยวกับสัตว์”

“ข้าเคยเห็นกับดักสัตว์ที่องค์หญิงหกพบบนภูเขา รูปแบบของมันพิเศษมากซึ่งดูคล้ายกับสิ่งที่คนของศาลาหมื่นอสูรใช้จับสัตว์มาก”

“ใช่” เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ ขณะที่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตานิ่งเฉย ราวกับว่าเขาเป็นคนที่แค่มาเยี่ยมชมตลาดผีจริง ๆ

อวี้เซิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจขณะกล่าวว่า “คุณชายเซียว ในเมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้ว ท่านควรให้ความร่วมมือกันสักนิด ไม่เช่นนั้นมันคงจะไม่คุ้มค่าที่ข้าจะมอบสุราชั้นดีให้กับท่าน”

“ศาลาหมื่นอสูรเปิดในตลาดผีมากี่ปีแล้ว?” จู่ ๆ เซียวถังอี้ก็ถามขึ้นมา

นักฆ่าหนุ่มตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง โดยไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงถามคำถามนี้ขึ้นมา แต่เขาก็ยังคงตอบตามความจริงไปว่า “เท่าที่ข้าจำได้ ศาลาหมื่นอสูรมีมาตั้งแต่ตลาดผีถูกเปิด”

“ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ คนของศาลาหมื่นอสูรออกล่าสัตว์ใกล้กับวัดฮู่กั๋วไปกี่ครั้งแล้ว?” เด็กหนุ่มถามคำถามต่อไป

อวี้เซิ่งนิ่งเงียบไป

วัดฮู่กั๋วไม่ใช่สถานที่ธรรมดา หากพบว่ามีคนเข้ามาล่าสัตว์ เรื่องนี้จะถูกรายงานขึ้นไปตามขั้นตอน

และมันเป็นไปไม่ได้ที่นายพรานพวกนี้จะเคลื่อนไหวได้โดยไม่มีใครรู้

ถึงแม้ว่าภูเขาลูกนี้จะเป็นสถานที่ที่ใหญ่โตมาก แต่หากมีใครออกล่าสัตว์เป็นเวลานาน มันจะต้องถูกค้นพบแน่นอน

“ท่านกำลังสงสัยว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติหรือไม่?” อวี้เซิ่งขมวดคิ้ว ในขณะที่คิดถึงเด็ก ๆ ที่ถูกคนของแคว้นหนานซวนลักพาตัวไปเมื่อไม่นานมานี้

“ข้าไม่เชื่อเรื่องบังเอิญ” เซียวถังอี้ยักไหล่ “ก่อนที่ไทเฮาจะเสด็จมาสวดมนต์ขอพรที่วัดฮู่กั๋ว พื้นที่รอบ ๆ วัดก็เงียบสงบดี”

“จนกระทั่งตอนนี้ผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว?”

“ทำไมจู่ ๆ คนพวกนั้นถึงเริ่มออกล่าอีกครั้ง”

คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้สีหน้าของอวี้เซิ่งค่อย ๆ มืดมนลง “เป็นข้าที่ประมาทเอง หากเราพบองค์หญิงหกแล้ว ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้ฝ่าบาททราบทันที”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกัน พวกเขาก็เดินไปถึงห้องใต้หลังคา

ตอนที่เซียวถังอี้กับอวี้เซิ่งกำลังจะเดินเข้าไป พวกเขาก็ถูกชายคนหนึ่งขวางเอาไว้ “คุณชายทั้ง 2 วันนี้ศาลาหมื่นอสูรเต็มแล้ว”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ตื่นเต้น ๆ พวกไป๋ไป่จะตามหาเจ้าตัวโตเจอไหมนะ

จบบทที่ บทที่ 128: ศาลาหมื่นอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว