เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117: ร่วงหล่น

บทที่ 117: ร่วงหล่น

บทที่ 117: ร่วงหล่น


เซียวถังอี้ได้ยินเสียงบ่นเบา ๆ จากคนตัวเล็ก เขาจึงเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วโดยการดีดก้อนหินจากปลายนิ้วพุ่งไปกระแทกบั้นท้ายของมู่ไป๋ไป่อย่างแม่นยำ

“โอ๊ย!” เด็กน้อยร้องลั่น ก่อนที่จะเอียงตกลงจากหลังคาโดยที่ยังกอดเจ้าส้มอยู่ในอ้อมแขน

“คุณหนู!”

“อา!”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงอุทานขึ้นมาพร้อมกันแล้วรีบพุ่งออกไปข้างหน้าหมายจะรับมู่ไป๋ไป่เอาไว้ อย่างไรก็ตาม การกระทำของพวกเขาไร้ผลเพราะอีกฝ่ายตกลงมากระแทกกับพื้นเสียก่อน

“โอ๊ย ก้นข้า!” มู่ไป๋ไป่กับเจ้าส้มนั่งลูบก้นอยู่กับพื้น

“คุณหนู ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” หลัวเซียวเซียวรีบเข้ามาช่วยพยุงองค์หญิงขึ้น “ท่านบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่โบกมือเป็นสัญญาณบอกว่าเธอไม่เป็นอะไร แม้ว่าเธอจะหล่นลงมาจากที่สูง แต่ระหว่างนั้นเธอก็ปรับท่าทางของตัวเองโดยเอาก้นลงกระแทกพื้นก่อนส่วนอื่น

ตอนนี้นอกจากความรู้สึกเจ็บก้น เธอก็ไม่ได้รับบาดเจ็บตรงส่วนอื่นเลย

“ไป๋ไป่ ทำไมเจ้าถึงได้ประมาทนักล่ะ?” เสิ่นจวินเฉาคุกเข่าลงปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของเด็กหญิง “ถ้าเกิดเจ้าหล่นลงมาหัวกระแทกพื้นจะทำอย่างไร?”

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน…” มู่ไป๋ไป่เกาหัวงง ๆ ตอนแรกเธอคิดที่จะกลับไปทางเดิมแล้วลงจากกำแพงด้านนอก แต่ทันทีที่เธอหันหลังกลับ เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบที่บั้นท้ายจนทำให้เสียหลักล้มลง

อวี้เซิ่งที่ได้ยินคำพูดขององค์หญิงจึงหันกลับไปมองเซียวถังอี้ด้วยสายตาซับซ้อน

คนอื่นอาจจะมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนหน้านี้ แต่เขาสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน

เมื่อเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาของนักฆ่าหนุ่ม เขาก็ทำเพียงแค่เหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย จากนั้นจึงหันหลังเดินไปยังเรือนที่อยู่ด้านหน้า

ที่เรือนด้านหน้ามีชายชุดดำหลายคนยืนเฝ้าอยู่ ซึ่งคนเหล่านั้นกำลังเฝ้า ‘โจรลักพาตัว’ ที่เซียวถังอี้จัดการไป

“นายท่าน” เมื่อชายในชุดดำเห็นคุณชายเซียวเดินเข้ามา เขาก็ทำความเคารพ “ข้าน้อยได้ตรวจสอบพวกมันแล้วแต่ไม่พบเบาะแสอะไรขอรับ”

เซียวถังอี้พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปมองดูพวกโจรขโมยเด็กใกล้ ๆ

แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนมากนัก แต่คนเหล่านี้ก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากคนในแคว้นเป่ยหลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวของพวกเขาทั้งหยาบกร้านและดูคล้ำกว่า ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างคล้ายกับคนของแคว้นหนานซวน

เมื่อเด็กหนุ่มนึกถึงชาวหนานซวนที่ถูกเขาจับตัวได้ที่นอกเมืองเมื่อวาน เขาก็แค่นเสียงในลำคอ “จับคนพวกนี้มัดเอาไว้แล้วส่งไปให้ศาลต้าหลี่”

“แล้วบอกพวกเขาแค่ว่านี่เป็นของขวัญจากข้ามอบให้แก่ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่”

ชายชุดดำตอบรับคำสั่งแล้วมัดพวกโจรขโมยเด็กเอาไว้ ก่อนที่จะพาตัวทุกคนออกไปทันที

ในขณะเดียวกัน พอมู่ไป๋ไป่เดินกะโผลกกะเผลกไปถึงตรงจุดเกิดเหตุก็เหลือเพียงกลุ่มเด็กที่ถูกลักพาตัวอยู่เท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็ไม่เหลืออะไรอีก

“หืม? คนเลวพวกนั้นอยู่ที่ไหน?” เด็กหญิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นลานบ้านที่ว่างเปล่า “เมื่อกี้ท่านไม่ได้บอกหรอกหรือว่าพวกมันหมดสติกัน?”

“หรือพวกเราใช้เวลาคุยกันนานเกินไปจนทำให้คนพวกนั้นฟื้นแล้วหนีไป?”

อวี้เซิ่งเหลือบมองเซียวถังอี้แล้วตอบว่า “พวกมันน่าจะถูกส่งไปที่ศาลต้าหลี่แล้ว ผู้บัญชาการกำลังสืบสวนคดีนี้อยู่ ในเมื่อเขาจับตัวพวกโจรได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะต้องส่งผู้ต้องหาไปที่ศาลต้าหลี่เพื่อปิดคดี”

“แล้วเด็กพวกนี้ล่ะจะทำอย่างไร?”

เหล่าเด็ก ๆ ที่ว่ากำลังมองพวกมู่ไป๋ไป่อย่างสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นเสิ่นจวินเฉากับเสี่ยวฮวายืนรวมกับคนพวกนี้ สีหน้าของพวกเขาจึงสลับซับซ้อนกันไป

“โชคดีแล้วที่ตามหาเด็กพวกนี้พบ” คนตัวเล็กไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอมาที่นี่เพื่อช่วยเสิ่นจวินเฉาโดยเฉพาะ ตอนนี้เธอได้พบกับเขาแล้ว ดังนั้นเธอจึงบรรลุเป้าหมายของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย

ต่อมา เธอสั่งให้อวี้เซิ่งพาเด็ก ๆ พวกนี้ไปที่ศาลต้าหลี่ จากนั้นเธอกับเสิ่นจวินเฉาจะกลับไปที่จวนตระกูลเสิ่น

ในตอนที่เธอกำลังเดินกลับไป เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีเซียวถังอี้อีกคนที่หายตัวไป

ทันทีที่เห็นเสิ่นจวินเฉากลับมา คนในจวนตระกูลเสิ่นก็ดูจะมีความสุขมากจนวิ่งออกมาต้อนรับพวกเขาโดยไม่สงวนท่าทีเช่นเคย

“ทำไมเจ้ายังอยู่ที่นี่?” มู่ไป๋ไป่ที่กำลังกินขนมและดื่มชาอยู่ในห้องโถงด้านข้างค้นพบบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ที่นี่

“ทำไม? เจ้าไม่ดีใจหรือที่แมวตัวนี้กลับมาแล้ว?” เจ้าส้มกำลังนั่งเชิดคางอยู่บนโต๊ะ

ปากของเด็กหญิงกระตุกก่อนที่เธอจะพูดโต้กลับไปว่า “เจ้าไม่ไปตามทางของตัวเองแล้วหรืออย่างไร? ทำไมเจ้าไม่ไปอยู่กับเจ้าดำกับแมวตัวอื่น ๆ แล้วล่ะ?”

“มู่ไป๋ไป่ อย่าได้ปากแข็งไปหน่อยเลย!” แมวตัวโตพูดออกมาเสียงดัง “ที่ข้ากลับมาเพราะเจ้าคิดถึงข้า”

“ดูเจ้าสิ พอไม่มีแมวตัวนี้อยู่ด้วย เจ้ามีสภาพเป็นอย่างไร”

“ถึงขั้นไปเอาหมาตัวใหญ่มาเลี้ยง…”

“นั่นคือหมาป่า!” มู่ไป๋ไป่แก้ไขความเข้าใจผิดของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม เธอรู้แล้วว่าเจ้าส้มรู้สึกถึงอันตรายเมื่อเห็นหมาป่าสีเทา “เจ้าเรียกหมา ๆๆ อยู่ได้!”

“ก็ข้าบอกว่ามันคือหมา ดังนั้นมันก็ต้องเป็นหมา” เจ้าแมวอ้วนพูดพลางเหลือบมองสุนัขตัวโตที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“...ท่านจ้าวอสูร แมวอ้วนตัวนี้มาจากที่ใดกัน?” หมาป่าสีเทาเปิดปากถาม

“อะแฮ่ม นี่คือสัตว์เลี้ยงของพ่อข้า” มู่ไป๋ไป่แนะนำเจ้าส้มให้หมาป่ารู้จัก “เจ้าตัวโต ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเข้ากันได้ดี”

หมาป่าสีเทาเหลือบมองแมวตัวสีส้มและตัดสินใจที่จะเลิกใส่ใจคำพูดของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการไว้หน้าท่านจ้าวอสูร

“ไป๋ไป่ ข้าปล่อยให้เจ้ารอนานเลย” เสิ่นจวินเฉาที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาในห้องโถงอย่างรวดเร็ว

“ไม่หรอก ข้ารอไม่นานเลย” มู่ไป๋ไป่ยิ้มสดใสให้เขา “ขนมของพี่จวินเฉาอร่อยมาก ถ้ามีขนมเช่นนี้ให้ข้ากิน ข้ารอนานแค่ไหนก็ได้”

ทันทีที่เด็กชายเห็นรอยยิ้มของคนตัวเล็ก เขาก็รู้สึกมีความสุขและอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มของนางเบา ๆ

แล้วมันก็รู้สึกดีอย่างที่เขาจินตนาการเอาไว้

“ถ้าเจ้าชอบ ข้าจะให้ห้องครัวทำมาเพิ่มให้เจ้าเอากลับบ้าน”

ดวงตาของมู่ไป๋ไป่สว่างขึ้นทันทีและเธอก็รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันเธอแทบจะอ้วกออกมาเป็นกะหล่ำปลีต้มที่เธอกินทุกวันตอนอยู่ที่วัดฮู่กั๋ว

สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดมากที่สุดก็คือขนมที่ห้องครัวของวัดฮู่กั๋วทำนั้นไม่อร่อยเลยเช่นกัน

“ข้าเกือบลืมไปเลย พี่จวินเฉา ท่านถูกคนจับตัวไปได้อย่างไรกัน?” มู่ไป๋ไป่กินขนมชิ้นสุดท้ายเสร็จจนท้องป่องก่อนจะเริ่มคิดถึงธุระที่ตนมาที่นี่

“เอ่อ… มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะ” เสิ่นจวินเฉาเล่าให้เด็กหญิงฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เขาไปช่วยเสี่ยวฮวา “ตอนที่ข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็อยู่ในจวนหลังนั้นแล้ว”

“แต่น่าแปลกที่ว่าคนพวกนั้นลักพาตัวเด็กไปแล้วไม่ได้ทำร้ายพวกเด็ก ๆ เลย”

“พวกมันนำอาหารแสนอร่อยมามอบให้กับพวกเด็ก ๆ มอบเสื้อผ้าสะอาดให้พวกเขาใส่ ทำให้เด็กหลาย ๆ คนรู้สึกสบายใจและยังมีความคิดที่จะอยู่ที่นั่นให้นานที่สุดอีกด้วย”

มู่ไป๋ไป่จำตอนที่เห็นเด็กพวกนั้นได้ มันเป็นอย่างที่เสิ่นจวินเฉาพูดจริง ๆ “มันแปลกมากจริง ๆ…”

“ใช่ แต่เรื่องพวกนี้คงไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาอย่างเราจะเข้าใจ” เด็กชายหยิบยกหัวข้ออื่นขึ้นมาพูด “ในเมื่อเรื่องนี้ส่งต่อให้ศาลต้าหลี่ดูแลแล้ว ข้าเชื่อว่าเราจะค้นพบจุดประสงค์ที่แท้จริงของคนกลุ่มนั้นได้ในไม่ช้า”

“เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ ครั้งนี้ข้าอยากจะขอบคุณเจ้าจากใจจริง”

เสิ่นจวินเฉายืนขึ้นและโค้งคำนับให้กับมู่ไป๋ไป่อย่างเป็นทางการ ทำให้พ่อบ้านที่รออยู่ด้านข้างรู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

“พี่จวินเฉา ท่านอย่าได้สุภาพกับข้าเลย” คนตัวเล็กรู้สึกขัดเขิน “ข้าเพียงแค่บังเอิญผ่านไปเท่านั้น”

จบบทที่ บทที่ 117: ร่วงหล่น

คัดลอกลิงก์แล้ว