เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 119: ย้ายมาอยู่กับเจ้า

บทที่ 119: ย้ายมาอยู่กับเจ้า

บทที่ 119: ย้ายมาอยู่กับเจ้า


“เร็วขนาดนั้นเลยหรือ?” ซูหว่านสะดุ้งตกใจ และรีบหันไปมองปากเล็ก ๆ ของลูกสาวอย่างเป็นกังวล “เจ้าเด็กโง่ น้ำแกงมันร้อน ถ้าเจ้าดื่มเข้าไปทีเดียวเช่นนี้มันจะไม่ลวกปากเอาหรือ?”

มู่ไป๋ไป่หน้าเห่อร้อนขึ้นมาเมื่อลืมนึกถึงเรื่องนี้ “ไม่เป็นไรเพคะ…”

“เจ้าเด็กโง่” พอหญิงสาวเห็นว่าเจ้าตัวเล็กไม่ได้โดนน้ำแกงลวกจริง ๆ นางก็ถอนหายใจแล้วปล่อยมันไป “วันนี้ตอนที่สวดมนต์อยู่ที่วิหารแม่คิดหนักมาก แม่มักจะรู้สึกว่าช่วงนี้ตนเองละเลยเจ้า จึงทำให้เจ้าต้องมาป่วยเช่นนี้”

นับตั้งแต่ที่มู่ไป๋ไป่เปลี่ยนไป นางก็รู้สึกวางใจในตัวเด็กคนนี้มากขึ้นและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับลูกสาวในทุกเรื่องเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้นางคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับมู่ไป๋ไป่

ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะทำผิดพลาดลงไปแล้ว

ไม่ว่าเด็กคนนี้จะฉลาดและรู้ความมากเพียงใด แต่นางก็ยังเป็นเพียงแค่เด็ก

“ท่านแม่ ท่านอย่าได้คิดมากเลย” เด็กหญิงไม่ชอบเห็นผู้เป็นแม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองมากที่สุด มันจึงทำให้เธอตื่นตระหนกอยู่ครู่หนึ่ง

“แม่รู้ว่าไป๋ไป่รู้ความเป็นอย่างดี” ซูหว่านโน้มตัวไปจูบหน้าผากเล็ก ๆ ของลูกสาว “แต่คราวนี้มันเป็นความผิดของแม่จริง ๆ”

“แม่ได้ทูลขออนุญาตจากไทเฮาเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม่จะย้ายมาอยู่กับเจ้า เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลเจ้า”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนี้ก็ตัวแข็งทื่อไปทันที

ถ้าซูหว่านย้ายมาอยู่ที่นี่ เธอจะแอบลงจากภูเขาได้อย่างไรกัน?

“เดี๋ยวแม่จะสั่งให้คนขนของของแม่มาที่นี่” หว่านผินกล่าวพลางลูบหัวเด็กน้อยด้วยความรัก “ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว เจ้าต้องกินยาให้ตรงเวลา เดี๋ยวแม่จะกลับไปที่วิหารก่อน”

“ท่านแม่!” มู่ไป๋ไป่พยายามหาทางหยุดยั้ง แต่ซูหว่านไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดเลยและเดินออกไปทันทีที่กำชับทุกอย่างเสร็จ

“โอ๊ย! นี่ข้าขุดหลุมฝังตัวเองหรือนี่?” คนตัวเล็กทรุดตัวลงบนเตียงด้วยความสิ้นหวัง

ขณะเดียวกัน หลัวเซียวเซียวก็โผล่หน้าออกมาเงียบ ๆ และกระซิบถามว่า “องค์หญิงหก หว่านผินจะมาอยู่ที่นี่ แล้วพรุ่งนี้เราจะลงจากภูเขาได้อีกหรือไม่เพคะ?”

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางติดตามมู่ไป๋ไป่ลงจากภูเขาทุกวัน แล้วค่อย ๆ รู้สึกถึงความสนุกของการอาศัยอยู่ที่นี่

เมื่อเด็กหญิงคิดว่านางคงไม่สามารถลงจากภูเขาได้บ่อยนัก นางเองก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาเช่นกัน

“ไปสิ!” มู่ไป๋ไป่ผุดลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ “ทำไมจะไม่ไปล่ะ เรายังต้องหาเงินกันอยู่”

“แล้วทางหว่านผินล่ะเพคะ เราจะทำอย่างไร?” หลัวเซียวเซียวปิดประตูแล้วเดินเข้ามากระซิบคุยกับอีกฝ่าย “เราจะหนีจากใต้จมูกของหว่านผินไปได้อย่างไรเพคะ?”

คนตัวเล็กนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า “ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางออก บางทีพรุ่งนี้ข้าอาจคิดวิธีแก้ปัญหาได้”

“...”

หลัวเซียวเซียวเองก็ได้แต่หวังว่าองค์หญิงหกจะคิดหาวิธีลงจากเขาได้

ขณะเดียวกันที่คุกของศาลต้าหลี่

เสียงแส้กระทบเนื้อดังก้องไปทั่วคุกที่ว่างเปล่า ยามนี้เซียวถังอี้นั่งไขว่ห้างดื่มชาขณะเฝ้าดูคนของศาลต้าหลี่ลงทัณฑ์นักโทษ

พอเด็กหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง เขาก็หันไปมองก่อนจะเอ่ยทักทายคนที่อยู่เบื้องหลังด้วยรอยยิ้ม “เสด็จพี่ พระองค์เองก็มาด้วยหรือ?”

มู่เทียนฉงสวมชุดคลุมสีดำแบบเดียวกับเซียวถังอี้ซึ่งทำให้ใบหน้าที่เย็นชาของเขายิ่งดูเยือกเย็นมากขึ้น

เมื่อชาวหนานซวน 2-3 คนเห็นผู้มาเยือน พวกเขาที่ถูกทรมานจนใกล้ตายก็สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว

“คนพวกนี้คือคนของแคว้นหนานซวนที่เจ้าจับได้นอกเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ?” ฮ่องเต้หนุ่มนั่งลงข้างน้องชายบุญธรรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เมื่อ 2 วันก่อน เขาเป็นคนพูดต่อหน้าเซียวถังอี้ว่าแคว้นหนานซวนต้องการสงบศึกกับแคว้นเป่ยหลง แต่พอเวลาผ่านไปไม่เท่าไหร่ อีกฝ่ายก็จับสายลับหลายคนจากแคว้นหนานซวนมาให้เขา

“ไม่ใช่” เด็กหนุ่มตอบพลางเทชาให้ผู้เป็นพี่ชาย “คนพวกนี้คือคนที่ถูกจับจากในเมือง พวกมันเป็นโจรที่ลักพาตัวเด็ก ๆ ในเมืองหลวง”

มู่เทียนฉงที่กำลังยกชาขึ้นดื่มชะงักไปก่อนจะเลิกคิ้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

ทางด้านผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ซึ่งอยู่ถัดจากเขาได้ก้าวไปข้างหน้าและอธิบายด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมไม่มีเวลารายงานเรื่องนี้ให้พระองค์ทราบ...”

“ประมาณครึ่งชั่วยามที่แล้ว ท่านอ๋องส่งคนกลุ่มหนึ่งมาให้ศาลต้าหลี่โดยบอกว่าพวกเขาเป็นผู้ก่อเหตุลักพาตัวเด็กในเมืองหลวง”

“ต่อจากนั้น คุณชายอวี้ก็ส่งเด็กที่ถูกลักพาตัวมายังศาลต้าหลี่—”

“คนของแคว้นหนานซวนพวกนี้มาที่แคว้นเป่ยหลงเพื่อลักพาตัวเด็ก ๆ จากแคว้นเป่ยหลง? ท่านว่ามันหมายความว่าอย่างไร?” มู่เทียนฉงขัดจังหวะอีกฝ่ายอย่างใจร้อน

“เอ่อ...” ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่รู้สึกลำบากใจ คนของแคว้นหนานซวนพวกนี้ปากแข็งมาก เขาทรมานพวกมันมาเป็นเวลานานแต่ก็ยังไม่สามารถเค้นคำตอบอะไรออกมาได้

จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้อะไรทั้งสิ้น

“หึ! เราคิดว่าท่านเริ่มจะเลอะเลือนมากขึ้นเรื่อย ๆ” ฮ่องเต้หนุ่มโกรธมากเมื่อเห็นท่าทีลังเลของผู้บัญชาการ “เราให้เวลาท่านไปตามหาเด็กที่หายไปในเมืองหลวง แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร? ถังอี้เป็นคนส่งผู้ต้องหามาให้ศาลต้าหลี่ด้วยตัวเอง”

“ทำไม ท่านไม่อยากนั่งตำแหน่งผู้บัญชาการอีกแล้วหรือ?”

“ถ้าไม่อยากนั่งก็ให้ถังอี้นั่งแทน!”

ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่หน้าซีดกับคำพูดของนายเหนือหัว ในขณะที่เขาคุกเข่าก้มหน้าเงียบ ๆ

“เสด็จพี่ โปรดยกโทษให้ข้าด้วย” เซียวถังอี้พูดขัดขึ้นมา “ในครั้งนี้ข้ากระทำไปโดยพลการ”

มู่เทียนฉงเหลือบมองคนเป็นน้องชาย แต่มองเพียงปราดเดียวเขาก็รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดไม่น่าเชื่อถือ

“ข้าพอจะเดาจุดประสงค์ของแคว้นหนานซวนได้” เมื่อเซียวถังอี้หันไปมองคนของแคว้นหนานซวน ก็มีแสงเย็น ๆ แล่นผ่านดวงตาของเขา “เท่าที่ข้ารู้ คนพวกนี้ไม่ได้ซุ่มซ่อนอยู่ในเมืองหลวงเพียงไม่กี่วัน”

“ในทุก ๆ ปีพวกมันจะเลือกเด็กในวัยเดียวกันและลักพาตัวพวกเขาไป”

“พอสอบถามเด็กที่เราช่วยเหลือมาได้ คนพวกนั้นไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายกับเด็ก ๆ แถมพวกมันยังใจดีกับเด็ก ๆ มากกว่าด้วยซ้ำ”

“ความเป็นจริง ข้าเพียงอยากจะรู้ว่าเด็กที่พวกมันลักพาตัวไปอยู่ที่ไหนมากกว่าความจริงเบื้องหลังเกี่ยวกับสิ่งที่พวกมันกระทำ”

ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ไม่ใช่คนโง่ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเซียวถังอี้ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบและเขาก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที

หากมันเป็นจริงอย่างที่ท่านอ๋องคิด ในเวลานี้ภายในแคว้นเป่ยหลงก็ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือที่แคว้นหนานซวนฝึกฝนมาอยู่กี่คน

สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ยอดฝีมือเหล่านี้เป็นเด็กของแคว้นเป่ยหลงเอง

“ใครก็ได้เข้ามา!” ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ไม่กล้ารอช้าแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ เขารีบสั่งการให้คนออกไปสืบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว

“เสด็จพี่ พระองค์อยากจะออกไปเดินเล่นหรือไม่?” เซียวถังอี้วางถ้วยชาลงแล้วยืดตัวขึ้น “ที่นี่อบอ้าวไปสักหน่อย ทำไมพระองค์ไม่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อยล่ะ?”

มู่เทียนฉงพยักหน้าเบา ๆ

ปัจจุบันท้องฟ้าด้านนอกคุกมืดสนิทเป็นที่เรียบร้อย

ยามนี้อันกงกงถือตะเกียงรออยู่ที่หน้าประตูคุก เมื่อเขาเห็นมู่เทียนฉงกับเซียวถังอี้เดินออกมาพร้อมกัน เขาก็ทำความเคารพทั้ง 2 แล้วเดินตามหลังไปอย่างใกล้ชิด

“เจ้าคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?” ฮ่องเต้หนุ่มเดินไปได้ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปากพูด “เห็นได้ชัดว่าแคว้นหนานซวนวางแผนเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน…”

“บ่งบอกด้วยว่าพวกมันมีความทะเยอทะยานสูงมาก”

“ข้าเองก็ไม่รู้” เด็กหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “แคว้นหนานซวนรู้จักแต่จะทำเรื่องน่ารังเกียจ”

“ถังอี้…” มู่เทียนฉงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะถามว่า “เจ้าไม่เต็มใจจะกลับไปช่วยเราจริง ๆ หรือ?”

“เสด็จพี่” เซียวถังอี้หยุดฝีเท้าลง ภายใต้แสงจันทร์ รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาค่อย ๆ จางลง ในขณะที่แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ข้าไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนัก”

--------------------------------------------------

มีใครรอ E-Book ไป๋ไป่เล่ม 5 กันอยู่บ้าง~ วันที่ 21 ธ.ค. 67 นี้เตรียมตังค์รอกันได้เลย! นักอ่านสามารถเข้าไปกดลงตะกร้ากันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยน้า

MEB: https://shorturl.asia/obmwv

จบบทที่ บทที่ 119: ย้ายมาอยู่กับเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว