เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124: ขายแมวตัวนี้หรือ?

บทที่ 124: ขายแมวตัวนี้หรือ?

บทที่ 124: ขายแมวตัวนี้หรือ?


“เซียวเซียว ถ้าแม่ข้าถามเจ้า ให้เจ้าบอกว่าข้าไปเก็บผลไม้อยู่ที่ด้านหลังภูเขา” มู่ไป๋ไป่รีบกลับไปที่ห้องเพื่อหยิบแส้หนังเส้นเล็กของตัวเอง “ถ้าเรากลับมาช้า ให้เจ้ารีบไปหาอวี้เซิ่งแล้วให้เขาไปตามเราที่ด้านหลังภูเขา”

ในช่วงเวลานี้อวี้เซิ่งเป็นคนที่เข้าใจยากมากจนเธอไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และเธอมักจะไม่เห็นอีกฝ่ายเลย

“องค์หญิงหก พระองค์จะไม่พาหม่อมฉันไปด้วยหรือเพคะ?” หลัวเซียวเซียวที่รู้ว่าจะไม่ได้ติดตามมู่ไป๋ไป่ไปรู้สึกไม่สบายใจ “หากมีหม่อมฉันติดตามไปด้วย อย่างน้อยพระองค์ก็จะมีผู้ช่วยเพิ่มอีกคนหนึ่ง”

“ถ้าข้าพาเจ้าไปด้วยแล้วใครจะอยู่ที่นี่คอยระวังหลังให้ข้า?” คนตัวเล็กยิ้มพลางตบไหล่ปลอบใจสหายตัวน้อย “ในครั้งนี้เราไม่ได้ไปเก็บผลเพลิงสีชาด เราแค่จะไปหาเจ้าหมาป่าเพียงเท่านั้น”

“ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรง เราจะกลับมาในไม่ช้า ครั้งนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องไปด้วย”

หลังจากหลัวเซียวเซียวได้ยินคำพูดขององค์หญิงหก นางก็พยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก “พระองค์ต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะเพคะ”

ถัดมา มู่ไป๋ไป่ก็เอาแส้หนังมาพันไว้รอบเอวแล้วเดินตรงไปที่ด้านหลังเขาพร้อมกับจื่อเฟิง

ด้านหลังภูเขาในตอนกลางวันนั้นต่างจากตอนกลางคืนมาก มันดูไม่น่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้ หลังจากเข้าไปเก็บผลเพลิงสีชาดอยู่หลายครั้ง เธอก็เริ่มคุ้นเคยเส้นทางในภูเขาเป็นอย่างดี

มู่ไป๋ไป่กับจื่อเฟิงเดินผ่านป่ามาเรื่อย ๆ ในไม่ช้าก็มาถึงอาณาเขตของหมาป่าสีเทา

“เจ้าตัวโต! เจ้าตัวโต!” เด็กหญิงตะโกน 2 ครั้ง จากนั้นก็ผิวปากไปยังทิศทางที่เจ้าหมาป่าอาศัยอยู่

หมาป่าสีเทาเคยบอกเอาไว้ตั้งแต่คราวก่อนแล้วว่าถ้าต้องการพบมัน แค่เพียงผิวปากไปในภูเขา มันก็จะมาหาเอง

อย่างไรก็ตาม คราวนี้หลังจากที่เธอผิวปากไปสักพักแล้ว บริเวณโดยรอบก็ยังคงเงียบสงบเช่นเคย

ในตอนแรกมู่ไป๋ไป่ยังไม่รู้สึกกังวลมากนักเพราะหมาป่าสีเทาค่อนข้างเป็นสัตว์ที่มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง เธอเชื่อว่าไม่มีทางที่มันจะไม่มาปรากฏตัว

“องค์หญิงดูนี่สิ!” จื่อเฟิงย่อตัวลงแล้วชี้ไปยังบริเวณหนึ่งพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกังวลใจ “เลือด!”

หัวใจของมู่ไป๋ไป่เต้นรัวทันที เธอคุกเข่าลงไปอยู่ด้านข้างเด็กหนุ่ม ก่อนที่เธอจะเห็นร่องรอยของเลือดปรากฏอยู่บนพื้นหญ้า

เธอมองไปรอบ ๆ เพื่อหาต้นตอของคราบเลือดนั้น จากนั้นจึงแหวกหญ้าออกก่อนจะเห็นกับดักสัตว์ที่เปื้อนเลือดอยู่ข้างใต้

บนกับดักเหมือนเธอจะเห็นขนสีเทาติดอยู่

จื่อเฟิงคว้าขนสีเทาขึ้นมาดมกลิ่น ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “นี่มันเป็นของเจ้าตัวโต!”

“เหตุใดจึงมีนักล่าขึ้นมาบนภูเขานี้?” มู่ไป๋ไป่กัดริมฝีปากแล้วลุกขึ้นยืน “ข้าเคยได้ยินเจ้าอาวาสบอกว่าบริเวณวัดฮู่กั๋วนั้นไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมาล่าสัตว์”

“คงมีคนจงใจเอากับดักมาวางเอาไว้”

“เราต้องรีบไปช่วยเจ้าตัวโต!” จื่อเฟิงเกาหัวจนผมยุ่ง “เจ้าตัวโตกำลังตกอยู่ในอันตราย!”

ไม่ต้องบอกจื่อเฟิงก็รู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับหมาป่าสีเทา หากนายพรานคนนั้นจับตัวมันได้ เจ้าหมาป่าอาจจะตายไปแล้ว

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองเด็กหนุ่มที่กำลังวิตกกังวล แต่เธอไม่ได้บอกความเป็นไปได้ที่โหดร้ายนี้

จากนั้นพวกเธอก็เดินทางกลับอย่างรวดเร็ว พอดีกับที่หลัวเซียวเซียวกำลังจะไปตามอวี้เซิ่ง เมื่อนางเห็นทั้ง 2 คนกลับออกมาจากด้านหลังภูเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทั้งคู่ทันที

“เป็นอย่างไรบ้างเพคะ องค์หญิงหก พระองค์ได้พบหมาป่าสีเทาแล้วหรือยัง?”

“ยังเลย” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวตอบขณะทำหน้าเครียด และเธอก็ได้เล่าถึงสิ่งที่เธอกับจื่อเฟิงพบบนภูเขา “ข้าสงสัยว่าเจ้าตัวโตจะถูกนายพรานจับตัวไปแล้ว”

“นายพราน?” หลัวเซียวเซียวตกตะลึง “แต่เจ้าตัวโตเก่งมาก...”

“นายพรานใช้กับดัก” คนตัวเล็กกล่าวพลางถอนหายใจ “เจ้าตัวโตอาจจะบังเอิญถูกกับดักโดยไม่ได้ตั้งใจ”

หลัวเซียวเซียวได้ยินเช่นนั้นก็กัดริมฝีปากล่างเพราะไม่รู้จะพูดอะไร

ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศในลานบ้านก็ดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย

“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ทันใดนั้นเจ้าส้มก็กระโดดลงมาจากกำแพงด้วยท่วงท่าสง่างาม “อี๋ ทำไมกลิ่นเลือดถึงแรงขนาดนี้?”

“มู่ไป๋ไป่ เจ้าไปเอามันมาจากที่ไหน?”

“เจ้าส้ม” การปรากฏตัวของแมวส้มทำให้มู่ไป๋ไป่คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงคว้าตัวมันมาถามว่า “เจ้าอยู่ในเมืองหลวงมานานแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่านายพรานมักจะนำสัตว์ที่พวกเขาล่าได้จากภูเขาไปขายที่ไหน?”

“ทำไมเจ้าถึงถามข้าเรื่องนี้?” เจ้าส้มหรี่ตาถามอย่างสงสัย “เจ้าคิดจะเอาข้าไปขายรึ?”

“เจ้าคิดไปถึงไหนกัน!” เด็กหญิงเขกหัวอีกฝ่ายด้วยความโมโห “ข้ารู้สึกว่าตั้งแต่ที่เจ้ากลับมา เจ้าเหมือนไปกินของผิดสำแดงเข้า ถึงได้พูดจาเลอะเทอะขึ้นทุกวัน”

“ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าถูกผู้หญิงทิ้งมาหรอกใช่หรือไม่?”

“แง้ว! ใครบอกว่าข้าถูกแม่ขาวมณีทิ้ง!” เจ้าส้มตะคอกเสียงดัง “มู่ไป๋ไป่ ถ้าเจ้ากล้าพูดไร้สาระอีก เราขาดกัน!!”

“เอาล่ะ ก็ได้ ๆ” พอคนตัวเล็กเห็นว่าเจ้าแมวอ้วนโกรธมาก เธอก็รีบลูบหัวมันพลางพูดว่า “ลองคิดเกี่ยวกับคำถามที่ข้าเพิ่งถามเจ้าไปให้ดี ๆ”

“ข้าไม่รู้!” เจ้าส้มตะคอกอย่างหัวเสียพร้อมกับสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง “ทำไมข้าจะต้องสนใจนายพรานพวกนั้นด้วย”

“...”

เมื่อเธอลองคิดถึงนิสัยของเจ้าส้มให้ดี ๆ เธอเกรงว่านอกจากมันจะไล่ตามแม่ขาวมณีตลอดทั้งวัน เจ้าแมวตัวนี้คงทำเพียงแค่หาอาหารกินเพียงเท่านั้น

ครั้งสุดท้ายที่เธอพบเสิ่นจวินเฉา ทั้งหมดก็เป็นเพราะความช่วยเหลือจากแมวตัวอื่น

ส่วนเจ้าส้ม… คิดเสียว่ามันเป็นเพียงแค่ตัวประกอบ

มู่ไป๋ไป่คิดอยู่สักพักหนึ่งและรู้สึกว่าคนที่น่าจะรู้คำตอบมากที่สุดก็คืออวี้เซิ่ง ดังนั้นเธอจึงมุ่งหน้าไปตามหาเขาอีกครั้ง

ในตอนที่เธอหาอีกฝ่ายพบ นักฆ่าที่เลื่องชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดกำลังเอนตัวดื่มสุราอยู่บนต้นไม้อย่างสบายใจ

นั่นทำให้เด็กหญิงรู้สึกโมโหมากที่เห็นเขาเช่นนั้น พ่อของเธอส่งเขามาปกป้องเธอ แต่เขากลับหายหัวไปทั้งวัน

แล้วเขายังมาซ่อนตัวอยู่ในสถานที่เช่นนี้พร้อมกับดื่มเหล้าตั้งแต่หัววันอีก!

“อวี้เซิ่ง! ลงมา เรามีเรื่องจะถามท่าน!” มู่ไป๋ไป่หยิบก้อนหินจากพื้นแล้วโยนขึ้นไปบนต้นไม้ อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของเธอนั้นไม่ดีนัก แม้ว่าเธอจะขว้างก้อนหินไปหลายก้อน แต่ก็ไม่สามารถโจมตีโดนเป้าหมายได้เลย

“มีอะไรหรือ?” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน

“ท่านรีบลงมาก่อน นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน” ขณะนี้คนตัวเล็กรู้สึกกังวลมาก แต่อีกฝ่ายยังคงมีท่าทีสบาย ๆ เธอแทบอยากให้ตัวเองสามารถบินตรงขึ้นไปบนต้นไม้ได้เช่นเดียวกับคนที่มีวรยุทธ “ดูเหมือนว่าเจ้าตัวโตจะถูกนายพรานจับตัวไปแล้ว ถ้าข้าอยากจะไปตามหามัน ข้าจะไปหามันได้จากที่ไหน?”

“นายพรานอย่างนั้นหรือ?” อวี้เซิ่งพลิกตัวแล้วกระโดดลงจากต้นไม้ “ฝ่าบาททรงเคยมีราชโองการสั่งห้ามไม่ให้นายพรานทุกคนออกมาล่าสัตว์บริเวณรอบ ๆ วัดฮู่กั๋ว”

“ข้ารู้” มู่ไป๋ไป่พยักหน้า “ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้ากับจื่อเฟิงขึ้นไปบนภูเขาก็ได้พบกับดักสัตว์และคราบเลือดในอาณาเขตของเจ้าตัวโต”

“เช่นนี้ใครจะเป็นคนทำได้ถ้าไม่ใช่นายพราน”

“องค์หญิงหก พระองค์ไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพยายามจะบอกหรือ?” นักฆ่าหนุ่มยิ้มแบบมีเลศนัย “ใครก็ตามที่กล้าฝ่าฝืนราชโองการของฝ่าบาทและเข้ามาล่าสัตว์ในบริเวณวัดฮู่กั๋วย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน”

“ในเมื่อคนผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดา พระองค์คิดว่าเขาจะเอาสัตว์ที่ล่าได้ไปขายเหมือนนายพรานทั่วไปหรือไม่?”

“ท่านกำลังจะบอกว่า…” ไม่นานเด็กหญิงก็เข้าใจความหมายในคำพูดของอีกฝ่าย แต่ก็ยังไม่แน่ใจเสียทีเดียว

“ตลาดผี” อวี้เซิ่งยืนพิงต้นไม้ตอบ “ที่นั่นก็เหมือนกับโรงพนันใต้ดินที่เราไปด้วยกันครั้งก่อน ซึ่งตลาดผีตั้งอยู่กลางเมืองหลวง”

“สิ่งที่ค้าขายอยู่ข้างในย่อมเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน”

“ถ้าเจ้าตัวโตของพระองค์ที่ถูกล่ามาจากภูเขาลูกนี้จริง ๆ พระองค์น่าจะได้พบมันในตลาดผี”

“แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีคนซื้อมันไปแล้ว”

“ตลาดผีอยู่ที่ไหน แล้วข้าจะไปที่นั่นได้อย่างไร?” มู่ไป๋ไป่คว้าชายเสื้อของคนตรงหน้าขณะถามอย่างเป็นกังวล “ข้าจ่ายเงินให้ท่านก็ได้ ท่านช่วยพาข้าไปที่นั่นที”

“องค์หญิงหก ข้าเกรงว่าเรื่องนี้จะยากไปสักหน่อย” อวี้เซิ่งยิ้มมุมปากและดึงชายเสื้อของตัวเองออกจากมือเล็ก ๆ “ตลาดผีไม่ใช่สถานที่ที่เด็กอย่างพระองค์สมควรเข้าไป”

จบบทที่ บทที่ 124: ขายแมวตัวนี้หรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว