เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123: ท่านดีกับข้าที่สุด!

บทที่ 123: ท่านดีกับข้าที่สุด!

บทที่ 123: ท่านดีกับข้าที่สุด!


“พระสนม?” นางกำนัลมองหรงเฟยด้วยสายตาสับสน “เมื่อครู่ท่านไม่ได้สั่งให้พวกเราหลบออกไปหรือเพคะ?”

“ข้าสั่งอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวขมวดคิ้วถามกลับ

นางกำนัลพยักหน้าตอบรับ “เพคะ เมื่อครู่มีขันทีน้อยคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าท่านสั่งให้พวกเราออกไปก่อน”

“...” หรงเฟยที่ได้ยินดังนี้ก็นิ่งอึ้งไปชั่วครู่

ขันทีคนนั้นเป็นใครกันแน่ถึงได้กล้าหาญเช่นนี้?

“พระสนม เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเพคะ?” นางกำนัลรู้สึกกังวลขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป

“ไม่มีอะไร” หรงเฟยสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าสั่งให้คนจับตาองค์หญิงหกเอาไว้ไม่ใช่หรือ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานางมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่?”

“ตอบพระสนม ที่เรือนรับรององค์หญิงหกปกติดีเพคะ” พอนางกำนัลได้ยินคนเป็นเจ้านายพูดถึงมู่ไป๋ไป่ นางก็รีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง

“เจ้าแน่ใจหรือ?” หรงเฟยจำสิ่งที่ขันทีหนุ่มคนนั้นพูดเมื่อสักครู่นี้ได้

นางกำนัลพยักหน้าซ้ำ ๆ แล้วยังกล่าวสำทับอีกด้วยว่าเอาหัวของตนเป็นประกันได้เลย

ขณะนี้หรงเฟยลังเลไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี ดังนั้นนางจึงขับไล่นางกำนัลตรงหน้าออกไป แล้วก่อนหน้านั้นนางก็ไม่ลืมที่จะสั่งห้ามไม่ให้ทหารองครักษ์ออกจากเรือนของนางเว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากปากของนางเอง

นั่นทำให้นางกำนัลที่รับใช้ข้างกายไม่เข้าใจท่าทีของนางเลยสักนิด แต่ก็ยังต้องก้มหน้าทำตามคำสั่งที่ได้รับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะนี้มู่ไป๋ไป่ได้เดินทางมาถึงเชิงเขาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นไม่นานเสิ่นจวินเฉาก็ปรากฏตัวขึ้น

“ไป๋ไป่ ทำไมวันนี้เราถึงนัดกันที่นี่ล่ะ?” เด็กชายเดินเข้ามาพร้อมกับคนรับใช้ 2 คนโดยที่ทั้ง 2 ถือกล่องใบใหญ่เอาไว้ในมือ

คนตัวเล็กได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยออกมาจากกล่องอาหารนั้นและอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย “ช่วงนี้ครอบครัวของข้าเข้มงวดมาก พวกเขาไม่ยอมให้ข้าออกไปข้างนอก”

“ข้ากลัวว่าถ้าต้องเดินทางไปถึงเมืองหลวง ข้าจะกลับไปไม่ทัน ก็เลยนัดท่านให้มาที่นี่”

“นั่นสินะ” พอเสิ่นจวินเฉาได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เขาก็ไม่ได้ถามคำถามอะไรอีก เขาให้คนตรวจนับจำนวนผลเพลิงสีชาด จากนั้นจึงหยิบตั๋วแลกเงินส่งให้มู่ไป๋ไป่ ก่อนจะสั่งให้คนรับใช้ที่อยู่ด้านหลังนำอาหารมาให้

“พอรู้ว่าเจ้าเข้าเมืองไม่ได้ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนของข้าไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นข้าจึงสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารอร่อย ๆ มาให้เจ้า”

“เจ้าลองชิมดูสิ ถ้าเจ้าชอบครั้งหน้าข้าจะให้ห้องครัวทำให้เจ้าอีก”

เด็กหญิงเปิดกล่องอาหารแล้วเห็นว่ามีอาหารละลานตาเต็มไปหมด แถมทุกอย่างยังอุ่น ๆ อยู่ด้วย

“พี่จวินเฉา ท่านดีกับข้าที่สุดเลย!” มู่ไป๋ไป่รู้สึกซาบซึ้งกับการใส่ใจของอีกฝ่ายมาก

“นั่นเป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำแล้ว” เมื่อเสิ่นจวินเฉาเห็นว่ามู่ไป๋ไป่น่ารักเพียงใด เขาก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวของอีกคน “จริง ๆ แล้วข้าก็มีน้องสาวคนหนึ่งที่คล้ายกับเจ้า”

“แต่ข้าต้องอยู่ห่างจากบ้านตลอดทั้งปีจึงไม่มีโอกาสได้พบกับนางมากนัก”

“มันคงน่าขันที่จะบอกว่าตอนนี้ข้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าน้องสาวคนนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร”

นี่เป็นครั้งแรกที่มู่ไป๋ไป่ได้ยินเสิ่นจวินเฉาพูดเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเอง และเธอก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัยว่า “เป็นไปได้อย่างไร? ช่วงปีใหม่ของทุกปีพี่จวินเฉาไม่ได้กลับบ้านเลยหรือ?”

“สถานการณ์ที่บ้านของข้าค่อนข้างจะซับซ้อนเล็กน้อย…” เด็กชายไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

“อ๋อ…” เด็กหญิงเข้าใจและไม่ถามเซ้าซี้อีก

“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย เจ้าอ๋ออะไรกัน?” เสิ่นจวินเฉาส่ายหัวอย่างเอ็นดู “ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ในเมื่อเจ้าแอบออกมาที่นี่ ก็อย่าได้รั้งอยู่นาน”

“รีบกลับไปเถอะ”

จากนั้นเด็กชายก็บอกให้หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงถือกล่องอาหารขนาดใหญ่ 4 กล่องไป

ในไม่ช้า มู่ไป๋ไป่ที่ก้าวออกไปได้ไม่กี่ก้าวจู่ ๆ ก็หันกลับมาพูดว่า “พี่จวินเฉา หากท่านคิดถึงบ้าน ท่านก็ควรหาเวลากลับไปเยี่ยมสักครั้ง”

“ไม่ว่าสถานการณ์ที่บ้านจะซับซ้อนเพียงใด แต่พวกเขาก็ยังเป็นคนในครอบครัวของท่านไม่ใช่หรือ?”

เสิ่นจวินเฉาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มกว้างและพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจแล้ว”

เมื่อเด็กหญิงเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ เธอก็เดินออกไปอย่างมีความสุข

พอเสิ่นจวินเฉาเห็นคนตัวเล็กหายลับไปจากสายตา ตอนนั้นเขาถึงได้พาคนของเขามุ่งหน้ากลับไปยังเมืองหลวง

ในยามที่เขาเดินเข้าใกล้จวนตระกูลเสิ่น จู่ ๆ เด็กชายก็หยุดฝีเท้าและถามคนข้างกายว่า “เจ้าคิดว่าถึงเวลาที่ข้าต้องกลับวังหลวงแล้วหรือยัง?”

ทว่าผู้ติดตามกลับไม่กล้าตอบอะไร พวกเขาทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงเงียบ ๆ เท่านั้น

เสิ่นจวินเฉาที่ไม่ได้คาดหวังคำตอบจากพวกเขาตั้งแต่แรกก็ทำเพียงยิ้มกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าประตูจวนตระกูลเสิ่นไป

ในอีกด้านหนึ่ง มู่ไป๋ไป่, หลัวเซียวเซียวและคนอื่น ๆ ซ่อนตัวอยู่ที่พุ่มหญ้าริมถนน พวกเธอรอให้เสิ่นจวินเฉามุ่งหน้ากลับเมืองก่อนที่จะเดินกลับไปยังวัดฮู่กั๋ว

การเดินทางไปกลับในครั้งนี้ใช้เวลาไม่นาน มู่ไป๋ไป่จึงกลับมาที่ห้องเพื่อแบ่งเงินที่เพิ่งได้รับออกเป็น 3 ส่วน แล้วมอบให้หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิง

“องค์หญิงหก เราไม่สามารถรับเงินมากขนาดนั้นเอาไว้ได้” หลัวเซียวเซียวมองดูตั๋วแลกเงินที่อีกฝ่ายเต็มใจจะมอบให้นางด้วยความรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย “นอกจากนี้ หม่อมฉันรู้สึกหวาดระแวงอยู่ทุกวันที่จะต้องถือเงินจำนวนมากไว้กับตัว”

“นี่ เจ้าลืมที่ข้าบอกไปเมื่อครั้งที่แล้วแล้วหรือ?” มู่ไป๋ไป่แสร้งทำเป็นโกรธขณะจ้องสหายตัวน้อย “ดูสิ คราวที่แล้วเกิดเรื่องขึ้นกับพี่จวินเฉา ถ้าข้าไม่มีเงิน ข้าจะสามารถโน้มน้าวอวี้เซิ่งให้ช่วยเราได้อย่างไร?”

“ดังนั้น การมีเงินมากขึ้นมันไม่ได้เสียหายอะไร เจ้ารีบเก็บมันไปเถอะ”

“ถ้าเจ้ารู้สึกไม่สบายใจที่ต้องพกเงินจำนวนนี้ติดตัวไปไหนด้วยจริง ๆ เจ้าก็เอาเงินไปให้แม่เจ้าช่วยเก็บเอาไว้ตอนที่เรากลับไปถึงวังหลวงก็ได้”

“จริงด้วยเพคะ ทำไมหม่อมฉันถึงลืมเรื่องนี้ไปได้” หลัวเซียวเซียวตีหัวของตัวเองเบา ๆ “ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะเก็บเงินไว้ หลังจากที่เรากลับวังหลวง หม่อมฉันจะมอบเงินทั้งหมดนี้ให้ท่านแม่”

แม่ของนางอาจจะไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

พอเด็กหญิงนึกถึงว่าท่านแม่จะมีความสุขมากเพียงใดยามที่ได้เห็นเงินก้อนนี้ นางก็อดหัวเราะไม่ได้เมื่อคิดถึงสีหน้าของแม่ตัวเอง

จากนั้นชีวิตของมู่ไป๋ไป่ก็กลับคืนสู่ความสงบสุข นอกเหนือจากการไปสวดมนต์ขอพรทุกวันแล้ว เธอกับหลัวเซียวเซียวก็จะใช้เวลาออกไปเที่ยวเล่นกันเป็นครั้งคราว และยังแอบขึ้นไปบนภูเขาเพื่อเก็บผลเพลิงสีชาดมาแลกกับเงิน

ในพริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปอีก 2-3 วัน

วันนี้หลังจากผ่านมื้อกลางวันแล้ว มู่ไป๋ไป่ก็ไปนอนอาบแดดอยู่ในลานบ้านอย่างเกียจคร้าน ก่อนที่จะได้ยินเสียงจื่อเฟิงวิ่งเข้ามา

“องค์หญิง! องค์หญิง!”

ท่าทางของเด็กหนุ่มเป็นกังวลมาก และเขาที่พูดไม่ค่อยคล่องก็ยิ่งทำให้เด็กหญิงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะบอกในขณะที่ใบหน้าของเขาแดงก่ำ

“ท่านใจเย็น ๆ ก่อน” มู่ไป๋ไป่ลอบถอนหายใจเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา “ดื่มน้ำก่อนแล้วค่อยพูด”

หลัวเซียวเซียวเองก็เทชายื่นให้อีกฝ่ายดื่ม

“ไม่ดื่ม!” จื่อเฟิงผลักถ้วยชาออกไปอย่างเป็นกังวล “เกิดเรื่องแล้ว!”

“ดูจากท่าทางของท่าน ข้าก็รู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น” มู่ไป๋ไป่พูดพลางกลอกตามองบน

“เจ้าตัวโตหายไป!” เด็กหนุ่มอ้าปากพะงาบ ๆ อยู่นานก่อนที่เขาจะพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล “เมื่อวานนี้ ข้าขึ้นไปบนภูเขาเพื่อตามหามัน แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ”

“วันนี้ข้าก็หามันไม่เจอเหมือนกัน!”

จื่อเฟิงพยายามทำท่าทางประกอบคำพูด “ข้าค้นทั่วภูเขาแล้วก็ไม่พบ!”

มู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่ทั้งคู่ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ “เจ้าตัวโตมักจะวิ่งไปทั่วเขา ท่านอาจจะไปผิดเวลาจึงทำให้ตามหามันไม่เจอ”

“ไม่!” จื่อเฟิงส่ายหัวตอบด้วยความมั่นใจ “มันหายไป”

เขารู้จักเจ้าตัวโตดี มันเป็นไปไม่ได้ที่มันจะอยู่ห่างจากถ้ำของมันหลายวันเช่นนี้

เขาไปที่ถ้ำหมาป่าถึง 2 ครั้ง แต่เขากลับไม่เห็นร่องรอยของเจ้าตัวโตกลับมาเลย

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพบคราบเลือดผิดปกติในป่าอีกด้วย!

“เจ้าตัวโตต้องถูกจับไปแน่!”

พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าจื่อเฟิงมั่นใจมาก เธอจึงจำเป็นต้องจริงจังกับมัน “อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป ข้าจะขึ้นเขาไปดูกับท่าน”

จบบทที่ บทที่ 123: ท่านดีกับข้าที่สุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว