เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126: เดิมพัน

บทที่ 126: เดิมพัน

บทที่ 126: เดิมพัน


มู่ไป๋ไป่เหม่อมองเสิ่นจวินเฉาครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปในอ้อมแขนของเขา “พี่จวินเฉา ท่านเป็นคนดีมาก!”

เขาดีกว่าอวี้เซิ่งเป็นพันเท่า!

“เจ้าจะร้องไห้ทำไมกัน?” เด็กชายเซถอยไปด้านหลังเล็กน้อยเพราะถูกกอด เขารู้สึกสับสนเล็กน้อยว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี

ไม่นานมู่ไป๋ไป่ก็ผละออกด้วยท่าทีขัดเขิน เธอขยี้ตาแดง ๆ ของตัวเองแบบลวก ๆ แล้วพูดว่า “พี่จวินเฉา ในเมื่อท่านยินยอมที่จะไปตลาดผีกับข้า ตั้งแต่นี้ไปเราจะเป็นสหายกันตลอดชีวิต นับจากนี้ การลงทุนของท่านจะไม่สูญเปล่า!”

ในอดีต สำหรับเธอแล้วเธอมองว่าเสิ่นจวินเฉาเป็นเพียงเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ช่วยเธอทำเงินได้เท่านั้น แต่คราวนี้คำว่าสหายคือสหายจริง ๆ เธอจะถือว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนตาย

“เจ้าไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกัน?” เด็กชายส่ายหัวยิ้ม ๆ แต่ในดวงตาของเขากลับมีประกายบางอย่างและใบหน้าหล่อเหลาก็ดูอ่อนโยนขึ้นมาก “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเถอะ เราจะได้ออกเดินทาง”

หลังจากที่พวกมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาเดินทาง ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิท

ยามนี้คนรับใช้หลายคนของจวนสกุลเสิ่นกำลังรออยู่ที่ลานบ้าน โดยที่แต่ละคนถือโคมไฟสีแดงอยู่ในมือ

“คุณหนู ทำไมทุกคนถึงถือโคมไฟสีแดงเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวถามขึ้นมาอย่างสงสัย โดยมีจื่อเฟิงติดตามมาด้วย

“แขกทั้ง 2 คงไม่ทราบ” เมื่อคนรับใช้เห็นความน่ารักของหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิง เขาก็อธิบายให้พวกนางฟังด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าไปในตลาดผีแห่งนี้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนหลงทางเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนกลางคืนยามที่เราเดินทางไปยังตลาดผี ทุกคนในเมืองจะต้องจุดโคมแดง”

“‘ผีน้อย’ ที่ทำหน้าที่เฝ้าตลาดจะมองโคมแดงและรู้ว่านี่เป็นแขกของตลาดผี พวกเขาจึงจะปล่อยให้ผ่านเข้าไป”

“ที่แท้มีกฎเช่นนี้อยู่ด้วย” มู่ไป๋ไป่เองก็ตั้งใจฟังคำอธิบายของคนรับใช้เช่นกัน “ในเมื่อตลาดผีมี ‘ผีน้อย’ เฝ้าประตูอยู่ แล้วมันมีเจ้านายหรือไม่?”

ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าตลาดผีเป็นตลาดที่ไม่มีคนคอยดูแลซึ่งจัดขึ้นโดยบุคคลลึกลับบางคน

แต่ทันทีที่ได้ฟังสิ่งที่คนของเสิ่นจวินเฉาพูด ดูเหมือนว่าสถานที่ดังกล่าวจะมีผู้รับผิดชอบอยู่

“ข้าน้อยเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของคนผู้นี้มากนัก” พ่อบ้านของจวนตระกูลเสิ่นส่ายหัวตอบ “ที่ข้าน้อยรู้ก็มีเพียงเท่านี้ คุณหนูทั้ง 2 ในตลาดผีเป็นสถานที่ที่มีคนดีคนเลวปะปนกันไป ยามที่เข้าไปแล้วพวกท่านจะต้องระวังตัวไว้ให้ดี และคอยเดินติดตามคุณชายของเราอย่างใกล้ชิดอย่าได้วิ่งเพ่นพ่าน”

พวกมู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับคำสั่งของพ่อบ้านอย่างเชื่อฟัง หลังจากที่เสิ่นจวินเฉาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาแล้ว ทุกคนก็พากันขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางไปยังตลาดผี

อีกด้านหนึ่งที่วัดฮู่กั๋ว

เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้วที่ซูหว่านเห็นจดหมายของมู่ไป๋ไป่ นางไม่ได้พูดอะไร แต่แอบส่งนางกำนัลและขันทีออกไปตามหาลูกสาว

หลังจากค้นทั่วทั้งภูเขาแล้วก็ไม่พบเด็กหญิงเลย ในตอนนั้นหญิงสาวก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าลูกสาวของตนลงจากภูเขาไปแล้วจริง ๆ

ซูหว่านรู้สึกเป็นกังวลมาก แต่นางไม่สามารถลงจากเขาไปด้วยตนเองได้ ดังนั้นนางจึงต้องหาองครักษ์ 2-3 คนปลอมตัวลงจากเขามุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเพื่อตามหามู่ไป๋ไป่

แต่เมื่อท้องฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ องครักษ์ที่ถูกส่งออกไปก็ไม่ได้ส่งข่าวกลับมาเลย

นั่นยิ่งทำให้หว่านผินกังวลมากจนกินอะไรไม่ลง

ในเวลาเดียวกัน ที่บนหลังคาของเรือนพัก อวี้เซิ่งมองไปยังทิศทางที่ตั้งของเมืองหลวง ในขณะที่ใบหน้าของเขามืดมนลง

เขาคิดว่าองค์หญิงหกจะกลับมาในเร็ว ๆ นี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายอาจจะค้นหาหนทางเข้าไปยังตลาดผีแล้ว

“ชิ!... น่ารำคาญจริง ๆ” ชายหนุ่มสบถอย่างฉุนเฉียว

เขามองข้ามคนที่นอนเอกเขนกดื่มสุราอยู่บนต้นไม้ ก่อนจะขยับปลายนิ้วเล็กน้อยเพื่อส่งก้อนหินออกไป

ตอนที่ก้อนหินกำลังจะกระแทกไหสุรา หินก้อนนั้นก็ถูกมือใหญ่คว้าจับเอาไว้แน่น

“ท่านคิดจะทำอะไร?” เซียวถังอี้เหลือบมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ “ทำไมท่านยังอยู่ที่นี่อีก? หากท่านไม่รีบลงเขาไป ก็ไม่แน่ว่าองค์หญิงหกคนนั้นจะเป็นหรือตาย”

“องค์หญิงหกได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์ นางคงไม่ตายง่าย ๆ หรอก” อวี้เซิ่งกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ “ท่านไปเดินเล่นกับข้าได้หรือไม่?”

“ทำไมข้าต้องไปกับเจ้าด้วย?” เด็กหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “อวี้เซิ่ง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังวางแผนอะไรเอาไว้ ท่านแค่อยากจะลากข้าให้เข้าไปร่วมรับผิดชอบกับท่านใช่หรือไม่?”

“ไม่มีทาง!”

“...” นักฆ่าหนุ่มกัดฟันแน่น “เซียวถังอี้ ท่านจะพูดเช่นนี้ได้อย่างไร อย่างน้อยนางก็เป็นเหมือนหลานสาวของท่าน ทำไมท่านโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้”

“ถ้าองค์หญิงหกได้รับอันตราย ท่านคิดว่าฝ่าบาทจะไม่ถามหาความผิดของท่านหรือ?”

“ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าเป็นเช่นนั้นแล้วมันจะเป็นเช่นนั้น องค์หญิงหกไม่โชคร้ายถึงขั้นตายหรอก” เซียวถังอี้คืนคำพูดเดิมของตัวเองพร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปาก “นอกจากนี้ องค์หญิงหกกับข้าไม่ได้สนิทอะไรกัน ดังนั้นเสด็จพี่จะมาถามหาความผิดจากข้าได้อย่างไร?”

อวี้เซิ่งตัดสินใจที่จะลากเซียวถังอี้เข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วยในวันนี้ เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ขณะดีดเหรียญทองแดงออกมาแล้วพูดว่า “มาพนันกันดีหรือไม่ ถ้าออกหัว ท่านจะต้องลงเขาไปกับข้า ถ้าออกก้อย ในห้องเก็บสุราของข้ามีสุราไผ่เขียวอายุ 30 ปีให้ท่าน”

“...”

“ท่านใจกว้างขนาดนี้เชียวหรือ?” เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา เขารู้ว่าอวี้เซิ่งเป็นคนรักการเดิมสุรามากเพียงใด และสุราที่เขาซ่อนเอาไว้จะต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน

อวี้เซิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะดีดเหรียญทองแดงขึ้นไปบนท้องฟ้า

เหรียญทองแดงสีน้ำตาลทองยังคงหมุนคว้างท่ามกลางแสงจันทร์ และในที่สุดมันก็ตกลงไปบนหลังมือของชายหนุ่ม

ที่ชานเมืองของเมืองหลวง

รถม้าของจวนตระกูลเสิ่นหยุดลงทันทีที่มาถึงชานเมือง แล้วคนบังคับรถม้าก็กล่าวว่าเส้นทางที่เหลือจะต้องเดินเท้าเข้าไป

โดยธรรมชาติแล้วพวกมู่ไป๋ไป่ย่อมไม่คัดค้าน พวกเธอรีบเดินลงจากรถม้า หยิบหน้ากากกับหมวกขึ้นมาสวมตามเสิ่นจวินเฉา จากนั้นจึงหยิบโคมไฟสีแดงที่คนรับใช้มอบให้และเดินเรียงแถวตามเด็กชายไปอย่างเป็นระเบียบ

“พี่จวินเฉา ท่านเคยไปที่ตลาดผีมาก่อนหรือไม่?” พอคนตัวเล็กเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ต้องมีคนคอยนำทาง เธอจึงเดินตรงไปยังทิศทางเดียวกัน ก่อนจะพบว่าเขาเหมือนจะรู้ทางเป็นอย่างดี

“ข้าเคยไปทุกที่ในโลกที่สามารถทำการค้าได้” เสิ่นจวินเฉาตอบยิ้ม ๆ “เพียงแค่ว่าการค้าในตลาดปีนั้นมันน่าเบื่อไปสักหน่อย ข้าจึงขี้เกียจที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม”

“หลังจากที่เข้าไปที่นั่น 2-3 ครั้ง ข้าก็เลิกไปอีกเลย”

เขาเป็นคนรักเงินและการทำการค้า ถึงกระนั้นเขาก็ยังชอบเงินสะอาดมากกว่า เขาจึงไม่สนใจที่จะหาเงินเปื้อนเลือดจากในตลาดผี

“อ๋อ ที่ท่านได้ชื่อว่าจวินเฉา” มู่ไป๋ไป่รีบก้าวไปข้างหน้าด้วยขาป้อมสั้น “เรียกได้ว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษที่รักเงินและคว้ามันมาได้อย่างชาญฉลาด”

“ไป๋ไป่พูดถูก” เด็กชายหันไปมองเด็กหญิงในขณะที่ดวงตาที่อยู่ภายใต้หน้ากากเป็นประกายอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งภาพนั้นทำให้เธอมองเห็นมู่เทียนฉงซ้อนทับกับใบหน้าของอีกฝ่าย

“ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าไป๋ไป่จะมีความรู้มากขนาดนี้”

“พี่จวินเฉา ดวงตาของท่านเหมือนท่านพ่อของข้าเลย” จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมาเล็กน้อย นี่เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เธอเดินทางออกจากวังหลวง

ตอนที่อยู่ในวังเธอไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่ตอนนี้หลังจากออกมาด้านนอกเธอก็ตระหนักได้จริง ๆ ว่าตัวเองนั้นคิดถึงมู่เทียนฉง

“จริงหรือ?” เสิ่นจวินเฉาถามขณะสบตาคนตัวเล็ก

“เจ้าค่ะ” มู่ไป๋ไป่สูดจมูกแล้วก้มหน้าลง “ข้าเองก็ไม่ได้เจอท่านพ่อมาเกือบเดือนหนึ่งแล้ว”

“ปกติท่านพ่อของเจ้าไม่อยู่บ้านหรือ?” เด็กชายพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “มิน่าล่ะ ทำไมครอบครัวของเจ้าถึงได้ยอมปล่อยให้เจ้าออกมาทำการค้าเพียงลำพัง”

จบบทที่ บทที่ 126: เดิมพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว