เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125: ข้าจะจับมันมาให้พระองค์เลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก

บทที่ 125: ข้าจะจับมันมาให้พระองค์เลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก

บทที่ 125: ข้าจะจับมันมาให้พระองค์เลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก


“ทำไมหรือ?” มู่ไป๋ไป่ถามด้วยความประหลาดใจ “ครั้งที่แล้วท่านยังพาข้าไปที่โรงพนันใต้ดินได้อยู่เลย”

เธอรู้สึกว่าอวี้เซิ่งเป็นคนที่แปลกมากจริง ๆ บางครั้งก็ดูเหมือนว่าจะสามารถใช้เงินควบคุมเขาได้ แต่บางครั้งเงินก็ดูเหมือนไม่มีค่าสำหรับตัวเขาเลย

ช่างเป็นคนที่เข้าใจยากยิ่งนัก

“มันไม่เหมือนกัน” นักฆ่าหนุ่มเริ่มเปลี่ยนท่าทาง “องค์หญิงหก พระองค์ปล่อยหมาป่าตัวนั้นไปเถอะ มันเปลี่ยนเพียงแค่สัตว์ป่าตัวหนึ่งเท่านั้น ถ้าหากองค์หญิงชอบข้าจะไปจับตัวอื่นมาให้พระองค์เอง”

“แล้วเราก็เอามันมาเลี้ยงให้เชื่องตั้งแต่เด็ก”

“มันไม่เหมือนกัน!” มู่ไป๋ไป่กอดอกจ้องมองเขานิ่ง ๆ “เจ้าตัวโตเป็นสหายของข้า มันไม่ใช่สัตว์ป่า”

เนื่องจากเธอสามารถเข้าใจภาษาสัตว์ได้ เธอจึงค้นพบว่าจริง ๆ แล้วสัตว์ก็ไม่ได้ต่างจากมนุษย์ พวกมันให้ความสำคัญกับมิตรภาพมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ

เหมือนกับเจ้าตัวโต

เพียงเพราะเธอเคยช่วยมันเอาไว้ครั้งหนึ่ง เจ้าตัวโตจึงเชื่อใจเธอมาโดยตลอด

ครั้งล่าสุดที่เธอลงเขาไปตามหาเสิ่นจวินเฉา เจ้าตัวโตก็เป็นฝ่ายเสนอตัวที่จะไปช่วย แถมยังยินยอมให้เธอล่ามโซ่มันเหมือนสุนัขอีกด้วย

“ในสายตาของท่าน เจ้าตัวโตอาจจะเป็นเพียงแค่สัตว์ป่า แต่สำหรับข้ามันแตกต่างออกไป” ในขณะที่พูดดวงตาของมู่ไป๋ไป่ก็รื้นไปด้วยน้ำตา “ไม่ว่าเจ้าตัวโตจะตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ ข้าก็จะต้องตามหามันให้เจอ!”

หลังจากพูดจบเธอก็หันหลังวิ่งออกไป

อวี้เซิ่งยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ สักพักหนึ่ง จากนั้นจึงหันหลังกลับไปมองคนตัวเล็กด้วยสีหน้าซับซ้อน

ในเรือนพักของมู่ไป๋ไป่

ทางด้านหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงต่างกำลังรอฟังข่าวจากองค์หญิงหก เมื่อพวกเขาเห็นนางกลับมาก็รีบเข้าไปถามไถ่ทันที

“ข้ารู้แล้วว่าเจ้าตัวโตอยู่ที่ไหน” มู่ไป๋ไป่ร้องไห้ในระหว่างที่วิ่งกลับมา จึงทำให้ดวงตาของเธอเป็นสีแดงก่ำเล็กน้อย “มันอยู่ในตลาดผี”

“ตลาดผี?”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงต่างก็ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ว่านั้นอยู่ที่ไหน

แม้ว่ามู่ไป๋ไป่จะไม่รู้ที่ตั้งของมัน แต่ในฐานะผู้นำของคนทั้ง 3 เธอไม่อาจแสดงท่าทางไม่มั่นใจออกมาได้

เธอพยายามรักษาท่าทีของตัวเองและยิ้มให้ทั้งคู่อย่างมั่นใจ “เตรียมตัวลงภูเขากันเถอะ พวกเจ้าไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะพาเจ้าตัวโตกลับมาให้ได้”

เมื่อหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงได้ยินคำยืนยันขององค์หญิงตัวน้อย พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“องค์หญิงหก พวกเราเชื่อในตัวพระองค์” หลัวเซียวเซียวจับมือมู่ไป๋ไป่แล้วกระซิบให้กำลังใจ

“ใช่! ข้าเองก็เชื่อเช่นกัน!” จื่อเฟิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

จากนั้นเด็กทั้ง 3 ก็มองหน้ากันและอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ครั้งนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน มู่ไป๋ไป่ไม่สนใจว่าซูหว่านกับไทเฮาจะรู้หรือไม่หากตนแอบลงจากภูเขา เธอได้ทิ้งจดหมายเอาไว้ที่ห้องของตัวเองแล้วพาทั้ง 2 คนลงจากภูเขาไป

“ท่านจะไม่ตามไปหรือ?” บนหลังคา เซียวถังอี้เงยหน้าขึ้นมองดูเด็ก 3 คนที่กำลังเดินทางจากภูเขาไปตามถนน

“ท่านกำลังพูดอะไร? พวกเขาจะกลับมาในไม่ช้า” อวี้เซิ่งยักไหล่อย่างเมินเฉย “หรือท่านคิดว่าเด็ก 3 คนนั้นจะสามารถค้นหาตลาดผีได้จริง ๆ?”

“ใครจะไปรู้” เด็กหนุ่มกล่าวยิ้ม ๆ “ท่านไม่คิดว่านางน่าสนใจมากหรือ? สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นตอนที่เราลงจากภูเขาเพื่อตามหาใครสักคน ในตอนที่เราสับสนหมดหนทาง ก็เป็นนางที่ค้นหาคนหายพบโดยบังเอิญ”

“...”

“บางทีในครั้งนี้นางก็อาจจะหาตลาดผีพบโดยบังเอิญเช่นกัน” เซียวถังอี้ยิ้มมุมปากมองอวี้เซิ่ง “ตลาดผีเป็นสถานที่ที่กลืนกินผู้คนโดยไม่เหลือกระดูก คนพวกนั้นชื่นชอบเด็กตัวเล็ก ๆ เหมือนมู่ไป๋ไป่มากที่สุด”

“หากเกิดอะไรขึ้นกับมู่ไป๋ไป่ เสด็จพี่คงไม่มีทางปล่อยท่านไปง่าย ๆ แน่”

“ชิ! เซียวถังอี้ ช่วงนี้ท่านว่างมากหรือ?” นักฆ่าหนุ่มลุกขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ทำไมท่านถึงมาที่วัดฮู่กั๋วอยู่เรื่อย”

“ท่านหาของที่ท่านตามหาพบหรือยัง? จนป่านนี้แล้วยังไม่พบอีกหรือ?”

“ที่จริงแล้วท่านทำของหาย หรือมันเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น?”

เซียวถังอี้ยกสุราดื่มหมดจอก ทำให้หน้ากากสีเงินของเขาสะท้อนกับแสงแดดที่เจิดจ้า “ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ?”

“...” คราวนี้เป็นอวี้เซิ่งที่ต้องพ่ายแพ้

ดูเหมือนว่าเซียวถังอี้กับอวี้เซิ่งจะประเมินมู่ไป๋ไป่ต่ำไป หลังจากที่เธอลงจากภูเขา เธอไม่ได้ออกไปตามหาตลาดผีแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เธอได้มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลเสิ่นเพื่อพบเสิ่นจวินเฉา

ขณะนี้เด็กชายยังคงจัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองอยู่ พอเขาได้ยินว่ามู่ไป๋ไป่มาหา เขาก็โยนสมุดบัญชีในมือทิ้งและเดินออกไปอย่างมีความสุข “ไป๋ไป่ เจ้ามาที่นี่ทำไมหรือ?”

“พี่จวินเฉา ข้ามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่าน” คนตัวเล็กไม่พูดอ้อมค้อมให้เสียเวลาและรีบเล่าเรื่องเกี่ยวกับเจ้าตัวโตให้อีกฝ่ายฟังก่อนจะบอกว่า “ข้าอยากไปที่ตลาดผี แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

“พี่จวินเฉา ท่านทำการค้าในเมืองหลวงมานาน ทั้งซื้อและขายของมากมาย ท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของตลาดผีมาก่อนใช่หรือไม่?”

“เจ้าจะไปตลาดผีหรือ?” คำถามนี้ทำให้สีหน้าของเสิ่นจวินเฉาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ไป๋ไป่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตลาดผีคืออะไร?”

“มันแตกต่างจากตลาดทั่วไป และไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมาย”

“โดยทั่วไปแล้วคนที่ทำการค้ากับตลาดผีจะเป็นพวกที่ไร้หนทาง”

สีหน้าของหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินคำพูดของเสิ่นจวินเฉา เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าตลาดผีเป็นเพียงสถานที่ธรรมดาแห่งหนึ่ง

“มันอันตรายเกินไป!” หลัวเซียวเซียวรีบคว้าตัวมู่ไป๋ไป่มากระซิบให้ได้ยินกันเพียง 2 คน “องค์หญิงหก พระองค์จะไปสถานที่แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”

“ข้าต้องไป” คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าลึก ๆ และมองเสิ่นจวินเฉาอย่างแน่วแน่ “พี่จวินเฉา เจ้าตัวโตเป็นสหายของข้า ข้าต้องไปช่วยมัน”

ส่วนจื่อเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

เด็กชายนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า “เจ้ารอข้าสักครู่”

หลังจากพูดเช่นนั้นเขาก็หันหลังเดินเข้าไปในจวนเพื่อปรึกษากับคนของตัวเอง เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้ตลาดผียังไม่เปิด เจ้าจะต้องรอจนกว่าจะถึงเวลากลางดึก ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เจ้ามากินข้าวก่อนเถอะ”

“ข้าได้สั่งให้คนเตรียมเสื้อผ้าเอาไว้ให้เจ้าผลัดเปลี่ยนแล้ว มันคงไม่ดีสักเท่าไหร่ถ้าเจ้าจะทำตัวโดดเด่นในตลาดผี”

“หลังจากกินข้าวเสร็จ ค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกัน”

มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณพี่จวินเฉา”

นอกจากนี้หลัวเซียวเซียวยังพาจื่อเฟิงเข้าไปขอบคุณคุณชายเสิ่นด้วยเช่นกัน

“ไม่เป็นไร ครั้งที่แล้วเจ้าตัวโตก็มาช่วยข้า ดังนั้นมันก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยข้าไว้เช่นกัน” เด็กชายกล่าวพลางลูบหัวของเด็กหญิงเบา ๆ “ครั้งที่แล้วมันช่วยข้าไว้ คราวนี้ที่ข้าช่วยมันก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณของมันด้วย”

มู่ไป๋ไป่เคยนัดแนะกับเสิ่นจวินเฉาว่าจะมาทานข้าวตามคำเชิญของเขา แต่คราวนี้พอมีโอกาสจริง ๆ กลับกลายเป็นว่าเธอไม่มีกะจิตกะใจจะกินสักเท่าไหร่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาหารตรงหน้ามีรสชาติเป็นอย่างไร

หลังจากทุกคนกินดื่มจนพอใจ คนรับใช้ในจวนของเสิ่นจวินเฉาก็เข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้ากองใหญ่

“นายท่าน เราเตรียมทุกอย่างตามที่ท่านสั่งไว้แล้วเจ้าค่ะ”

มู่ไป๋ไป่ก้าวเข้ามาดูและพบว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นสีดำเรียบ ๆ

“พวกเจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ” เสิ่นจวินเฉาแจกจ่ายเสื้อผ้าให้กับพวกมู่ไป๋ไป่ “เจ้าต้องการให้คนรับใช้เข้าไปช่วยหรือไม่?”

“ไม่ต้อง ไป๋ไป่สามารถทำเองได้!” คนตัวเล็กตบหน้าอกตัวเองให้ความมั่นใจแก่อีกฝ่าย “เอ๊ะ ทำไมถึงมีเสื้อผ้าเหลืออยู่อีกล่ะ?”

เด็กชายมองคนถามยิ้ม ๆ ขณะตอบว่า “นี่เป็นชุดของข้า”

“หืม? พี่จวินเฉา ท่านจะไปตลาดผีกับพวกเราด้วยหรือ?” มู่ไป๋ไป่ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีก “ไม่ได้ มันอันตรายมากเกินไป ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับท่านล่ะ ข้าจะทำอย่างไร?”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงเป็นคนของเธอทั้งคู่ ดังนั้นมันจึงไม่มีอะไรแปลกหากพวกเขาจะติดตามเธอเข้าไปในตลาดผีที่อันตรายด้วย

แต่สำหรับเสิ่นจวินเฉา เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอ เธอจะขอให้คนอื่นยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อเธอได้อย่างไร?

“ไป๋ไป่ สิ่งที่เจ้าพูดทำให้ข้ารู้สึกปวดใจยิ่งนัก” เสิ่นจวินเฉาดีดหน้าผากเด็กน้อยเบา ๆ “ในตอนที่เจ้ามาช่วยข้า เจ้าเคยคิดถึงอันตรายบ้างหรือไม่?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ประเมินไป๋ไป่ต่ำไปซะแล้วววว พี่จวินเฉาดีกับไป๋ไป่มากเลย ฮืออออ

จบบทที่ บทที่ 125: ข้าจะจับมันมาให้พระองค์เลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว